เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 215 ความห่างชั้นระหว่างพวกเรา ก็แค่ 'นิดเดียว'

บทที่ 215 ความห่างชั้นระหว่างพวกเรา ก็แค่ 'นิดเดียว'

บทที่ 215 ความห่างชั้นระหว่างพวกเรา ก็แค่ 'นิดเดียว'


บทที่ 215 ความห่างชั้นระหว่างพวกเรา ก็แค่ 'นิดเดียว'

ทว่าเสียงคำรามนี้ กลับไม่ได้ส่งผลกระทบใดๆ ต่ออาณาจักรเทพเลย

ซูหมิงแค่เปิดโหมดเทพโบราณแห่งการสรรค์สร้าง 1 ดาวเบาๆ ก็สามารถบีบศพเทพยักษ์ไว้ในกำมือ และบังคับชำระล้างมันได้

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับพลังอันยิ่งใหญ่ที่เหนือกว่าหนึ่งขั้น ศพเทพที่ถือขวานยักษ์ ก็ไม่อาจต่อต้านได้เลยแม้แต่น้อย

มันถูกไฟแห่งการชำระล้างแผดเผาโดยตรง จนกลายเป็นกองขี้เถ้าเทพสิ่งลี้ลับ

【สังหารศพเทพยักษ์ 1 ดาว (เทพสวรรค์), ได้รับแต้มอัปเกรดหนึ่งหมื่นจิง, ผลึกกฎเกณฑ์เทพสวรรค์แห่งพละกำลัง10 (ปนเปื้อน), ผลึกกฎเกณฑ์เทพสวรรค์แห่งธาตุทอง (ปนเปื้อน)】

เมื่อมองดูโลงศพโลหิตที่แผ่กลิ่นอายคาวเลือดคละคลุ้งอยู่ในความว่างเปล่า ซูหมิงก็แค่คิด แล้วโยนโลงศพเข้าไปผนึกไว้ในมิติของระบบ จากนั้นก็หยิบผลึกกฎเกณฑ์ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายอัปมงคลออกมาหนึ่งเม็ด

เมื่อเทียบกับผลึกที่ดรอปจากเทพชั้นผู้น้อย ชั้นกลาง และชั้นสูงแล้ว ผลึกเหล่านี้แต่ละเม็ดดูราวกับดวงดาว เพียงแต่บนผลึกมีพลังอัปมงคลปกคลุมอยู่อย่างหนาแน่น

สำหรับเรื่องนี้ ซูหมิงแค่คิด ก็มีแสงแห่งการสรรค์สร้างสาดส่องลงมาบนผลึก

ไม่มีอะไรที่พลังแห่งการสรรค์สร้างจะชำระล้างไม่ได้อีกแล้ว

เมื่อแสงแห่งการสรรค์สร้างสาดส่องลงมา กลิ่นอายอัปมงคลที่เกาะติดอยู่บนผลึกกฎเกณฑ์ ก็เริ่มสลายตัวอย่างรวดเร็ว ไม่นานผลึกทั้งเม็ดก็กลับมาเปล่งประกายเจิดจ้าดังเดิม

หลังจากฆ่าเชื้อผลึกทั้งหมดแล้ว ร่างจำแลงเจตจำนงของเขาก็ค่อยๆ สลายไปจากอาณาจักรเทพ

ใต้ต้นไม้โลก โฮวโลหิตที่เห็นเหตุการณ์นี้กับตา รีบท่องคติประจำใจในใจแปดร้อยจบ

"ห้ามทำให้เจ้านายโกรธเด็ดขาด"

"ห้ามทำให้เจ้านายโกรธเด็ดขาด"

"ห้ามทำให้เจ้านายโกรธเด็ดขาด"

.....

หลังจากใช้หลักการแบบอาคิวปลอบใจตัวเองไปหลายร้อยรอบ เขาก็ล้มตัวลงนอนตามเดิม

ถ้าใครกล้ามาบอกให้เขาหักหลังเจ้านายล่ะก็ เขาจะกัดมันให้ตายเลยคอยดู

ในขณะเดียวกัน ซูหมิงที่อยู่ในสุสานเทพยักษ์ ก็ได้สวมหน้ากากลี้ลับกลับคืนสู่ใบหน้าอีกครั้ง

หลังจากที่ร่างจำแลงสรรค์สร้างได้รับการอัปเกรด พลังคำสาปบนหน้ากาก ก็ถูกเขาใช้พลังเทพโบราณลบเลือนไปจนหมดสิ้น ตอนนี้สามารถใช้งานได้ตามปกติ และปลอมตัวเป็นสิ่งลี้ลับชั้นสูงได้เหมือนเดิม

เมื่อร่างของเขาออกจากสุสานเทพ ภาพของสิ่งลี้ลับตัวน้อยแบกเกี้ยว ก็ปรากฏขึ้นอีกครั้งในเขตหมอกโลหิต เพียงแต่ไม่รู้ว่าเหยื่อรายต่อไปที่จะมาติดกับคือสิ่งลี้ลับตัวไหน

ในขณะนี้ กลุ่มสี่คนที่ยังอยู่ในพื้นที่รอบนอก ก็ได้พบกับพื้นที่ที่ค่อนข้างพิเศษแห่งหนึ่ง

【สุสานกระบี่】

คำอธิบาย: สุสานของเหล่ากระบี่ สามารถทำความเข้าใจกฎเกณฑ์แห่งกระบี่ได้

หมายเหตุ: ผู้ที่มีความแข็งแกร่งไม่เพียงพอ ห้ามฝืนทำความเข้าใจเด็ดขาด

เมื่อเห็นข้อมูลที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า แววตาของซูหมิงก็ดูแปลกไปเล็กน้อย ดูยังไงนี่ก็เหมือนเป็นการเปิดคลาสสอนพิเศษให้ใครบางคนชัดๆ

ในระหว่างที่เขากำลังใช้ความคิด หลี่อี้ที่มีแสงสีครามเปล่งประกายอยู่รอบตัว ก็มองไปยังสุสานกระบี่ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนา เขามีลางสังหรณ์อย่างแรงกล้าว่า หากเข้าไปในสถานที่แห่งนี้ จะต้องได้รับวาสนาครั้งใหญ่แน่ๆ

"ที่นี่มีวาสนาต่อข้า"

หลังจากดึงสายตาที่สอดส่องกลับมา เขาก็กล่าวด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างตื่นเต้น

"กฎเกณฑ์แห่งกระบี่ มีวาสนาต่อเจ้าจริงๆ ต้องการให้พวกเราเข้าไปเป็นเพื่อนไหม"

หวังเถิงที่ดวงตามีแสงสีทองเปล่งประกาย กวาดตามองพื้นที่ที่แผ่รังสีปราณกระบี่อันไร้ที่สิ้นสุดเบื้องหน้า แล้วเอ่ยอย่างครุ่นคิด

"เจ้าไม่ได้บำเพ็ญกฎเกณฑ์แห่งกระบี่ จะตามเข้าไปทำไม พวกเรารออยู่ข้างนอกก็พอแล้ว"

ซูหมิงที่ใช้การคำนวณทางอินกั่ว และพบว่าสถานที่นี้ไม่เหมาะให้ตัวเองเข้าไป ก็ตบบ่าหวังเถิงเบาๆ

"พี่หลี่ งั้นเจ้าเข้าไปคนเดียวเถอะ! พวกเรารออยู่ข้างนอกนี่แหละ"

เมื่อได้ยินเช่นนี้ หวังเถิงก็รีบเปลี่ยนคำพูดทันที

ส่วนอู๋เทียนที่ยืนอยู่ข้างๆ ทั้งสอง ก็เอาแต่เงียบ

สถานที่อย่างสุสานกระบี่ สำหรับเขาแล้ว ก็ไม่มีประโยชน์อะไรเหมือนกัน ไม่มีความจำเป็นต้องเข้าไป

จากนั้น หลี่อี้ก็ไม่ได้พูดอะไรอีก ก้าวเดินตรงไปยังพื้นที่สุสานกระบี่ทันที

เมื่อร่างของเขาก้าวเข้าสู่สุสานกระบี่ ก็เห็นแสงกระบี่นับไม่ถ้วนพุ่งทะยานขึ้นมาจากในสุสาน ราวกับว่ากระบี่เทพที่ถูกฝังอยู่ที่นี่ กำลังเฉลิมฉลองการมาเยือนของเทพเจ้าแห่งกระบี่

เมื่อเห็นภาพนี้ ทั้งสามคนที่อยู่ข้างนอกสุสาน ต่างก็มีสายตาที่เป็นประกาย

จากการสังเกต พวกเขาพบว่าเมื่อแสงกระบี่พุ่งสูงขึ้น กลิ่นอายอันแหลมคมภายในสุสาน ก็กำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แฝงไปด้วยรังสีที่พร้อมจะตัดขาดสรรพสิ่ง

ส่วนหลี่อี้ที่กำลังเดินอยู่ในสุสานกระบี่ตอนนี้ ก็ได้ดำดิ่งเข้าสู่สถานะการทำความเข้าใจที่ลึกล้ำสุดบรรยาย

พลังกฎเกณฑ์แห่งวิถีกระบี่รอบตัวเขา เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

"เชี่ยเอ๊ย ใช้สูตรโกงนี่หว่า"

หวังเถิงที่ดวงตามีแสงไฟกะพริบ เมื่อเห็นฉากนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะอุทานออกมา

คิดดูสิ เขาหลอมรวมเลือดจักรพรรดิไปตั้งหลายครั้ง กว่าจะมาถึงจุดที่ก้าวเท้าข้างหนึ่งเข้าสู่ขอบเขตเทพแท้จริงได้ แต่ตอนนี้เขาเห็นอะไร

ทุกก้าวที่เดิน ทุกแสงกระบี่ที่พุ่งขึ้นฟ้า กลิ่นอายของหลี่อี้ก็จะเพิ่มขึ้นหนึ่งระดับ

ดูจากสถานการณ์แล้ว รอจนกว่าแสงกระบี่ในความว่างเปล่าจะร่วงหล่นลงมาจนหมด ความแข็งแกร่งของเขาอาจจะพุ่งสูงขึ้นจนเทียบเท่ากับตัวเองเลยก็ได้

"เหล่าซู เจ้าว่าพี่หลี่ใช้สูตรโกงหรือเปล่าเนี่ย ความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นเร็วกว่าข้าอีก"

เมื่อเห็นว่าแสงกระบี่ยังไม่มีทีท่าว่าจะร่วงหล่นลงมาหมดง่ายๆ เขาก็รีบหันไปบ่นกับเพื่อนข้างๆ

ตำแหน่งเบอร์สองตลอดกาล เขายังนั่งไม่ทันจะร้อนเลย ทำไมจู่ๆ ถึงมีคู่แข่งโผล่มาซะแล้วล่ะ

"สรรพสิ่งล้วนมีวาสนาของมัน เจ้ามีวาสนาของเจ้า เขาก็มีวาสนาของเขา ก็ต้องรอดูว่าวาสนาของใครจะเหนือกว่ากัน"

เมื่อได้ยินคำถามนี้ ซูหมิงก็มุมปากกระตุก แล้วเอ่ยตอบเบาๆ

"งั้นเจ้าช่วยกระซิบบอกข้าหน่อยได้ไหม ว่าตอนนี้เจ้าเก่งขนาดไหนแล้ว"

เมื่อพบว่าถามอะไรไม่ได้ความ หวังเถิงก็เปลี่ยนคำถามทันที

"พระพุทธองค์ตรัสว่ามิอาจเอ่ย หลวงจีนน้อย เจ้าว่าจริงไหม"

"ถูกต้องแล้ว"

อู๋เทียนที่กำลังดูเรื่องสนุกอย่างเมามัน เมื่อเห็นว่าเรื่องถูกโยนมาที่ตัวเอง ก็รีบประสานมือแล้วเอ่ยคำว่าสาธุ

เรื่องนี้เขาเข้าไปยุ่งไม่ได้หรอก จากการที่ได้สัมผัสกันในช่วงนี้ เขาพบว่าทั้งสามคนล้วนเป็นระดับบิ๊กบอส ไม่มีใครที่เขาจะไปยุ่งด้วยได้เลย

เผลอๆ ไอ้หัวโล้นที่เคยสะกดเขาเอาไว้ ก็ยังไม่อาจเทียบได้เลยด้วยซ้ำ

การได้ร่วมเดินทางกับทั้งสามคนในเส้นทางแห่งการแสวงหาเต๋า ถือเป็นความโชคดีจากสวรรค์แล้ว

ส่วนเรื่องอื่นๆ ก็ทำเป็นมองไม่เห็นไปซะก็สิ้นเรื่อง

"เชี่ยเอ๊ย ระวังไว้เถอะ พอข้าเป็นเทพแท้จริงปุ๊บ เจ้าอาจจะพุ่งพรวดกลายเป็นตัวตนที่อยู่เหนือกว่าเทพสวรรค์ไปเลยก็ได้"

เมื่อเห็นเขาปิดบังไม่ยอมบอก หวังเถิงก็รู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาทันที

ช่วงที่ผ่านมา เขารู้สึกว่าความแข็งแกร่งของตัวเองพุ่งสูงขึ้นมาก น่าจะขยับเข้าใกล้เหล่าซูได้อีกนิด ดังนั้นจึงอดทนไม่ยอมถามมาตลอด

แต่พอมาถามวันนี้ ดูเหมือนจะไม่ใช่อย่างที่คิด เขาไม่ได้พูดอะไร แต่ก็เหมือนจะบอกอะไรบางอย่าง

นึกถึงคราวก่อนยังเป็นแค่ผู้ไร้เทียมทานในหมู่เทพแท้จริง คราวนี้คงจะไร้เทียมทานในหมู่เทพสวรรค์ไปแล้วแน่ๆ โคตรจะบ้าบอเลย

"วางใจเถอะ ความห่างชั้นระหว่างเจ้ากับข้า มันก็แค่ 'นิดเดียว' พยายามเข้านะ"

เมื่อเห็นสีหน้าของเหล่าหวังที่สูดอากาศเย็นเข้าปอด ซูหมิงก็กระแอมไอสองครั้งแล้วพูดขึ้น

"แค่ 'นิดเดียว' จริงๆ เหรอ เจ้าอย่ามาหลอกข้านะ"

เมื่อได้ยินว่าห่างกันไม่มาก หวังเถิงก็รู้สึกคลางแคลงใจ เขามักจะรู้สึกว่าคำพูดนี้มีอะไรแอบแฝง

"จริงสิ ก็แค่ 'นิดเดียว' จริงๆ เจ้าเชื่อข้าสิ ข้าไม่หลอกเจ้าหรอก"

"โอเค ข้าจะเชื่อเจ้าสักครั้ง"

เมื่อเห็นท่าทางจริงจังของเขา หวังเถิงก็ตัดสินใจเชื่อเพื่อนรักสักครั้ง

สำหรับเรื่องนี้ ซูหมิงบอกได้คำเดียวว่า เขาไม่ได้โกหกจริงๆ ความห่างชั้นมันก็แค่ 100 ล้าน นิดๆ เท่านั้นเอง

ในระหว่างที่ทั้งสองกำลังคุยกัน หลี่อี้ที่อยู่ภายในสุสานกระบี่ ด้านหลังก็ปรากฏเงากระบี่โบราณลางๆ ขึ้นมา

เมื่อกระบี่โบราณปรากฏตัวขึ้น ส่วนลึกของสุสานก็ระเบิดแสงกระบี่อันเจิดจ้าทะลุฟ้า พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าของสมรภูมิ

จบบทที่ บทที่ 215 ความห่างชั้นระหว่างพวกเรา ก็แค่ 'นิดเดียว'

คัดลอกลิงก์แล้ว