เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 71 ข้ามาช่วยเจ้า

บทที่ 71 ข้ามาช่วยเจ้า

บทที่ 71 ข้ามาช่วยเจ้า


บทที่ 71 ข้ามาช่วยเจ้า

ในเมื่อมีการประลองครั้งใหญ่ ย่อมต้องมีลำดับคะแนน และย่อมต้องมีการมอบรางวัลตามลำดับคะแนนนั้น

นี่คือหนึ่งในวิธีการให้กำลังใจและกระตุ้นเตือนเหล่าศิษย์ที่ดีที่สุดอย่างหนึ่ง

ครั้งนี้แม้จะเป็นการประลองครั้งใหญ่เพื่อรับเลือกศิษย์รับใช้เข้าสู่สายนอกเป็นกรณีพิเศษ ทว่าการที่ศิษย์รับใช้จำนวนมากประลองต่อสู้กันมาจนถึงขั้นนี้ ย่อมต้องมีการปลุกเร้าและให้กำลังใจกันสักหน่อยเป็นธรรมดา

นอกจากพวกของหานอวี๋รวมยี่สิบคนที่เพิ่งจะคว้าชัยชนะในการต่อสู้มาได้แล้ว ผู้คุมกฎชุดม่วงยังได้นำพาคนมาเพิ่มอีกแปดคน แปดคนนี้ก็เป็นศิษย์รับใช้ที่ได้เลื่อนขั้นเป็นกรณีพิเศษเข้าสู่สายนอกในวันนี้เช่นกัน ทว่าเป็นศิษย์รับใช้ที่มีพรสวรรค์และความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในด้านอื่นๆ เป็นพิเศษ เช่น การวาดเขียนยันต์คาถา การหลอมศัสตรา การหลอมโอสถ และการเพาะปลูกพืชยาที่มีศักยภาพแฝงเร้นสูงยิ่ง

หลังจากนำพาคนทั้งแปดคนนี้มาแล้ว ผู้คุมกฎชุดม่วงก็ประกาศว่า "พวกเจ้าทั้งยี่สิบแปดคนได้เลื่อนขั้นเป็นกรณีพิเศษเข้าสู่สายนอกในครั้งนี้ ก็เนื่องมาจากสำนักเล็งเห็นว่าพวกเจ้ามีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางอยู่บ้าง จึงให้ความดูแลเป็นพิเศษ ด้วยความหวังว่าพวกเจ้าจะสามารถสร้างบทบาทอันยิ่งใหญ่ให้แก่สำนักได้มากขึ้น"

"ยามนี้จะคัดเลือกผู้ที่ติดสิบอันดับแรกของศิษย์รับใช้ในการประลองครั้งนี้ออกมาจากหมู่พวกเจ้า จากลำดับที่หนึ่งถึงลำดับที่สิบ จะได้รับรางวัลเป็นความดีความชอบเล็กตั้งแต่สิบครั้งลดหลั่นลงไปถึงหนึ่งครั้ง และศิลาปราณตั้งแต่สิบก้อนลดหลั่นลงไปถึงหนึ่งก้อนตามลำดับ กล่าวคืออันดับที่หนึ่งจะได้รับสิบความดีความชอบเล็กและสิบก้อนศิลาปราณ ไล่ไปจนถึงอันดับที่สิบจะได้รับหนึ่งความดีความชอบเล็กและหนึ่งก้อนศิลาปราณ"

"นอกจากสิบอันดับนี้แล้ว จะไม่มีรางวัลใดๆ ทั้งสิ้น"

"ใครต้องการจะเข้าร่วมการประลองเพื่อชิงสิบอันดับแรกนี้บ้าง หากมีผู้ใดต้องการสละสิทธิ์ ยามนี้ก็สามารถยื่นความประสงค์ออกมาได้ทันที"

หลังจากสิ้นสุดการประกาศของผู้คุมกฎ ในหมู่คนแปดคนที่เพิ่งจะนำพามานั้น ทันใดนั้นก็มีถึงเจ็ดคนชูมือขึ้นสละสิทธิ์ ไม่เข้าร่วมการประลองจัดลำดับคะแนน

และในหมู่คนยี่สิบคนที่หลงเหลืออยู่ ก็มีสามคนที่รู้ตัวดีว่าพลังความสามารถของตนเองยังไม่เพียงพอ จึงได้สละสิทธิ์จากการประลองชิงสิบอันดับแรกไปเช่นกัน

คงเหลือเพียงศิษย์รับใช้สิบแปดคนเท่านั้น ที่เข้าร่วมการประลองชิงลำดับคะแนนสุดท้ายนี้

ลานประลองยี่สิบลานในเวลานี้กลับดูเหมือนจะมีจำนวนมากเกินไปแล้ว

ผู้คุมกฎชุดม่วงประกาศ การประลองจัดลำดับคะแนนจะเริ่มต้นขึ้นบนลานประลองเก้าลาน

หานอวี๋ย่อมถูกจัดให้เผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้คนหนึ่งนามว่าหลี่เสวียน มีระดับฝึกตนอยู่ขอบเขตหลอมปราณระดับสอง ตัวเขาเองใช้วิชาคาถาโจมตีได้ ทั้งในมือยังกุมยันต์คาถาไว้อีกด้วย

สำหรับหานอวี๋แล้วการเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้เช่นนี้เดิมทีไม่ควรจะยากเย็นอันใด อย่างไรเสียเมื่อครู่เขาก็เคยต่อสู้กับคนประเภทนี้มาแล้ว

ทว่าการประลองครั้งใหญ่ดำเนินมาจนถึงช่วงสุดท้าย ต่อให้เป็นเพียงศิษย์รับใช้ที่อยู่เบื้องล่างขอบเขตหลอมปราณระดับสามก็ตาม ทว่าก็เป็นกลุ่มคนที่เป็นยอดฝีมือในหมู่พวกเขา หลี่เสวียนสามารถส่งวิชาคาถาออกมาได้ภายในเวลาเพียงสองอึดใจ ทั้งยันต์คาถาในมือก็ไม่ได้มีเพียงแผ่นเดียว ภายใต้การกระตุ้นใช้ติดต่อกัน นึกไม่ถึงว่าจะฉกฉวยโอกาสชิงลงมือก่อน ส่งการจู่โจมเข้าใส่หานอวี๋ถึงสามครั้งรวดในอึดใจเดียว

หานอวี๋รวมสมาธิสงบจิตใจ หลังจากหลบหลีกการโจมตีไปได้ครั้งหนึ่ง จึงได้ส่งวิชาเปลวเพลิงออกมาสามครั้งรวด ถึงจะสามารถสยบคู่ต่อสู้ลงได้อย่างยากลำบาก

เช่นนี้ หานอวี๋จึงก้าวเข้าสู่กลุ่มเก้าอันดับแรก

ทว่ายังไม่ทันที่หานอวี๋จะลงจากลานประลองเพื่อพักผ่อน ก็ต้องต้อนรับการประลองในอีกรอบหนึ่งทันที

คู่ต่อสู้ในครั้งนี้มีนามว่าหวังเถิง มีความเกินกว่าเหตุยิ่งกว่าคู่ต่อสู้คนก่อนๆ หน้าเสียอีก ช่างไม่เหมือนกับสิ่งซึ้งศิษย์รับใช้ควรจะมีเลยแม้แต่น้อย——ในมือกุมกระบี่แหลมคมที่เป็นอาวุธบินสภาพสมบูรณ์ดีเลิศเล่มหนึ่งไว้โดยตรง ไม่รู้ว่าเป็นผู้ใหญ่เลขาให้มา หรือเป็นเพราะตัวเขาเก็บออมศิลาปราณจัดซื้อมาเองกันแน่

ขอบเขตหลอมปราณระดับสองใช่ว่าจะสามารถกระตุ้นอานุภาพของอาวุธบินออกมาได้เต็มที่ หวังเถิงทำเพียงแค่กุมไว้ในมือ ส่งปราณวิญญาณเข้าไปบางส่วน สะบัดกวัดแกว่งกระบี่แหลมคมที่เป็นอาวุธบิน ก็สามารถฟาดฟันทำลายวิชาเปลวเพลิงของหานอวี๋จนมอดดับลงได้แล้ว

เมื่อหานอวี๋เห็นสถานการณ์เช่นนี้ สายตาก็อดไม่ได้ที่จะจับจ้องลงบนกระบี่แหลมคมที่เป็นอาวุธบินเล่มนั้น

การครอบครองยันต์คาถา อาวุธบิน และสิ่งของอื่นๆ ไว้ล่วงหน้า ในการต่อสู้ย่อมสามารถช่วงชิงโอกาสเหนือกว่าได้จริงๆ

น่าเสียดาย ที่มันมีขนาดใหญ่เกินไป ไม่สามารถคัดลอกต่อหน้าธารกำนัลได้

มิฉะนั้น ความสามารถในการคัดลอกที่สะสมไว้เมื่อวานนี้บวกกับความสามารถในการคัดลอกของวันนี้ที่ยังไม่ได้เคลื่อนไหวใช้รวมเข้าด้วยกัน ไม่แน่ว่าจะสามารถคัดลอกกระบี่แหลมคมที่เป็นอาวุธบินเล่มนี้มาไว้ในมือได้แล้ว

สิงทีสำคัญที่สุดในยามนี้ ยังคงเป็นการดูว่าจะสามารถสยบคู่ต่อสู้ให้ได้มากที่สุด เพื่อคว้าลำดับคะแนนที่สูงขึ้นมาได้อย่างไร

หานอวี๋ครุ่นคิดเล็กน้อย โคจรปราณวิญญาณ อันดับแรกส่งวิชาควบคุมลมให้แก่ตัวเขาเองครั้งหนึ่ง จากนั้นก็ส่งวิชาควบคุมลมสายหนึ่งตรงไปยังหวังเถิง

หวังเถิงเมื่อเห็นวิชาควบคุมลมจู่โจมเข้ามา ก็รีบส่งปราณวิญญาณเข้าไป สะบัดกวัดแกว่งกระบี่แหลมคมที่เป็นอาวุธบินทันที

หานอวี๋ก็ไม่ได้หยุดพัก อาศัยความได้เปรียบที่วิชาควบคุมลมมีการสิ้นเปลืองน้อย ทั้งตัวเขาเองยังเคลื่อนไหวใช้ได้รวดเร็ว วิชาควบคุมลมสายแล้วสายเล่ามุ่งตรงไปยังหวังเถิงติดต่อกัน

ในคราแรกหวังเถิงยังไม่ได้ใส่ใจเท่าใดนัก ทว่าค่อยๆ มีสีหน้าเคร่งขรึมลง หลังจากสะบัดกวัดแกว่งกระบี่แหลมคมที่เป็นอาวุธบินติดต่อกันหลายครั้งเพื่อทำลายวิชาควบคุมลมลงได้ เมื่อเห็นหานอวี๋นึกไม่ถึงว่าจะยังคงมีกำลังหลงเหลืออยู่ ส่วนปราณวิญญาณของตนเองกลับลดน้อยถอยลงไปทุกที ในใจก็พลันเกิดความร้อนรนขึ้นมาทันที

หลังจากฟาดฟันทำลายวิชาควบคุมลมลงได้อีกครั้ง หวังเถิงก็ขบกรามแน่น ส่งปราณวิญญาณที่หลงเหลืออยู่ทั้งหมดเข้าสู่กระบี่แหลมคมที่เป็นอาวุธบิน

อาวุธบินชิ้นนั้นพลันส่องแสงสีขาวนวลเรืองรองขึ้นมาทันที หวังเถิงชูกระบี่แหลมคมที่เป็นอาวุธบินขึ้นแล้วพุ่งทะยานตรงมาทางหานอวี๋——ระดับฝึกตนขอบเขตหลอมปราณระดับสอง ฝืนเคลื่อนไหวใช้อาวุธบินประเภทโจมตีสังหารเช่นนี้ อย่างมากที่สุดก็ทำได้เพียงเท่านี้แล้ว ห่างไกลจากการร่ายมนต์ควบคุมได้อย่างเป็นอิสระอยู่มากนัก

เบื้องล่างฝ่าเท้าของหานอวี๋ก่อเกิดสายลม หลบหลีกไปได้อย่างผ่อนคลาย ในมือส่งวิชาควบคุมลมออกมาอีกสายหนึ่ง

หวังเถิงไม่ทันระวังป้องกัน พลันถูกวิชาควบคุมลมผลักดันจนตกจากลานประลองไปทันที

เมื่อหยัดยืนขึ้นมาอีกครั้ง หวังเถิงที่พ่ายแพ้การประลองก็ส่งสายตามองหานอวี๋ด้วยความรู้สึกที่แปลกประหลาดอยู่บ้าง "เมื่อครู่นี้เจ้าใช้วิชาควบคุมลมกับตัวเจ้าเอง คาดเดาไว้แล้วใช่ไหมว่าข้าอาจจะจู่โจมเจ้า"

หานอวี๋พยักหน้าเล็กน้อย ก้าวเดินลงจากลานประลอง

หวังเถิงมีปราณวิญญาณไม่มาก ไม่อาจทนต่อการสิ้นเปลืองได้ นี่คือวิธีการที่หานอวี๋คิดอ่านไว้

การใช้วิชาควบคุมลมกับตัวเขาเองไว้ล่วงหน้า ก็เนื่องมาจากยามที่ต้องเผชิญหน้ากับกระบี่แหลมคมที่เป็นอาวุธบิน ภายในใจยังไม่มีความมั่นใจเต็มร้อย ย่อมสามารถหลบหนีได้ตลอดเวลา

"เช่นนั้นเจ้านี่เก่งกาจจริงๆ ในมือไม่มีสิ่งใดอยู่เลย ไม่เหมือนกับข้า……นำเอาอาวุธบินของบิดามาแท้ๆ ยังเอาชนะเจ้าไม่ได้เลย!" หวังเถิงกล่าวด้วยความเลื่อมใสศรัทธา

จากนั้นก็เดินมุ่งหน้าไปทางอีกฝั่งหนึ่ง พูดคุยกับศิษย์สายในชุดน้ำเงินคนหนึ่งที่มีท่าทางเป็นคนวัยกลางคน มองดูรูปร่างหน้าตามีส่วนละม้ายคล้ายคลึงกันอยู่หลายส่วน น่าจะเป็นบิดาของเขาเองนั่นเอง

จงเยวี่ย ซุนคัง และหลิวหลานในเวลานี้ต่างก็พากันรีบเร่งเข้ามา ให้หานอวี๋รีบนั่งขัดสมาธิโคจรลมปราณ เพื่อฟื้นฟูปราณวิญญาณ

"คู่ต่อสู้ในลำดับต่อไปย่อมเก่งกาจยิ่งขึ้น ศิษย์น้องหานเจ้ายันต์คาถาก็ไม่มี อาวุธบินก็ไม่มี สัตว์อสูรวิญญาณ เม็ดยา และสิ่งอื่นๆ ก็ล้วนไม่มีทั้งหมด ทำได้เพียงพึ่งพาวิชาคาถาของตัวเจ้าเองไปประลองต่อสู้กับพวกเขาแล้วล่ะ!"

"อย่างไรเสียก็ได้เข้าสู่สายนอกแล้ว ยามนี้ยังได้ติดห้าอันดับแรก ต่อให้ต้องพ่ายแพ้ไปก็นับว่าคุ้มค่าแล้วล่ะ"

หานอวี๋พยักหน้าเล็กน้อย กลั่นกรองสรรพคุณยาของเม็ดยารวบรวมปราณ ทำให้ปราณวิญญาณในตัวของตนเองฟื้นฟูกลับมาเปี่ยมล้นอีกครั้ง

"ลำดับคะแนนอื่นๆ กำลังอยู่ในระหว่างการประลองต่อสู้กันอยู่"

จงเยวี่ยกล่าวกับเขาด้วยท่าทางตื่นเต้นตื่นตาตื่นใจ "เมื่อครู่นี้ในตอนที่เจ้าฟื้นฟูปราณภายใน ข้าได้ตั้งใจไปมองดูมาแวบหนึ่ง ศิษย์น้องหานเจ้ายึดตำแหน่งสี่อันดับแรกไว้ได้อย่างแน่นอนแล้วล่ะ"

"หากชนะอีกครั้งก็จะได้ติดสองอันดับแรก หากชนะอีกสองครั้งก็จะได้เป็นอันดับที่หนึ่งเลยนะ!"

ซุนคังและหลิวหลานทั้งสองคนต่างก็มีสีหน้าท่าทางตื่นเต้นตื่นตาตื่นใจร่วมด้วยเช่นกัน

"ศิษย์น้องหาน เจ้มีความเป็นไปได้ที่จะคว้าอันดับที่หนึ่งของการประลองครั้งใหญ่ของศิษย์รับใช้นะ!"

หานอวี๋ส่ายหน้าเล็กน้อย "สำนักมีภัย ต้องรับเลือกศิษย์รับใช้เข้าสู่สายนอกเป็นกรณีพิเศษครั้งแล้วครั้งเล่า ตัวข้าที่เป็นเพียงขอบเขตหลอมปราณระดับสองมาคว้าอันดับที่หนึ่งเช่นนี้ แท้จริงแล้วก็ไม่มีสิ่งใดน่าชื่นชมหรอกขอรับ"

"จะบอกว่าไม่มีสิ่งใดได้อย่างไรกัน อันดับที่หนึ่งของการประลองครั้งใหญ่ย่อมเป็นอันดับที่หนึ่งของการประลองครั้งใหญ่แน่นอน ย่อมต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่จากทางสำนักเป็นพิเศษอยู่แล้วล่ะ!" จงเยวี่ยกล่าวอย่างจริงจัง

หานอวี๋ยังคงส่ายหน้า "นั่นก็ยากยิ่งแล้ว ลำดับต่อไปพวกเขามีทั้งอาวุธบินและยันต์คาถาพร้อมสรรพ……"

"หากพวกเขาใช้ได้ เจ้าก็สามารถใช้ได้เช่นกันนี่นา!"

จงเยวี่ยมีความคิดผุดขึ้นมาทันที เอ่ยปากเสนอแนะว่า "ข้าจะไปนำเสี่ยวป่ายมา ช่วยเจ้าร่วมกันต่อสู้ เจ้าว่าอย่างไร เสี่ยวป่ายนับว่าทนมือทนเท้าทีเดียวนะ"

หานอวี๋ชะงักไปแวบหนึ่ง ครุ่นคิดแล้วจึงกล่าวว่า "ข้าคิดว่าไม่มีความจำเป็นต้องทำถึงเพียงนั้นหรอกขอรับ ติดสี่อันดับแรกก็นับว่าไม่เลวแล้ว ไม่มีความจำเป็นต้องทำให้สัตว์อสูรวิญญาณของท่านต้องได้รับบาดเจ็บเพราะเรื่องนี้เลย"

เมื่อเห็นเขาไม่ได้เห็นพ้องด้วย จงเยวี่ยก็มีความประหลาดใจอยู่บ้าง กล่าวด้วยรอยยิ้มว่า "ดูท่าเสี่ยวป่ายจะรอดพ้นจากโอกาสถูกทุบตีไปได้ครั้งหนึ่งแล้วล่ะ เอาไว้ข้ากลับไปลงมือจัดการกับมันด้วยตนเองเถอะ"

ในเวลานี้นามของหานอวี๋ก็ถูกขานเรียกขึ้นมาอีกครั้ง

ก้าวขึ้นสู่ลานประลองไป ตรงฝั่งตรงข้ามเป็นศิษย์รับใช้คนหนึ่งที่มีอายุอานามไล่เลี่ยกันกับหานอวี๋ มีนามว่าไป๋หลิงอวิ๋น ในมือกุมกระบี่แหลมคม สวมใส่เกราะปราณวิญญาณ ทั่วทั้งร่างกายมีออร่าของอาวุธบินส่องแสงระยิบระยับ

หานอวี๋มองปราดเดียวก็รู้ได้ทันทีว่าตัวเขาหากไม่เปิดเผยวิชาหลอมโลหิต หรือเรียกฝูงอีกามาช่วยเหลือแล้วล่ะก็ เพียงแค่พึ่งพาการใช้วิชาคาถาโดยลำพังย่อมไม่มีทางต่อสู้เอาชนะคู่ต่อสู้คนนี้ได้เลย อาวุธบินมีทั้งประเภทโจมตีและป้องกันยังไม่นับ ยังไม่รู้อีกว่ามียันต์คาถาและเม็ดยาหนุนหลังอยู่อีกจำนวนเท่าใด

ไป๋หลิงอวิ๋นผู้นี้ เป็นบุตรหลานของบ้านใดกันแน่

หรือว่ามีความเกี่ยวก้องกับผู้คุมกฎไป๋ที่เพิ่งจะจับกุมตัวจูเหล่าซานจากไปเมื่อครู่นี้

หากเป็นเช่นนี้จริงๆ สภาพการณ์เช่นนี้ก็พอจะทำความเข้าใจได้อยู่

ดูท่า ครั้งนี้ทำได้เพียงคว้าอันดับที่สามหรืออันดับที่สี่แล้วล่ะ สิ่งที่ได้รับก็นับว่าไม่เลวทีเดียว

ในยามที่หานอวี๋ตั้งใจจะยอมรับความพ่ายแพ้ กระบี่แหลมคมที่มีแสงออร่าซ่อนอยู่ภายในเล่มหนึ่งพลันส่งเสียง "ฟิ้ว" ทะยานบินมา ร่อนลงมาจากกลางเวหา ปักตรงลงบนลานประลองอย่างตั้งตรง เสียงกระบี่ร่ำร้องสะท้อนก้องกังวานไม่ยอมหยุดหย่อน

"เอาชนะอย่างไม่เที่ยงธรรม ข้ามาช่วยเจ้าเอง!"

จบบทที่ บทที่ 71 ข้ามาช่วยเจ้า

คัดลอกลิงก์แล้ว