เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 422 งานแต่งงานของเฟิงเฉินหยู

ตอนที่ 422 งานแต่งงานของเฟิงเฉินหยู

ตอนที่ 422 งานแต่งงานของเฟิงเฉินหยู


ตอนที่ 422 งานแต่งงานของเฟิงเฉินหยู

คำพูดของซวนเทียนหมิงทำให้เฟิงหยูเฮงกรอกตา ทันใดนั้นนางก็นึกถึงบางสิ่ง และโน้มตัวไปข้างหน้า นางยื่นแขนโอบรอบคอของเขาและพูดด้วยน้ำเสียงลึกลับ “ถ้าเช่นนั้นมีปฏิกิริยาด้านลบในบริเวณนั้นหรือไม่ ? ตัวอย่างเช่นมีอาการปวดอะไรบ้าง”

ซวนเทียนหมิงไม่รู้ว่านางหมายถึงอะไรดังนั้นเขาจึงกล่าวอย่างตรงไปตรงมา “มันเจ็บ มีความเจ็บป่วยใด ๆ ที่ไม่เจ็บหรือ ? ชายารักเจ้า ควรให้การรักษาสามีด้วย”

ชายาของเขาหลับตา และพูดด้วยน้ำเสียงซุกซน “ตั้งแต่สมัยโบราณการแพทย์แผนตะวันออกกล่าวเสมอว่าอาการบาดเจ็บจากภายนอกควรได้รับการรักษาจากภายใน แต่ก็มีอีกคำพูดหนึ่งในทางการแพทย์ของเรา”

ซวนเทียนหมิงงงงวย “ว่าอย่างไร?”

“ตัดสิ่งที่เจ็บปวดทิ้ง !”

“เจ้ามันบ้า !” เขาได้ยินเสียงกัดฟันพูด

เฟิงหยูเฮงหัวเราะเสียงดัง กระโดดลงมาจากโต๊ะที่นางนั่ง นางหลบไปข้างหลังเป่ยจื่อ “นายของเจ้ากำลังจะกัดใครซักคน !”

เป่ยจื่อเกือบหัวเราะ ตัดสิ่งที่เจ็บปวดทิ้ง องค์หญิงช่างดุร้ายจริง ๆ !

ขณะที่พวกเขาหัวเราะและล้อเล่น พวกเขาเห็นนางกำนัลอาวุโสโจวเข้ามาในเรือนพร้อมกับจดหมาย เฟิงหยูเฮงเดินไปดู “เป็นเทียบเชิญไปงานเลี้ยงหรือไม่”

นางกำนัลอาวุโสโจวยิ้มแล้วกล่าวว่า “เพคะ” จากนั้นนางก็พูดกับซวนเทียนหมิง “พระชายารองแห่งตำหนักเซียงได้ส่งเทียบเชิญไปยังตำหนักหยูเพคะ”

หวงชวนได้ยินเรื่องนี้ และหัวเราะ “พระชายารองมีพิธีอะไรให้เข้าร่วมหรือ !”

อย่างไรก็ตามวังชวนก็กล่าว “คำเชิญนี้ส่งมาจากองค์ชายสามหรือไม่ ?”

นางกำนัลอาวุโสโจวส่ายหัว “งานแต่งงานครั้งนี้จัดโดยพระชายาเซียงเพคะ มีเทียบเชิญส่งมาจากพระชายาเซียงด้วยเช่นกัน”

ซวนเทียนหมิงแสดงความอยากรู้อยากเห็นที่เฟิงหยูเฮง เขารู้ว่าผู้หญิงคนนี้และพระชายาเซียงสนิทกัน อาจจะมีบางสิ่งที่เขาไม่รู้ในเรื่องนี้

พอไปดูเขาเห็นรอยยิ้มซุกซนบนใบหน้าของเฟิงหยูเฮง ซวนเทียนหมิงเข้าใจ และรู้สึกว่าอารมณ์ดีขึ้นในทันที ส่งเทียบเชิญไปยังเป่ยจื่อ เขาพูดเสียงดัง “เก็บมันให้ดี เมื่อถึงวันงานองค์ชายผู้นี้จะพาชายารักของข้าไป”

อาณาจักรต้าชุน ในช่วงปีที่ 22 ของการปกครองของเทียนหวู่ บุตรสาวคนโตของเสนาบดี เฟิงเฉินหยูได้แต่งงานในวันที่ 24 เดือนเจ็ด

ไม่มีขบวนแห่ที่ยิ่งใหญ่และไม่มีดนตรี ไม่มีการตื่นแต่เช้าและนอนดึกเพื่อทำงานให้เสร็จทุกอย่าง ในความเป็นจริงฮูหยินผู้เฒ่าไม่ได้ให้คำแนะนำใด ๆ กับหลานสาวของนางเกี่ยวกับการเป็นภรรยา ก่อนที่เฟิงเฉินหยูจะออกมาจากคฤหาสน์นางก็ไปพบกับฮูหยินผู้เฒ่าและเฟิงจินหยวน โดยกล่าวว่า “ท่านย่าลาก่อนเจ้าค่ะ ท่านพ่อลาก่อนเจ้าค่ะ” จากนั้นด้วยการสนับสนุนจากบ่าวรับใช้ของนาง นางลุกขึ้นยืนและมีผ้าคลุมสีแดงวางอยู่บนหัวของนาง นางออกจากคฤหาสน์โดยไม่มีการประโคม

ที่ทางเข้าคฤหาสน์ เกี้ยวขนาดใหญ่สีแดงจัดงานแต่งงานกำลังรออยู่ที่นั่น ตวนมู่ชิงกำลังขี่ม้าตัวใหญ่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของซวนเทียนเย่มารับนาง

เฟิงจินหยวนพอใจกับเรื่องนี้ค่อนข้างมาก แม้ว่านางจะเป็นพระชายารอง แต่ตวนมู่ชิงก็มาต้อนรับนาง

นอกจากเฟิงหยูเฮงไปตำหนักเซียงกับซวนเทียนหมิงแล้ว สมาชิกของตระกูลที่เหลือก็รวมตัวกันเพื่อส่งเฟิงเฉินหยูออกคฤหาสน์ แม้แต่เฟิงเฟินไดผู้ไม่เคยเข้ากับนางก็ไม่ได้ทำให้นางลำบาก นางมองเฟิงเฉินหยู ที่ปีนเข้าไปบนเกี้ยวเงียบ ๆ หลังจากที่ตวนมู่ชิงยกผ้าม่าน จากนั้นตวนมู่ชิงโบกมือของเขาและยกเกี้ยวขึ้นอย่างรวดเร็วไปในทิศทางของตำหนักเซียง

จินเฉินยืนอยู่ข้าง ๆ อันชิ และกล่าวว่า “พี่สาวรู้สึกอย่างไรกับงานแต่งงาน ? นี่มันช่างโชคร้ายยิ่งกว่างานศพ”

อันชิจ้องนาง ดวงตาของนางเต็มไปด้วยคำเตือน จินเฉินก็รู้ว่านางพูดผิด นางก้มหน้าลงและไม่ได้พูดอะไรอีก

แต่ทุกคนเข้าใจว่าจินเฉินพูดความจริง แม้แต่ฮูหยินผู้เฒ่าก็มองดูเกี้ยวและส่ายหน้าของนางในขณะที่ถอนหายใจ จากนั้นนางก็ถามเฟิงจินหยวน “นี่เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับตระกูลหรือไม่ ?”

เฟิงจินหยวนกัดฟัน “เราไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น เราสามารถทำได้แค่ก้าวไปข้างหน้าในตอนนี้” ในขณะที่พูดสิ่งนี้เขามองไปในทิศทางของเซียงหรู ระดับความสมดุลในหัวใจของเขาเริ่มเปลี่ยนไปโดยที่เขาไม่สังเกตเห็น

ฝั่งตระกูลเฟิงเงียบสงบเพราะพวกเขาไม่ได้รับคำเชิญใด ๆ พวกเขาไม่สามารถส่งแขกได้ หลังจากทั้งส่งเฟิงเฉินหยูไปยังเกี้ยว พวกเขากลับไปที่ห้องโถงใหญ่ของเรือนโบตั๋น ทุกคนนั่งที่นั่น แต่บรรยากาศเงียบขรึม

ตำหนักเซียงแตกต่างจากตระกูลเฟิงอย่างมาก ไม่มีการขาดแคลนองค์ชายและเจ้าหน้าที่ที่ไปร่วมงาน แม้แต่ตระกูลใหญ่อื่น ๆ ในเมืองหลวงก็ได้รับคำเชิญ พวกเขาถือของกำนัลที่มีราคาแพงและมาเพื่อเพลิดเพลินกับการเฉลิมฉลอง ชั่วครู่หนึ่งตำหนักเซียงก็เต็มไปด้วยผู้คน

เมื่อเกี้ยวแต่งงานของเฟิงเฉินหยูมาถึงทางเข้า บุคคลภายในเกี้ยวได้ยินเสียงตะโกนร่าเริงมาจากข้างหน้า เสียงร้องและดนตรีมาจากข้างหน้า และฟังดูมีชีวิตชีวามาก นางงุนงงเล็กน้อยและยกม่านขึ้นเล็กน้อย “นี่คือเสียงอะไร ? พวกเราเจอพิธีของตระกูลอื่นหรือไม่ ?”

แม่สื่อพูดว่า “เรามาถึงหน้าประตูตำหนักเซียงแล้วเจ้าค่ะ กำลังสนุกกับกิจกรรมที่นี้ ฝั่งตระกูลเฟิงเงียบสงบเพียงใด ตำหนักเซียงนั้นมีชีวิตชีวามาก เพื่อที่จะนำคุณหนูใหญ่มา องค์ชายสามพยายามหนักมากเจ้าค่ะ !”

เมื่อได้ยินเสียงเพลงและการร้องเพลงเพื่อต้อนรับนาง หัวใจที่จมลงไปถึงจุดต่ำที่สุดก็เริ่มฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว นางรู้ว่าองค์ชายสามดูแลนาง นางเชื่อมั่นว่าเมื่อม่านถูกเปิด การจัดงานนี้จะถึงขั้นตอนสุดท้าย

ในที่สุดเกี้ยวก็หยุดอยู่ตรงหน้าตำหนักเซียง มันยังคงเป็นตวนมู่ชิงที่ยกม่านของเกี้ยว ในขณะที่แม่สื่อช่วยนางเดินเข้าไปในคฤหาสน์ทีละก้าว นับตั้งแต่อายุสิบขวบ เฟิงเฉินหยูเริ่มฝึกปฏิบัติแต่ขั้นตอนของงานแต่งงานเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับงานแต่งงานของนาง ไม่ว่านางจะแต่งงานกับองค์ชายผู้สูงศักดิ์ ฮ่องเต้ หรือขุนนางระดับสูง นางสามารถรับประกันได้ว่านางจะไม่ทำผิดพลาดเพียงครั้งเดียว

โชคไม่ดีที่ไม่มีสิ่งใดที่นางเตรียมไว้เมื่อออกจากตระกูล ไม่มีการเตะประตูเกี้ยว ไม่มีการยิงธนู ไม่กระโดดข้ามเตาอั้งโล่ และไม่มีแม้แต่เจ้าบ่าวที่มาต้อนรับนาง ทุกสิ่งแตกต่างจากที่นางคิดไว้ แม้ว่านางจะได้ยินเสียงที่มีชีวิตชีวาและสนุกสนาน แต่นางก็รู้สึกมีความสุขมากกว่าเมื่อนางออกจากคฤหาสน์เฟิง หัวใจของนางก็เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกด้วยเหตุผลบางอย่าง ความตื่นตระหนกนี้ทำให้เท้าของนางสะดุด

แม่สื่อเตือนนางอย่างเงียบ ๆ “คุณหนูใหญ่อย่ากลัวเลย นี่คือสิ่งที่ผู้หญิงทุกคนต้องประสบเมื่อแต่งงาน ตอนนี้มีฉากที่ยอดเยี่ยมเกิดขึ้นทั้งสองด้านของคุณหนู แขกที่มาจากคฤหาสน์ถึงทางเข้า หากไม่ใช่เพราะตำหนักเซียงที่มีขนาดใหญ่ก็คงไม่สามารถรองรับพวกเขาทั้งหมดได้เจ้าค่ะ”

บ่าวรับใช้ที่มากับเฟิงเฉินหยูยังกล่าวอีกว่า “คุณหนู องค์ชายสามค่อนข้างจริงจัง แม้ว่านี่จะเป็นการต้อนรับพระชายาเอก บางทีมันอาจจะไม่ยิ่งใหญ่เท่านี้เจ้าค่ะ ?”

จิตใจของเฟิงเฉินหยูเคร่งเครียดขึ้นอีกครั้ง และนางก็ยิ่งตื่นตระหนกยิ่งขึ้น

ในเวลานี้องค์ชายนั่งอยู่ในห้องจัดเลี้ยงแล้ว องค์ชายสาม ซวนเทียนเย่ก็สวมชุดแต่งงานเช่นกัน และนั่งอยู่ในรถเข็นรอพระชายาคนใหม่ของเขามาถึง แต่คิ้วของเขาขมวดแน่นและไม่ความดีใจอยู่บนใบหน้าของเขา ไม่ว่าจะมองไปทางไหน เขาก็ดูไม่เหมือนเจ้าบ่าว กลายเป็นพระชายาเซียงที่ดูเหมือนจะดูแลสิ่งต่าง ๆ โดยไม่ต้องใช้ความพยายาม

ซวนเทียนหมิงนั่งข้าง ๆ พร้อมเฟิงหยูเฮง ในขณะที่โบกมือให้ชายาของเขา เขาถามอย่างเงียบ ๆ ว่า “เจ้าวางแผนอะไรกับพระชายาเซียง ?”

เฟิงหยูเฮงขมวดคิ้ว “อะไรนะ ไม่มี ไม่มีแผนการใด ๆ”

ซวนเทียนหมิงแสดงความสงสัยว่า “พระชายาเซียงเกลียดพี่สามถึงจุดที่ต้องกัดฟันทน ถ้าไม่ใช่เจ้าวางแผนที่จะเล่นกับนาง เจ้าจะพยายามอย่างมากที่จะช่วยพาพระชายารองมาหรือไม่”

ซวนเทียนฮั่วนั่งที่ด้านข้าง และได้ยินการสนทนาระหว่างคนทั้งสอง เขากล่าวว่า “ไม่ว่าจะเป็นการเล่นหรือไม่ มันชัดเจนทันที น้องเก้า ถ้าแผนการถูกเปิดเผยมาก่อน มันก็จะไม่สนุก”

ซวนเทียนหมิงเงยหน้าขึ้นมองหยูเฉียนหยินที่นั่งข้าง ๆ และสีหน้าของเขาก็มืดลงเล็กน้อย

เฟิงหยูเฮงเห็นหยูเฉียนหยินมาพร้อมกับซวนเทียนฮั่วด้วย ผู้หญิงคนนั้นสวมชุดสีม่วงเรียบง่ายและผมของนางผูกขึ้นอย่างเรียบง่ายอยู่ด้านหลังศีรษะ นี่เป็นรูปลักษณ์ที่ค่อนข้างดี ซวนเทียนฮั่วมาพูดคุยกับพวกเขา ดังนั้นหยูเฉียนหยินก็มาด้วย เมื่อดึงแขนเสื้อของซวนเทียนฮั่ว นางพูดเบา ๆ ว่า “พี่เจ็ด ข้าได้ยินมาว่าคุณหนูใหญ่ของตระกูลเฟิงสวยจนไม่มีใครเทียบ นี่เป็นเรื่องจริงหรือเจ้าค่ะ” คิ้วและอารมณ์ของนางทำให้เฟิงหยูเฮงรู้สึกสับสนเล็กน้อย

ในเวลานี้พระชายาเซียงเดินเข้ามาจากข้างนอกอย่างรวดเร็ว และไปที่ด้านของซวนเทียนเย่ และพูดกับเขาว่า “เจ้าสาวกำลังจะเข้าสู่ห้องจัดเลี้ยง ฝ่าบาทเตรียมความพร้อมเร็ว”

ซวนเทียนเย่ยังคงโกรธอยู่ เขาไม่สามารถเข้าใจได้แม้แต่น้อยว่าทำไมพระชายาเซียงจึงต้องพยายามจัดพิธีอันยิ่งใหญ่นี้ เขาปฏิเสธไปรองหนึ่ง แต่อีกฝ่ายใช้เหตุผล “เราจะต้องไว้หน้าตระกูลเฟิงและองค์หญิงแห่งมณฑลจีอัน” เพื่อปิดกั้นการปฏิเสธของเขา นอกจากความคิดในภายหลังของเขาแล้วเขาไม่สามารถเย็นชากับคฤหาสน์เฟิงได้อย่างแท้จริง ไม่ว่าในกรณีใดเขาต้องเอาข่าวลือเรื่องลักษณะของหงส์เพลิงของเฟิงเฉินหยูมาช่วย ดังนั้นเขาจึงเห็นด้วยกับคำขอของนางและอนุญาตให้แผนการดำเดินต่อไป

แต่วันนี้องค์ชายทุกคนและขุนนางภายในเมืองหลวง และแม้กระทั่งประชาชนที่มีฐานะมั่งคั่งก็มาร่วมงานด้วยเช่นกัน

ในขณะที่คิด เจ้าสาวก็เข้ามาในห้องจัดเลี้ยงด้วยความช่วยเหลือของแม่สื่อ sp^เฉียนหยินพูดเบา ๆ “ไม่ว่าคนผู้นั้นจะสวยงามเพียงใด หากจิตใจของพวกเขาเต็มไปด้วยยาพิษ พวกเขาจะไม่รอดอย่างแน่นอน” จากนั้นนางก็ดูถูกเหยียดหยามและยื่นคางเล็ก ๆ ของนางออก เรื่องนี้มีความคล้ายคลึงกันอย่างน่าภาคภูมิใจของเฟิงหยูเฮง

ซวนเทียนฮั่วหันมามองนาง จ้องมองด้วยคำถาม อย่างไรก็ตามการจ้องมองนี้ไม่ได้อิทธิพลและเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วมาก อย่างไรก็ตามสำหรับเฟิงหยูเฮง นางสังเกตเห็นการสั่นไหวของความไม่พอใจในสายตาของหยูเฉียนหยินพร้อมกับความโกรธเล็กน้อย

งานแต่งงานครั้งนี้จะเป็นพิธีโดยองค์ชายรอง แต่เดิมงานนี้ควรได้รับการจัดการโดยองค์ชายใหญ่ อย่างไรก็ตามองค์ชายใหญ่นอนอยู่บนเตียงในตำหนักหยู เขาขยับไม่ได้และไม่สามารถมาร่วมพิธีได้

แต่องค์ชายรอง ซวนเทียนหยานก็รู้สึกอึดอัดใจเช่นกัน เป็นแค่พระชายารอง แต่ก็ยังมีกิจกรรมมากมาย การคำนับฟ้าดินเป็นสิ่งแรกนั้นง่ายต่อการจัดการ แต่บิดามารดาจะเป็นอย่างไร? พวกเขาจะคำนับใคร

ในขณะที่เขากำลังกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ เฟยหยูพระนัดดาผู้ซึ่งนั่งอยู่ที่นั่นอย่างหงุดหงิด ทันใดนั้นก็พูดด้วยน้ำเสียงชัดเจน “ในหนังสือบอกว่ามีเพียงพระชายาเอกเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้ทำพิธีสมรสกับสามี อาสาม อาไม่ต้องการน้าสามหรือพะยะค่ะ ?”

เด็กน้อยพูดโดยไม่มีการยับยั้งถามคำถามที่ทุกคนกำลังคิดโดยตรง

ซวนเทียนเย่จ้องที่พระชายาของเขาแล้วได้ยินพระชายาเซียงกล่าวว่า “ถึงแม้พระองค์จะทรงแต่งพระชายารอง แต่พระชายารองผู้นี้ก็เป็นบุตรคนโตของคฤหาสน์เสนาบดี ถ้าคนที่งดงามที่สุดในเมืองหลวงและอาณาจักรไม่มีพิธีเหล่านี้ นางจะไม่รู้สึกเสียใจกับชีวิตที่เหลืออยู่ของนางหรอกหรือ ?” หลังจากพูดอย่างนี้นางหันไปหาซวนเฟยหยูและกล่าวว่า “เฟยหยู หนังสือเล่มนี้พูดถูกแน่นอน แต่การตัดสินใจของมนุษย์คือสิ่งที่สำคัญที่สุด เจ้าจะเข้าใจเมื่อเจ้าโตขึ้น” หลังจากที่นางพูดสิ่งนี้ นางหันไปหาเฟิงหยูเฮงและถามว่า “องค์หญิงแห่งมณฑล ข้าพูดถูกหรือไม่”

เฟิงหยูเฮงยิ้มและพยักหน้า “ใช่แล้ว ขอบคุณมาก พี่สามที่เป็นคนใจดีที่ช่วยเติมเต็มความฝันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพี่สาวของข้า นี่คือบุตรสาวที่งดงามที่สุดของตระกูลเฟิง และนางเป็นบุตรสาวที่ได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีที่สุดของตระกูลเฟิง พี่สามโชคดีมาก”

หลังจากที่นางพูดสิ่งนี้ มีบ่าวรับใช้คนหนึ่งตะโกนข้างนอก “ของกำนัลจากฮองเฮาถึงพระชายารอง !”

TN: การเตะประตูเกี้ยวเป็นพิธีกรรมที่เจ้าบ่าวเตะประตู จากนั้นเจ้าสาวก็ตอบกลับด้วยการเตะประตูเช่นกัน นี่เป็นการแสดงให้เห็นว่าผู้ชายจะไม่ถูกครอบงำโดยผู้หญิง และผู้หญิงจะไม่แสดงความอ่อนแอ

การกระโดดข้ามเตาอั้งโล่ หมายถึงการกำจัดลางร้ายและนำโชคลาภมาให้

จบบทที่ ตอนที่ 422 งานแต่งงานของเฟิงเฉินหยู

คัดลอกลิงก์แล้ว