- หน้าแรก
- ใครบอกว่าเปิดร้านเหล้ามันง่าย ผมเจอมาทั้งโจรปล้นทองยันสายลับ
- บทที่ 18 - ปริศนาซ่อนเงื่อน
บทที่ 18 - ปริศนาซ่อนเงื่อน
บทที่ 18 - ปริศนาซ่อนเงื่อน
บทที่ 18 - ปริศนาซ่อนเงื่อน
"หัวหน้าครับ คิมจองวอนตายแล้วครับ" พัคจองอุงและลูกน้องอีกสองคนที่เพิ่งมาถึง หลังจากยิงผลักดันเงาดำที่มองไม่ชัดให้ถอยร่นไปได้แล้ว ก็รีบเข้ามาล้อมกรอบพื้นที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว
ชเวมยองอุกเข้าไปตรวจดูศพของคิมจองวอนที่นอนจมกองเลือด ก่อนจะรายงานเสียงเบา
"ค้นตัวดูว่ามีของไหม" พัคจองอุงกวาดสายตาระวังภัยไปรอบๆ พลางสั่งการอย่างเร่งรีบ
ตอนนี้เขารู้สึกร้อนใจมาก หลังจากที่พวกเขาแยกย้ายกันไม่นาน โชด็อกฮวานที่ออกไปทางประตูหลังก็ถูกสะกดรอยตามทันทีอย่างที่คาดไว้
และหลังจากคุยกันได้ไม่กี่ประโยค จู่ๆ หูฟังของโชด็อกฮวานก็เกิดปัญหาขัดข้อง ทำให้ขาดการติดต่อกันไปดื้อๆ
พอรีบมาถึงจุดนัดพบตามที่สายข่าวรายงาน ก็พบว่าคิมจองวอนถูกฆ่าตายไปแล้ว เขาแทบจะกระอักเลือดออกมาด้วยความหงุดหงิด
"ไม่มีอะไรเลยครับ" ชเวมยองอุกค้นตัวศพอย่างรวดเร็ว ก่อนจะรายงาน
"ตาม!" พัคจองอุงกัดฟันกรอด สั่งการเสียงเหี้ยม
ทั้งสามคนผุดลุกขึ้น เริ่มค้นหาตามเส้นทาง แต่พื้นที่บริเวณนี้มันกว้างใหญ่เกินไป การจะหาคนสักคนก็เหมือนงมเข็มในมหาสมุทรดีๆ นี่เอง
"แยกย้ายกันค้นหา อีก 5 นาที ไม่ว่าจะเจอหรือไม่เจอ ให้กลับมารวมตัวกันที่นี่เพื่อถอนกำลัง" พัคจองอุงดูนาฬิกา ก่อนจะออกคำสั่ง เขาต้องเอาของชิ้นนั้นกลับไปให้ได้ ไม่อย่างนั้นพวกเขาก็คงไม่มีจุดจบที่ดีแน่
ทั้งสามคนแยกย้ายกันค้นหาอย่างระมัดระวังไปทั่วตลาดอาหารทะเล หารู้ไม่ว่าทุกการเคลื่อนไหวของพวกเขาตกอยู่ในสายตาของใครบางคนมาตลอด
ชเวมยองอุกเปิดไฟฉายยุทธวิธี สาดส่องค้นหาไปตามมุมมืดในความรับผิดชอบของตนอย่างระมัดระวังและตั้งใจ
จู่ๆ เสียงกุกกักเล็กๆ ก็ดึงดูดความสนใจของเขา เขารีบกลิ้งตัวเข้าหาที่กำบังที่ใกล้ที่สุด ยกปืนพกขึ้นเล็งไปยังทิศทางของเสียงอย่างจดจ่อ
จนกระทั่งแมวจรจัดตัวหนึ่งโผล่ออกมาจากหลังถังขยะ เขาถึงได้ถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก
"หัวหน้าครับ ทางผมยังไม่พบอะไรผิดปกติครับ" เขาดูเวลา กดหูฟังรายงานเสียงเบา เตรียมตัวจะค้นหาต่อไป
แต่เพิ่งจะก้าวเท้าออกไปได้ก้าวเดียว จู่ๆ ก็มีคนร่วงลงมาจากข้างบน ประกายมีดเย็นยะเยียบสว่างวาบขึ้นมา แล้วเอ็นข้อมือขวาที่ถือปืนของเขาก็ถูกตัดขาดสะบั้น เขาร้องตะโกนเตือนภัยและพยายามจะเบี่ยงตัวหลบการโจมตีระลอกถัดไปตามสัญชาตญาณ
แต่ผู้บุกรุกเร็วกว่ามาก จังหวะที่เขากำลังจะขยับตัว เขาก็รู้สึกว่าปากถูกปิดแน่น ตามด้วยความเจ็บปวดแปลบที่หน้าอก แล้วดวงตาของเขาก็เบิกโพลงไร้แววในทันที
ผู้บุกรุกเพียงแค่ปลดหูฟังและมือถือของเขาไป ก่อนจะเร้นกายหายเข้าไปในความมืดอย่างเงียบเชียบ
อีกด้านหนึ่ง คิมนายองที่เพิ่งรายงานผลกับพัคจองอุงเสร็จ ก็บังเอิญเดินไปบรรจบกับเส้นทางของพัคจองอุงเข้าพอดี ทั้งสองจึงตัดสินใจร่วมกันค้นหาต่อ
"ไม่ดีแน่ ดูจากสถานการณ์ของด็อกฮวาน อีกเดี๋ยวเราต้องโดนตามล่ากระชั้นชิดแน่ๆ หมาล่าเนื้อ กลับมา รวมพลเตรียมถอนกำลัง"
พัคจองอุงประเมินสถานการณ์แล้วตัดสินใจสั่งถอยทัพทันที ท่ามกลางตลาดอาหารทะเลที่มืดมิดและซับซ้อนแห่งนี้
แต่ฝั่งชเวมยองอุกกลับไม่มีเสียงตอบรับ พัคจองอุงที่ประสาทสัมผัสตึงเครียดอยู่แล้วกำลังจะเอ่ยปากถามคิมนายอง จู่ๆ หางตาก็เหลือบไปเห็นแสงสะท้อนวูบหนึ่ง
ประสบการณ์เฉียดตายในสนามรบและการฝึกฝนอย่างหนักช่วยชีวิตเขาไว้ได้ทันท่วงที
เขารีบพุ่งหลบพร้อมกับกระชากแขนคิมนายองให้ล้มลงตาม กระสุนปืนหลายนัดพุ่งแหวกอากาศตามมาติดๆ คิมนายองร้องเสียงหลง ก่อนจะถูกเขาดึงจนล้มกระแทกพื้น
"เงือกสาวถูกยิง" คิมนายองกัดฟันข่มความเจ็บปวด รายงานอาการบาดเจ็บของตัวเอง
"ถอย มยองอุกน่าจะเสร็จมันแล้ว" พัคจองอุงยิงสวนกลับไปตามวิถีกระสุนสองนัด อาศัยจังหวะนั้นกวาดสายตาประเมินสถานการณ์ผ่านช่องว่าง แล้วออกคำสั่งอย่างเด็ดขาด
เนื่องจากไม่รู้ตำแหน่งที่แน่ชัดของมือสังหาร ถึงจะพอกะทิศทางคร่าวๆ จากวิถีกระสุนได้ แต่อีกฝ่ายก็ไม่ใช่เป้านิ่งที่จะยืนรอให้พวกเขายิงหรอก
พัคจองอุงกับคิมนายองทำได้เพียงคลานต่ำถอยร่นไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงจุดที่มีสิ่งกีดขวางกำบังด้านข้าง ถึงจะกล้าลุกขึ้นเตรียมวิ่งหนี
แต่พอทั้งสองคนวิ่งกลับมาถึงจุดจอดรถ จังหวะที่คิมนายองเพิ่งจะเปิดประตูรถและยังไม่ทันได้ก้าวขึ้นไป กระสุนปริศนาก็สาดเข้ามาอีกระลอก
นัดหนึ่งพุ่งเจาะเข้าที่ขาขวาของเธอ ส่วนอีกสองนัดกระแทกเข้าที่เสื้อเกราะกันกระสุน
คิมนายองอาศัยแรงปะทะของกระสุนทิ้งตัวเข้าไปในรถ และใช้ขาซ้ายที่ยังใช้การได้เกี่ยวประตูรถให้ปิดลง พัคจองอุงไม่พูดพร่ำทำเพลง เหยียบคันเร่งมิดด้าม พารถพุ่งทะยานออกไปอย่างบ้าคลั่ง
ซุนเจียอิงที่เพิ่งมาถึงทันเวลาพอดี เห็นรถของคนร้ายกำลังขับหนี เธอก็ทิ้งรถไว้คันหนึ่งเพื่อตรวจสอบตลาดอาหารทะเล ส่วนตัวเธอพาคนติดอาวุธที่เหลือขับไล่กวดไปติดๆ
ในขณะเดียวกัน จีทงชอลก็ฉวยโอกาสนำของชิ้นนั้นหลบหนีออกไปอีกทางหนึ่งอย่างเงียบเชียบ
เช้าวันรุ่งขึ้น หวังเฟิงเดินเข้ามาในห้องประชุม เพื่อรับฟังรายงานความคืบหน้าจากหัวหน้าหน่วยต่างๆ
"เมื่อคืนตอนสามทุ่ม หนึ่งในเป้าหมาย โชด็อกฮวาน ออกจากที่พักกะทันหัน ขณะที่ทีมสะกดรอยตามไป ก็เกิดการปะทะกัน โชด็อกฮวานถูกวิสามัญ ส่วนทีมเรามีเจ้าหน้าที่ถูกยิงที่แขนหนึ่งนายครับ" โจวเฉินเริ่มรายงานเป็นคนแรก
"ผมรู้สึกว่ามีเรื่องไม่ชอบมาพากล เลยนำกำลังบุกตรวจค้นรังของพวกมัน ปรากฏว่าในห้องมีการวางระเบิดเอาไว้ โชคดีที่เป้าหมายคงไม่อยากให้มีคนบริสุทธิ์โดนลูกหลง อานุภาพเลยไม่แรงมาก ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บครับ จากการตรวจค้น เราพบช่องทางลับใต้เตียงในห้องนอนเป้าหมาย ซึ่งเชื่อมต่อไปยังท่อระบายน้ำร้างห่างออกไป 30 เมตร ทำให้เป้าหมายคลาดสายตาไปครับ"
"หน่วย 2 รับผิดชอบเฝ้าระวังฐานปฏิบัติการลับของเกาหลีเหนือ เมื่อคืนมีความเคลื่อนไหวเล็กน้อยในแต่ละฐาน แต่ไม่มีใครออกจากพื้นที่ครับ" จางเหว่ยรายงานต่อ
"หลังจากหน่วย 3 ได้รับคำสั่ง ก็รีบมุ่งหน้าไปที่ตลาดอาหารทะเลทันที และพบศพสองศพในที่เกิดเหตุ ตรวจสอบยืนยันแล้วว่าเป็นคิมจองวอนกับชเวมยองอุก เมื่อคืนนิติเวชทำการชันสูตรพลิกศพด่วน สาเหตุการตายหลักของคิมจองวอนคือถูกยิงทะลุคอจากด้านหลัง และถูกยิงซ้ำที่หัวใจในระยะประชิดอีกสองนัด"
"บาดแผลสำคัญบนร่างของชเวมยองอุกมีสองแห่ง หนึ่งคือเอ็นข้อมือขวาถูกตัดขาด บาดแผลฉกรรจ์ที่ทำให้เสียชีวิตคือถูกแทงทะลุหัวใจจากใต้ชายโครง และในที่เกิดเหตุมีการปะทะกันด้วยกระสุนปืน จากการตรวจพิสูจน์หลักฐาน สันนิษฐานว่าคนร้ายน่าจะใช้ปืน P99 ขนาด 9 มม. แต่ระบุรุ่นที่แน่ชัดไม่ได้ ส่วนพวกพัคจองอุงใช้ปืน SIG P226 ทั้งหมด"
"นอกจากศพของชเวมยองอุกกับคิมจองวอนแล้ว ในที่เกิดเหตุยังพบรอยเลือดของบุคคลที่สามด้วย สันนิษฐานว่าพัคจองอุงหรือคิมนายองน่าจะได้รับบาดเจ็บค่ะ"
"ตอนนี้กำลังตามสืบแหล่งที่มาของอาวุธปืนอยู่ค่ะ และเมื่อคืนตอนที่ฉันไปถึง ก็พบรถตู้คันหนึ่งกำลังขับหลบหนี แต่เพราะดันไปเจอรถไฟวิ่งผ่านพอดี เลยคลาดกันไป ทีมข่าวกรองกำลังเร่งติดตามค้นหาอยู่ค่ะ รายงานจบค่ะ" ซุนเจียอิงรายงานปิดท้าย
"สรุปก็คือ ตอนนี้ชเวมยองอุก โชด็อกฮวาน และคิมจองวอนเสียชีวิตแล้ว พัคจองอุงกับคิมนายองบาดเจ็บและหลบหนีไปได้ ส่วนของที่คิมจองวอนมีอยู่ ก็น่าจะตกไปอยู่ในมือของขั้วอำนาจไหนก็ไม่รู้สินะ" หวังเฟิงเคาะโต๊ะเป็นจังหวะ พลางสรุปสถานการณ์
"แผนกข่าวกรองพอจะวิเคราะห์ได้ไหมว่า คิมจองวอนกับชเวมยองอุกถูกฝ่ายไหนฆ่าตาย?" หวังเฟิงหันไปถามเจ้าหน้าที่หญิงที่นั่งเงียบอยู่อีกฝั่ง
"ยังระบุชี้ชัดไม่ได้ค่ะ แต่ดูจากสาเหตุการตายของทั้งสองคนแล้ว คนลงมือน่าจะเป็นยอดฝีมือ" หญิงสาวเว้นจังหวะนิดหนึ่ง ก่อนจะพูดต่อ
"ส่วนตัวฉันวิเคราะห์ว่า น่าจะเป็นยอดฝีมือระดับท็อปที่เกาหลีเหนือส่งมาค่ะ"
"มีหลักฐานอะไรไหม?" หวังเฟิงหรี่ตาถาม
"จากข้อมูลข่าวกรองลับสุดยอด เมื่อคืนวาน พันตรีคิมนัมซอง สังกัดกระทรวงความมั่นคงแห่งรัฐเกาหลีเหนือ ได้ลักลอบเข้าเมืองมาทางช่องทางธรรมชาติที่เมืองตานตง และเดินทางกลับเกาหลีเหนือไปเมื่อตอนตีสี่ของวันนี้ค่ะ" หญิงสาวขยับแว่นตา ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
"แล้วทำไมเพิ่งมารายงานเอาป่านนี้?" หวังเฟิงขมวดคิ้วถามอย่างขัดใจ
"เบื้องบนมีคำสั่งลงมาว่า ไม่ต้องไปยุ่งเรื่องที่คิมนัมซองลักลอบเข้าเมืองค่ะ" หญิงสาวยักไหล่
"เร่งค้นหาเบาะแสของพัคจองอุงกับคิมนายองต่อไป แล้วก็ช่วยสืบทีว่าคนที่ลอบโจมตีพวกเขายังอยู่ในเมือง SY อีกไหม เลิกประชุมได้!" หวังเฟิงใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะสั่งการ เขาสังหรณ์ใจว่าเรื่องนี้มันไม่ได้จบแค่นี้แน่
ห้าวันต่อมา เอกสารลับสุดยอดฉบับหนึ่งก็ถูกวางอยู่บนโต๊ะทำงานของผู้บริหารหน่วยข่าวกรองของหลายๆ ประเทศ
เรือสินค้าลึกลับลำหนึ่งที่บรรทุกเครื่องบินรบ F-22 Raptor รุ่นดัดแปลงสองเครื่อง เกิดระเบิดขึ้นขณะกำลังเข้าสู่น่านน้ำของเกาหลีใต้ ลูกเรือเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ 15 คน เครื่องบินรบทั้งสองเครื่องถูกทำลายย่อยยับ
(จบแล้ว)