- หน้าแรก
- ราชันฮาเร็มแห่งมัลติเวิร์ส
- บทที่ 32 - ออกเดตกับเจียงหนานซุน
บทที่ 32 - ออกเดตกับเจียงหนานซุน
บทที่ 32 - ออกเดตกับเจียงหนานซุน
บทที่ 32 - ออกเดตกับเจียงหนานซุน
"อย่าพูดจาเหลวไหลสิ" เจียงหนานซุนดึงแขนเสื้อจูสั่วสั่วเบาๆ พร้อมกับกดเสียงต่ำ
"มีพิรุธนะเนี่ย"
จูสั่วสั่วเป็นใครกันล่ะ? เธอคือเพื่อนรักที่เติบโตมาด้วยกันกับเจียงหนานซุนเชียวนะ มีหรือที่เธอจะไม่รู้ใจเพื่อนตัวเอง?
พอดูจากท่าทีของเจียงหนานซุนในตอนนี้แล้ว สงสัยที่เธอเดาไว้คงจะถูกเผง
"ไปกันเถอะ"
เจียงหนานซุนดึงตัวจูสั่วสั่วให้ลุกขึ้นแล้วเดินออกไปทันที
"ฉันยังกินไม่อิ่มเลยนะ" จูสั่วสั่วรีบคว้ากระเป๋าของตัวเองแทบไม่ทัน
"เดี๋ยวฉันเลี้ยงเคเอฟซีเธอเอง" เจียงหนานซุนไม่รอฟังคำทัดทาน ดึงตัวจูสั่วสั่วออกไปดื้อๆ
จางอันเหรินมองตามแผ่นหลังของเจียงหนานซุนที่เดินจากไป แววตาของเขาฉายแววดุดันขึ้นมาวูบหนึ่ง ก่อนจะกลับมาสงบนิ่งตามเดิมในเวลาอันรวดเร็ว
สายตาของหวังหย่งเจิ้งหันไปมองทางจางอันเหริน
ก่อนหน้านี้ตอนที่เขาเห็นเจียงหนานซุนกับจางอันเหรินสนิทสนมกัน เขายังนึกว่าทั้งสองคนจะได้คบกันเป็นแฟนเสียอีก แต่ดูจากสถานการณ์ตอนนี้แล้ว มันไม่น่าจะเป็นอย่างที่คิดไว้เลย
หรือว่าแฟนของเจียงหนานซุนจะไม่ใช่จางอันเหริน แต่เป็นคนอื่น?
ถ้าแฟนของเจียงหนานซุนคือจางอันเหริน เขาก็ไม่กังวลแม้แต่น้อย เพราะจากที่เขารู้จักจางอันเหรินมา จางอันเหรินกับเจียงหนานซุนคงลงเอยกันได้ยาก แต่ถ้าแฟนของเจียงหนานซุนเป็นคนอื่น มันก็จะเป็นอีกเรื่องหนึ่งเลย
"สงสัยคงต้องเป็นฝ่ายรุกบ้างแล้วสิ"
หวังหย่งเจิ้งพึมพำกับตัวเอง
...
หลังจากที่เจียงหนานซุนกับจูสั่วสั่วออกจากมหาวิทยาลัยม๋อตูแล้ว ทั้งคู่ก็พากันมาที่ร้านชานมแห่งหนึ่งในละแวกนั้น
"บอกมาเลยนะ ตกลงว่าเขาเป็นใคร? ใช่เจียงเฉินที่เธอเล่าให้ฟังคราวที่แล้วหรือเปล่า?" จูสั่วสั่วมองเจียงหนานซุนด้วยดวงตากลมโตที่เปล่งประกายไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นอย่างเต็มเปี่ยม
"ก็เขานั่นแหละ" เจียงหนานซุนไม่ได้ปฏิเสธ เธอสามารถคุยกับจูสั่วสั่วได้ทุกเรื่อง จึงไม่มีอะไรที่ต้องปิดบัง
"เป็นเขาจริงๆ เหรอเนี่ย?"
จูสั่วสั่วถามต่อ "คราวที่แล้วเธอเพิ่งจะบอกว่าแค่เล่นละครตบตากับเขาไม่ใช่เหรอ? แล้วทำไมถึงยังติดต่อกันอยู่ล่ะ? หรือว่าเธอจะแอบคิดอะไรกับเขาเข้าจริงๆ แล้ว?"
"ที่ไหนกันเล่า? ก็เพราะพ่อฉันน่ะสิ ช่วงนี้เอาแต่ถามเรื่องของเจียงเฉินไม่หยุดเลย" เจียงหนานซุนอธิบาย
"จริงเหรอ?"
จูสั่วสั่วทำหน้าไม่เชื่อ "ฉันรู้ใจเธอดีน่า ถ้าเป็นเพราะคุณลุงเจียงจริงๆ เมื่อกี้เธอคงไม่ออกอาการขนาดนั้นหรอก"
"ฉัน..." เจียงหนานซุนถึงกับพูดไม่ออก
"บอกมาเถอะน่า สรุปว่าระหว่างเธอกับเขามีซัมติงอะไรกันแน่?" จูสั่วสั่วซักไซ้
"ฉัน... ไม่มีอะไรสักหน่อย... ก็แค่รู้สึกสงสัยในตัวเขานิดหน่อยน่ะ" เจียงหนานซุนนึกถึงตอนที่เจียงเฉินขอให้เธอช่วยแนะนำแฟนให้ เธอก็รู้สึกโมโหขึ้นมาตงิดๆ ประกอบกับเสียงบ่นพึมพำของเจียงเผิงเฟยที่กรอกหูอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน มันจึงกลายเป็นการหว่านเมล็ดพันธุ์บางอย่างลงในใจของเธอไปโดยที่เจียงหนานซุนเองก็ไม่ทันได้รู้ตัว
"จริงดิ?" จูสั่วสั่วประหลาดใจนิดหน่อย
"จริงสิ ฉันก็แค่อยากรู้เฉยๆ เธอก็รู้ว่าพ่อฉันชอบเล่นหุ้น แล้วพ่อก็บอกว่าความสามารถของเจียงเฉินน่ะเทียบชั้นได้กับวอร์เรน บัฟเฟตต์เลยนะ" เจียงหนานซุนไม่ได้เล่าเรื่องที่เจียงเฉินขอให้เธอช่วยหาแฟนให้ฟัง แม้ว่าคนตรงหน้าจะเป็นจูสั่วสั่วก็ตาม
"แสดงว่าเขารวยมากเลยสิ?" ตาของจูสั่วสั่วเป็นประกายขึ้นมาทันที
แตกต่างจากเจียงหนานซุนที่เติบโตมาในครอบครัวที่มีฐานะร่ำรวยมาตั้งแต่เด็ก จูสั่วสั่วมักจะให้ความสำคัญกับเรื่องฐานะทางการเงินเป็นอย่างมาก เนื่องจากสภาพแวดล้อมความเป็นอยู่ที่เธอเติบโตมา
ย้อนกลับไปตอนที่เจียงหนานซุนรู้สึกดีๆ กับจางอันเหริน เธอเคยแสดงท่าทีไม่เห็นด้วยอย่างชัดเจน เพราะเธอรู้สึกว่าจางอันเหรินไม่สามารถมอบชีวิตในแบบที่เจียงหนานซุนต้องการได้ แม้ว่าจางอันเหรินจะได้เป็นผู้ช่วยสอนในมหาวิทยาลัยม๋อตูแล้วก็ตาม แต่เงินเดือนทั้งเดือนของเขายังไม่พอจ่ายค่าทำสวยของเจียงหนานซุนเลยด้วยซ้ำ
อย่างไรก็ตาม เจียงหนานซุนก็ยังคงมีความรู้สึกดีๆ ให้กับจางอันเหริน เมื่อเธอเห็นว่าห้ามไปก็ป่วยการ เธอจึงไม่คัดค้านอีกต่อไป มาตอนนี้ที่ความสัมพันธ์ระหว่างเจียงหนานซุนกับจางอันเหรินไม่คืบหน้า เธอเองก็แอบดีใจอยู่ลึกๆ เหมือนกัน
"ไม่รู้สิ พ่อบอกแค่ว่าเขาทำเงินจากตลาดหุ้นได้เยอะมาก ช่วงนี้พ่ออาจจะขาดทุนในตลาดหุ้นไปเยอะ ก็เลยอยากจะเจอเขาเพื่อขอคำปรึกษาน่ะ" เจียงหนานซุนอธิบายเพิ่ม
"เธอเลยเป็นคนติดต่อไปหาเขาอย่างนั้นเหรอ?" จูสั่วสั่วถาม
"ใช่ พ่อเป็นคนสั่งให้ฉันทำน่ะ" เจียงหนานซุนไม่มีทางยอมรับเด็ดขาดว่าตัวเองเป็นฝ่ายทักไปหาเจียงเฉินก่อน ยิ่งไปกว่านั้น เธอเองก็พูดไม่ผิดเสียทีเดียว หากไม่ใช่เพราะเจียงเผิงเฟยเอาแต่บ่นกรอกหูเธออยู่ทั้งวัน มีหรือที่เธอจะยอมลดตัวทักไปหาเจียงเฉินก่อน
เมื่อได้ยินดังนั้น จูสั่วสั่วก็หัวเราะออกมา
"สั่วสั่ว เธอหัวเราะอะไรน่ะ?" เจียงหนานซุนถาม
"เปล่าหรอก"
จูสั่วสั่วพูดขึ้น "หนานซุน ในเมื่อตอนนี้เธอไม่ได้รู้สึกอะไรกับจางอันเหรินแล้ว ลองเปิดใจให้เจียงเฉินคนนี้ดูก็ไม่เสียหายนะ ยังไงเธอก็ตอบตกลงไปเดตกับเขาแล้วนี่นา"
"บ้าเหรอ ฉันไม่ได้จะไปเดตกับเขาสักหน่อย" เจียงหนานซุนหน้ามุ่ย ไม่ยอมรับคำแซว
...
วันต่อมา เจียงเฉินได้พบกับเจียงหนานซุนที่ร้านกาแฟ
"คุณเจียง ไม่เจอกันนานเลยนะครับ"
เจียงเฉินหยิบกล่องของขวัญใบหนึ่งออกมาแล้วยื่นให้เจียงหนานซุน "นี่คือของขวัญที่ผมซื้อมาฝากจากเยียนจิง หวังว่าคุณจะชอบนะ"
"ฉันรับไว้ไม่ได้หรอกค่ะ" เจียงหนานซุนส่ายหน้า
"ทำไมจะรับไว้ไม่ได้ล่ะครับ หรือว่าเราไม่ใช่เพื่อนกัน?" เจียงเฉินเปิดกล่องของขวัญออก พลางพูดต่อ "คุณดูสิ ของพวกนี้ก็ไม่ใช่ของมีค่าอะไรมากมาย เป็นแค่สร้อยข้อมือเส้นหนึ่งเท่านั้นเอง ผมว่าสร้อยเส้นนี้เหมาะกับคุณเจียงมากเลยนะ"
สร้อยข้อมือบุลการี (Bvlgari) ราคาแค่ประมาณหมื่นห้าพันหยวน
สำหรับคนธรรมดาทั่วไป สร้อยข้อมือเส้นนี้ถือว่าราคาแพงหูฉี่ แต่สำหรับลูกคุณหนูอย่างเจียงหนานซุน มันก็เป็นแค่ของขวัญธรรมดาๆ ชิ้นหนึ่งเท่านั้น
"ฉัน..."
"มาครับ เดี๋ยวผมใส่ให้"
เจียงเฉินไม่ปล่อยให้เจียงหนานซุนได้มีโอกาสปฏิเสธ เขาจัดการสวมสร้อยข้อมือเข้าที่ข้อมือของเธอโดยพลการ
"คุณทำอะไรเนี่ย..."
กว่าเจียงหนานซุนจะได้สติ สร้อยข้อมือก็ถูกสวมลงบนข้อมือของเธอเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
"เห็นไหมครับ สวยออกจะตายไป" เจียงเฉินพูดพร้อมรอยยิ้ม
เจียงหนานซุนหน้าแดงระเรื่อ
เธอยังไม่เคยใกล้ชิดกับผู้ชายคนไหนขนาดนี้มาก่อนเลย
การกระทำของเจียงเฉินทำให้เธอตั้งตัวไม่ติด แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไม ในใจของเธอกลับไม่ได้รู้สึกรังเกียจเขาเลยสักนิด
"จริงสิ คุณลุงเจียงอยากเจอผมทำไมเหรอครับ?"
เจียงเฉินเลิกแหย่เจียงหนานซุนแล้ว การจะจีบเจียงหนานซุนให้ติด ตอนนี้เขาต้องรู้จักความพอดี
อีกอย่าง แม้ว่าเขาจะอยากให้เจียงหนานซุนมาเป็นแฟน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะหยุดอยู่ที่เจียงหนานซุนเพียงคนเดียว ดังนั้น ปัญหาที่ว่าจะทำอย่างไรให้เจียงหนานซุนยอมรับผู้หญิงคนอื่นๆ ของเขาได้นั้น เป็นเรื่องที่ต้องจัดการให้เรียบร้อยตั้งแต่ตอนที่จีบเธอติด
ก็อย่างว่าแหละ เขาคือชายหนุ่มผู้ตั้งปณิธานว่าจะเป็นราชาบ่อปลาให้จงได้ จะมาเสียการใหญ่เพราะเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ไม่ได้เด็ดขาด
"คุณว่าเพราะอะไรล่ะคะ?" เจียงหนานซุนถลึงตาใส่เจียงเฉินอย่างหงุดหงิด
เธอไม่ประสีประสาเรื่องหุ้น และเพราะพ่อของเธอเป็นแบบนั้น เธอจึงมีอคติกับคนที่เล่นหุ้นไปด้วย ส่งผลให้เธอมองเจียงเฉินในแง่ลบตามไปด้วยเล็กน้อย
"เดี๋ยวสิ หรือว่าเรื่องที่ผมไหว้วานคุณไปคราวที่แล้ว คุณไม่ได้จัดการให้เหรอครับ?" เจียงเฉินถาม
"ฉัน..." เจียงหนานซุนอึกอัก
"ดูท่าทางคุณลุงเจียงคงจะไม่ยอมฟังคำเตือนเลยสินะ" เจียงเฉินเข้าใจสถานการณ์ในทันที
เจียงหนานซุนนิ่งเงียบไป
"หนานซุน คุณรู้ไหมครับ? ถ้าคุณลุงเจียงยังขืนทำแบบนี้ต่อไป ระวังจะเกิดเรื่องใหญ่เอานะ" เจียงเฉินรู้สึกว่าจำเป็นต้องฉีดยาป้องกันให้เจียงหนานซุนเสียก่อน ดังนั้น แม้ว่าเหตุการณ์ที่เจียงเผิงเฟยหมดตัวในซีรีส์จะเกิดขึ้นจริง สำหรับเขามันก็เป็นแค่เรื่องจิ๊บจ้อย แต่เขาไม่รังเกียจที่จะใช้ประโยชน์จากเรื่องนี้เพื่อเรียกร้องความสนใจจากเจียงหนานซุนหรอกนะ
เมื่อเห็นเจียงหนานซุนแสดงสีหน้าสงสัย เจียงเฉินจึงอธิบายต่อ "ก่อนที่ผมจะได้รู้จักกับคุณลุงเจียง ผมเคยได้ยินคนอื่นพูดกันว่า คุณลุงเจียงไปกู้หนี้ยืมสินมาตั้งเยอะแยะเพื่อเอามาเล่นหุ้น"
"กู้หนี้ยืมสินเหรอคะ?" เจียงหนานซุนชะงักไป
ด้วยฐานะครอบครัวของพวกเธอ เจียงเผิงเฟยยังต้องไปกู้หนี้ยืมสินอีกงั้นเหรอ?
"ใช่ครับ ถ้าคุณไม่เชื่อ ลองไปถามคุณป้าดูก็ได้ ถึงคุณลุงเจียงจะพยายามปิดบัง แต่ยังไงมันก็ต้องมีร่องรอยทิ้งไว้ให้เห็นบ้างแหละ" เจียงเฉินพยักหน้า ก่อนจะพูดต่อ "การกู้ยืมเงินมาเล่นหุ้น มันง่ายมากที่จะขาดทุนจนหมดตัว ถึงแม้ช่วงนี้ตลาดหุ้นจะพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ แต่ความเสี่ยงก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ถ้าคุณลุงเจียงยังดึงดันที่จะทำแบบนี้ต่อไปล่ะก็..."
(จบแล้ว)