- หน้าแรก
- ไอ้หื่นเจ้าเล่ห์ในโลกแห่งการบำเพ็ญเซียน
- บทที่ 295 ผู้บาปผู้จมน้ำ (5)
บทที่ 295 ผู้บาปผู้จมน้ำ (5)
บทที่ 295 ผู้บาปผู้จมน้ำ (5)
"...หา?"
กลิ่นคาวเลือดที่ไหม้เกรียมอันรุนแรงอบอวลไปทั่วอากาศ
ร่างของหลี่เฟิงแข็งค้าง รูม่านตาของเขาสั่นไหว
ก่อนจะค่อย ๆ หันไปมองหัวไหล่ซ้ายของตนเอง
เพราะบริเวณที่เมื่อครู่ยังมีแขนซ้ายอยู่...
บัดนี้...ไม่เหลืออะไรอีกแล้ว
แขนซ้ายทั้งข้างของเขาถูกทำลายจนสิ้น
ฉึก!!
รูม่านตาของหลี่เฟิงหดวูบอย่างรุนแรง โลหิตพุ่งทะลักออกจากหัวไหล่ที่ขาดสะบั้น
เนื้อหนังบริเวณนั้นถูกแรงระเบิดสีดำอันน่าสะพรึง บดขยี้จนกลายเป็นเถ้าถ่านและไอควัน
ความเจ็บปวดมหาศาลปะทุขึ้นทั่วทั้งร่าง
"...!!"
ชั่วขณะหนึ่ง...
หลี่เฟิงถึงกับไม่เข้าใจด้วยซ้ำ
ว่า...
เกิดอะไรขึ้นกันแน่...
เขารู้เพียงอย่างเดียวว่า...
หากเมื่อครู่ร่างกายของเขาไม่ได้ตอบสนองตามสัญชาตญาณและหลบทัน
สิ่งที่ถูกทำลาย…
คงไม่ใช่แค่แขนซ้าย แต่เป็นร่างทั้งร่างของเขา
หลี่เฟิงค่อย ๆ หันไปมองอัครสาวกแห่งห้วงกระแสน้ำลึกที่สุด
เมื่อแสงสีดำค่อย ๆ จางลง
ในที่สุดเขาก็มองเห็นสิ่งที่มันถืออยู่ในมือได้อย่างชัดเจน
"...คันธนู?"
เวลานี้อัครสาวกกำลังถือคันธนูเล่มหนึ่ง ซึ่งก่อร่างขึ้นจากของเหลวสีดำอันเข้มข้น
มันบิดตัวและไหลเวียนอยู่ตลอดเวลาราวกับสายน้ำที่มีชีวิต
ระลอกคลื่นสีดำเต้นเป็นจังหวะไปตามลำธนู
ประหนึ่งว่ามีบางสิ่งกำลังหายใจอยู่ภายใน
แม้แต่อากาศโดยรอบ ก็ยังบิดเบี้ยวอย่างแผ่วเบา
ลมหายใจของหลี่เฟิงหนักอึ้งขึ้น
เหงื่อเย็นไหลอาบขมับ
ขณะที่เลือดยังคงทะลักออกจากหัวไหล่ซ้ายที่แหลกสลาย
หยดลงสู่ผืนน้ำสีดำซึ่งกำลังสูงขึ้นเรื่อย ๆ
หยด...
หยด...
โลหิตทุกหยด
ถูกผืนน้ำสีดำกลืนหายไปในพริบตา
ราวกับห้องโถงแห่งนี้เอง...
กำลังกระหายเลือด
สายตาของหลี่เฟิงยังคงจับจ้องไปยังอัครสาวก
อสูรร้ายยืนสงบนิ่งอยู่ไกลออกไป
ร่างมหึมาแทบไม่ขยับเขยื้อน
แต่แล้ว...
หลี่เฟิงก็สังเกตเห็นบางสิ่ง
...คันธนูประหลาดเล่มนั้น
ไม่มีลูกศร
ทว่า...ช่องว่างระหว่างสายธนูกับตัวคันธนู
กลับสั่นไหวแผ่วเบา ราวกับว่ามีลูกศรที่มองไม่เห็น
พาดอยู่บนสายธนูเรียบร้อยแล้ว
จากนั้นอัครสาวกก็เริ่มขยับอีกครั้ง
เพียงแค่มันเคลื่อนไหว รูม่านตาของหลี่เฟิงก็หดเล็กลงทันที
สัญชาตญาณของเขา กรีดร้องเตือนดังยิ่งกว่าครั้งก่อน
เส้นประสาททุกเส้นทั่วร่างราวกับถูกเข็มน้ำแข็งนับพันเล่มแทงทะลุ
อัครสาวกค่อย ๆ ยกคันธนูขึ้น ของเหลวสีดำรอบแขนไหลย้อนขึ้นไป
ก่อนก่อตัวเป็นสายธนูเส้นบาง
พาดตึงอยู่บนอาวุธ
จากนั้น…มันก็ดึงสายธนู
แกร๊ก...
พลังที่มองไม่เห็นระหว่างสายธนู พลันอัดแน่นรวมตัวในชั่วพริบตา
อากาศโดยรอบบิดเบี้ยวอย่างรุนแรง ถูกบีบอัดจนกลายเป็นจุดสีดำเล็ก ๆ
แม้แต่น้ำสีดำใต้ฝ่าเท้าของอัครสาวก ก็ยังแผ่ระลอกคลื่นออกไปโดยรอบ
ราวกับว่ามหันตภัยอันน่าสะพรึงกำลังจะถูกปลดปล่อย
หนังศีรษะของหลี่เฟิงด้านชาขึ้นมาทันที
'...หลบ!'
ขาทั้งสองข้างเคลื่อนไหวไปก่อน
ที่สมองจะคิดจบเสียอีก
ซ่า!!
ร่างของหลี่เฟิงพุ่งออกไปด้านข้างอย่างฉับพลัน
ปราณสีเงินระเบิดออกจากฝ่าเท้า ผลักดันร่างของเขาให้เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง
แม้หัวไหล่ที่ขาดวิ่นจะส่งความเจ็บปวดรุนแรงไปทั่วทั้งร่าง
เขาก็ยังฝืนบังคับตัวเองให้หลบสุดกำลัง...
ร่างของหลี่เฟิงพุ่งทะยานออกไปราวกับลำแสงสีเงิน
และในจังหวะนั้นเอง อัครสาวกก็ปล่อยสายธนูแห่งความมืด
ตึง!
เสียงนั้น...ไม่ได้ดังสนั่น
ตรงกันข้ามมันแผ่วเบาอย่างน่าประหลาด
แต่ทันทีที่เสียงนั้นดังขึ้น...
โลกทั้งใบก็ถูกช่วงชิงแสงสว่างไปอีกครั้ง
ตูมมมมมมม!!!
ลำแสงสีดำอันอัดแน่นด้วยพลังแห่งการทำลายล้าง
พุ่งฉีกผ่านห้องโถงดุจลำแสงแห่งหายนะ
สายน้ำบนพื้นแยกออกจากกันอย่างรุนแรง
ลำแสงกรีดเป็นร่องลึกลงบนพื้นหินตลอดแนวที่มันพุ่งผ่าน
เปรี้ยง!!
กำแพงโบราณด้านหลังหลี่เฟิง แตกสลายทันทีที่ลำแสงพุ่งเข้าใส่
เฉียดผ่านไปเพียงเสี้ยววินาทีหลังจากที่เขาหลบพ้น
เศษหินลึกลับขนาดมหึมาพังครืน ตกลงสู่ห้องโถงที่กำลังถูกน้ำท่วม
ซ่า!
ซ่า!
หลี่เฟิงกลิ้งไปตามพื้นหลายตลบ
ก่อนจะไถลไปหยุดห่างออกไปหลายเมตร
"แค่ก!"
เลือดสดพุ่งออกจากมุมปาก แต่เขาก็ยังฝืนยันกายลุกขึ้นยืนอีกครั้ง
ลมหายใจหอบหนัก หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงไม่หยุด
ด้านหลังของเขา...
ปรากฏรูขนาดมหึมาบนกำแพงโบราณ
หลี่เฟิงจ้องมองร่องรอยแห่งการทำลายล้างนั้นอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนจะหันกลับไปมองอัครสาวก
"...อือ"
เขาใช้หลังมือข้างที่เหลือเช็ดเลือดออกจากริมฝีปาก
"ยังไงก็..."
"ข้าปล่อยให้มันยิงอีกไม่ได้เด็ดขาด"
หลี่เฟิงสังเกตเห็นว่า
อัครสาวกเองยังไม่ได้แข็งแกร่งกว่าเขามากนัก
แต่...คันธนูประหลาดเล่มนั้นต่างหากที่เป็นปัญหาใหญ่
อัครสาวกค่อย ๆ ยกคันธนูขึ้นอีกครั้ง
น้ำสีดำใต้ฝ่าเท้ากระเพื่อมไหว ราวกับกระแสน้ำที่ตอบรับคำสั่งของมัน
อากาศโดยรอบเริ่มถูกบีบอัดอีกครั้ง
จุดสีดำเล็ก ๆ ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นระหว่างตัวคันธนูกับสายธนู
หลี่เฟิงสัมผัสได้ถึงแรงกดดัน ที่กำลังล็อกเป้าหมายมายังตัวเขา
ราวกับมีโซ่เส้นหนึ่งรัดอยู่รอบลำคอ
สัญชาตญาณของเขากรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง
'อันตรายเกินไป!'
เขาไม่ลังเลแม้แต่น้อย
แทนที่จะถอยหนี หลี่เฟิงกลับเลือกเป็นฝ่ายบุก
ปราณสีเงินระเบิดออกจากใต้ฝ่าเท้า
ร่างของเขาพุ่งตรงเข้าหาอัครสาวกทันที
สายน้ำที่ท่วมพื้นระเบิดกระจายอยู่เบื้องหลัง
ฟึ่บ!
ร่างของหลี่เฟิงทะยานออกไปดุจดาวตกสีเงิน
เพียงชั่วพริบตา เขาก็ปรากฏตัวอยู่ใต้ร่างมหึมาของอัครสาวกอีกครั้ง
ปราณสีเงินไหลทะลักเข้าสู่กล้ามเนื้อทั่วร่างอย่างบ้าคลั่ง
เขาบิดเอว รวบรวมแรงทั้งหมด ก่อนซัดหมัดข้างเดียวที่เหลืออยู่เสยขึ้นด้านบน
ตูม!!
หมัดของเขาอัดกระแทกเข้าที่ท้องของอัครสาวก
ดุจอุกกาบาตที่พุ่งทะยานจากพื้นพิภพ
ตูมมมมม!!
แรงปะทะดังกึกก้องไปทั่วทั้งห้องโถง
ร่างมหึมาของอัครสาวกสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจากหมัดของหลี่เฟิง
เป็นครั้งแรก...
ที่มันเริ่มรับรู้ถึงความเจ็บปวด
[...!]
อสูรร้ายราวกับตระหนักได้ถึงบางสิ่ง...
หมัดนี้หนักหน่วงกว่าครั้งก่อนอย่างชัดเจน
ตูมมม!!
คลื่นกระแทกอันรุนแรงระเบิดออกไปรอบด้าน
ร่างมหึมาของอัครสาวกถูกซัดลอยขึ้นสู่ท้องอากาศ
มวลน้ำโดยรอบระเบิดเป็นวงกว้าง
แรงปะทะแผ่สะเทือนไปทั่วพื้นห้องโถงที่ถูกน้ำท่วม
ประกายแสงฉายวาบขึ้นในดวงตาของหลี่เฟิง
ดวงดาวทั้งหนึ่งร้อยสี่ดวงภายในร่างหลอมดารา ลุกโชนขึ้นพร้อมกันอย่างบ้าคลั่ง
"ยังไม่จบแค่นี้!!"
เปรี้ยง!
เขาถีบพื้นอย่างแรง
พื้นหินใต้ฝ่าเท้าแตกกระจาย
ร่างของเขาพุ่งทะยานตามอัครสาวกขึ้นไป
ดุจดาวหางสีเงิน
ฟึ่บ!
เพียงชั่วพริบตา
หลี่เฟิงก็ปรากฏตัวเคียงข้างอัครสาวกกลางอากาศ
หมัดของเขารวบรวมสายธารแห่งแสงดาราที่หมุนวนเข้าหากัน
ก่อนจะ….
ตูม!!
หมัดอีกครั้งอัดกระแทกเข้าที่ชายโครงของอัครสาวกอย่างจัง
ร่างมหึมาของมันบิดเอียงไปด้านข้างจากแรงปะทะ
ฟึ่บ!
หลี่เฟิงหายวับไปอีกครั้ง เหลือไว้เพียงทางแสงสีเงินที่พาดผ่านอากาศ
ก่อนที่เขาจะไปปรากฏตัวเหนือศีรษะของมัน
"รับนี่ไป!"
ส้นเท้าของเขาฟาดลงมา ดุจดาวตกที่ร่วงหล่นจากฟากฟ้า
กระแทกเข้าใส่หัวไหล่ของอัครสาวกอย่างรุนแรง
ตูมมม!!
ร่างของอสูรร้ายร่วงหล่นลงสู่เบื้องล่าง ราวกับขุนเขาทั้งลูกกำลังถล่ม
พื้นห้องโถงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
ซ่าาาา!!
อัครสาวกตกกระแทกลงสู่ผืนน้ำสีดำ
ก่อให้เกิดคลื่นยักษ์ซัดกระจายไปทั่วทั้งห้องโถง
แต่หลี่เฟิง...ยังไม่หยุด
ร่างของเขาแปรเปลี่ยนเป็นเพียงลำแสงสีเงิน
พุ่งวาบไปทั่วอากาศ
ฟึ่บ!
ฟึ่บ!
ฟึ่บ!
ทุกการเคลื่อนไหว รวดเร็วยิ่งกว่าครั้งก่อน
ทุกย่างก้าวทิ้งรอยแตกร้าวไว้บนกำแพงหินโบราณ
หลี่เฟิงดีดตัวสะท้อนจากกำแพงห้องโถงไปมา
ราวกับดาวตกที่พุ่งสะท้อนอย่างต่อเนื่อง
ค่อย ๆ สั่งสมความเร็วและแรงส่งให้เพิ่มขึ้นไม่หยุด
ไม่นานนัก...
ทั่วทั้งห้องโถงก็เต็มไปด้วยสายธารแสงแห่งดวงดาวอันงดงาม
จนไม่อาจแยกออกได้อีกว่า...
ร่างที่แท้จริงของหลี่เฟิงอยู่ที่ใด...
จากนั้นเขาพุ่งดิ่งลงมา
ปราณสีเงินปะทุขึ้นรอบหมัด หมุนวนเป็นเกลียว ราวกับกาแล็กซีขนาดย่อม
หลี่เฟิงแผดเสียงคำรามกึกก้อง
ก่อนระเบิดพลังทั้งหมดที่มีออกมา
"หมัดดาวร่วง!!"
ตูมมมมมมมม!!!
หมัดของเขาซัดเข้าใส่กลางอกของอัครสาวก
ดุจอุกกาบาตจากสวรรค์พุ่งชนผืนพิภพ
แรงปะทะระเบิดออกอย่างมหาศาล
คลื่นกระแทกกวาดถล่มไปทั่วทั้งห้องโถง
มวลน้ำสีดำใต้ร่างทั้งสองระเบิดกระจาย ราวกับมีระเบิดลูกมหึมาถูกจุดชนวน
ชั่วขณะหนึ่ง...
แสงสว่างอันเจิดจ้ากลืนกินทั่วทั้งห้องโถง
คลื่นน้ำสีดำโหมกระหน่ำ ดั่งพายุคลั่งที่อาละวาดอยู่ภายใน
ไม่นานนัก...
ร่างมหึมาของอัครสาวกแห่งห้วงกระแสน้ำลึกที่สุด
ก็ร่วงหล่นจากฟากฟ้า
ดุจอุกกาบาตที่ถูกซัดตกลงมา
ก่อนกระแทกลงสู่มหานทีสีดำเบื้องล่างอย่างจัง
ซ่าาาา!!