- หน้าแรก
- จักรพรรดิสวรรค์หรรษา กลุ่มแชทนี่มันบ้าอะไรเนี่ย
- บทที่ 405 จักรพรรดิมนุษย์: สหายเต๋า เจ้าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง! ออกสู่ทะเล! กวาดล้างความวุ่นวาย!
บทที่ 405 จักรพรรดิมนุษย์: สหายเต๋า เจ้าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง! ออกสู่ทะเล! กวาดล้างความวุ่นวาย!
บทที่ 405 จักรพรรดิมนุษย์: สหายเต๋า เจ้าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง! ออกสู่ทะเล! กวาดล้างความวุ่นวาย!
ภายในกลุ่มแชต——
สมาชิกกลุ่มจำนวนมากล้วนตกตะลึง
ไม่คิดว่าจักรพรรดิรอยเท้าจะทะลวงจุ่นเซียนตี้ได้อย่างเงียบเชียบถึงเพียงนี้?
ชั่วขณะนั้น
ภายในใจของเหล่าสมาชิกกลุ่มล้วนยินดี
ทว่าในขณะเดียวกัน... ภายในใจของพวกเขาก็เงียบงันลงเล็กน้อย
จนถึงบัดนี้
พวกเขาล้วนคาดเดาความจริงของยุคจักรพรรดิร่วงหล่นได้แล้ว
'จักรพรรดิมนุษย์' ร่วงหล่นในยุคจักรพรรดิร่วงหล่น เขายังมีผู้ช่วยอีกคนหนึ่งที่กำลังทำศึกห้ำหั่นอยู่ที่ปลายสุดของเจี้ยไห่!
คนผู้นั้นคือใคร?
ไม่จำเป็นต้องพูดให้มากความอีกแล้ว!
นอกเหนือจากจักรพรรดิรอยเท้าแล้วจะเป็นใครไปได้อีก?
บัดนี้
จักรพรรดิรอยเท้าทะลวงราชันบรรลุจักรพรรดิ
นั่นมิใช่หมายความว่า...
มหาศึกที่ปลายสุดของเจี้ยไห่กำลังจะปะทุขึ้นแล้วหรือ?
'จักรพรรดิมนุษย์' ร่วงหล่นที่ปลายสุดของเจี้ยไห่ แล้วจักรพรรดิรอยเท้าเล่า?
จุดจบของเขาจะเป็นเช่นไร?
คำตอบ...
บางทีอาจไม่ต้องเอ่ยก็เป็นที่ประจักษ์ชัด
ภายในกลุ่มแชต——
【ปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งวิถีปรารถนามนุษย์: ขอแสดงความยินดีกับผู้อาวุโสที่ทะลวงราชันบรรลุจักรพรรดิ!】
【พ่ายแพ้ร้อยครั้งบรรลุจักรพรรดิ: ขอแสดงความยินดีกับผู้อาวุโสที่ทะลวงราชันบรรลุจักรพรรดิ!】
【จีซวีคงผู้แสนธรรมดา: ขอแสดงความยินดีกับผู้อาวุโสที่ทะลวงราชันบรรลุจักรพรรดิ!】
【...】
สมาชิกกลุ่มจำนวนมากต่างพากันร่วมแสดงความยินดีกับจักรพรรดิรอยเท้า
ทว่าในไม่ช้า...
กลุ่มแชตก็ตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง
จนท้ายที่สุด ยังคงเป็นจักรพรรดิรอยเท้าที่ทำลายบรรยากาศเช่นนี้ลงด้วยตัวเอง
【จักรพรรดิรอยเท้า: สหายเต๋าทุกท่าน ความวุ่นวายมาเยือนแล้ว ทุกโลกธาตุตกอยู่ในความมืดมิด โลกธาตุใหญ่แต่ละแห่งสูญสิ้นเงียบงัน สรรพสัตว์ล้วนทนทุกข์ทรมาน ข้า...】
【ก็สมควรต้องออกเดินทางแล้ว】
【เยี่ยเฮย: ผู้อาวุโส ท่านเพิ่งจะทะลวงขั้น รออีกสักหน่อยไม่ได้หรือ?】
【ปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งวิถีปรารถนามนุษย์: ใช่แล้ว ผู้อาวุโสโปรดมั่นคงขอบเขตเสียก่อนเถิด เวลาเพียงเท่านั้นไม่นับว่าล่าช้า เตรียมตัวให้พร้อมอีกสักหน่อยเถิด!】
【จีซวีคงผู้แสนธรรมดา: ถูกต้อง!】
【ปฐมวิญญาณเซ่นไหว้เซียนกู่: ใต้เท้า...】
【จักรพรรดิรอยเท้า: ไม่จำเป็นต้องพูดให้มากความอีกแล้ว ข้าเติบโตขึ้นในดินแดนผืนนี้ จะทนมองดูชาวโลกทนทุกข์ทรมานได้อย่างไร?】
【ความมืดมิดกำลังจะมาเยือน!】
【หากแม้แต่ข้ายังซ่อนตัวอยู่เบื้องหลัง เช่นนั้นทุกโลกธาตุควรจะทำเช่นไรเล่า?】
【บางทีข้าอาจจะต้องตาย】
【แต่...】
【แล้วอย่างไรเล่า?】
【อย่างน้อยสรรพสัตว์ในทุกโลกธาตุก็จะรอดชีวิตไปได้!】
วาจานี้กล่าวออกไป
ทั่วทั้งกลุ่มแชตล้วนเงียบงัน
สมาชิกกลุ่มทุกคนล้วนเข้าใจความหมายของจักรพรรดิรอยเท้า
จักรพรรดิรอยเท้ารู้ว่าตนจะต้องตาย แต่เขายังคงก้าวเดินขึ้นสู่เส้นทางการทำศึกอย่างไม่ลังเล เขาต้องการใช้ชีวิตของตนเองมากวาดล้างความวุ่นวายในครั้งนี้ เขาต้องการใช้ชีวิตของตนเองแลกกับความสงบสุขของทุกโลกธาตุ!
แม้ว่า...
ความสงบสุขนี้จะเป็นเพียงชั่วคราวก็ตาม
...
...
"ครืน——"
แดนโบราณดั้งเดิมนั้นกว้างใหญ่ไพศาลไร้ขอบเขต
นี่คือโลกธาตุใหญ่อันเจิดจ้าจับตา
ทว่า...
โลกธาตุใหญ่อันเจิดจ้าเช่นนี้ บัดนี้กำลังเผชิญกับการกัดกร่อนจากความมืดมิด สิ่งมีชีวิตแห่งความมืดมิดนับไม่ถ้วนปีนขึ้นมาบนเขื่อน หมายมั่นจะบุกทะลวงโลกธาตุนี้ เพื่อดำเนินการเข่นฆ่าสังหารอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
"ฆ่า!"
ในแดนโบราณ ราชันทั้งมวลบุกสังหารขึ้นไปบนเขื่อน
พวกเขากำลังใช้ชีวิตของตนเองปกป้องมาตุภูมิ ต่อต้านการกัดกร่อนจากความมืดมิด
ในวันนี้
บนเขื่อนเต็มไปด้วยซากศพเกลื่อนกลาด
ราชันทั้งมวลตายอนาถ เซียนที่แท้จริงสูญสิ้น
โลหิตสดๆ ย้อมเจี้ยไห่จนเป็นสีแดง ร่องรอยแต่ละสายสลักตรึงอยู่บนเขื่อนอย่างเป็นอมตะตลอดกาล
"ตูม!"
ในชั่วขณะที่สรรพสัตว์กำลังสิ้นหวังนั้นเอง
พลันเห็นแสงจักรพรรดิอันเจิดจ้าสาดส่องไปทั่วทุกหมื่นโลกธาตุ
——จักรพรรดิ!
ในทุกหมื่นโลกธาตุมีจักรพรรดิที่แท้จริงถือกำเนิดขึ้นแล้ว!
"วูบ!"
แสงแห่งจุ่นเซียนตี้อันเจิดจ้าสาดส่องโลกมนุษย์และนอกดินแดน สิ่งมีชีวิตแห่งความมืดมิดจำนวนมากกลายเป็นเถ้าธุลีไปในชั่วขณะนั้น พวกมันถูกแสงอันสว่างไสวสายนัั้นแผดเผาจนดับสูญ มอดไหม้สลายไปในทันที
เมื่อเห็นฉากนี้
บนเขื่อน ราชันทั้งหลายที่ยังคงต่อต้านอยู่ล้วนตกตะลึง
"เกิดเรื่องอันใดขึ้น?"
"เหตุใด..."
"สิ่งมีชีวิตแห่งความมืดมิดเหล่านั้นจึงสูญสิ้นไปทั้งหมดแล้ว?"
ภายในใจของราชันทั้งหลายเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
และในตอนนั้นเอง
พวกเขาพลันพบว่าเบื้องหน้าปรากฏเงาร่างอันองอาจยิ่งใหญ่สายหนึ่งขึ้นมา
เขาสวมชุดสีขาวดูสง่างาม รูปร่างสูงโปร่ง ผมสีดำสยายปรกบ่า ทั่วร่างรายล้อมไปด้วยแสงจักรพรรดิอันเจิดจ้า กลิ่นอายอันน่าสยดสยองเช่นนั้นสะกดข่มทุกหมื่นโลกธาตุ เพียงสะบัดมือก็สามารถชักนำกฎเกณฑ์ทุกหมื่นโลกธาตุได้
นี่คือ?
จักรพรรดิ!
จักรพรรดิที่แท้จริง!
ภายในใจของราชันทั้งหลายล้วนตกตะลึง
พวกเขามองดูเงาร่างอันสง่างามในชุดสีขาวด้วยความคาดหวัง
ต่อจากนี้...
'จักรพรรดิ' ผู้นี้จะทำเช่นไร?
เขาจะมุ่งหน้าไปยังปลายสุดของเจี้ยไห่เพื่อกวาดล้างความวุ่นวายหรือไม่?
ภายใต้การจับจ้องอันเต็มไปด้วยความคาดหวังของสรรพสัตว์
เงาร่างอันสง่างามในชุดสีขาวสายนัั้นค่อยๆ หันหลังกลับไป เขามองไปยังส่วนลึกของเจี้ยไห่ เห็นพายุแห่งความมืดมิดอันไร้สิ้นสุดม้วนตัวถาโถมเข้ามา
ท้ายที่สุดเขาก็ถอนหายใจออกมาแผ่วเบา
ภายในกลุ่มแชต
เขาได้รู้แจ้งถึงทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว
เขารู้ว่าตนเองจะต้องตาย แต่แล้วจะให้ทำเช่นไรได้เล่า?
ซ่อนตัวงั้นหรือ?
แล้วเบิกตามองดูทุกโลกธาตุสูญสิ้นไปต่อหน้าต่อตางั้นหรือ?
เขา...
ทำไม่ได้จริงๆ !
ชายชุดขาวผู้สง่างามหันกลับไปมองเป็นครั้งสุดท้าย
เขามองดูแสงไฟจากหมื่นครัวเรือน โลกมนุษย์อันเจิดจ้า โลกียวิสัยอันเจริญรุ่งเรืองเพียงปราดเดียว ก่อนจะไม่หันกลับมามองอีก เขามองตรงไปยังเจี้ยไห่ ก้าวเดินต่อไปอย่างเด็ดเดี่ยว
ในวันนี้
หมอกดำอันไร้ขอบเขตตลบอบอวลไปทั่วทุกหมื่นโลกธาตุ ปกคลุมหมื่นโลกธาตุ ชาวโลกต่างหวาดหวั่น ราวกับว่าทุกโลกธาตุกำลังจะพินาศดับสูญ ผู้คนทั้งหมดล้วนสั่นสะท้านจากก้นบึ้งของหัวใจ
ทว่า...
ในวันนี้นี่เอง
มีเงาร่างอันเจิดจ้าสายหนึ่งปรากฏขึ้น
เขาฉีกกระชากความมืดมิดแห่งทุกหมื่นโลกธาตุ ทั่วร่างรายล้อมด้วยเพลิงจักรพรรดิ มาพร้อมกับเปลวเพลิงแสงอันเป็นอมตะ บุกทะลวงเข้าไปในปลายสุดของเจี้ยไห่เพียงลำพัง เพื่อกวาดล้างความวุ่นวาย
"ตูม!"
หมอกดำถูกขับไล่ไป
สิ่งมีชีวิตแห่งความมืดมิดนับไม่ถ้วนตกตาย
มีเงาร่างสายหนึ่งที่ทั่วร่างรายล้อมด้วยเพลิงจักรพรรดิฉีกกระชากความมืดมิด!
ชาวโลกล้วนตกตะลึง
ภายในใจของพวกเขาพลันปรากฏชื่อหนึ่งขึ้นมา
——หลีหมิง!
นี่คือชื่อของเขา
ในขณะเดียวกัน ก็เป็นความหวังของสรรพสัตว์ด้วย
บนเขื่อน ราชันทั้งมวลมองดูเงาร่างชุดขาวอันสง่างามที่ค่อยๆ ก้าวเดินไปข้างหน้าทีละก้าว เขาเดินทอดน่องไปบนผืนทราย ก้าวเข้าสู่เจี้ยไห่
ท้ายที่สุด
ทิ้งไว้เพียงรอยเท้าจางๆ แถวหนึ่งบนผืนทรายเท่านั้น
"ที่แท้..."
"มีเพียงจักรพรรดิที่แท้จริงเท่านั้นที่จะสามารถทิ้งรอยเท้าไว้บนเขื่อนได้หรือ?"
ภายในใจของราชันทั้งมวลล้วนตกตะลึง
"เฮ้อ"
เสียงถอนหายใจดังขึ้น
พลันเห็นเงาร่างอันองอาจยิ่งใหญ่ยืนตระหง่านอยู่บนยอดเขา
รูปร่างของเขาสูงโปร่งตั้งตรง นัยน์ตาลึกล้ำจ้องมองออกไปนอกอาณาเขต มองดูเงาร่างชุดขาวอันสง่างามสายนัั้นก้าวเดินขึ้นสู่เส้นทางการทำศึก
"สหายเต๋า..."
เขาพึมพำกับตัวเองเสียงเบา "ข้าจะทนมองดูเจ้าก้าวเดินขึ้นสู่เส้นทางการทำศึกได้อย่างไร? เจ้าล่วงหน้าไปก่อนเถิด อีกไม่นานข้าก็จะตามไปเคียงบ่าเคียงไหล่กับเจ้า!"
กล่าวจบ
กลิ่นอายบนร่างของเขาก็ค่อยๆ ไต่ระดับขึ้น
ภายใต้หมอกหุนตุ้นอันไร้สิ้นสุดนั้น แสงจักรพรรดิอันเจิดจ้าสายหนึ่งกำลังก่อตัวขึ้น
"น่าเสียดาย..."
เขาถอนหายใจแผ่วเบา "ท้ายที่สุดข้าก็เป็นเพียงแค่ร่างจำแลงเท่านั้น ไม่ได้มีความสามารถในการปกปิดลิขิตสวรรค์เหมือนร่างต้น แม้จะสามารถหลีกเลี่ยงเหตุและผลได้ แต่ก็ยังคงดึงดูดสายตาของใครบางคนในยุคหลังอยู่ดี"
กล่าวจบ
ภายในใจเขาก็รู้สึกทอดถอนใจเล็กน้อย
ทว่า... กลับไม่ได้ละทิ้งการหล่อหลอมแสงจักรพรรดิภายในร่างกาย
"ซ่า——"
สายลมเย็นพัดผ่านมาจากแดนไกล
ต้นหลิวขนาดยักษ์ต้นหนึ่งยืนตระหง่านอยู่บนยอดเขา
มันราวกับว่าได้ก่อเกิดจิตสำนึกอันเลือนลางขึ้นมาแล้ว สัมผัสได้ถึงความหมายของการพลัดพรากที่กำลังจะมาถึงลางๆ
"ฟุ่บ!"
มันค่อยๆ ยื่นกิ่งหลิวออกไปลูบไล้ลงบนร่างของ 'เขา' แผ่วเบา
"เฮ้อ"
เสียงถอนหายใจดังขึ้น
เขามองต้นหลิวเบื้องหลัง พลางกล่าวเสียงเบา "ไม่อยากให้ข้าไปหรือ? ไม่มีทางเลือกหรอก บางเรื่องท้ายที่สุดก็ยังคงต้องมีคนไปทำอยู่ดี!"
กล่าวจบ
"ครืน——"
บนร่างของเขาก็ปะทุแสงจักรพรรดิอันเจิดจ้าออกมาระลอกหนึ่ง
จากนั้น
เขาก็ไม่ลังเลอีกต่อไป
ก้าวขึ้นสู่เส้นทางการทำศึกอย่างเด็ดเดี่ยวมั่นคง
"สหายเต๋า"
"เจ้า... ไม่ได้อยู่เพียงลำพัง!"