เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 432 : หนึ่งเหรียญทอง (2)

บทที่ 432 : หนึ่งเหรียญทอง (2)

บทที่ 432 : หนึ่งเหรียญทอง (2)


บทที่ 432 : หนึ่งเหรียญทอง (2)

"ฮาน แล้วที่นั่นมีกี่คนล่ะ"

ณ สถานที่นัดพบบริเวณรอบนอกป่า

เจนน่าเดินเข้ามาหาฉันแล้วถาม

"เยอะ...นับไม่ไหว"

"มีมากมายขนาดนั้นเลยเหรอ!"

"มันแย่มาก ข้าหายใจไม่ออก ป่าทั้งป่าเต็มไปด้วยกลิ่นสาบสัตว์แปลก ๆ ทั้งนั้น"

คิชาช่าย่นจมูกของเธอ

คาทีโอที่กำลังตรวจสอบวงกลมเวทมนตร์ค้นหาที่ตั้งตรงมุมห้องก็เอ่ยปากขึ้น

"บางทีกองทัพของคริสตจักรก็อาจจะอยู่ในป่าเช่นกัน ถ้ารวมสัตว์ประหลาดและกองทัพของคริสตจักรเข้าด้วยกัน กองกำลังมันจะไม่เกินหมื่นคนเลยเหรอ"

"หมื่นคน? นั่นมัน...เยอะมาก"

"ฉันมาอยู่ในที่แบบนี้ได้ยังไง? ฉันถูกหลอกให้มาที่นี่"

คาทีโอพูดด้วยสีหน้าสิ้นหวัง

เฟรียซิสปิดปากแน่นด้วยสีหน้ามืดมน

ทุกคนมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก

"ฉันควรทำอย่างไรดี? มีวิธีที่ดีกว่านี้ไหม? เราพยายามทำให้ตระกูลอะเซนิสเปลี่ยนใจดีไหม? ฉันเดาว่ามันก็มีโอกาสที่พวกเขาจะช่วยเราได้"

หากเขาช่วยเราจริง ๆ ถ้าเป็นแบบนั้นเราสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้

แม้ว่าผู้สืบทอดและกองกำลังจะถูกกำจัดออกไป แต่พลังของตระกูลอะเซนิสจะไม่ถูกทำลาย

จากคำบอกเล่าของเฟรียซิส พวกเขายังคงมีกองกำลังจำนวนมาก

พวกเขาแค่ไม่ต้องการช่วยเราเท่านั้นเอง

"ฉันเสียใจ หากเพียงแค่ฉันโน้มน้าวพวกเขาได้ดีกว่าดี..."

เฟรียซิสก้มศีรษะต่ำลงกว่าเดิม

"มันไม่ใช่ความผิดของเธอ เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้เสมอ"

ที่จริงในสถานการณ์แรกของทาวน์เนีย เราควรจะต้องดำเนินภารกิจต่อไปพร้อมกับกองทัพที่แข็งแกร่งของอะเซนิส

อย่างไรก็ตาม สิ่งต่าง ๆ ได้เกิดข้อผิดพลาดขึ้นเมื่อเดลฟีนเสียชีวิตบนชั้นที่ 45

ฉันคาดหวังว่าประวัติศาสตร์จะได้รับการแก้ไข และบางทีเดลฟีนอาจจะกลับมามีชีวิตอีกครั้งเ แต่นั่นไม่ได้เกิดขึ้น

เรื่องราวของกองกำลังอะเซนิสที่ถูกกวาดล้างยังคงเหมือนเดิม และเดิมทีอะเซนิสช่วยเหลือเฟรียซิสเต็มที่ แต่เมื่อพวกเขาสูญเสียผู้สืบทอดไป พวกเขาก็ไม่ไว้วางใจเธออีกแล้ว

"สถานที่ที่เราจะเข้าไปทำภารกิจ...มันเต็มไปด้วยศัตรูไม่ใช่เหรอ?"

คาทีโอมองมาที่ฉัน

ฉันพยักหน้า

พวกนั้นเป็นคนของจักรวรรดิ

สามในสี่ตระกูลหลักตั้งตนเป็นศัตรูตั้งแต่แรกเริ่ม

ราชองครักษ์ของจักรวรรดิและกองกำลังของคริสตจักรต่างก็เป็นศัตรูกัน และอะเซนิสซึ่งเป็นตระกูลเดียวที่เป็นกลางก็หันหลังให้ความวุ่นวายนั้น

ราวกับว่ากลุ่มติดอาวุธขนาดใหญ่ทุกกลุ่มบนทาวน์เนียหันมาต่อต้านเรา

"นี่แทบทำให้ฉันบ้าแล้วนะ ฉันควรทำยังไงดี"

คาทีโอเกาหัวอย่างประหม่าและสับสน

"เราควรจะสงบสติอารมณ์ก่อนใช่ไหม? สิ่งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ครั้งหรือสองครั้งซะหน่อย ถูกต้องไหม?"

"นั่นสินะ แต่ว่า..."

"ถ้าเราตั้งสติและมองหาทางออก เราก็จะพบหนทาง เราเตรียมตัวมาอย่างหนัก ฉันแน่ใจว่าเราจะไม่แพ้"

"ฉันต้องวิเคราะห์สถานการณ์อีกครั้ง เอาล่ะ..."

สมาชิกในปาร์ตี้ที่ 1 กำลังถกเถียงกันอย่างดุเดือด

ฉันถอยหลังหนึ่งก้าวแล้วรีบเดินออกไปข้างนอก

"นายกำลังจะไปไหนน่ะฮาน?"

เจนน่าถาม

"ไปสูดอากาศ"

ฉันตอบเธอสั้น ๆ แล้วเดินออกไปนอกป่าทันที

ต่อให้เอาแต่ถกเถียงกันไปก็ไม่มีทางได้รับคำตอบ

และปกติตอนอยู่บนโลก ฉันก็จะออกไปเดินเล่นทุกครั้งที่สมองไม่ปลอดโปร่งและติดขัดอะไรบางอย่าง

'มันช่วยให้ดีขึ้นมาหน่อย'

ในป่าแม้จะมืด แต่ข้างนอกก็ยังพอเห็นได้

แสงแดดส่องเข้ามานิดหน่อย ต้นไม้และใบไม้ก็เขียวขจี

อย่างน้อยก็รู้สึกเหมือนกำลังเดินผ่านป่าจริง ๆ

บริเวณรอบนอกของป่าถูกแบ่งออกเป็นสถานที่ที่สามารถไปได้และสถานที่ที่ไม่สามารถไปได้

ฉันเดินออกไปข้างนอกผ่านรากและพุ่มไม้ของต้นไม้ที่สวยงามแห่งนี้ไปเรื่อย ๆ

ยังไม่มีวี่แววว่าภารกิจจะสิ้นสุด ฉันวางแผนที่จะย้ายไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้จากที่นี่

'มีสัตว์ประหลาดอยู่ที่นี่ด้วยเหรอ'

ฉันหยุดเดิน

มีร่างบางร่างเดินอยู่ไกล ๆ

ร่างนั้นค่อย ๆ เข้ามาใกล้จุดที่ฉันอยู่

มันไม่ใช่สัตว์ประหลาด

เมื่อรู้เช่นนี้แล้ว ฉันก็ซ่อนตัวอยู่ในพงหญ้า

หลังจากนั้นประมาณ 5 นาที เจ้าของร่างนั้นก็ปรากฏตัวขึ้น

'พวกนั้นเป็นคนเหรอ?'

ชายสองคนกำลังเดินไปตามถนน

พวกเขากำลังเคลื่อนตัวออกไปนอกกำแพงโปร่งใสที่ฉันไม่สามารถผ่านไปได้

ไม่ใช่คนจากกลุ่มคริสตจักร

พวกเขาแต่งกายด้วยชุดเกราะหุ้มหนังที่ตัดเย็บอย่างดีและมีอาวุธคาดไว้กับเข็มขัด

ผู้ชายที่เดินอยู่ทางซ้ายน่าจะอายุ 20 ต้น ๆ

ชายที่อยู่ทางขวาดูเหมือนเขาจะแข็งแกร่งกว่าอีกคนมาก

"ทำไมเราถึงมาอยู่ในที่แบบนี้? มีเรื่องให้ทำอีกตั้งมากมาย"

ชายผู้มีใบหน้าบูดบึ้งบ่น

มันเป็นเสียงและน้ำเสียงที่ไม่เข้ากับใบหน้าของเขา

"ก็มันน่าสงสัยตั้งแต่แรกแล้วนิ เมล็ดเหมือนไข่ที่หน้าตาประหลาดนั่นสามารถนำมาซึ่งความสงบสุขได้ มีแต่คนบ้าแหละจะไปเชื่อ"

"นั่นคือสิ่งที่คริสตจักรบอกไม่ใช่เหรอ? คนอย่างเราไม่มีทางเลือกนอกจากต้องทำตาม และถ้าต้องการสืบเรื่องนี้จริง ๆ แค่ส่งผู้ใต้บังคับบัญชาไปไม่ได้เหรอ?"

"ผู้ใต้บังคับบัญชา? แล้วใครเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาล่ะ?"

"ก็ได้ ๆ ฉันนี่แหละผู้ใต้บังคับบัญชา"

"ฉันอายุมากกว่านายสิบปีนะ พูดจาดี ๆ ให้ดูมีมารยาทหน่อย!"

ชายหนุ่มทั้งสองคนที่เดินไปตามเส้นทางป่าทะเลาะกันตลอดเวลา

ฉันมองไปทางชายหนุ่ม ผู้ชายหน้าบูดบึ้งน่าจะเป็นพี่

ร่างกายมีความสมดุลดีมาก และท่าเดินก็ดูมั่นคง

'ค่อนข้างแข็งแกร่งมากเลยทีเดียว'

เห็นได้ชัดว่าผู้ชายคนนี้ฝึกฝนมาเป็นเวลานาน

นอกจากนี้...มันมีกลิ่นบางอย่างที่คุ้นเคยแต่ฉันก็ไม่แน่ใจ

ฉันไม่สามารถอธิบายได้

เปรี้ยะ

ฉันมองที่แขนซ้ายของฉัน

สายฟ้าสีแดงเข้มสว่างขึ้นมาแล้วหายไป

ชายหนุ่มผมหางม้าสีน้ำตาลที่มีท่าทางร่าเริงมองไปทั่วป่าแล้วพูดว่า

"มีสัตว์ประหลาดมากมาย ฉันไม่สามารถนับจำนวนพวกมันได้...มันดูแออัดมากยังไงไม่รู้"

"ผู้บังคับบัญชาจะไปจัดการเองหรือเปล่า? ลองคิดดูสิ ทุกวันนี้มีการโจมตีของสัตว์ประหลาดมันน้อยลงมาก และผู้บังคับบัญชาเองก็ไม่ได้พยายามรวบรวมกำลังพลเลย นั่นหมายความว่าเขาสามารถจัดการกับพวกเขาทั้งหมดในคราวเดียวหรือเปล่า? ต้องจัดการมันให้ตายหมดสิ แบบนั้นแหละถึงจะเรียกว่าความสงบที่แท้จริง!"

"...กลิ่นนี้"

ชายหนุ่มที่อยู่ด้านหน้าขมวดคิ้ว

"เราจะกลับไปรวบรวมเด็ก ๆ และโจมตีพวกนั้นเหรอ?"

"โจมตีอะไร? เราจะจัดการศัตรูจำนวนมากขนาดนี้ได้อย่างไร? มันแค่น่าสงสัย ฉันเลยมาดูต่างหาก"

"ทำไม่ได้อะไรเล่า? แต่ฉันว่าผู้บังคับบัญชาเราทำได้นะ! ผู้บังคับบัญชาคือใครจำไม่ได้เหรอ? เขาคือต้นแบบผู้น่ายกย่องของทหารรับจ้างทั้งหมดในทาวน์เนียไม่ใช่หรือไง? ผู้บังคับบัญชาพิชิตดันเจี้ยนทั่วทั้งทวีปในเวลาไม่ถึง 10 ปี... ว้าว! นั่นเป็นความสำเร็จที่ไม่มีใครเคยทำได้ นั่นแหละเป็นเหตุผลว่าทำไมฉันถึงปฏิบัติต่อเขาเหมือนพี่ชายของผม เพียงคำพูดเดียวจากผู้บังคับบัญชา ทหารรับจ้างหลายพันคนในทาวน์เนียจพากันออกมาเหมือนผึ้ง!"

"นี่!!"

"พี่โจชัว!"

"อย่ามาเรียกฉันว่าพี่เฉย ๆ นะ"

"งั้นเรียกผู้บังคับบัญชาราชาทหารรับจ้างก็ได้"

"ราชาทหารรับจ้างอะไร ฉายาบ้าอะไรอีกเนี่ย?"

"จะมีใครอีก ก็พี่ไงเล่า ลืมฉายาตัวเองแล้วหรือไง? ฮ่าฮ่าฮ่า"

ชายคนนั้นหัวเราะอย่างเต็มที่

จบบทที่ บทที่ 432 : หนึ่งเหรียญทอง (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว