- หน้าแรก
- เกิดใหม่: เปิดเรื่องมาจับได้ว่า ‘ราชินีน้ำแข็ง’ ขโมยของในซูเปอร์มาร์เก็ต
- บทที่ 643 ขาของชุนชุนยาวสวยล่ะสิ บทที่ 644 ไป๋ชิงเซี่ย เธอออกมาเดี๋ยวนี้นะ!
บทที่ 643 ขาของชุนชุนยาวสวยล่ะสิ บทที่ 644 ไป๋ชิงเซี่ย เธอออกมาเดี๋ยวนี้นะ!
บทที่ 643 ขาของชุนชุนยาวสวยล่ะสิ บทที่ 644 ไป๋ชิงเซี่ย เธอออกมาเดี๋ยวนี้นะ!
บทที่ 643 ขาของชุนชุนยาวสวยล่ะสิ
หลิวว่างชุน: "เซี่ยเซี่ยไม่มีปัญหาอยู่แล้วล่ะ"
ไป๋ชิงเซี่ยพยักหน้า: "ได้ค่ะ"
"บ้าจริง" ลู่หยวนชิวตบเมนูลงบนโต๊ะด้วยมือข้างเดียว
ท่ามกลางสายตาของสองสาวฝั่งตรงข้ามที่กะพริบปริบๆ มองมา ลู่หยวนชิวก็ยกมือขึ้นดีดนิ้ว: "พนักงานครับ ขออาหารแนะนำสักสองสามอย่างหน่อย!"
พูดจบเขาก็ประสานนิ้วทั้งสิบเข้าด้วยกัน ทำหน้าจริงจังแล้วอธิบายเพิ่มกับสองสาวฝั่งตรงข้ามว่า: "ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะกินอะไร..."
เขารู้สึกว่าอาหารหูหนาน กินเข้าไปแล้วก้นคงได้พ่นไฟแน่ๆ ลู่หยวนชิวกินเผ็ดไม่ค่อยเก่ง ไป๋ชิงเซี่ยเองก็กินไม่เก่งเหมือนกัน ส่วนหลิวว่างชุนจะเป็นยังไงเขาก็ไม่ได้ใส่ใจความเป็นตายของเธออยู่แล้ว
การเช่าบ้านผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในเมื่อไม่ต้องมากังวลเรื่องงบประมาณก็ไม่จำเป็นต้องคิดมาก บ้านราคาแพงย่อมไม่แย่อยู่แล้ว ในเรื่องนี้ลู่หยวนชิวกับไป๋ชิงเซี่ยก็แค่ทำหน้าที่เป็นลูกน้องเดินตามหลังหลิวว่างชุนก็พอ
แน่นอนว่าไป๋ชิงเซี่ยต้องลงทุนลงแรงมากที่สุด เพราะเธอต้องรับหน้าที่นอนเป็นเพื่อนหลิวว่างชุนด้วย
"ฮัลโหล? พ่อ? หนูอยู่จวี๋เฉิงนะ ปีใหม่นี้หนูคงไม่ได้กลับไปฉลองด้วยแล้วล่ะ" ในห้องนั่งเล่น หลิวว่างชุนนอนแผ่หราอยู่บนโซฟาคุยโทรศัพท์ ในบ้านมีระบบทำความร้อนที่พื้น เธอเลยถอดเสื้อคลุมออกจนหมด เท้าที่สวมเลกกิ้งสีดำวางพาดอยู่ตรงขอบโต๊ะน้ำชา
ลู่หยวนชิวเหลือบมองเรียวขายาวสองข้างที่พาดอยู่บนโต๊ะน้ำชาแวบหนึ่ง ก่อนจะชะงักไปเมื่อพบว่าไป๋ชิงเซี่ยที่กำลังอุ้มกล่องกระดาษอยู่ตรงมุมห้องกำลังจ้องเขาตาเขม็ง ลู่หยวนชิวกระแอมไอเบาๆ ทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วก้มหน้าก้มตาจัดของต่อ
"อยู่กับลู่หยวนชิวแล้วก็ไป๋ชิงเซี่ย"
"พ่อเลอะเลือนแล้วเหรอ?! ทำไมในหัวมีแต่ลู่หยวนชิวล่ะ ยังมีไป๋ชิงเซี่ยอีกคนนะ หนูต้องนอนห้องเดียวกับไป๋ชิงเซี่ยอยู่แล้ว!"
"คิดอะไรของพ่อเนี่ย?! อย่างลู่หยวนชิวคู่ควรด้วยเหรอ?!"
หลิวว่างชุนจู่ๆ ก็นั่งตัวตรง กระทืบเท้าขวา แล้วตะโกนใส่โทรศัพท์เสียงดังลั่น
ลู่หยวนชิวกับไป๋ชิงเซี่ยกำลังช่วยกันสะบัดผ้าห่มอยู่ในห้อง พอได้ยินประโยคนี้ก็ชะงักมือ ไป๋ชิงเซี่ยยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามของเตียง พอมองหน้าลู่หยวนชิวก็หลุดขำพรืดออกมา
เมื่อเห็นอาการแบบนั้น ลู่หยวนชิวก็เลิกคิ้วชี้หน้าเธอ ไป๋ชิงเซี่ยรีบหุบยิ้ม แต่จู่ๆ ก็เห็นลู่หยวนชิวปล่อยมุมผ้าห่มแล้วเดินตรงมาหาเธอ
ลู่หยวนชิวใช้เท้าเตะประตูห้องนอนให้แง้มปิดลงเบาๆ ท่าทางดูเหมือนกำลังจะทำเรื่องไม่ดี ไป๋ชิงเซี่ยเห็นแบบนั้นก็ปล่อยมุมผ้าห่มในมือ กำมือเล็กๆ ไว้ระดับอก แล้วเอ่ยปากถาม: "คุณจะทำอะไรน่ะ?"
หลิวว่างชุนยังคงคุยโทรศัพท์อยู่ในห้องนั่งเล่น เสียงดังลั่นเป็นประทัด พอพูดถึงจุดที่อินก็จู่ๆ ก็ร้องไห้ออกมา โวยวายว่าคิดถึงพ่อ
ลู่หยวนชิวเดินคุกคามเข้าหาไป๋ชิงเซี่ยอย่างมีเลศนัย
ไป๋ชิงเซี่ยกะพริบตาปริบๆ ถอยหลังหนีอย่างไม่เข้าใจ จนกระทั่งแผ่นหลังชนเข้ากับกำแพง
"นักเรียนไป๋ ขอถามหน่อยว่าเมื่อกี้คุณขำอะไร?" ลู่หยวนชิวยกแขนขึ้นทำท่า 'คาเบะด้ง' ข้างๆ หัวเธอ
"ไม่ใช่เรื่องของคุณ" ไป๋ชิงเซี่ยเถียงกลับ ขณะที่ลู่หยวนชิวกำลังแปลกใจที่เธอใจกล้าขนาดนี้ ไป๋ชิงเซี่ยก็เชิดหน้าขึ้นแล้วเสริมต่อว่า: "เมื่อกี้คุณแอบมองขาของชุนชุนใช่ไหมล่ะ?"
ประโยคนี้ทำเอาความหล่อเท่ของลู่หยวนชิวหายวับไปกับตา
"เอ่อ..." ลู่หยวนชิวหลบสายตาของหญิงสาว รีบอธิบาย: "ฉันก็แค่กวาดตามองผ่านๆ ใครจะไปรู้ว่าเธอจะเห็นเข้าพอดี"
"แล้วเธอรู้ไหมว่าทำไมฉันถึงต้องมองขาเธอ?" ลู่หยวนชิวเปลี่ยนมาใช้ศอกยันกำแพงข้างหัวไป๋ชิงเซี่ย ขยับเข้าไปใกล้เธออีกนิดเพื่อพยายามดึงความได้เปรียบกลับมา
ไป๋ชิงเซี่ยหลุบตาลง พูดด้วยน้ำเสียงหึงหวงนิดๆ : "ขาของชุนชุนยาวสวยล่ะสิ"
ลู่หยวนชิว: "ผิด เป็นเพราะของเธอไม่ยอมให้ฉันดูไง แล้วจะให้ทำไงล่ะ? ฉันก็เลยต้องไปดูของคนอื่นแทน"
"ตรรกะวิบัติอะไรของคุณเนี่ย" ไป๋ชิงเซี่ยเถียงกลับอีกครั้ง "ก็เหมือนกับที่ฉันไม่ได้เห็น... กล้ามหน้าท้องของคุณ ฉันก็จะไม่ไปขอดูกล้ามหน้าท้องของคนอื่นหรอกนะ"
พอเห็นว่าตอนหญิงสาวพูดใบหูของเธอแดงระเรื่อ ลู่หยวนชิวก็เกือบจะหลุดขำ เขาพูดว่า: "อยากดูกล้ามหน้าท้องทำไมไม่บอกตั้งแต่แรกล่ะ ถุย จะดูทำไมล่ะ ลูบเลยสิ"
พูดจบ ลู่หยวนชิวก็คว้ามือเธอล้วงเข้าไปในเสื้อของตัวเอง ไป๋ชิงเซี่ยออกแรงดึงมือกลับ ขัดขืนสุดฤทธิ์: "ไม่เอา ฉันไม่จับ ฉันไม่..."
แต่สุดท้ายมือของหญิงสาวก็วางแหมะอยู่บนกล้ามหน้าท้อง แม้ลู่หยวนชิวจะจับข้อมือเธอไว้ตลอด แต่ก็รู้สึกได้ชัดเจนว่าแรงขัดขืนของเธอลดลงเรื่อยๆ มือเล็กๆ ที่ตอนแรกกำแน่นค่อยๆ คลายออก สีหน้าของไป๋ชิงเซี่ยดูพิลึกกึกกือ แถมยังมีรอยแดงริ้วๆ ลามขึ้นมาบนแก้ม
ลู่หยวนชิวกลั้นขำ: "รู้สึกยังไงบ้าง?"
ไป๋ชิงเซี่ยเขินจนไม่ยอมตอบ
เสียงของหลิวว่างชุนที่คุยโทรศัพท์อยู่ในห้องนั่งเล่นดังและหนวกหูมาก แต่มันกลับให้ความรู้สึกปลอดภัยแก่ทั้งสองคนที่กำลังแอบเปิด 'การประชุมลับ' กันอยู่ในห้อง... ถ้าเสียงในโทรศัพท์ของหลิวว่างชุนเงียบลง ลู่หยวนชิวจินตนาการได้เลยว่าไป๋ชิงเซี่ยคงจะวิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงพุ่งออกจากประตูแน่ๆ
ลู่หยวนชิวปล่อยมือไป๋ชิงเซี่ย แต่ไป๋ชิงเซี่ยยังคงลูบกล้ามหน้าท้องของเขาอยู่ ผ่านไปหนึ่งถึงสองวินาทีเธอถึงเพิ่งรู้สึกตัว รีบชักมือกลับอย่างรวดเร็ว เธอเอามือไขว้หลังไว้ ทำท่าเหมือนคนมีความผิด
"ปูเตียงเถอะ ห้องคุณยังไม่ได้ปูเลยนะ"
"ไม่ได้ ต้องจุ๊บก่อนค่อยปู คราวที่แล้วเธอรับปากไว้ฉันยังไม่ได้จุ๊บเลย"
ลู่หยวนชิวทำหน้าขรึม เอื้อมมือไปจับมือเธอที่ซ่อนอยู่ด้านหลังเอว ไป๋ชิงเซี่ยเริ่มลุกลน สายตาเหลือบมองไปทางประตูเป็นเชิงเตือน: "ชุนชุนยังอยู่ข้างนอกนะ ถ้าคุณยังทำแบบนี้อีกฉันจะโกรธจริงๆ ด้วย"
"เธอโกรธฉันก็โกรธ โกรธกันให้หมด โกรธจนพองตัวเป็นลูกชิ้นสองลูกไปเลย" ลู่หยวนชิวทำตัวหน้าด้านเหมือนหมูตายไม่กลัวน้ำร้อน
พอได้ยินคำพูดหน้ามึนของลู่หยวนชิว ไป๋ชิงเซี่ยก็ยอมแพ้ เธอเขย่งเท้าขึ้น จุ๊บเร็วๆ ที่ริมฝีปากของลู่หยวนชิวหนึ่งที แล้วก้มหน้าแดงก่ำเตรียมจะฝ่าวงล้อมหลบออกไปทางด้านขวา
"คิดจะหนีเหรอ??" ลู่หยวนชิวส่งเสียง "ฮ่าฮ่า" แขนของเขาตวัดโอบเอวเธอจากด้านหลังแล้วอุ้มตัวเธอขึ้นมา ไป๋ชิงเซี่ยเอามือกดแขนเขา ขาสองข้างเตะอากาศไปมา: "คุณนี่มันขี้โกงจริงๆ จุ๊บเสร็จแล้วไง ฉันจะไปปูเตียง"
"ก็บอกอยู่ว่าเป็นคนขี้โกง คำพูดของคนขี้โกงเธอยังจะเชื่ออีกเหรอ?"
"ปัง!"
ประตูห้องนอนถูกเปิดออก หลิวว่างชุนถือโทรศัพท์มือถือ มองดูพวกเขาด้วยสีหน้างุนงง ขอบตายังแดงอยู่ น่าจะเพราะเพิ่งร้องไห้ไปเมื่อกี้
"พวกเธอสองคนทำอะไรกันอยู่เนี่ย? ปูเตียงเสร็จหรือยัง?" หลิวว่างชุนสูดน้ำมูกเสียงดังพลางถาม
ลู่หยวนชิวกับไป๋ชิงเซี่ยที่ตัวลอยอยู่กลางอากาศหันขวับกลับมามองพร้อมกัน ทำหน้าเหวอกันไปทั้งสามคน เสียงของหลิวเฉิงเย่ (พ่อของหลิวว่างชุน) ยังคงดังมาจากในโทรศัพท์: "มีอะไร? สองคนนั้นทำอะไรกันอยู่?"
"พวกเขาสองคน... กำลังกอดกันอยู่"
หลิวเฉิงเย่ก็อึ้งไปหนึ่งวินาที ในโทรศัพท์เสียงของเขาจู่ๆ ก็ร้อนรนขึ้นมา: "อย่าดูๆ! รีบออกมาๆ! ปิดประตูให้พวกเขาด้วย!"
หลิวว่างชุนขมวดคิ้วยุ่ง เธอกดตัดสายพ่อที่แสนจะน่ารำคาญ เช็ดดวงตาที่เพิ่งผ่านการร้องไห้ แล้วออกคำสั่งกับทั้งสองคนในห้อง: "เตียงยังปูไม่เสร็จก็มาจู๋จี๋กันแล้วเหรอ? อย่าลืมนะว่าค่าเช่าห้องใครเป็นคนจ่าย รีบไปทำงานเลย! ไม่เชื่อเดี๋ยวแม่เอาแส้ฟาดให้เข็ด!"
ลู่หยวนชิวรีบพยักหน้าอย่างนอบน้อมทันที: "ครับพี่หลิว"
เขาวางไป๋ชิงเซี่ยลง พอเท้าแตะพื้น หญิงสาวก็รีบวิ่งไปคว้าผ้าห่มขึ้นมาสะบัดแก้เขิน ลู่หยวนชิวยืนยิ้มเจ้าเล่ห์อยู่อีกฝั่ง พอโดนไป๋ชิงเซี่ยถลึงตาใส่ถึงได้ยอมทำตัวสงบเสงี่ยมลง
"ฉันก็อยากมีความรักบ้างเหมือนกัน!!!"
"ทำไมฉันถึงไม่มีแฟนกับเขาบ้าง!!"
จู่ๆ ข้างนอกก็มีเสียงตะโกนอย่างคนเสียสติของหลิวว่างชุนดังเข้ามา
ลู่หยวนชิวและไป๋ชิงเซี่ยชะงักมืออีกครั้ง คราวนี้คนที่ทนไม่ไหวหลุดขำออกมาก่อนคือลู่หยวนชิว
ส่วนไป๋ชิงเซี่ยได้แต่เม้มมุมปากกลั้นยิ้ม ไม่กล้าหัวเราะออกมา
บทที่ 644 ไป๋ชิงเซี่ย เธอออกมาเดี๋ยวนี้นะ!
ช่วงสายของสองสัปดาห์ต่อมา ในห้องนอนของบ้านเช่า ลู่หยวนชิวกดไลก์สเตตัสใน Qzone (โซเชียลมีเดีย) ที่นักพรตโพสต์
มันเป็นแคปชันง่ายๆ คู่กับรูปถ่ายหนึ่งใบ ในรูปเขาสวมชุดผู้ป่วยลายทางสีฟ้าขาวนั่งอยู่ข้างเตียง คุณลุงก็สวมชุดผู้ป่วยนอนอยู่บนเตียงเช่นกัน ทั้งสองคนส่งยิ้มกว้างอย่างมีความสุขให้กล้อง
แคปชันของสเตตัสคือ: 【มนต์คุ้มครองสุขภาพและแคล้วคลาดปลอดภัย เพี้ยง!】
คนที่มากดไลก์ล้วนเป็นคนคุ้นเคย แม้แต่ไป๋ชิงเซี่ยที่ไม่ชอบคอมเมนต์ยังเข้าไปคอมเมนต์ต่อจากคนอื่นว่า: ยินดีด้วยค่ะ!
หลังจากลู่หยวนชิวกดไลก์เสร็จก็พบว่าเจิ้งอี้เฟิงก็มากดไลก์ด้วย และตามมาติดๆ เจิ้งอี้เฟิงก็โพสต์สเตตัสของตัวเองบ้าง
ยังคงเป็นแคปชันคู่กับรูปถ่ายหนึ่งใบเหมือนกัน
ตัวเอกในรูปถ่ายคือขาขวาที่เข้าเฝือกและพาดโชว์หราอยู่บนราวปลายเตียง แคปชันของรูปคือ: 【ลู่หยวนชิว นายนอนหลับลงได้ยังไง? ฉันนอนไม่หลับเลย】
ลู่หยวนชิวเกากล้ามหน้าท้อง พิมพ์คอมเมนต์กลับไปพร้อมรอยยิ้ม: 【มนต์คุ้มครองสุขภาพและแคล้วคลาดปลอดภัย นายก็รับไปซะเพี้ยง!】
หลิวว่างชุน: 【เขานอนหลับปุ๋ยเลยล่ะ ทุกวันตอนสิบเอ็ดโมงครึ่งยังนอนกรนอยู่เลย ข้าวก็ฟาดไปมื้อละสองชาม】
จงจิ่นเฉิงตอบกลับหลิวว่างชุน: 【ทำไมเธอรู้รายละเอียดดีขนาดนี้???】
ไป๋ชิงเซี่ยตอบกลับจงจิ่นเฉิง: 【พวกเราสามคนมาเช่าบ้านอยู่ด้วยกันที่จวี๋เฉิงน่ะ】
ซูเมี่ยวเมี่ยวตอบกลับไป๋ชิงเซี่ย: 【หน้าตลก (อีโมจิ)】
ซูเมี่ยวเมี่ยวตอบกลับลู่หยวนชิว: 【ฉันรู้ความจริงหมดแล้ว ลู่หยวนชิว เปิดเทอมเมื่อไหร่นายเตรียมตัวไว้เลย】
ลู่หยวนชิวตอบกลับซูเมี่ยวเมี่ยว: (゜-゜)
เพิ่งจะตอบกลับเสร็จ ข้างนอกห้องก็มีเสียงเปิดประตูดังมาจากไกลๆ ตามมาด้วยเสียงรองเท้าแตะเดินลากเท้าดังกึกกักวิ่งมาหา ประตูห้องนอนของลู่หยวนชิวถูกผลักออก ไป๋ชิงเซี่ยถือโทรศัพท์ ยืนทำหน้าสวยๆ อยู่หน้าประตู
เธอมองร่างท่อนบนที่เปลือยเปล่าของลู่หยวนชิวที่พิงอยู่กับหัวเตียง ทำท่าเหมือนจู่ๆ ก็ลืมไปแล้วว่าจะพูดอะไร ผ่านไปไม่กี่วินาทีถึงนึกออก เลยแหวใส่ลู่หยวนชิวไปคำหนึ่งว่า: "สมน้ำหน้า!"
ด่าเสร็จก็เดินหนีไปเลย
ประตูห้องนอนถูกปิดลงอีกครั้ง เสียงรองเท้าแตะด้านนอกค่อยๆ ไกลออกไป
ลู่หยวนชิว: (゜-゜)
วิ่งมาถึงห้องฉันเพียงเพื่อจะพูดคำว่าสมน้ำหน้าแค่นี้น่ะเหรอ?
ฉันต้องจับเธอมาหมักเกลือให้เข็ดจริงๆ แล้วนะยัยกุ้ง เซี่ยเซี่ย!
ลู่หยวนชิวพลิกตัวลุกขึ้นจากเตียง เขาหยิบเสื้อมาใส่แล้วผลักประตูห้องนอนตัวเองออกไป เดินไปหยุดอยู่ที่หน้าห้องคู่ของสองสาว
"ก๊อก ก๊อก ก๊อก!"
ลู่หยวนชิวยกมือขึ้นเคาะประตู ทำเสียงดุ: "ไป๋ชิงเซี่ย เธอออกมาเดี๋ยวนี้นะ!"
ไม่มีใครสนใจ
ลู่หยวนชิวขู่ต่อ: "ถ้าไม่ออกมาฉันจะเปิดประตูเข้าไปแล้วนะ ใครไม่ได้ใส่เสื้อผ้าอยู่ก็รีบใส่ให้เรียบร้อยเลย!"
พูดจบเขาก็เอาหูแนบฟังที่ประตู ข้างในไม่มีเสียงความเคลื่อนไหวใดๆ เลย ลู่หยวนชิวเอื้อมมือไปจับลูกบิดประตู แต่ยังไม่ทันได้สัมผัส ประตูก็ถูกเปิดออกจากด้านใน หลิวว่างชุนโผล่หน้าออกมา ลู่หยวนชิวชักแขนกลับและถอยหลังไปหนึ่งก้าวตามสัญชาตญาณ พร้อมกับหัวเราะเจื่อนๆ
"มีอะไร?" หลิวว่างชุนช้อนตามองอย่างเอาเรื่อง ถามเสร็จก็เริ่มหักข้อนิ้วจนเกิดเสียงดังก๊อบแก๊บ
ลู่หยวนชิวกลืนน้ำลาย ยิ้มแหยๆ ชี้มือเข้าไปในห้อง: "ขอโทษทีนะ~ ฉันมาหาเซี่ยเซี่ยน่ะ"
ห้องที่พวกเธอสองคนพักอยู่ไม่ได้เป็นระเบียบเรียบร้อยอย่างที่คิด แต่กลับมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวของเด็กสาวโชยมาจากหน้าประตูเป็นระลอกๆ
ลู่หยวนชิวชำเลืองมองเข้าไปข้างใน เห็นไป๋ชิงเซี่ยนั่งอยู่บนเตียง เอาผ้าห่มมาพันรอบตัวเป็นก้อนๆ สร้าง 'เซฟโซน' ชั่วคราวให้ตัวเอง ใต้ 'เซฟโซน' มีเท้าขาวจั๊วะสองข้างเผลอโผล่ออกมา
ผมสีดำขลับที่เคยเรียบสลวยของเธอตอนนี้ดูพองและยุ่งเหยิง ถ้าไม่ใช่เพราะมีรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้า คงนึกว่าโดนใครรังแกย่ำยีมาซะอีก
ช่วงหลายวันที่มาเช่าบ้านอยู่ด้วยกัน นอกจากไปโรงพยาบาลเพื่อเยี่ยมเจิ้งอี้เฟิงแล้ว พวกเขาทั้งสามคนแทบจะไม่ออกจากบ้านเลย ภาพลักษณ์ของแต่ละคนก็เลยปล่อยปละละเลยกันไปตามระเบียบ หลิวว่างชุนที่ยืนอยู่ข้างประตูตอนนี้มีผมชี้โด่เด่ขึ้นมาเป็นสายล่อฟ้าอยู่ด้านหลังศีรษะ
"ห้ามเข้ามา" หลิวว่างชุนทำหน้าขรึม
ลู่หยวนชิวโบกมือ: "ไม่เข้าๆ ให้เซี่ยเซี่ยออกมาสิ"
ไป๋ชิงเซี่ยนั่งส่ายหัวอยู่บนเตียง ตอบกลับมาว่า: "ไม่ออกหรอก"
เธอรู้ดีว่าถ้าออกไปจะต้องเจอกับอะไร ช่วงหลายวันนี้ขอแค่มีโอกาส ลู่หยวนชิวก็จะพยายามเข้ามาหาเศษหาเลยจูบเธอตลอด
เมื่อก่อนเธอเคยรู้สึกว่าการโดนลู่หยวนชิวหอมแก้มเป็นเรื่องที่เกินเลยมากแล้ว แต่ตอนนี้เพื่อเอาตัวรอดไม่ให้โดนจูบปาก ไป๋ชิงเซี่ยถึงกับต้องยอมเป็นฝ่ายหอมแก้มลู่หยวนชิวเองเพื่อแลกกับการโดนปล่อยตัว หอมไปหอมมา ตอนนี้การที่ทั้งสองคนสลับกันหอมแก้มกลายเป็นเรื่องที่เป็นธรรมชาติสุดๆ ไปซะแล้ว
ถึงขั้นมีอยู่ครั้งหนึ่ง พอหอมแก้มลู่หยวนชิวเสร็จ ไป๋ชิงเซี่ยถึงเพิ่งรู้ตัวว่าหลิวว่างชุนยังยืนอยู่ข้างๆ นั่นเป็นการสบตาระหว่างเพื่อนสาวที่โคตรจะน่าอึดอัด
ถ้าขืนเป็นแบบนี้ต่อไป เธอรู้สึกว่าเส้นตายของตัวเองคงจะลดต่ำลงเรื่อยๆ จนกระทั่งยอมโอนอ่อนผ่อนตามไปอย่างสิ้นเชิงเมื่ออยู่ต่อหน้าลู่หยวนชิว
นี่คือความรู้สึกซับซ้อนที่ผสมผสานกันระหว่างความกังวล ความตื่นเต้น และความเร้าใจ
ไป๋ชิงเซี่ยทั้งคาดหวัง และก็หวาดกลัวไปพร้อมๆ กัน
เมื่อก่อนเธอมีความคิดอย่างแรงกล้าว่าเรื่องลึกซึ้งระหว่างคู่รักควรจะทำหลังจากแต่งงานกันแล้ว... แต่ตอนนี้ ความคิดทุกอย่างของเธอกำลังค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปภายใต้อิทธิพลของลู่หยวนชิวและความต้องการทางสรีรวิทยาของตัวเธอเอง
แต่สติสัมปชัญญะก็ยังคอยดึงรั้งให้เธอรู้สึกว่าทุกอย่างนี้มันเกิดขึ้นเร็วเกินไปหน่อย
โชคดีที่มีหลิวว่างชุนอยู่ด้วย ไม่งั้นเธอไม่กล้าคิดเลยว่าตัวเองจะยังป้องกันด่านสุดท้ายเอาไว้ได้หรือเปล่า
"ออกมาทำกับข้าวสิ เที่ยงแล้วนะ"
ลู่หยวนชิวยอมแพ้ หันหลังเดินไปทางห้องน้ำเพื่อเริ่มล้างหน้าแปรงฟัน
ไป๋ชิงเซี่ยดึงแขนออกจากผ้าห่ม เหลือบมองเวลาในโทรศัพท์ พอรู้ตัวว่าใกล้จะเที่ยงแล้วจริงๆ เธอก็เด้งตัวลุกขึ้นยืนบนเตียง คอเสื้อชุดนอนลายสตรอว์เบอร์รีบนตัวเบี้ยวไปข้างหนึ่ง เผยให้เห็นไหล่และไหปลาร้าขาวเนียนไปครึ่งซีก แถมยังมีสายเดี่ยวสีขาวเส้นเล็กๆ อีกเส้น
"พวกเธออยากกินอะไรล่ะ?" ไป๋ชิงเซี่ยดึงคอเสื้อให้เข้าที่ ลงจากเตียงมาใส่รองเท้า
หลิวว่างชุน: "อะไรก็ได้ ถ้าเธอไม่อยากทำฉันสั่งเดลิเวอรีก็ได้นะ"
ลู่หยวนชิวแปรงฟันพลางหันกลับไปมอง เห็นสองสาวในชุดนอนโปร่งสบายเดินกอดกันออกมาจากห้องทีละคน พอเห็นลู่หยวนชิว ไป๋ชิงเซี่ยที่เดินนำหน้าก็ชะงักเท้า ลู่หยวนชิวอ้าปากกางกรงเล็บทำท่าขู่แฮ่ใส่เธอ ไป๋ชิงเซี่ยขยับปากด่าไร้เสียงว่า "ไอ้บ้า" แล้วเปลี่ยนทิศทางเดินเข้าครัวไป
หลิวว่างชุนที่ตัวติดหนึบอยู่ด้านหลังยังคงง่วงงุน ราวกับจะหลับไปบนหลังของไป๋ชิงเซี่ยซะให้ได้
"เซี่ยเซี่ยดีจังเลย ถ้าไม่มีเธอ พวกเราสองคนคงต้องหิวตายแน่ๆ" หลิวว่างชุนพึมพำอย่างงัวเงีย
ไป๋ชิงเซี่ยเถียง: "มั่วแล้ว เมื่อกี้เธอยังบอกว่าจะสั่งเดลิเวอรีอยู่เลย"
หลิวว่างชุนกึ่งหลับกึ่งตื่น: "หืม? ฉันพูดเหรอ?"
ไป๋ชิงเซี่ย: "..."
หลังจากมาเช่าบ้านอยู่กับสองคนนี้ ไป๋ชิงเซี่ยถึงเพิ่งได้รู้ซึ้งว่า ลูกคนรวยที่ไม่มีพ่อแม่หรือโรงเรียนคอยควบคุม สามารถใช้ชีวิตได้แบบไม่มีคอนเซปต์เรื่องเวลาเลยจริงๆ สำหรับพวกเขา ตื่นตอนไหน ชีวิตในวันนั้นก็เริ่มนับ 24 ชั่วโมงตั้งแต่ตอนนั้น
มีอยู่วันหนึ่ง เธอตื่นมาตอนตีสาม ก็พบว่าหลิวว่างชุนยังคงนอนดูมือถือหัวเราะคิกคักอยู่บนเตียงอยู่เลย
ลู่หยวนชิวก็เหมือนกัน บางทีไป๋ชิงเซี่ยลุกมาเข้าห้องน้ำตอนดึก ก็จะได้ยินเสียงเตียงดังเอี๊ยดอ๊าดลอยมาจากห้องของลู่หยวนชิว ไม่รู้ว่าเขากำลังทำอะไรอยู่
อาหารเที่ยงถูกเสิร์ฟตอนบ่ายโมง
"วันนี้ยังจะไปเยี่ยมเจิ้งอี้เฟิงที่โรงพยาบาลอีกไหม?"
บนโต๊ะอาหาร ลู่หยวนชิวได้ถามคำถามที่ทำให้สองสาวต้องเงียบไปพร้อมๆ กัน