เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 388 : เมล็ดพันธุ์สีดำ (10)

บทที่ 388 : เมล็ดพันธุ์สีดำ (10)

บทที่ 388 : เมล็ดพันธุ์สีดำ (10)


บทที่ 388 : เมล็ดพันธุ์สีดำ (10)

เฟรียซิสกลืนน้ำลายขณะที่มองมาที่ฉัน

"บุกไปข้างหน้าเลยงั้นเหรอ?"

ความเป็นไปได้ที่จะรอดมันต่ำเกินไป

ไม่เป็นไรถ้าฉันอยู่คนเดียว แต่ฉันมีเฟรียซิสที่ต้องปกป้อง

แล้วมีวิธีอื่นอีกไหม?

"...มีแค่นั้นเหรอ?"

ฉันหลับตาลง

ฉันจำแผนที่เกาะลอยที่จ้องมองทั้งคืนเมื่อวานนี้ได้ขึ้นใจ

ไม่นานฉันก็ได้ข้อสรุป

"ตามฉันมา"

"นายมีแผนจะไปที่ไหน?"

"หน้าผา"

"ที่นั่น..."

ฉันไม่ได้พูดอะไรต่อ

เฟรียซิสมองมาที่ฉันและพยักหน้าช้า ๆ

"ฉันเข้าใจแล้ว ฉันเชื่อใจนาย"

"อย่าเชื่อใจกันมากเกินไปสิ"

ฉันกับเฟรียซิสมุ่งหน้าไปยังหน้าผาที่อยู่ด้านหลังทันที

กองทัพของคริสตจักรก็น่าจะรู้ตำแหน่งของเราแล้วด้วย ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องซ่อนตัว

วูบ!

ลมพัดเข้ามากระทบร่างกายของฉัน

ฉันมองกลับไปโดยวางเท้าลงบนพื้นอย่างมั่นคง

เหนือหน้าผาสูงชัน ฉันเห็นดินแดนอันห่างไกลที่ฝั่งตรงข้าม

เฟรียซิสจับชายเสื้อของฉันไว้แน่น

ฉันหัวเราะและกำดาบในมือเอาไว้

ทหารหลายร้อยคนและอัศวินหลายสิบคน

สามคนนั้นเข้ามาหาฉันเช่นกัน

"...ถ้าแกจะหนี แกควรทิ้งผู้หญิงเลว ๆ นั่นไว้ข้างหลังซะ"

เพอร์แซนยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์

"ถ้ามีโอกาส ข้าอยากจะต่อสู้กับนักรบที่แท้จริงมากกว่า...ให้สู้กับคนแบบนี้มันเป็นความอัปยศสิ้นดี"

เกียนีกอดอกและเดินเข้ามา

และนักบุญตาบอดคนนั้นเดินเข้ามาหาฉันเช่นกัน

'นี่คือสิ่งที่ฉันต้องทำเพียงคนเดียว'

นี่เป็นภารกิจส่วนตัวที่ต้องทำคนเดียว

ระดับความยากจะเพิ่มขึ้นจนถึงจุดที่ฉันไม่สามารถข้ามผ่านได้

แต่ฉันอยู่ที่นี่ไม่ถึงหนึ่งวันหรือสองวันด้วยซ้ำ

"จัดการมันซะ"

เพอร์แซนกล่าว

"ท่านเพอร์แซน!"

"ข้าไม่อยากได้ยินเสียงแก ดังนั้นหุบปากซะ!!"

"เดี๋ยวก่อน โปรดฟัง! ฉันพูดภาษาทาวน์เนียได้..."

"บอกให้หุบปาก!"

เพอร์แซนตะโกนด้วยดวงตาแดงก่ำ

"อย่าเปิดปากสกปรกอีกแม้แต่ครั้งเดียว!"

เฟรียซิสปิดปากของเธอแน่น

เพอร์แซนมองกลับมาที่ฉันแล้วยิ้ม

"ฮีโร่คนเก่ง เรามาคุยกันอีกครั้งดีกว่า คิดว่าตัวเองจะมีโอกาสชนะไหม? จะดีกว่าไหมที่ตัดสินใจเลือกทางอื่นเพื่อรักษาชีวิตตัวเองเอาไว้"

<ฝ่าบาทประทับใจทักษะการต่อสู้ของนายมาก>

นักบุญก้าวไปข้างหน้า

"นักรบที่เก่งกาจเช่นเจ้ามีคุณสมบัติที่จะร่วมต่อสู้ในศึกอันยิ่งใหญ่ด้วยกัน มอบผู้หญิงคนนั้นให้ข้าแล้วมาทางนี้เถอะนักรบ"

ราชาสัตว์ป่าอย่างเกียนีก็เข้ามาช่วยเกลี้ยกล่อมฉันอีกแรง

ฉันคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดออกมา

"ถ้าฉันยกเฟรียซิสให้พวกแก แล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับเธอ?"

"แน่นอนว่า..."

เพอร์แซนยกมือขวาขึ้น

ฟุ่บ!

ลมที่พัดรุนแรงเหมือนมีดคม ๆ พันเล่มพัดผ่านหน้าฉันไป

“เราจะตอบแทนความเจ็บปวดที่เราเผชิญมาให้เธอหลายสิบเท่า เราจะทำให้เธออยู่ในสภาพที่อยู่หรือตายก็ไม่ต่างกัน เราจะทำให้เธอประสบกับความเจ็บปวดทั้งหมดในโลกนี้ เราจะทำให้เธอร้องออกมาว่าเธออยากตายและขอร้องให้ฆ่าเธอสักที”

"ผู้ทรยศสมควรได้รับการลงโทษเป็นการตอบแทน"

<ข้าเห็นด้วย>

ฉันมองย้อนกลับไป

"...ฮาน"

เฟรียซิสมองมาที่ฉันด้วยสายตาเปียกชุ่มไปด้วยน้ำตา

ฉันไม่รู้สึกว่าเธอเป็นเจ้าหญิงเลย

ตอนนี้มีเพียงหญิงสาวคนหนึ่งที่หวาดกลัวสิ่งที่จะเกิดขึ้นตรงหน้า

"มีชีวิตอยู่ต่อเถอะนะฮาน ส่งฉันไปให้..."

"อย่าพูดอะไรที่มันน่าขนลุกแบบนั้น"

ฉันดีดหน้าผากของเฟรียซิส

และฉันก็มองไปข้างหน้า

<เรามีเหตุผลของเรานั่นก็คือการช่วยทุกคนที่ทนทุกข์อยู่บนโลกนี้ นายไม่รู้หรือไงว่าโลกนี้มันผิดเพี้ยนและบิดเบี้ยวแค่ไหน? >

เสียงของนักบุญดังขึ้นในหัวของฉัน

เสียงนั้นทรงพลังมาก

"มันเป็นเหตุผลที่เราต้องทำแบบนี้ ทำลายโลกที่บิดเบี้ยวและนำสันติสุขมาสู่ทุกคน ฉันจะบอกความจริงที่นายไม่เคยรู้ให้ฟัง ว่าพวกเราผ่านอะไรมาบ้าง ทำไมเราถึงกลายเป็นแบบนี้ สิ่งที่นังนั่นทำ นังคนทรยศนั่น ความจริงอันเจ็บปวด..."

"มันแย่มาก เพราะแกคนเดียว นังทรยศ!"

ใบหน้าของเพอร์แซนแข็งทื่อในทันที

"ความจริงที่ไม่รู้? ความจริงที่เจ็บปวด?"

ฉันหัวเราะ

ฉันพยายามกลั้นเสียงหัวเราะไว้แล้วนะ แต่ฉันทนไม่ไหวจริง ๆ

ฉันระเบิดเสียงหัวเราะออกมาโดยไม่สนว่าสถานการณ์ตอนนี้จะตึงเครียดแค่ไหน

ฉันเองก็ไม่รู้หรอกนะว่าที่ผ่านมาเป็นยังไงบ้าง...แต่สำหรับตอนนี้

"ทำไมฉันต้องไปสนใจเรื่องน่าเบื่อแบบนั้นด้วยล่ะ"

"...นายกำลังพูดเรื่องอะไร?"

ฉันยิ้มยกมุมปากขึ้น

"โชคร้ายแค่พวกแกงั้นเหรอ? คิดว่าเป็นคนเดียวที่ต้องมาเจอเรื่องไร้สาระแบบนี้งั้นเหรอ?"

"..."

"บางคนต้องมาติดอยู่กับบางสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกันเลยด้วยซ้ำ ต้องเลือดตกยางออกเกือบตายหลายต่อหลายครั้ง และยังคงดิ้นรนเอาชีวิตรอด"

ทุกวันคือการต่อสู้และเผชิญหน้ากับนรก

มันเป็นวันที่เจ็บปวดที่ต้องต่อสู้กับความเป็นและความตายหลายครั้ง

ฆ่าศัตรูนับไม่ถ้วนและเบื่อหน่ายที่เห็นเพื่อนในห้องรอตายไปทีละคน

"ฉันจะไม่ระบายความโกรธออกมาโดยไม่จำเป็น"

พวกนั้นอาจจะยังไม่รู้ว่าเทลทำอะไรไว้บ้าง

เทลหลอกเฟรียซิสและใช้เธอเป็นเครื่องมือ

'ความเจ็บปวดที่พวกมันได้รับงั้นเหรอ?'

พวกมันกำลังโกรธจนแทบบ้าเพราะควาเมจ็บปวดที่มันได้รับ

แต่ลองมองย้อนมาดูฉันสิ เพียงเพราะฉันอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้าย ฉันก็ไม่ได้คิดที่จะลากคนอื่นลงเหวไปด้วย

ฉันจะยุติสถานการณ์ที่โชคร้ายด้วยตัวฉันเอง

และฉันก็จะเอาชนะมันให้ได้

"บอกหัวหน้าของพวกแกให้เตรียมรับมือได้เลย"

ทั้งสามไม่ได้พูดอะไรออกมา

พวกเขามองฉันด้วยสายตาเย็นชา

ฉันยิ้ม

ฉันเข้าใจได้ว่าสาเหตุที่พวกมันพยายามอธิบายคืออะไร

"นั่นเป็นเจตจำนงของนายหรือ?"

เพอร์แซนพึมพำ

ฉันมองไปที่เธอแต่ไม่ได้ตอบ

"เฟรียซิส"

ฉันกระซิบเบา ๆ และเฟรียซิสก็พยักหน้าตอบรับเบา ๆ

"จับให้แน่น อย่าปล่อยมือเด็ดขาด"

"อืม"

เฟรียซิสจับชายเสื้อของฉันไว้แน่น

ฉันหมุนดาบไปรอบ ๆ หนึ่งครั้งและมองไปข้างหน้าอีกครั้ง

สามคนนั้นเดินเข้ามาหาฉันอย่างช้า ๆ

"ลองคิดดูเล่น ๆ สิว่าเมื่อสิ่งที่อยากได้มาก ๆ บินหนีไป พวกแกจะกรีดร้องออกมาแบบไหน?"

"ไอ้สารเลว"

เพอร์แซนยื่นมือของเธอมาทางฉัน

ฉันชูนิ้วกลางมือซ้ายขึ้นมาและจับเฟรียซิสให้แน่น แล้วฉันก็ตัดสินใจกระโดดข้ามหน้าผาทันที....

จบบทที่ บทที่ 388 : เมล็ดพันธุ์สีดำ (10)

คัดลอกลิงก์แล้ว