- หน้าแรก
- ระบบพลังเวทไร้ขีดจำกัดบนเส้นทางแห่งมหาจอมเวท
- บทที่ 140 อันตราย ถอย ปฏิกิริยาของทั้งสี่เผ่า
บทที่ 140 อันตราย ถอย ปฏิกิริยาของทั้งสี่เผ่า
บทที่ 140 อันตราย ถอย ปฏิกิริยาของทั้งสี่เผ่า
บทที่ 140 อันตราย ถอย ปฏิกิริยาของทั้งสี่เผ่า
เมื่อปลาศพนับหมื่นตัว ถูกบดขยี้จนกลายเป็นซากไปพร้อมๆ กัน ทะเลสาบเลือดห้วงลึกขนาดมหึมา ก็กลับคืนสู่ความสงบในพริบตา ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย
เมื่อเห็นว่าในทะเลสาบ ไม่มีปลาศพพุ่งขึ้นมาเหนือผิวน้ำอีก ดวงตาทั้งสองข้างของซูหมิงก็มีแสงสว่างวาบ คุณสมบัติการหยั่งรู้หลายอย่างถูกเปิดใช้งานอย่างต่อเนื่อง
[พื้นที่ไม่ทราบชื่อ]
คำอธิบาย: แฝงไปด้วยความเสี่ยงที่ไม่ทราบแน่ชัด
หลังจากกวาดสายตาพิจารณาไปมาอยู่หลายรอบ จู่ๆ ข้อมูลชุดหนึ่งก็แล่นผ่านสายตาของเขาไป
ซูหมิงล็อกเป้าไปยังบริเวณส่วนลึกที่สุดของทะเลสาบเลือด จุดแสงสีเลือดขนาดเล็กที่จมอยู่ก้นทะเลสาบ ทำให้สีหน้าของเขาดูแปลกไปเล็กน้อย
ตอนแรกเขาคิดว่าเศษซากปริศนา เป็นเพียงโชคลาภเล็กๆ น้อยๆ ที่ซ่อนอยู่ที่นี่ แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะไม่ใช่แล้ว
นึกไม่ถึงเลยว่าจะมีพื้นที่ลึกลับที่มองไม่ทะลุซ่อนอยู่ข้างใน
ทว่าเมื่อเผชิญกับโชคลาภที่ไม่รู้จักนี้ เขากลับไม่ได้หวั่นไหว การที่เขาเปิดใช้งานคุณสมบัติการหยั่งรู้ ก็เพียงเพื่ออยากจะดูว่าในทะเลสาบยังมีปลาศพอยู่อีกหรือไม่
ในเมื่อตอนนี้ไม่มีปลาแล้ว ที่นี่ก็ไม่มีความจำเป็นต้องอยู่นานอีกต่อไป การรู้จักพอคือหนทางที่ถูกต้องที่สุด
หลังจากข่มความคิดที่แวบเข้ามาในหัวลงได้ ร่างของซูหมิงก็ส่ายไหว หายไปจากน่านฟ้าเหนือทะเลสาบเลือด
ในตอนที่เขาจากไป เลือดในพื้นที่ลึกลับส่วนลึกของทะเลสาบเลือด กลับแบ่งพลังออกมาอีกสายหนึ่ง เพื่อฟักไข่ขนาดยักษ์สีดำที่กองอยู่บริเวณมุมหนึ่งของมิติ
ในวินาทีที่พลังสีเลือดถูกฉีดเข้าไปในไข่เหา ก็เห็นเหาเทพพยาบาทตัวน้อย ดิ้นรนเจาะเปลือกไข่ออกมา และเติบโตกลายเป็นเหาเทพพยาบาทระดับแปดดาวด้วยความเร็วสูงสุด
จากจุดนี้สามารถมองออกได้เลยว่า เลือดที่ซ่อนอยู่ในพื้นที่ของทะเลสาบเลือดนั้น อันตรายอย่างยิ่งยวด น่าจะเป็นต้นกำเนิดของทะเลสาบเลือดห้วงลึกแห่งนี้
ก็แค่ไม่รู้ว่า ขีดจำกัดความสามารถในการปนเปื้อนของเจ้านี่มันอยู่ที่ระดับไหน
เมื่อเหาเทพพยาบาทปรากฏตัวขึ้นที่ก้นทะเลสาบอีกครั้ง พลังแห่งความเน่าเปื่อยก็เริ่มกลับมาควบแน่นเป็นปลาศพในน้ำทะเลสาบอีกครั้ง
ในเวลาเดียวกัน ซูหมิงที่หาสถานที่ปลอดภัยได้แล้ว ก็กำลังตรวจสอบผลประโยชน์จากการต่อสู้
เนื่องจากเลเวลเต็มกลางคัน ครึ่งเทพ 24 ตนรวมกันจึงมอบแต้มให้เพียงแค่สองล้านล้านแต้มเท่านั้น
จากนั้น เหาเทพพยาบาทระดับแปดดาวหนึ่งตัว ก็มอบให้อีกแปดล้านล้านแต้ม
ที่เหลือก็คือปลาศพเลเวลต่างๆ รวมกันแล้วได้ประมาณ (ห้าล้านล้านกว่าๆ นิดหน่อย)
พอคิดมาถึงตรงนี้ ซูหมิงก็รู้สึกเสียใจเล็กน้อย ถ้าเขาสามารถดองเลเวลไว้ได้ ผลตอบแทนจากปลาศพระลอกนี้คงเพิ่มขึ้นอีกสิบเท่า
ตอนนี้กลายเป็นว่า ภาระงานเพิ่มขึ้นสิบเท่า เกิดมาต้องลำบากจริงๆ
หลังจากละสายตาจากช่องอัปเกรด เขาขยับความคิด หยิบป้ายสีแดงดำอันหนึ่งออกมาจากพื้นที่มิติของระบบ
[ป้ายคำสั่งทะเลสาบเลือด]
คำอธิบายไอเทม: สามารถใช้เข้าสู่พื้นที่ทะเลสาบเลือดเพื่อรับโชคลาภ
เมื่ออ่านข้อมูลของป้ายคำสั่งอย่างละเอียด สายตาของซูหมิงก็ดูครุ่นคิด เขารู้สึกว่าในนี้มันมีเงื่อนงำซ้อนเงื่อนอยู่
พื้นที่ที่เรียกว่าดินแดนแห่งโชคลาภนี้ เกรงว่าน่าจะอันตรายอย่างยิ่งยวด เผลอๆ อาจจะมีพวกตาแก่ใกล้ตายที่ยังไม่ยอมลงโลง ซ่อนตัวอยู่ข้างในคอยวางแผนการอะไรบางอย่างอยู่ก็ได้
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เขาก็ไม่ได้คิดอะไรลึกซึ้งไปกว่านี้
ไม่ว่าจะมีโชคลาภอะไรใหญ่โต ก็ช่างหัวมัน แค่ไม่เข้าไปงับเหยื่อก็พอ การล่ามอนสเตอร์และสิ่งมีชีวิตเผ่าพันธุ์หมื่นดาราในอวกาศต่างหาก ถึงจะเป็นแสงสว่างแห่งความถูกต้อง
หลังจากเก็บป้ายคำสั่งทะเลสาบเลือดกลับเข้าพื้นที่มิติของระบบอย่างไม่ใส่ใจ รอบกายของซูหมิงก็มีแสงสว่างวาบ เขาเปลี่ยนร่างจำแลงอีกครั้ง
ก่อนหน้านี้ใช้รูปลักษณ์ของเทพมารพันแมงป่องไปแล้ว คราวนี้ก็ใช้รูปลักษณ์ของแมงมุมน้อยบ้าง เน้นกระจายความรักให้ทั่วถึง
ในระหว่างที่เขากำลังตกปลาล่อเหยื่ออย่างต่อเนื่อง ครึ่งเทพเผ่าเงาผู้รอดชีวิตเพียงหนึ่งเดียวที่หนีรอดมาจากทะเลสาบเลือดห้วงลึก ก็กำลังเดินลัดเลาะไปตามสมรภูมิด้วยความระมัดระวัง
หลังจากใช้ร่างเงาหลบหนีติดต่อกันเกือบหนึ่งวันเต็ม ในที่สุดเขาก็ค่อยๆ ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
หลังจากใช้วิชาลับเข้าไปในจุดพักพิงชั่วคราว เขาก็รีบเดินไปที่หน้าวิหารสำริดแห่งหนึ่ง แล้วคุกเข่าลงกับพื้นดังตุบที่หน้าประตูวิหาร
"ท่านบรรพบุรุษ พวกเราถูกสิ่งมีชีวิตไม่ทราบชื่อลอบโจมตี อิ่งกู่กับคนอื่นๆ ล้วนพบกับความโชคร้าย หากไม่ใช่เพราะข้ามีของวิเศษเกี่ยวกับมิติอยู่ในมือ เกรงว่าคงหนีไม่พ้นความตายเช่นกัน"
"พูดให้ชัดๆ เกิดอะไรขึ้นกันแน่"
สิ้นเสียงของเขา เสียงที่ค่อนข้างเย็นชาก็ค่อยๆ ดังออกมาจากในวิหาร
ราวกับว่าการตายของครึ่งเทพเผ่าเงาทั้งหกตน ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรต่อเขาเลย
"เรียนท่านบรรพบุรุษ เดิมทีพวกข้ากับครึ่งเทพเผ่าดาร์กเอลฟ์ เผ่ามังกร และเผ่ายักษ์ กำลังตกปลาศพอยู่ที่ทะเลสาบเลือดห้วงลึกขนาดเล็กแห่งนั้น ใครจะไปคิดว่าจู่ๆ ก็มีตัวตนอันทรงพลังปรากฏตัวขึ้น แล้วลงมือกับพวกเราโดยตรง"
"ในกลุ่มพวกเรา เผ่ามังกรถูกกดทับอยู่กับที่ ดูจากคลื่นพลังกฎเกณฑ์ที่เกิดขึ้นในที่เกิดเหตุแล้ว อีกฝ่ายน่าจะทำความเข้าใจกฎเกณฑ์มิติและกฎเกณฑ์เบญจธาตุมาแล้ว แถมยังมีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นเทพชั้นกลางด้วย"
เมื่อได้ยินคำถามของบรรพบุรุษจากในวิหาร อิ่งเทียนที่คุกเข่าหมอบกราบอยู่บนพื้นโดยไม่กล้าเงยหน้า ก็รีบเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟังคร่าวๆ
"เทพชั้นกลาง เจ้ายืนยันนะว่าตัวเองไม่ได้รู้สึกผิดไป"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ตัวตนภายในวิหารก็ดูประหลาดใจเล็กน้อย
ในฐานะเทพเจ้าของเผ่าเงาที่ประจำการอยู่ในสมรภูมิห้วงลึก เขารู้ซึ้งถึงความอันตรายของทะเลสาบเลือดห้วงลึกเป็นอย่างดี
ที่นั่น สิ่งมีชีวิตที่ต่ำกว่าระดับเทพ จะค่อนข้างปลอดภัย แต่เมื่อใดก็ตามที่มีเทพเจ้าก้าวเข้าไปในบริเวณทะเลสาบเลือด ก็มีความเสี่ยงที่จะถูกปนเปื้อนได้
ในสถานการณ์ปกติ มีเพียงเทพเจ้าหน้าใหม่ที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่เท่านั้น ที่จะบุ่มบ่ามก้าวเข้าไปในบริเวณทะเลสาบเลือด
ทว่าคนที่สามารถบรรลุเป็นเทพชั้นกลางได้ จะเป็นพวกหน้าใหม่ที่ไม่ประสีประสาได้อย่างไร
เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์เหล่านี้ อิ่งจี้ถึงได้สงสัยว่าอิ่งเทียนอาจจะรู้สึกผิดไปเอง
"ท่านบรรพบุรุษ ข้าเพียงแค่รู้สึกว่าพลังกฎเกณฑ์นั้น แข็งแกร่งกว่าพลังกฎเกณฑ์ระดับล่างของผู้อาวุโสในเผ่าเสียอีก ส่วนจะเป็นกฎเกณฑ์ระดับกลางหรือไม่ ข้าไม่กล้ารับประกัน"
"อืม เรื่องนี้เจ้าห้ามแพร่งพรายออกไปเด็ดขาด ตัวตนที่ควบคุมกฎเกณฑ์เบญจธาตุและกฎเกณฑ์มิติได้ ต้องไม่ใช่สิ่งมีชีวิตจากเผ่าพันธุ์เล็กๆ แน่นอน"
"เจ้าถอยไปก่อนเถอะ หาโอกาสออกจากสมรภูมิ แล้วกลับไปที่เผ่าเพื่อเปลี่ยนตัวครึ่งเทพกลุ่มใหม่มาประจำการแทน"
"เข้าใจแล้ว"
เมื่อเข้าใจความหมายในคำพูดของบรรพบุรุษ อิ่งเทียนก็รีบกราบขอบคุณ
เมื่อร่างของเขาหายไป อิ่งจี้ที่นั่งอยู่บนที่นั่งเทพสำริดภายในวิหาร ก็มีแววตาที่ดูลุ่มลึกขึ้นเล็กน้อย
แค่ครึ่งเทพตายไปหกตน ถือว่าความเสียหายไม่มากนัก ไม่มีความจำเป็นต้องเสี่ยงไปตามหาตัวตนที่ไม่ทราบที่มานั่น
แต่ก็ให้เผ่ายักษ์กับเผ่ามังกรไปลองหยั่งเชิงดูได้
ความอดทนของพวกยักษ์โง่พวกนั้น ไม่ได้มีมากเท่าเขานี่นา
เมื่อคิดถึงตรงนี้ อิ่งจี้ก็ใช้พลังจิตวิญญาณถักทอ และเริ่มเรียบเรียงข้อมูลอักษรเทพ
ในเวลาเดียวกัน ภายในจุดพักพิงลับของเผ่าดาร์กเอลฟ์ เผ่ายักษ์ และเผ่ามังกร ตัวตนทั้งสามที่มีพลังเทพปกคลุมอยู่ทั่วร่าง ก็เบิกตากว้างขึ้นอย่างฉับพลัน
เมื่อเห็นตะเกียงวิญญาณหลายดวงภายในวิหารเทพดับลง สีหน้าของตัวตนทั้งสามก็เปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดทันที
พวกเขาอาศัยอยู่ในเขตชายแดนของสมรภูมิ ปกติแล้วสิบวันครึ่งเดือน ถึงจะเห็นครึ่งเทพสักตนร่วงหล่น ทำไมจู่ๆ ถึงได้ร่วงหล่นไปตั้งมากมายขนาดนี้
เมื่อพบว่าพื้นที่ที่ครึ่งเทพในเผ่าเหล่านี้แจ้งเข้ามาคือทะเลสาบเลือดห้วงลึก ผู้แข็งแกร่งของทั้งสามเผ่าก็ยิ่งขมวดคิ้วแน่นขึ้น
สถานที่นั้น พวกเขาไม่กล้าก้าวเข้าไปง่ายๆ หรอก มันง่ายที่จะดึงดูดความสนใจของตัวตนอันน่าสะพรึงกลัวบางอย่าง
[ช่างเถอะ สงสัยจะไปแหย่เอาตัวเป้งในทะเลสาบเลือดเข้าให้แล้วมั้ง]
[ระดับความเสี่ยงค่อนข้างสูง ไม่ไปจะดีกว่า]
[ลองสืบสาวกลับไปดูหน่อยซิ ว่าจะหาข้อมูลอะไรได้บ้างไหม]
ภายในเวลาเพียงไม่กี่อึดใจ เทพเจ้าที่ประจำการอยู่ของทั้งสามเผ่าก็ตัดสินใจในใจได้แล้ว
ในจำนวนนั้น เผ่าดาร์กเอลฟ์และเผ่ายักษ์ ไม่มีความคิดที่จะเข้าไปสำรวจเลย มีเพียงเทพเจ้าเผ่ามังกรเท่านั้น ที่มีความคิดอยู่บ้างเล็กน้อย
เมื่อพลังอันลึกลับซับซ้อนสายหนึ่ง พุ่งออกมาจากปลายนิ้วของตัวตนเผ่ามังกร
กลิ่นอายสีเลือดเป็นกลุ่มๆ ก็เริ่มจับตัวกันอย่างรวดเร็ว และกลายสภาพเป็นกระจกเงาสีเลือดบานหนึ่ง
[จบแล้ว]