- หน้าแรก
- ระบบสายเปย์ ขอเลี้ยงดูพนักงานนับล้าน
- บทที่ 27 - ถ้าฟิตเนสทำกำไรได้ นายจะยอมเซ้งกิจการเหรอ
บทที่ 27 - ถ้าฟิตเนสทำกำไรได้ นายจะยอมเซ้งกิจการเหรอ
บทที่ 27 - ถ้าฟิตเนสทำกำไรได้ นายจะยอมเซ้งกิจการเหรอ
บทที่ 27 - ถ้าฟิตเนสทำกำไรได้ นายจะยอมเซ้งกิจการเหรอ
"เข้ามา"
"เถ้าแก่"
พอเห็นว่าเป็นเกากังเดินเข้ามา สวีเทียนฉีก็รู้สึกปวดหัวตึบๆ
"เถ้าแก่ หลายวันมานี้ เถ้าแก่หาคนมารับช่วงต่อฟิตเนสได้หรือยังครับ"
"ยังเลย"
สวีเทียนฉีส่ายหน้าอย่างจนใจ
เพื่อเรื่องฟิตเนสนี้ ช่วงนี้เขาไปล่วงเกิน "เพื่อน" มาหลายคนแล้ว
เขายังจำได้ว่า เมื่อวานบนโต๊ะเหล้า เขากระซิบถามเพื่อนเก่าคนหนึ่งว่าสนใจอยากรับช่วงต่อฟิตเนสไหม
ผลคือเพื่อนเก่าคนนั้นหน้าถอดสีทันที
ตอนนั้น เพื่อนเก่าคนนั้นก็กอดคอเขาไว้ "เหล่าสวี เราก็รู้จักกันมาสิบกว่าปีแล้วใช่ไหม"
"อืม"
"แล้วนายมาหลอกฉันทำไม"
"ฉันไม่ได้หลอกนายนะ"
"ไม่ได้หลอกเหรอ แล้วทำไมนายถึงอยากจะเซ้งฟิตเนสให้ฉันล่ะ"
"นี่มัน..."
"คบกันมาตั้งหลายปี มีใครไม่รู้ไส้รู้พุงกันบ้าง ถ้าฟิตเนสทำกำไรได้ นายจะยอมเซ้งกิจการเหรอ"
"..."
ขอแค่เขาเอ่ยปากเรื่องเซ้งฟิตเนส เพื่อนๆ ของเขาก็จะปฏิเสธกันแทบทุกคน
ยุคนี้ ใครบ้างจะไม่รู้เรื่องการบริหารงานของฟิตเนสเชิงพาณิชย์
ถึงตัวเองจะไม่รู้ คนรอบตัวก็ต้องมีคนรู้บ้างแหละ
ถ้าไม่รู้จริงๆ ก็ไปหาข้อมูลในเน็ตเอาสิ
แต่ยิ่งคนรู้จักปฏิเสธไม่ยอมรับช่วงต่อฟิตเนส สวีเทียนฉีก็ยิ่งอยากจะเซ้งฟิตเนสแห่งนี้ออกไปให้เร็วที่สุด
เมื่อเห็นท่าทางจนตรอกของสวีเทียนฉี เกากังก็แอบขำอยู่ในใจ
"งั้นเถ้าแก่สู้ๆ นะครับ"
"เดี๋ยว เกากัง"
"มีอะไรครับ เถ้าแก่"
สวีเทียนฉีถามขึ้น "นายพอจะรู้จักใครที่อยากรับช่วงต่อฟิตเนสบ้างไหม"
"ไม่มีครับ" เกากังส่ายหน้า "แต่ก็มีคนที่อยากจะขายฟิตเนสอยู่สองสามคน กำลังหาคนซื้ออยู่ เถ้าแก่จะลองดูไหม"
"ไม่ดู ฉันไม่ได้จะซื้อสักหน่อย"
สวีเทียนฉีนวดขมับ รู้สึกเครียดขึ้นมาทันที
ณ ซิงหั่วฟิตเนส ฉวีจื้อผิงกำลังรายงานเรื่องที่สวีเทียนฉียังหาคนซื้อไม่ได้ให้ซูหยางฟัง
ซูหยางรู้สึกว่ายังได้ที่ไม่พอ จึงให้ฉวีจื้อผิงไปเกลี้ยกล่อมเกากังก่อน
ให้เขารอไปก่อน
"เถ้าแก่ แล้วขั้นต่อไปเราจะทำยังไงดีครับ"
"มะรืนนี้ละกัน" ซูหยางคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วบอก "มะรืนนี้เราไปดูจีเจี้ยนฟิตเนสกัน คุณไปบอกโจวซูเหนียนล่วงหน้าด้วยนะ"
สถานการณ์ของจีเจี้ยนฟิตเนส ซูหยางให้ฉวีจื้อผิงไปสืบมาจากโจวซูเหนียนแล้ว
การบริหารงานถือว่าพอใช้ได้ แต่กำไรน้อยจนน่าสงสาร
หักค่าเช่า ค่านิติบุคคล ค่าน้ำค่าไฟ ค่าจ้างพนักงาน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ แล้ว เฉลี่ยแล้วฟิตเนสแห่งนี้ทำกำไรได้แค่ปีละประมาณหนึ่งแสนหยวนเท่านั้น
พูดง่ายๆ ก็คือ ตอนนี้กู่เจี้ยนจวิน เถ้าแก่ของพวกเขา ได้แค่ค่าเหนื่อยเท่านั้นแหละ
สู้พวกพนักงานกินเงินเดือนบางคนยังไม่ได้เลย
กู่เจี้ยนจวินเองก็มีธุรกิจอื่นอยู่ด้วย พอได้ยินจากโจวซูเหนียนว่าซูหยางอยากจะซื้อฟิตเนส เขาก็เลยเกิดความคิดอยากจะเซ้งฟิตเนสแห่งนี้ให้
เมื่อวานนี้ กู่เจี้ยนจวิน เถ้าแก่ของพวกเขา ถึงกับมาหาซูหยางด้วยตัวเอง แสดงความจริงใจอย่างเต็มที่
"ได้ครับ"
"ถึงตอนนั้น คุณให้พนักงานของจีเจี้ยนฟิตเนสส่งรูปที่ผมไปดูงานที่ฟิตเนสของพวกเขาเข้าไปในกลุ่มวีแชทพวกคุณนะ แล้วก็แย้มๆ ไปว่าซิงหั่วอาจจะซื้อกิจการจีเจี้ยนฟิตเนส... เรื่องนี้คุณทำได้ใช่ไหม"
"ได้ครับ ผมกับเหล่าโจวสนิทกันมาก" ฉวีจื้อผิงพูดมาถึงตรงนี้ จู่ๆ ก็เข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นมา "เถ้าแก่อยากให้เกากังเอาข่าวนี้ไปบอกสวีเทียนฉีเหรอครับ"
"อืม" ซูหยางพยักหน้า "ความจริงผมก็สนใจเฉียงลี่ฟิตเนสนะ แต่ผมคงไม่บุกไปขอซื้อด้วยตัวเองหรอก ผมจะให้สวีเทียนฉีมาขอร้องผมแทน"
ฉวีจื้อผิงถึงกับบางอ้อ
แต่เขาก็ยังสงสัยอยู่ดีว่า "แบบนี้จะได้ผลจริงๆ เหรอครับ"
"ขอแค่เกากังออกแรงหน่อย ยังไงก็มีโอกาสเป็นไปได้สูง" ซูหยางพูดด้วยความมั่นใจ "เท่าที่ผมรู้มา สวีเทียนฉีคนนี้ไม่เพียงแต่ขี้ระแวง แต่ยังใจร้อนด้วย"
ฉวีจื้อผิงอยากจะถามจริงๆ ว่า เถ้าแก่รู้ได้ยังไง
แต่เขาก็ไม่กล้าถามออกไป
เขาเดาว่า ในตอนที่เขาไม่รู้ เจ้านายคงแอบไปสืบเรื่องของสวีเทียนฉีมาแล้วแน่ๆ
เตรียมตัวมาดีขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย
แต่เขาก็ยังแอบสงสัยอยู่ดีว่า แผนของเจ้านายจะสำเร็จได้ราบรื่นจริงๆ หรือเปล่า
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว สองวันต่อมา ฉวีจื้อผิงขับรถพาซูหยางมาที่จีเจี้ยนฟิตเนส
ฉวีจื้อผิงจอดรถในที่จอดรถหน้าฟิตเนส พอซูหยางลงจากรถ ก็เห็นป้ายเก่าๆ สีเหลืองซีดของจีเจี้ยนฟิตเนส
โจวซูเหนียนเห็นฉวีจื้อผิงก็รีบบอก "เถ้าแก่ เถ้าแก่ซูจากซิงหั่วมาถึงแล้วครับ"
กู่เจี้ยนจวินถามด้วยความแปลกใจ "วัยรุ่นคนนั้นน่ะเหรอ"
"ใช่ครับ"
"งั้นเราออกไปต้อนรับเขากันเถอะ"
"ครับ"
กู่เจี้ยนจวินไม่ได้วางมาดอะไร เพราะยังไงเขาก็เป็นฝ่ายขอร้องให้ซูหยางมารับช่วงต่อ
ดังนั้น กู่เจี้ยนจวินจึงพาโจวซูเหนียนออกไปต้อนรับซูหยางที่หน้าประตูฟิตเนส
ด้านหลังของพวกเขา ก็มีพนักงานบางคนที่อยากรู้อยากเห็นมายืนมุงดูอยู่ด้วย
"เถ้าแก่นี่มารับใครเหรอ"
"คนของทางการหรือเปล่า"
"ฉันรู้แล้ว ช่วงนี้เถ้าแก่อยากจะเซ้งฟิตเนสให้ซิงหั่ว ก็เลยไปติดต่อซิงหั่วฟิตเนส คนนั้นคือผู้จัดการร้านซิงหั่วฟิตเนส ฉวีจื้อผิง ส่วนคนที่เดินอยู่ข้างหน้าฉวีจื้อผิงน่าจะเป็นเจ้านายคนใหม่ของซิงหั่ว"
"ลูกเศรษฐีชื่อดังคนนั้นน่ะเหรอ"
"ใช่ ต้องเป็นเขาแน่ เขาหล่อเหมือนที่ลือกันจริงๆ ด้วย ถ้าเขามาเป็นเจ้านายของเราก็ดีสิ"
"ได้ยินมาว่าสวัสดิการของซิงหั่วดีที่สุดในบรรดาฟิตเนสในหรงเฉิงเลยนะ"
"แถมยังไม่ค่อยมีความกดดันเรื่องยอดขายด้วย"
"ถ้าเราถูกซิงหั่วซื้อไป ซิงหั่วจะขึ้นเงินเดือนให้พวกเราไหมนะ"
"น่าจะมั้ง ได้ยินมาว่าเขาไม่เดือดร้อนเรื่องเงินนี่นา"
"งั้นก็ขอให้เราถูกซื้อไปทีเถอะ"
"..."
เทรนเนอร์จีเจี้ยนฟิตเนสคนหนึ่งหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา แอบถ่ายรูปตอนที่ทั้งสองคนกำลังจับมือกันรัวๆ
จากนั้นก็ส่งรูปเข้าไปในกลุ่มวีแชทฟิตเนสกลุ่มใหญ่
ไม่นานก็มีคนถามว่านี่รูปอะไร
เทรนเนอร์คนนั้นก็อธิบายในกลุ่มว่า "เถ้าแก่ของเราอยากจะเซ้งฟิตเนส ก็เลยไปหาเถ้าแก่ซูของซิงหั่ว ตอนนี้เถ้าแก่ซูกำลังมาดูงานที่ฟิตเนสของเราอยู่"
"ว้าว ซิงหั่วเหรอเนี่ย"
"เถ้าแก่ซูของซิงหั่วมีบารมีจริงๆ"
ด้วยความขี้อวดของพนักงานซิงหั่ว ชื่อเสียงของซูหยางจึงโด่งดังไปทั่ววงการฟิตเนสในหรงเฉิงโดยไม่รู้ตัว
"งั้นพวกนายก็สบายแล้วสิ สวัสดิการของซิงหั่วอยู่ในระดับแนวหน้าเลยนะ เถาสวี่นานของฟิตเนสเราก็โดนดึงตัวไปแล้ว"
"ตอนแรกฉันก็อยากจะย้ายไปซิงหั่วนะ แต่พวกเขาคัดคนเข้าทำงานเข้มงวดมาก"
"รู้งี้ฉันย้ายไปจีเจี้ยนแต่แรกก็ดี พอจีเจี้ยนถูกซื้อ ฉันก็จะได้เป็นพนักงานของซิงหั่วไปโดยปริยาย"
"ขอถามหน่อย ตอนนี้จีเจี้ยนยังรับคนอยู่ไหม"
"ขอถามด้วยคน"
"..."
ในตอนนั้นเอง เกากังก็ได้รับโทรศัพท์จากฉวีจื้อผิงพอดี
เมื่อมองดูข้อความใหม่ที่เด้งขึ้นมาในกลุ่มวีแชทฟิตเนส เกากังก็อดชื่นชมในใจไม่ได้ว่า แผนการของเจ้านายในอนาคตนี่มันยอดเยี่ยมจริงๆ
แผนซ้อนแผน วางกับดักไว้เป็นชั้นๆ
เขาแคปหน้าจอข้อความในกลุ่มวีแชท แล้วส่งไปให้สวีเทียนฉี เจ้านายคนปัจจุบันของเขาทีละรูป
เมื่อเห็นว่าสวีเทียนฉีไม่ตอบกลับ เขาจึงโทรหาสวีเทียนฉีโดยตรง
สวีเทียนฉีถามในสายว่า "มีเรื่องอะไร"
"เถ้าแก่ ดูข้อความวีแชทที่ผมส่งให้สิครับ"
"ข้อความอะไร"
"เถ้าแก่ซูของซิงหั่วฟิตเนส ดูเหมือนจะซื้อกิจการจีเจี้ยนฟิตเนส ตอนนี้ไปดูงานที่จีเจี้ยนฟิตเนสแล้ว"
"แกหมายความว่ายังไง"
"เถ้าแก่หาคนมารับช่วงต่อฟิตเนสได้หรือยังล่ะครับ"
เสียงหายใจของสวีเทียนฉีเริ่มถี่ขึ้น "แกคิดว่าเถ้าแก่ซูของซิงหั่วจะสนใจร้านเราไหม"
"ไม่รู้สิครับ แต่ถ้าเถ้าแก่ยังหาคนมารับช่วงต่อไม่ได้ เราอาจจะลองเสี่ยงดู" เกากังลดเสียงลง "ผมได้ยินมาว่าเถ้าแก่ซิงหั่วรวยมาก ในเมื่อเขามีความคิดจะซื้อจีเจี้ยนฟิตเนส แล้วทำไมเขาถึงจะซื้อร้านเราไม่ได้ล่ะ"
"งั้นแกไปถามดูสิ"
สวีเทียนฉีตอบกลับ
"ได้ครับเถ้าแก่"
"เรื่องนี้แค่นี้ก่อนละกัน"
วางสายไปแล้ว สวีเทียนฉีก็ยังไม่ออกรถ
เขานึกถึงข่าวลือเกี่ยวกับซูหยาง ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่านี่เป็นโอกาสที่ดี