เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 23 อย่าเที่ยวทึกทักเรียกตัวเองว่าพ่อกับใครไปทั่ว

บทที่ 23 อย่าเที่ยวทึกทักเรียกตัวเองว่าพ่อกับใครไปทั่ว

บทที่ 23 อย่าเที่ยวทึกทักเรียกตัวเองว่าพ่อกับใครไปทั่ว


บทที่ 23 อย่าเที่ยวทึกทักเรียกตัวเองว่าพ่อกับใครไปทั่ว

"ใช่ค่ะ นี่คือใบทะเบียนสมรสของฉันกับกู้เซียว" ซ่งโยวโยวพยักหน้ารับ

ซ่งเป่าจูตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง "ปะ...เป็นไปไม่ได้!"

ซ่งโยวโยวปรายตามองอีกฝ่ายด้วยสายตาเรียบนิ่ง "ซ่งเป่าจู คราวนี้เธอจะบอกว่าใครเป็นคนโกหกเธออีกงั้นล่ะ"

"สหายซ่งโยวโยว ไม่ต้องกังวลไปนะ คราวนี้จะไม่มีใครใส่ร้ายคุณได้อีกแล้ว" หัวหน้าสำนักงานเยาวชนผู้มีการศึกษาขยับก้าวออกมายืนข้างหน้า "ฉันจัดการข้อพิพาททำนองนี้อยู่เป็นประจำ และฉันดูออกว่าใบทะเบียนสมรสใบนี้เป็นของจริง"

"เป็นไปไม่ได้ พวกคุณต้องดูผิดไปแน่ๆ!"

"ซ่งโยวโยวไม่มีทางแต่งงานได้! หล่อนไม่มีงานทำ หล่อนมันพวกทุนนิยม! หล่อนควรจะถูกส่งตัวไปชนบท ไปโดนพวกอันธพาลย่ำยี ต้องไปทำนา แบกถังอุจจาระ เลี้ยงหมู..."

ซ่งเป่าจูพึมพำออกมาอย่างคนเสียสติ ท่าทางดูรนรานและสิ้นหวัง

"อายุยังน้อยแท้ๆ แต่จิตใจกลับเหี้ยมโหดผิดมนุษย์!"

เรื่องราวดำเนินมาถึงขั้นนี้แล้ว แต่ซ่งเป่าจูก็ยังคงเต็มไปด้วยความประสงค์ร้าย ยิ่งไปกว่านั้น หล่อนยังพยายามจะทำร้ายหลานสะใภ้ของท่านผู้นำทหารผ่านศึกอาวุโสผู้สร้างคุณงามความดีให้แก่ประเทศชาติอย่างใหญ่หลวง สิ่งนี้ทำให้ผู้คนจำนวนมากเกิดความรู้สึกรังเกียจเดียดฉันท์ขึ้นมาในทันที

แม้แต่พ่อซ่งในฐานะที่เป็นบิดาของหล่อน ก็ยังรู้สึกรังเกียจไม่ต่างกัน

"หึ ยังดีที่หลานสะใภ้ของฉันตัดขาดจากครอบครัวพรรค์นี้ไปแล้ว มิฉะนั้นคงถูกทรมานจนตายคามือเป็นแน่"

คุณนายเฒ่ากู้รู้สึกสะเทือนใจและสงสารเป็นอย่างยิ่ง แต่ก็เกรงว่าหากพูดเสียงดังเกินไปจะทำให้ซ่งโยวโยวเสียใจ จึงได้แต่ขมวดคิ้วแล้วกระซิบกระซาบกับสามี

"เอาเถอะ เอาเถอะ อย่าโมโหไปเลย ตอนนี้เด็กคนนี้ก็กลายมาเป็นคนในครอบครัวของเราแล้วไม่ใช่หรือ ต่อไปครอบครัวเราก็แค่ปฏิบัติต่อเธอให้ดีๆ ก็พอ"

ในขณะที่ผู้บัญชาการเฒ่ากู้กำลังวุ่นอยู่กับการปลอบโยนภรรยา ซ่งโยวโยวก็เดินตรงเข้าไปหาหัวหน้าสำนักงานเยาวชนผู้มีการศึกษาทันที

"สวัสดีค่ะ สหายจากสำนักงานเยาวชนผู้มีการศึกษา ฉันต้องการรายงานความผิดของซ่งเป่าจู ข้อหาแจ้งความเท็จและใส่ร้ายป้ายสีภรรยาทหารค่ะ"

แจ้งความเท็จและใส่ร้ายป้ายสีภรรยาทหาร!

เมื่อข้อหาร้ายแรงนี้ถูกเอ่ยออกมา ทุกคนในที่นั้นต่างพากันตกตะลึง

ข้อหาดังกล่าวไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เลย

ในยุคสมัยนี้ ทหารเป็นอาชีพที่ได้รับความเคารพยกย่องมากที่สุด และเหล่าภรรยาทหารที่อยู่เบื้องหลังก็เป็นบุคคลที่น่านับถือที่สุดเช่นกัน

ดังนั้น เมื่อมีการยกข้อหาใส่ร้ายป้ายสีภรรยาทหารขึ้นมา ผู้คนจึงเอนเอียงไปเข้าข้างเธอโดยไม่รู้ตัว

ภายใต้สภาพแวดล้อมของบ้านเมืองในปัจจุบัน ผู้คนจำนวนมากชื่นชอบการรายงานความผิดของผู้อื่น

ทว่าสำหรับการรายงานความผิดโดยใช้ชื่อจริงนั้น หากตรวจสอบแล้วพบว่าไม่เป็นความจริง ผู้รายงานจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ และถ้าหากความรุนแรงของเรื่องราวเข้าขั้นสาหัส ก็จะถือเป็นความผิดฐานแจ้งความเท็จและใส่ร้ายป้ายสีทันที

เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ปัจจุบันของซ่งเป่าจูแล้ว นี่ไม่ใช่การใส่ร้ายป้ายสีภรรยาทหารหรอกหรือ!

"เด็กสาวคนนี้ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ! สมองแล่นไวมาก แถมยังรู้จักวิธีรายงานความผิดตลบหลังอีกฝ่ายด้วย!"

"ใช่แล้ว ถ้าเป็นเด็กสาวธรรมดาทั่วไป เจอเรื่องแบบนี้เข้าไปคงร้องไห้ขี้มูกโป่งไปแล้ว แต่เด็กคนนี้กลับรักษาความสงบเยือกเย็นไว้ได้ตลอด แถมยังใช้วิธีรายงานความผิดแบบเดียวกันโต้กลับอีกฝ่าย น่าเลื่อมใสจริงๆ!"

ใครบางคนในกลุ่มชนชนทนไม่ได้ที่จะเอ่ยปากชื่นชมออกมา

"ถูกต้องแล้ว นี่สิถึงจะเรียกว่ารู้จักหยิบยกอาวุธทางนโยบายขึ้นมาปกป้องตนเอง!"

คุณนายเฒ่ากู้พยักหน้าซ้ำๆ พลอยรู้สึกพึงพอใจกับการกระทำของเธอเป็นอย่างยิ่ง

หากในตอนแรกนางชื่นชอบเด็กสาวคนนี้เพราะรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูอ่อนหวานนุ่มนวล ตอนนี้นางกลับยิ่งเลื่อมใสในความสงบนิ่ง มีสติ และรู้จักแก้แค้นอย่างมีชั้นเชิงของเธอ

"หลานสะใภ้ของฉันช่างดีเหลือเกิน มีความคล้ายคลึงกับสไตล์ของฉันในอดีตไม่มีผิด!"

ผู้คนในที่นั้นต่างวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างออกรส ส่วนหัวหน้าสำนักงานเยาวชนผู้มีการศึกษา ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนจบก็ยิ่งเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น

"ตกลง ทางเราจะรับเรื่องรายงานความผิดของคุณไว้ การรายงานความผิดด้วยชื่อจริงของสหายซ่งเป่าจูนั้นไม่เป็นความจริงเลยแม้แต่น้อย แต่ทว่ามันจะเข้าข่ายความผิดฐานแจ้งความเท็จและใส่ร้ายป้ายสีหรือไม่ ทางเราจะต้องดำเนินการสืบสวนต่อไป"

"ค่ะ ขอบคุณค่ะ" ซ่งโยวโยวพยักหน้ารับเบาๆ

"นี่! รายงานความผิดอะไรกัน ซ่งโยวโยว เธอยังมีความเป็นคนอยู่ไหม เธอถึงกล้ารายงานความผิดฉัน! ตอนนี้เธอก็ไม่ได้เป็นอะไรเลยไม่ใช่หรือไง"

ซ่งเป่าจูไม่อาจทนนั่งนิ่งอยู่ได้อีกต่อไป หล่อนรีบวิ่งถลาเข้ามาทันที

ซ่งโยวโยวจ้องมองหล่อนด้วยสายตาเรียบนิ่งทว่าเปี่ยมไปด้วยความกดดัน

ซ่งเป่าจูรู้สึกอึดอัดเล็กน้อยภายใต้สายตาคู่นั้น หล่อนลอบกลืนน้ำลาย "เธอ...เธอ มองฉันแบบนั้นทำไม"

ซ่งโยวโยวเอ่ยปาก "ซ่งเป่าจู ที่ฉันไม่เป็นอะไรในตอนนี้ เป็นเพราะฉันเพิ่งได้รับใบทะเบียนสมรสมา ไม่ใช่เพราะว่าเธอเป็นผู้บริสุทธิ์ ส่วนเรื่องที่เธอใส่ร้ายป้ายสีฉัน ทางองค์กรจะเป็นผู้พิจารณาตัดสินเอง สิ่งที่คุณกับฉันพูดออกมาไม่มีผลอะไรทั้งนั้น"

หลังจากพูดจบ เธอไม่อยากเสียเวลากับซ่งเป่าจูอีกต่อไป จึงหันหลังกลับไปกรอกรายละเอียดในใบรายงานความผิด

เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายมีท่าทีแข็งกร้าวและยังคงยืนยันที่จะรายงานความผิดของตน ซ่งเป่าจูก็เริ่มลนลานด้วยความหวาดกลัว หล่อนรีบวิ่งไปหาพ่อซ่งทันที

"พ่อ ดูหล่อนสิ หล่อนใจดำเกินไปแล้ว หล่อนคิดจะรายงานความผิดหนูจริงๆ นะ!"

"ซ่งเป่าจู พอได้แล้ว!" พ่อซ่งหลับตาลงอย่างเหนื่อยอ่อน

ในเวลานั้นเอง เจ้าหน้าที่ระดับแกนนำที่มาร่วมทำการตรวจสอบประวัติของพ่อซ่งก็เดินเข้ามาหาเช่นกัน

"ผู้อำนวยการซ่ง พวกเราขอตัวล่วงหน้าก่อน ส่วนผลการตรวจสอบประวัติของคุณ ทางเราจะแจ้งให้ทราบในภายหลัง"

ถ้อยคำที่เย็นชาและห่างเหินเหล่านี้ แตกต่างไปจากความสนิทสนมเป็นกันเองก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง

พ่อซ่งรู้ดีแก่ใจว่า การเลื่อนตำแหน่งในครั้งนี้คงต้องพังทลายลงแล้ว!

ตัวเขาก็อายุมากขนาดนี้แล้ว หากการตรวจสอบประวัติในครั้งนี้มีปัญหา เขาคงไม่มีโอกาสที่จะได้รับการเลื่อนตำแหน่งอีกเลยตลอดชีวิต

เมื่อคิดได้ดังนั้น พ่อซ่งก็หันไปมองลูกสาวจากชนบทที่เขาเพิ่งรับกลับมาด้วยความรังเกียจทันที

เขารู้สึกเสียใจเหลือเกิน!

เขาไม่น่าไปรับฟังความคิดเห็นอันตื้นเขินแบบผู้หญิงของภรรยาเลย!

ลูกสาวแท้ๆ พรรค์นี้จะมีประโยชน์อะไร ในเมื่อหล่อนเข้ามาทำลายอนาคตอันรุ่งโรจน์ของเขาจนย่อยยับ ต่อให้เป็นลูกแท้ๆ แล้วจะทำไม

พ่อซ่งหันหน้ากลับไปมองลูกสาวอีกคนหนึ่งที่เขาเคยขับไล่ออกจากบ้าน

ในเวลานี้ เธอได้กรอกข้อมูลเสร็จเรียบร้อยแล้ว และหลังจากเอ่ยขอบคุณผู้จัดการใหญ่ของร้านหนังสือซินหัว เธอก็ดำเนินไปทำความเคารพผู้บัญชาการเฒ่ากู้และภรรยา

ใช่แล้ว ท่านผู้บัญชาการอาวุโส!

ตอนนี้ซ่งโยวโยวกลายเป็นหลานสะใภ้ของผู้บัญชาการเฒ่ากู้แล้ว เช่นนั้นเขากับท่านผู้บัญชาการก็ถือเป็นญาติผู้ใหญ่ของฝ่ายสามีภรรยากันไม่ใช่หรือ

ดวงตาของพ่อซ่งเปล่งประกายวาบ ความหดหู่สิ้นหวังในแววตาเลือนหายไปจนหมดสิ้น

ขอเพียงแค่เขาทำให้ซ่งโยวโยวกลับมาอ้อนวอนยอมรับเขาเป็นพ่อได้อีกครั้ง ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะพลิกผันกลับมารุ่งโรจน์ดังเดิม

พ่อซ่งสาวเท้าอย่างรวดเร็วเข้าไปหาคนกลุ่มนั้น "สวัสดีครับ ท่านผู้บัญชาการกู้! โยวโยว โอย พ่อผิดไปแล้วจริงๆ เรื่องก่อนหน้านี้เป็นเพราะพ่อหลงเชื่อคำพูดของเป่าจูจนทำให้ลูกต้องลำบาก ลูกคงไม่โกรธเคืองพ่อใช่ไหม"

ผู้บัญชาการเฒ่ากู้มองปราดเดียวก็ทะลุปรุโปร่งถึงเจตนาของอีกฝ่าย จึงเอ่ยขึ้นทันทีว่า

"ฉันคงไม่กล้ารับการทักทายจากผู้อำนวยการซ่งหรอก พวกเราไม่ได้สนิทสนมกันขนาดนั้น"

คุณนายเฒ่ากู้เบ้ปากพลางเอ่ยประชดประชันอย่างเจ็บแสบเช่นกัน "ยามที่ลูกสาวอีกคนคิดจะทำร้ายคนอื่น ก็เรียกเธอว่าสหายซ่งโยวโยว หมายมั่นจะทำลายชีวิตของเธอให้ย่อยยับ แต่พอตอนนี้คิดจะประจบสอพลอหาผลประโยชน์ กลับมาเรียกโยวโยวอย่างนั้นโยวโยวอย่างนี้ น่าสมเพชจริงๆ"

ระว่างที่พูด นางก็ดึงมือหลานสะใภ้เข้ามาใกล้แล้วกระซิบที่ข้างหู

"อย่าไปหลงเชื่อคำพูดของเขาเชียวนะ เมื่อครู่นี้เขายังประกาศกร้าวว่าจะตัดขาดความสัมพันธ์กับเจ้า และจะส่งเจ้าไปตั้งรกรากอยู่ที่ชนบทอยู่เลย"

คุณนายเฒ่ากู้มองเห็นความทะเยอทะยานของชายผู้นี้ได้อย่างแจ่มแจ้ง นางเกรงว่าซ่งโยวโยวที่ยังอายุน้อยจะถูกเขาใช้เล่ห์เหลี่ยมหลอกลวงเอาได้

"ค่ะ หนูเข้าใจแล้วค่ะ ขอบคุณคุณย่ากู้ที่ช่วยเตือนสติหนูนะคะ"

ซ่งโยวโยวตอบรับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล จากนั้นเธอก็หันไปเผชิญหน้ากับพ่อซ่งและเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบไร้ความรู้สึก

"ผู้อำนวยการซ่ง ฉันหวังว่าในอนาคตคุณจะไม่เที่ยวทึกทักเรียกตัวเองว่าพ่อกับใครไปทั่วอีกนะคะ"

คุณนายเฒ่ากู้หัวเราะร่าออกมาทันที "หลานสะใภ้ของฉันพูดได้ถูกต้องที่สุด มีเพียงหลานสะใภ้ของฉันเท่านั้นแหละที่มีอารมณ์ดีขนาดนี้ ถ้าเป็นคนอื่น แล้วคุณเดินไปบอกว่าเป็นพ่อของเขา มีหวังโดนตบหน้าชาไปแล้ว"

พูดจบ นางก็กุมมือซ่งโยวโยวเอาไว้ "หลานสะใภ้ พวกเรากลับบ้านกันเถอะ ย่ามีเรื่องอยากจะคุยกับเจ้าตั้งมากมาย"

"ค่ะ ตกลงค่ะ" แม้ว่าซ่งโยวโยวจะรู้สึกประหลาดใจอยู่บ้างที่ได้พบกับคุณปู่และคุณย่าของกู้เซียวในวันนี้ แต่เธอก็ยังคงเดินตามพวกเขาไปอย่างว่าง่าย

เมื่อเดินมาถึงประตูทางออก ซ่งโยวโยวก็สังเกตเห็นทหารรักษาการณ์คนหนึ่งยืนรออยู่ก่อนแล้ว

เมื่อเห็นพวกเดินออกมา ทหารรักษาการณ์ก็เปิดประตูรถเก๋งทหารอย่างคล่องแคล่ว "ท่านผู้บัญชาการ คุณนายเฒ่า สะใภ้น้อย เชิญขึ้นรถครับ!"

ซ่งโยวโยวเพิ่งเคยเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้เป็นครั้งแรกในชีวิต ได้แต่คิดในใจว่า "..."

ในเวลานี้เอง เธอถึงเพิ่งตระหนักได้อย่างแจ่มแจ้งว่า คุณปู่ของกู้เซียวคือบุคคลที่ผู้คนพากันเรียกว่าท่านผู้บัญชาการอาวุโส

และเมื่อรถเก๋งขับเคลื่อนมาถึงบริเวณบ้านพักในเขตพื้นที่ทหาร และแล่นเข้าสู่ตัวบ้านสไตล์ตะวันตกหลังย่อม ความตระหนักรู้นั้นก็ยิ่งหยั่งรากลึกลงไปในจิตใจของเธอมากขึ้น

ครอบครัวของกู้เซียว...ดูเหมือนจะแตกต่างจากภาพที่เธอเคยจินตนาการเอาไว้ไม่น้อยเลย

เธอรู้ดีว่ากู้เซียวเป็นลูกหลานที่เติบโตมาจากเขตพื้นที่ทหาร แต่เธอคิดว่าเขาเป็นเพียงแค่บุตรหลานของนายทหารธรรมดาทั่วไป ไม่คิดเลยว่าจะเป็นถึงหลานชายของท่านผู้บัญชาการทหารอาวุโสผู้เต็มไปด้วยเกียรติยศและผลงานมากมายขนาดนี้

ยิ่งไปกว่านั้น ในตอนนั้นเธอไม่ได้คิดอะไรมากมาย และยังไม่ได้พบปะกับพ่อแม่ของเขาเลยด้วยซ้ำ แต่เธอกลับตัดสินใจจดทะเบียนสมรสกับกู้เซียวเป็นการส่วนตัวไปเสียแล้ว

ถ้าเช่นนั้น ทางตระกูลกู้จะคิดว่าเธอเป็นคนที่มีเจตนาแอบแฝง และหวังผลประโยชน์จากครอบครัวของพวกเขาหรือไม่นะ

จบบทที่ บทที่ 23 อย่าเที่ยวทึกทักเรียกตัวเองว่าพ่อกับใครไปทั่ว

คัดลอกลิงก์แล้ว