เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 229 : พายุความร้อนทะเลทราย  (6)

บทที่ 229 : พายุความร้อนทะเลทราย  (6)

บทที่ 229 : พายุความร้อนทะเลทราย  (6)


บทที่ 229 : พายุความร้อนทะเลทราย (6)

เมื่อใดก็ตามที่รูปปั้นหินพยายามจะดึงหมัดออก พื้นดินก็สั่นสะเทือนจนแทบจะยืนไม่ไหว

และฉันเหลือบมองแขนของรูปปั้นหินที่ติดในเนินทราย มันดูเหมือนสะพานขนาดยักษ์ที่ยื่นออกมาจากพื้นดินในแนวตั้ง พวกกิ้งก่าที่ติดอยู่ในทรายนั้นกระจัดกระจายไปทั่ว

"กร๊ากกกก!"

ฉันแกว่งดาบออกไปโดยไม่ต้องมอง

ตุ๊บ! มนุษย์กิ้งก่าล้มลง ฉันแทงดาบเข้าที่ลำตัวของมันทันที

เสียงของอีดิสดังก้องอยู่ในหูของฉัน

<ฮาน ไหวไหม?  >

“ไหว ฉันยังโอเคดี”

<ฉันเองก็ตกใจ อยู่ ๆ  พื้นดินก็เริ่มสั่นสะเทือน…>

“ทางนั้นเป็นไงบ้าง ทนคลื่นทะเลทรายได้ใช่ไหม?”

<เรายังไหว แต่ถ้ายังคงเป็นแบบนี้ต่อไปมันจะยากขึ้น พวกมันมากันไม่หยุดเลย>

คล้ายกับชั้นที่ 20

คลื่นศัตรูที่ไม่มีที่สิ้นสุด มีเวลาจำกัด เราไม่สามารถยื้อได้นานขนาดนั้น

เราต้องหาทางออกให้ได้อย่างรวดเร็ว

ฉันเริ่มครุ่นคิด

กำปั้นของรูปปั้นหินเริ่มลอยขึ้นไปในอากาศ

'รูปแบบการโจมตีจะง่ายขนาดนี้เลยเหรอ?'

ขยับไปข้างหน้าและทุบหมัดลงพื้นไปมั่ว ๆ

จนถึงตอนนี้มีเพียงสองอย่างเท่านั้นที่มันทำได้ ระยะโจมตีในระยะกว้างและมนุษย์กิ้งก่าก็เข้ามาแทรกแซงอยู่ตลอดเวลา แต่โอกาสที่จะโดนโจมตีทั้งหมดในคราวเดียวนั้นมีน้อยมาก ฉันตรวจสอบพื้นผิวของรูปปั้นหินอย่างระมัดระวัง

'มันทำจากหินแข็ง ๆ  พื้นผิวเรียบ มีรอยเเตกไม่มากที่พอจะเป็นที่จับได้ นอกเหนือจากนั้นฉันไม่สังเกตเห็นอะไรอีกเลย’

ฉันหันกลับไปมอง

เฟรียซิสและสมาชิกอีกสองคนที่เหลือยืนหยัดอย่างมั่นคง

“ไปกันเถอะ”

เรารีบออกไปในทันที

ขณะที่เราปีนขึ้นไปบนเนินเขา ฉันเห็นอีกปาร์ตี้กำลังต่อสู้กับมนุษย์กิ้งก่าอย่างดุเดือด พวกเขาขับไล่ศัตรูที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง

“เราจะทำอย่างไรต่อไป?”

“มีสองอย่าง ถ้าไม่เข้าไปก็ปีนขึ้นไปข้างบน”

"…อะไรนะ เอาจริงดิ?"

“ดูนั่นสิ”

ฉันชี้ไปที่อีกด้านหนึ่งของเนินเขา

ออลก้ามองตามนิ้วของฉัน ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ

“เปลวไฟใกล้เข้ามาทุกที เราคงทนได้อีกไม่นานพื้นที่ทั้งหมดจะกลายเป็นทะเลเพลิงในไม่ช้า”

“มีวิธีดียวเท่านั้นที่จะหลบหนีสินะ”

"ใช่"

“แต่เราจะปีนขึ้นไปได้ไง?  มันดูไม่ง่ายเลย”

ฉันมองไปที่รูปปั้นหิน

ขนาดและความสูงไม่มีที่สิ้นสุด หมัดของมันสูงถึงหลายร้อยเมตร

“เราต้องหามุมให้ถูก”

"มุม?"

“แต่ตอนนี้เราต้องหลบมันก่อน”

กร๊ากกกก

พวกกิ้งก่าที่บุกทะลุแนวป้องกันในระยะไกลกำลังพุ่งเข้ามาหาเรา

ฉันมองดูพวกแล้วมันหันกลับไป ฉันวิ่งไปทางฝั่งตรงข้ามของสนาม

“จากปาร์ตี้ที่ 1 มีรูปปั้นหรืออะไรคล้ายเทพธิดาอยู่ใกล้ ๆ  แถวนั้นไหม?”

<รูปปั้นเทพธิดา?  หมายความว่าไงครับ?  เรากังวลเรื่องไฟมากกว่า…>

“ลืมเรื่องนั้นซะ มุ่งความสนใจไปที่ด้านหน้า”

<ฉันไม่เห็นอะไรที่เหมือนกับรูปปั้นเทพธิดาเลย>

<รูปปั้นเทพธิดา?  เจ้ากำลังพูดถึงรูปปั้นมนุษย์เพศหญิงหน้าตาประหลาด ๆ  งั้นเหรอ?  ข้าเห็นมันถูกฝังอยู่ในทรายใกล้ ๆ  พวกเรา นั่นคือสิ่งที่เจ้าถามใช่ไหม?  >

คิชาช่าพูดขึ้นมา

ฉันมองไปทางทิศตะวันตกของทะเลทราย

ตอนนี้ปาร์ตี้ที่ 3 กำลังต่อสู้อย่างดุเดือดกับมนุษย์กิ้งก่าหลายสิบตัว กรงเล็บของพวกเปล่งประกายไม่ต่างจากอาวุธของฉัน แขนขาและลำตัวของมนุษย์กิ้งก่าก็ถูกฉีกเป็นชิ้น ๆ  และลอยขึ้นไปในอากาศ

ฉันมุ่งความสนใจไปยังพื้นที่ที่อยู่ด้านหน้าของฉัน

ศพของพวกมนุษย์กิ้งก่ากองรวมกันราวกับภูเขาเล็ก ๆ

ครืน ปัง!

รูปปั้นหินเคลื่อนตัวมาจากด้านหลัง

“เราจะมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกของทะเลทราย วิ่ง!!”

ฉันใช้กำลังทั้งหมดของฉันไปกับการวิ่ง

ข้อเท้าของฉันจมลงไปในทรายมันทำให้ฉันเคลื่อนไหวได้ช้าลง แต่ถึงกระนั้นฉันก็ต้องใช้เวลา

เจนน่าซึ่งวิ่งอยู่ข้าง ๆ  ฉันพูดขึ้นมา

“ฮาน นายกำลังวางแผนอะไรอยู่?  จะดีกว่าไหมถ้าอยู่ใกล้สัตว์ประหลาดตัวนั้น ถ้านายต้องการหลีกเลี่ยงการโจมตี?  มันอาจจะง่ายกว่าที่จะหลบหนีถ้าเราอยู่ใกล้ ๆ  มันนะ!”

“ต่อให้ทำมันแบบนั้น..มันก็ไม่จบหรอก”

"อะไรนะ?  แต่…"

“เนเรสซ่า ดูแลเด็กคนนั้นด้วย”

“เข้าใจแล้ว”

เนเรสซ่าคอยดูเฟรียซิสและช่วยพยุงเธอออกมา

เวคิสลดร่างกายส่วนบนลงแล้วพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว

พวกมนุษย์กิ้งก่ามันกำลังพุ่งโจมตีเราจากทางขวา เวคิสชักดาบออกมาอย่างรวดเร็ว เขาฟันมนุษย์กิ้งก่าสองตัวที่เข้ามาเหมือนฟันฟ่อนข้าวสาลี ฉันมองไปข้างหลังฉันแล้วตะโกนขึ้น

“ยัยหนู เอากุญแจออกมา”

เฟรียซิสหยิบมันออกมาจากกระเป๋าของเธอ

มันไม่ส่องแสงอะไร ยังไงมันก็เป็นเพียงกุญแจธรรมดา

"ซ่อนมันไว้ก่อน”

ขั้นตอนแรกได้รับการตรวจสอบที่เสร็จสมบูรณ์

ไอเทมพิเศษที่ใช้ในภารกิจพิกมีอัพมักจะถูกล้อมรอบด้วยแสงสว่าง แต่กุญแจไม่มีแสงเลยนั้นหมายความว่า

'กุญแจยังไม่สามารถใช้งานได้'

ถึงเวลาตรวจสอบรายการที่สองแล้ว

“คิชาช่า นี่ฮานนะ”

<ว่าไง..ข้ากำลังสนุกอยู่เลย!>

เสียงกรีดร้องของมนุษย์กิ้งก่าดังแว่วเข้ามาในหูฉัน

“ขอโทษที แต่ฉันมีอะไรจะขอ ช่วยวางมือบนรูปปั้นเทพธิดานั่นได้ไหม?”

<ได้!>

เสียงการต่อสู้ของเธอยังคงดำเนินต่อไป

<นักรบ ดูเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นนะ>

"เข้าใจแล้ว รีบออกไปเร็ว เรากำลังล่อไอ้หินยักษ์ไปทางนั้น”

<เจ้าตั้งใจจะทำอะไร?  >

"ฉันไม่แน่ใจ"

<ยังไงก็เถอะเราจะทำตามที่เจ้าบอก!>

ฉันหัวเราะและยุติการสื่อสารทันที

กลุ่มของคิชาช่าที่สังหารมนุษย์กิ้งก่ากำลังถอยห่างออกไป

“ฮานเจ้ายักษ์มันตามมาแล้วนะ!”

"รู้แล้ว"

พื้นดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

มันเป็นผลที่ตามมาของสัตว์ประหลาดที่ก้าวไปทีละก้าว

สวูช

สนามรบเริ่มแคบลงเนื่องจากเปลวไฟที่กำลังปลุกโชน

พวกกิ้งก่าปรากฏตัวออกมาจากที่ไหนก็ไม่รู้และยังคงกรูกันเข้ามาเรื่อย ๆ  โดยไม่ยอมหยุดพัก

[คลื่นสัตว์ประหลาด!]

[รอบที่ 9]

[มนุษย์กิ้งก่า Lv.23 X 57]

[มนุษย์กิ้งก่าไรเดอร์ Lv. 25 X 13]

[จมเวทย์มนุษย์กิ้งก่า Lv. 26 X 6]

<พวกมันเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวเลย!>

อีดิสพูดด้วยน้ำเสียงร้อนรน

“ถอยร่นแนวป้องกันมารวมกันกับฉัน”

พูดจบฉันหันหลบไปทางด้านข้าง

ชึ้บ!

เจนน่ายิงธนูโดนมนุษย์กิ้งก่าที่พุ่งเข้ามาหาฉัน มันถูกลูกธนูเจาะหัวและล้มลง

“'อันนาน (★★★)' มีเลือดออก เลือดของเขาจะลดลงเป็นระยะ”

“'กิลเบิร์ต (★★★)' กลับสู่อ้อมกอดของเทพธิดาแล้ว! ความกล้าหาญของเขาจะถูกจดจำตลอดไป”

'พวกเขาถึงขีดจำกัดแล้วสินะ'

จบบทที่ บทที่ 229 : พายุความร้อนทะเลทราย  (6)

คัดลอกลิงก์แล้ว