- หน้าแรก
- ราชันฮาเร็มแห่งมัลติเวิร์ส
- บทที่ 100 - โอบซ้ายประคองขวา
บทที่ 100 - โอบซ้ายประคองขวา
บทที่ 100 - โอบซ้ายประคองขวา
บทที่ 100 - โอบซ้ายประคองขวา
เมื่อเจียงเฉินยืนกรานแบบนั้น เจียงหนานซุนก็ขัดไม่ได้ สุดท้ายจึงต้องโทรหาจูสั่วสั่ว
หลังจากเจียงหนานซุนวางสาย เจียงเฉินก็คลี่ยิ้มบางๆ "ไปกันเถอะ"
เจียงหนานซุนพยักหน้ารับ แล้วเดินตามเจียงเฉินออกจากร้านกาแฟ
"คุณบอกว่าบอดี้การ์ดสาวสวยของคุณรออยู่ที่ลานจอดรถไม่ใช่เหรอ?"
เมื่อมาถึงรถเบนท์ลีย์ มัลแซนของเจียงเฉิน แต่กลับไม่เห็นใครอยู่แถวนั้นเลย เจียงหนานซุนก็อดไม่ได้ที่จะหันไปมองเจียงเฉิน
"ผมแค่อยากจะอยู่กับคุณสองต่อสอง ก็เลยให้เธอกลับไปก่อนน่ะสิ" เจียงเฉินอธิบาย
ความจริงแล้ว อู่สืออียังคงรออยู่ใกล้ๆ นี้นั่นแหละ
ในฐานะบอดี้การ์ด อู่สืออีปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยมมาก
ถึงแม้เจียงเฉินจะไม่เคยเจอสถานการณ์อันตรายใดๆ มาก่อน แต่การมีอู่สืออีอยู่ข้างๆ ก็ทำให้เขารู้สึกอุ่นใจขึ้นเยอะ
และด้วยความที่เป็นบอดี้การ์ดมืออาชีพ อู่สืออีจึงรู้ดีว่าเวลาไหนควรอยู่ เวลาไหนควรหลบไป เพื่อไม่ให้ขัดจังหวะความสุขของเจ้านาย
เจียงหนานซุนแอบค้อนเจียงเฉินอยู่ในใจ เธอตัดสินใจแล้วว่าจะไม่เชื่อคำพูดของเขาอีกต่อไป
"ขึ้นรถเถอะ"
เจียงเฉินเปิดประตูรถให้เจียงหนานซุน
รถหรูแล่นไปตามท้องถนนอย่างนิ่มนวล
ถนนในม๋อตูกว้างขวางมาก ประกอบกับเจียงเฉินมีทักษะการขับรถระดับสูง เขาจึงไม่ต้องออกแรงบังคับพวงมาลัยอะไรมากมาย
แต่ถ้าเขาอยากจะโชว์ลีลาการขับรถ เขาก็สามารถดริฟต์รถกลางสี่แยกในม๋อตูได้อย่างสบายๆ
ในความคิดของเจียงเฉิน ทักษะการขับรถแบ่งออกเป็นสองประเภท
ทักษะการขับรถที่เขาหมายถึง ไม่ใช่ทักษะที่ได้มาจากการลงชื่อเข้าใช้หรอกนะ
แต่เจียงเฉินเชื่อว่า ทักษะการขับรถทั้งสองประเภทนี้ มันน่าจะประยุกต์ใช้ร่วมกันได้ ขึ้นอยู่กับว่าเขาจะพลิกแพลงใช้มันยังไงมากกว่า
"เราจะไปไหนกันเหรอ?" เจียงหนานซุนถาม
"ภัตตาคารธีมอวิ๋นเยวี่ย" เจียงเฉินตอบ
"ภัตตาคารธีมอวิ๋นเยวี่ย?" เจียงหนานซุนไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน แต่เธอก็ส่งข้อความบอกชื่อร้านให้จูสั่วสั่วรู้
"ใช่แล้วล่ะ ที่นั่นบรรยากาศดีมากเลยนะ" เจียงเฉินพยักหน้า
ภัตตาคารธีมอวิ๋นเยวี่ย เป็นร้านอาหารสไตล์คู่รัก
ตอนแรก เขาตั้งใจจะพาเจียงหนานซุนไปทานข้าวที่นั่นแค่สองคน
แต่ถึงตอนนี้จะมีจูสั่วสั่วมาเป็น กขค. เขาก็ไม่ได้เปลี่ยนแผนแต่อย่างใด
จู่ๆ ก็มีรถสปอร์ตสุดหรูคันหนึ่งแล่นโฉบผ่านรถของเขาไปอย่างรวดเร็ว
เนื่องจากเป็นถนนในเมือง รถคันนั้นจึงไม่ได้วิ่งเร็วมากนัก เจียงเฉินมองปราดเดียวก็รู้ว่านั่นคือรถโคนิกเซ็กก์ รถซุปเปอร์คาร์ราคาเหยียบยี่สิบล้านหยวนที่เรียกเสียงฮือฮาจากผู้คนข้างถนนได้เป็นอย่างดี
แต่สิ่งที่ทำให้เจียงเฉินต้องประหลาดใจ ไม่ใช่ตัวรถโคนิกเซ็กก์หรอกนะ เพราะรถระดับนี้ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นอะไรมากมาย แต่สิ่งที่ทำให้เขาต้องเบิกตากว้างก็คือ คนที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยรถคันนั้นต่างหาก
ถึงแม้รถจะแล่นผ่านไปอย่างรวดเร็ว แต่เจียงเฉินก็ยังจำใบหน้าของคนขับรถคันนั้นได้อย่างชัดเจน
"หรือว่าจะเป็นหมอนั่น..."
เจียงเฉินนึกถึงใครบางคนขึ้นมาได้ แต่เพราะเห็นแค่แวบเดียว เขาจึงยังไม่ค่อยแน่ใจนัก
"มีอะไรเหรอ? เจอคนรู้จักเหรอคะ?" เจียงหนานซุนสังเกตเห็นสีหน้าประหลาดใจของเจียงเฉิน จึงเอ่ยถามขึ้น "อยากให้จอดรถไหมคะ?"
"ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมก็แค่คิดอะไรเพลินๆ ไปหน่อยน่ะ ไม่มีอะไรหรอก" เจียงเฉินรีบส่ายหน้าปฏิเสธ พร้อมกับส่งยิ้มกลบเกลื่อน
หลังจากขับรถชมวิวเมืองม๋อตูยามเย็นตั้งแต่พระอาทิตย์ตกดินจนพลบค่ำ ในที่สุดเจียงเฉินก็ขับเบนท์ลีย์ มัลแซนมาถึงจุดหมายปลายทาง นั่นก็คือภัตตาคารธีมอวิ๋นเยวี่ย
"ทำไมถึงพามาที่นี่ล่ะคะ?"
เมื่อเห็นการตกแต่งและบรรยากาศของภัตตาคารธีมอวิ๋นเยวี่ย เจียงหนานซุนก็แอบรู้สึกเสียใจที่ไม่ได้ถามเจียงเฉินให้แน่ชัดเสียก่อน
ร้านอาหารนี้ มองแวบเดียวก็รู้แล้วว่าเป็นสถานที่สำหรับคู่รักมาออกเดทกัน
ถ้าเธอมากับเจียงเฉินแค่สองคน มันก็คงไม่มีปัญหาอะไร
แต่นี่ จูสั่วสั่วกำลังจะตามมาสมทบด้วยนี่สิ
"ผมจองห้องไว้ล่วงหน้าแล้วน่ะครับ" เจียงเฉินอธิบาย
"แต่ว่า..." เจียงหนานซุนพยายามจะแย้ง
แต่จูสั่วสั่วเป็นคนที่เธอชวนมาเอง และตอนนี้จูสั่วสั่วก็นั่งแท็กซี่มาใกล้จะถึงแล้ว จะให้เธอโทรไปบอกยกเลิกนัดตอนนี้ มันก็ใช่เรื่อง
ในฐานะเพื่อนรัก เธอทำแบบนั้นไม่ลงหรอก
"มีปัญหาอะไรเหรอครับ?" เจียงเฉินแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง
"เอ่อ... ไม่มีอะไรค่ะ" เจียงหนานซุนส่ายหน้า
"คุณสั่วสั่วน่าจะใกล้ถึงแล้วล่ะครับ" เจียงเฉินชะเง้อมองไปที่ถนน
รถแท็กซี่คันหนึ่งแล่นเข้ามาจอดเทียบฟุตบาท
จูสั่วสั่วมาถึงแล้ว
"สั่วสั่ว"
เจียงหนานซุนเห็นจูสั่วสั่วลงจากรถ ก็รีบเดินเข้าไปหาทันที
"นี่สินะที่เขาเรียกว่า เพื่อนรักสำคัญกว่าแฟน"
เจียงเฉินแอบรู้สึกหมั่นไส้ในความสนิทสนมของเจียงหนานซุนและจูสั่วสั่ว
นี่คงเป็นความแตกต่างระหว่างเจียงหนานซุนกับจูสั่วสั่วล่ะมั้ง?
แต่ก็เอาเถอะ ในเมื่อพวกเธอเป็นเพื่อนรักกันแบบนี้ เขาก็ควรจะสนับสนุนพวกเธอสิ
"คุณสั่วสั่ว"
เจียงเฉินเดินเข้าไปทักทายจูสั่วสั่วด้วยรอยยิ้ม
"เจียงเฉิน"
จูสั่วสั่วรีบกล่าวทักทายตอบ
หลังจากเข้าไปทำงานที่กลุ่มบริษัทจิงเหยียนได้ไม่กี่วัน บุคลิกและท่าทางของจูสั่วสั่วก็ดูเปลี่ยนไปเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาก
"ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ เป็นไงบ้าง ทำงานที่จิงเหยียนราบรื่นดีไหม?" เจียงเฉินถาม
"ก็ดีค่ะ" จูสั่วสั่วตอบสั้นๆ
"ดีแล้วล่ะ ผมเชื่อว่าคุณต้องทำยอดขายได้ทะลุเป้าแน่ๆ รอให้โครงการใหม่เปิดตัวเมื่อไหร่ ก็ถึงเวลาที่คุณจะได้โชว์ฝีมือแล้วล่ะ" เจียงเฉินพูดให้กำลังใจ "ดึกแล้ว เราเข้าไปข้างในกันเถอะ"
"ร้านนี้เหรอคะ?"
จูสั่วสั่วมองเข้าไปในภัตตาคารธีมอวิ๋นเยวี่ย
พอเห็นการตกแต่งร้าน เธอก็แอบนึกเสียใจที่รับปากมาทานข้าวด้วย
ก่อนหน้านี้ เธอก็เคยไปทานข้าวกับเจียงเฉินและเจียงหนานซุนมาแล้ว
แต่ตอนนั้นพวกเขากินกันที่ร้านอาหารธรรมดาๆ
แต่ภัตตาคารธีมอวิ๋นเยวี่ยแห่งนี้ มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าเป็นร้านสำหรับคู่รักมาสวีทกัน
แล้วเธอมาทำไมเนี่ย?
มาเป็น กขค. งั้นเหรอ?
"ใช่ครับ ผมจองห้องไว้แล้ว เข้าไปกันเถอะ"
เจียงเฉินไม่ได้รู้สึกตะขิดตะขวงใจเลยแม้แต่น้อย เขาเดินนำเจียงหนานซุนและจูสั่วสั่วเข้าไปในภัตตาคารธีมอวิ๋นเยวี่ยอย่างหน้าตาเฉย
เจียงหนานซุนและจูสั่วสั่วต่างก็รู้สึกอึดอัดใจอย่างบอกไม่ถูก
แต่ในเมื่อมาถึงขั้นนี้แล้ว พวกเธอก็ทำได้แค่เดินตามเจียงเฉินเข้าไปในร้าน
"ยินดีต้อนรับค่ะ"
ทันทีที่เดินเข้าไปในร้าน พนักงานต้อนรับสาวสวยในชุดกี่เพ้าสองคนก็กล่าวทักทายเสียงใส
พวกเธอคือพนักงานต้อนรับของภัตตาคารธีมอวิ๋นเยวี่ยนั่นเอง
"ผมแซ่เจียงครับ จองห้องพักไว้แล้ว" เจียงเฉินแจ้งชื่อ
"คุณเจียง เชิญทางนี้เลยค่ะ"
พนักงานสาวเดินนำทางไป
เจียงเฉินพยักหน้ารับ แล้วเดินตามพนักงานสาวไป โดยมีเจียงหนานซุนและจูสั่วสั่วเดินตามหลังมาติดๆ
ภายในภัตตาคารธีมอวิ๋นเยวี่ย มีคู่รักมานั่งทานอาหารกันอยู่หลายโต๊ะ
พอพวกเขาเห็นเจียงเฉินเดินเข้ามาพร้อมกับสาวสวยถึงสองคน ก็พากันส่งเสียงฮือฮาด้วยความตกตะลึง
โดยเฉพาะพวกผู้ชาย พวกเขาทั้งทึ่งในความสวยของเจียงหนานซุนและจูสั่วสั่ว และก็แอบอิจฉาตาร้อนเจียงเฉินอยู่ในใจ
พวกเขาก็พาแฟนมาเดทที่นี่เหมือนกัน
แต่แฟนของพวกเขา เทียบกับเจียงหนานซุนและจูสั่วสั่วไม่ได้เลยสักนิด
แค่ได้ควงผู้หญิงระดับเจียงหนานซุนหรือจูสั่วสั่วสักคน ก็ถือว่าบุญหล่นทับแล้ว แต่นี่เจียงเฉินเล่นควงมาทีเดียวถึงสองคน!
หมอนี่มันมีดีอะไรหนักหนาเนี่ย!
...
พนักงานสาวพาเจียงเฉินและสองสาวมาที่ห้องอาหารส่วนตัวห้องหนึ่ง
การตกแต่งภายในห้องนี้ดูโรแมนติกและสวยงามมาก
"บรรยากาศดีไหมครับ?"
เจียงเฉินหันไปถามสองสาว
"ก็ดีค่ะ" เจียงหนานซุนตอบอย่างกระอักกระอ่วนใจ เธอรู้ดีว่าเจียงเฉินตั้งใจจะจัดเซอร์ไพรส์ดินเนอร์ใต้แสงเทียนให้เธอก่อนที่เขาจะเดินทางไปปักกิ่ง แต่เธอดันพาจูสั่วสั่วมาเป็น กขค. ซะนี่
ถึงแม้ว่าลึกๆ แล้ว การที่เธอพาจูสั่วสั่วมาด้วย ก็เป็นเพราะคำยุยงของเจียงเฉินก็ตามเถอะ
แต่ตอนนี้ เธอก็รู้สึกผิดต่อเจียงเฉินอยู่ดี
"งั้นก็เริ่มเสิร์ฟอาหารได้เลยครับ" เจียงเฉินหันไปสั่งพนักงาน
"รับทราบค่ะ"
ถึงแม้ว่าจะมีแขกเพิ่มมาหนึ่งคนผิดจากที่คาดไว้ แต่พนักงานของภัตตาคารธีมอวิ๋นเยวี่ยก็รับมือกับสถานการณ์ได้อย่างเป็นมืออาชีพ พวกเธอจัดการเสิร์ฟอาหารเพิ่มเติมให้อย่างรวดเร็วโดยไม่ให้ขาดตกบกพร่อง
"นั่งสิครับ"
เจียงเฉินเชิญให้สองสาวนั่งลง
เจียงหนานซุนและจูสั่วสั่วทำตามอย่างว่าง่าย
ในเมื่อมาถึงขั้นนี้แล้ว พวกเธอก็คงต้องปล่อยเลยตามเลยล่ะนะ
เจียงเฉินเป็นฝ่ายชวนคุยเพื่อทำลายบรรยากาศอึดอัด
เขารู้ดีว่าต้องทำตัวเป็นธรรมชาติเข้าไว้ เพื่อไม่ให้เจียงหนานซุนและจูสั่วสั่วรู้สึกเกร็งไปมากกว่านี้ เพราะนี่คือโอกาสทองที่เขาจะได้ทานข้าวกับสาวสวยถึงสองคนพร้อมกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ชายหลายคนใฝ่ฝันอยากจะมีโมเมนต์แบบนี้สักครั้งในชีวิต
ถึงแม้ว่าการมีจูสั่วสั่วอยู่ด้วย จะทำให้เขาอดสวีทกับเจียงหนานซุนแบบสองต่อสองก็เถอะ
แต่การได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาสามคนแบบนี้ มันก็ให้ความรู้สึกตื่นเต้นไปอีกแบบนะ
ด้วยความช่างพูดช่างเจรจาของเจียงเฉิน ไม่นานบรรยากาศอึดอัดระหว่างเจียงหนานซุนและจูสั่วสั่วก็มลายหายไปจนหมดสิ้น ทั้งสามคนพูดคุยหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน
และเมื่ออาหารเริ่มทยอยมาเสิร์ฟ เจียงหนานซุนกับจูสั่วสั่วก็กลับมาทำตัวเป็นปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แน่นอนว่า เจียงหนานซุนและจูสั่วสั่วไม่มีทางรู้เลยว่า ลูกค้าคนอื่นๆ ในภัตตาคารธีมอวิ๋นเยวี่ย ต่างก็เข้าใจผิดคิดว่าพวกเธอทั้งสองคนคือแฟนของเจียงเฉิน ขืนพวกเธอรู้ความจริงข้อนี้เข้า มีหวังได้เผ่นหนีออกจากร้านแทบไม่ทันแน่ๆ
นั่งฟังเสียงดนตรีบรรเลงเบาๆ คลอเคล้าไปกับการชมความงามของสองสาว
เจียงเฉินรู้สึกว่า ชีวิตนี้ของเขาช่างสมบูรณ์แบบเสียนี่กระไร
หนึ่งชั่วโมงต่อมา ทั้งสามคนก็เดินออกจากภัตตาคารธีมอวิ๋นเยวี่ย
"เดี๋ยวผมขับรถไปส่งพวกคุณเองนะ" เจียงเฉินอาสา
"รบกวนด้วยนะคะ"
เจียงหนานซุนและจูสั่วสั่วสบตากัน ก่อนจะพยักหน้ารับพร้อมกัน
เนื่องจากบ้านของเจียงหนานซุนอยู่ใกล้กว่า เจียงเฉินจึงขับรถไปส่งเธอที่บ้านก่อน
เมื่อรถจอดสนิทที่หน้าบ้าน เจียงหนานซุนก็หันไปบอกเจียงเฉินและจูสั่วสั่วว่า "เจียงเฉิน สั่วสั่ว ฉันเข้าบ้านก่อนนะ"
เจียงเฉินลงจากรถ แล้วเดินไปรั้งแขนเจียงหนานซุนเอาไว้
"เจียงเฉิน มีอะไรอีกเหรอ?" เจียงหนานซุนถามด้วยความแปลกใจ
"หนานซุน คุณลืมทำอะไรไปหรือเปล่า?" เจียงเฉินดึงตัวเจียงหนานซุนเข้ามากอด
"คุณ..."
เจียงหนานซุนเพิ่งจะรู้ตัว แต่ก็สายไปเสียแล้ว
เจียงเฉินประทับริมฝีปากลงบนเรียวปากบางของเธอทันที
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาจูบเธอ เจียงหนานซุนเคลิบเคลิ้มไปกับรสจูบของเขา จนลืมไปสนิทเลยว่าจูสั่วสั่วยังนั่งอยู่ในรถ
ส่วนจูสั่วสั่วที่นั่งอยู่ในรถ ตั้งแต่ตอนที่เจียงเฉินลงจากรถ สายตาของเธอก็จับจ้องไปที่เขาตลอด พอเห็นฉากเลิฟซีนของทั้งคู่ เธอก็รู้สึกเขินอายจนไม่กล้ามอง แต่ลึกๆ แล้วเธอก็อยากรู้อยากเห็น ความรู้สึกของเธอในตอนนี้มันช่างสับสนวุ่นวายไปหมด
"ฝันดีนะ"
เจียงเฉินผละออกจากเจียงหนานซุน
"ฝันดีค่ะ"
เจียงหนานซุนพยายามเก็บซ่อนความขัดเขิน แล้วบอกลาเจียงเฉิน
เจียงเฉินมองตามหลังเจียงหนานซุนจนเดินเข้าบ้านไป
ถ้าวันนี้ไม่มีจูสั่วสั่วมาด้วย เขาคงไม่ยอมปล่อยเจียงหนานซุนกลับเข้าบ้านง่ายๆ แน่ แต่ไม่เป็นไรหรอก ยังไงซะเธอก็หนีเขาไม่พ้นอยู่แล้ว
เจียงเฉินเดินกลับมาขึ้นรถ แล้วหันไปมองจูสั่วสั่ว
จูสั่วสั่วก้มหน้างุด ไม่กล้าสบตาเจียงเฉิน
"สงสัยเมื่อกี้คงเห็นหมดแล้วสิ"
เจียงเฉินรู้ทัน แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไร แค่สตาร์ทรถแล้วขับออกไปเงียบๆ
ตลอดทาง จูสั่วสั่วเอาแต่ก้มหน้านิ่ง ไม่ยอมพูดจา
แต่การที่จูสั่วสั่วเงียบ ก็ไม่ได้หมายความว่าเจียงเฉินจะยอมเงียบตามไปด้วยนี่นา
โอกาสทองที่จะได้อยู่กับจูสั่วสั่วแบบสองต่อสองแบบนี้ มีหรือที่เขาจะปล่อยให้หลุดมือไปง่ายๆ
เขาชวนจูสั่วสั่วคุยเรื่องนู้นเรื่องนี้ ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบเรื่องงานที่กลุ่มบริษัทจิงเหยียน ว่าเจอปัญหาอะไรไหม เข้ากับเพื่อนร่วมงานได้หรือเปล่า บลาๆๆ
ด้วยความที่เขารู้นิสัยใจคอของจูสั่วสั่วดี เขาจึงรู้ว่าควรจะถามคำถามแบบไหน ถึงจะไม่ทำให้เธออึดอัดใจ
ไม่ถึงสิบห้านาที ความรู้สึกอึดอัดกระอักกระอ่วนใจของจูสั่วสั่วก็มลายหายไปจนหมดสิ้น
ไม่นานนัก เจียงเฉินก็ขับรถมาถึงบ้านของจูสั่วสั่ว
"เจียงเฉิน ฉันเข้าบ้านก่อนนะคะ" จูสั่วสั่วเอ่ยลา
"ครับ" เจียงเฉินพยักหน้ารับ โดยไม่ได้ลงจากรถไปส่งเธอ
จูสั่วสั่วเปิดประตูรถก้าวลงมา
ทันใดนั้น เธอก็เหลือบไปเห็นเงาของใครบางคนยืนอยู่ไม่ไกล
พอเห็นว่าเป็นใคร สีหน้าของจูสั่วสั่วก็เจื่อนลงทันที
ยังไม่ทันที่เธอจะได้ตั้งตัว ร่างนั้นก็เดินตรงดิ่งเข้ามาหาเธอ
"..."
จูสั่วสั่วทำตัวไม่ถูก
เพราะคนที่เดินเข้ามาหาเธอ ก็คือลั่วเจียหมิงนั่นเอง
เจียงเฉินที่นั่งอยู่ในรถก็เห็นลั่วเจียหมิงเช่นกัน
สำหรับผู้ชายคนนี้ เจียงเฉินรู้สึกยังไงน่ะเหรอ?
พูดตามตรง เขารู้สึกว่าลั่วเจียหมิงเป็นผู้ชายที่น่าสงสารมาก
แอบรักจูสั่วสั่วมาตั้งหลายปี แต่สุดท้ายก็ต้องทนเห็นคนที่ตัวเองรักไปตกเป็นของคนอื่น
นี่แหละคือชีวิตจริงของคนธรรมดาเดินดิน!
ไม่มีอำนาจวาสนา ไม่มีเงินทอง สุดท้ายก็ทำได้แค่ยืนมองผู้หญิงที่ตัวเองรักเดินจากไปพร้อมกับผู้ชายคนอื่น
ถ้าลั่วเจียหมิงมีเงินสักสิบล้าน จูสั่วสั่วจะยังปฏิเสธเขาอยู่ไหม?
ในซีรีส์ ขนาดคนขับรถหม่า ยังสามารถเอาชนะใจจูสั่วสั่วได้เลย
"แต่พูดไปก็เท่านั้น ลั่วเจียหมิงก็มีสภาพไม่ต่างอะไรกับเจียงเฉินคนเก่าหรอก"
เจียงเฉินพึมพำกับตัวเอง
เจียงเฉินคนเก่าก็เคยต้องทนเจ็บปวดกับการแอบรักหวังม่านนีมาแล้วเหมือนกัน
พวกเขาทั้งสองคนก็เปรียบเสมือนคนหัวอกเดียวกันนั่นแหละ
แต่ตอนนี้เขาคือเจียงเฉินคนใหม่ ชะตาชีวิตของเขาได้เปลี่ยนไปแล้ว ในขณะที่ลั่วเจียหมิงยังคงจมปลักอยู่กับชีวิตแบบเดิมๆ
เขาควรจะสงสารผู้ชายคนนี้ไหม?
ไม่เลย!
โลกแห่งความเป็นจริงมันโหดร้ายแบบนี้แหละ
"เจียงเฉิน..."
เสียงของจูสั่วสั่วดังแว่วมา
"หืม?"
เจียงเฉินหันไปมองจูสั่วสั่ว
"ช่วยฉันหน่อยสิคะ" จูสั่วสั่วขอร้อง
เจียงเฉินปรายตามองลั่วเจียหมิงแวบหนึ่ง ก่อนจะเปิดประตูรถก้าวลงมา
ตอนที่เจียงเฉินยังไม่ยอมตอบ จูสั่วสั่วก็นึกว่าเขาจะไม่ยอมช่วยซะแล้ว แต่พอเห็นเขาลงจากรถ เธอก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
"สั่วสั่ว"
เจียงเฉินเห็นลั่วเจียหมิงเดินเข้ามาใกล้ ก็รีบเดินเข้าไปหาจูสั่วสั่ว "คุณลืมของน่ะครับ"
พูดจบ เจียงเฉินก็ยื่นกล่องของขวัญในมือให้จูสั่วสั่ว
จูสั่วสั่วชะงักไปเล็กน้อย
ตอนที่อยู่บนรถ เธอไม่เห็นจะรู้เลยว่ามีกล่องของขวัญกล่องนี้อยู่ด้วย แต่เธอก็ไม่ได้ถามอะไร รีบรับกล่องของขวัญมาจากมือเจียงเฉินทันที
"สั่วสั่ว หมอนี่ใครน่ะ?" ลั่วเจียหมิงเดินเข้ามาถึง ก็เอ่ยปากถามเสียงแข็ง
"ลั่วเจียหมิง เขาจะเป็นใครแล้วมันไปเกี่ยวอะไรกับนายด้วย?" จูสั่วสั่วปรี๊ดแตกทันทีที่ได้ยินน้ำเสียงหาเรื่องของลั่วเจียหมิง
"สวัสดีครับ ผมชื่อเจียงเฉิน เป็นแฟนของสั่วสั่วครับ" เจียงเฉินแนะนำตัวพร้อมรอยยิ้ม
"อะไรนะ แฟนงั้นเหรอ?" ลั่วเจียหมิงเบิกตากว้าง มองจูสั่วสั่วด้วยความตกตะลึง
"ใช่ พี่เจียหมิง เขาคือแฟนของฉันเอง" จูสั่วสั่วรีบสวมรอยตามน้ำไปทันที
"ไม่จริง... เป็นไปไม่ได้..." ลั่วเจียหมิงรับไม่ได้กับความจริงข้อนี้
"ทำไมจะเป็นไปไม่ได้ล่ะครับ? หรือคุณคิดว่าผมไม่คู่ควรกับสั่วสั่ว? คุณเป็นลูกพี่ลูกน้องของสั่วสั่วใช่ไหมครับ?" เจียงเฉินรู้ความจริงอยู่เต็มอก แต่ก็แกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง
"ฉัน..." ลั่วเจียหมิงพูดไม่ออก
"คุณสบายใจได้เลยครับ ผมสัญญาว่าจะดูแลสั่วสั่วให้ดีที่สุด" เจียงเฉินโอบเอวจูสั่วสั่วเข้ามากระชับแน่น
จูสั่วสั่วตัวแข็งทื่อไปชั่วขณะ
ถึงเธอจะรู้ว่าเจียงเฉินเป็นแฟนของเจียงหนานซุน และตอนนี้เธอก็แค่ขอให้เขาแกล้งสวมบทบาทเป็นแฟนปลอมๆ เพื่อตบตาลั่วเจียหมิง แต่การกระทำที่ใกล้ชิดสนิทสนมขนาดนี้ มันก็ทำให้เธอรู้สึกประหม่าอยู่ดี
แต่จูสั่วสั่วหารู้ไม่ว่า เจียงเฉินจงใจฉวยโอกาสลวนลามเธอต่างหากล่ะ
โอกาสดีๆ แบบนี้ โง่สิถึงจะไม่คว้าเอาไว้!
"พวกนายคบกันมานานแค่ไหนแล้ว?" ลั่วเจียหมิงถามเสียงสั่น เขาแทบจะรับไม่ได้กับความจริงที่อยู่ตรงหน้า
"พวกเรา..."
จูสั่วสั่วกำลังจะอ้าปากตอบ แต่เจียงเฉินก็ชิงพูดตัดหน้าขึ้นมาก่อนว่า "เรารู้จักกันมาหลายเดือนแล้วครับ แต่ผมเพิ่งจะตามจีบสั่วสั่วติดเมื่อปลายปีที่แล้วนี่เอง ความจริงแล้ว อีกสองสามวัน ผมก็กะจะไปสู่ขอเธอที่บ้านอยู่พอดีเลยครับ"
จูสั่วสั่วหันขวับไปมองเจียงเฉินด้วยความตกใจ ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงพูดแบบนั้นออกไป
"อะไรนะ? สู่ของั้นเหรอ?" ลั่วเจียหมิงส่ายหน้ารัวๆ "ไม่ได้นะ เรื่องนี้ฉันไม่ยอมเด็ดขาด..."
(จบแล้ว)