- หน้าแรก
- เอาชีวิตรอดบนทางหลวง เปิดฉากศึกภายใน กลับพบพานดอกลิลลี่
- บทที่ 3 อดีตเคยเป็นวัวเป็นควาย ยามนี้กลับถูกเรียกว่าตัวเบี้ย
บทที่ 3 อดีตเคยเป็นวัวเป็นควาย ยามนี้กลับถูกเรียกว่าตัวเบี้ย
บทที่ 3 อดีตเคยเป็นวัวเป็นควาย ยามนี้กลับถูกเรียกว่าตัวเบี้ย
บทที่ 3 อดีตเคยเป็นวัวเป็นควาย ยามนี้กลับถูกเรียกว่าตัวเบี้ย
ความวัวไม่ทันหาย ความควายก็เข้ามาแทรก กงเซิ่งรู้ดีว่าด้วยสภาพร่างกายในยามนี้รวมถึงเวลาที่เหลืออยู่อย่างจำกัด เขาไม่มีทางปีนไปถึงเบาะคนขับได้ทันเวลาอย่างแน่นอน เขาจึงตัดใจดึงประตูฝั่งข้างคนขับให้เปิดออก แล้วใช้เรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายคลานเข้าไปข้างใน
【00:00】
ทันทีที่เขาปิดประตูรถ ตัวเลขเคาท์ดาวน์ในหัวก็สิ้นสุดลง กงเซิ่งมองผ่านกระจกบังลมหน้าด้วยแววตาอันเฉยชา ภาพรถยนต์สามคันบนถนนหลวงรวมถึงซากศพบนพื้นถูกลบหายไปราวกับน้ำหมึกบนไวท์บอร์ด โดยไม่ทิ้งร่องรอยใดๆ ไว้เลย สิ่งที่หลงเหลืออยู่ระหว่างฟ้าดินมีเพียงถนนหลวงที่ทอดตัวตรงแน่วกับทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ไพศาลทั้งสองฝั่งที่ไพร่พัดล้อสายลมเอื่อยๆ ดูเป็นภาพที่สงบเงียบเหลือเกิน
หญิงสาวสองคนบนเบาะหลังไม่ได้เห็นภาพอันน่าสยดสยองนี้ พวกเธอยังคงดิ้นรนขัดขืนอย่างสุดกำลัง เสียงครางอืออาที่เล็ดลอดออกมาจากจมูกทำให้นกงเซิ่งรู้สึกหงุดหงิดและเสียสมาธิเป็นอย่างยิ่ง
"เลิกส่งเสียงร้องน่ารำคาญเสียที" กงเซิ่งหันกลับไปตวาดลั่น
ผลลัพธ์ถือว่าดีทีเดียว หญิงสาวทั้งสองคนถูกข่มขวัญจนตัวสั่นและไม่กล้าขยับเขยื้อนอีก
ทว่าเพียงครู่เดียว พวกเธอก็เริ่มดิ้นรนขัดขืนอย่างบ้าคลั่งยิ่งกว่าเดิม
กงเซิ่งไม่ได้สนใจพวกเธออีก การสูญเสียเรี่ยวแรงไปจนหมดสิ้นทำให้กระบวนการคิดของเขาเริ่มเฉื่อยชาลง
หลังจากเวลานับถอยหลังสิ้นสุดลงแล้ว เขาควรจะทำอย่างไรต่อไปดี
จริงด้วย ถึงเวลาต้องออกเดินทางแล้ว เขาต้องย้ายตัวเองไปที่เบาะคนขับ
ในจังหวะนั้นเอง ตัวอักษรในหัวก็เริ่มแปรเปลี่ยนไป
【ยินดีต้อนรับผู้เข้าแข่งขันทุกท่านเข้าสู่การแข่งขันเพื่อเอาชีวิตรอดแห่งหมื่นมิติครั้งที่ 56,789,156,457 อย่างเป็นทางการ】
【ในระหว่างการแข่งขัน ความแก่ ความเจ็บป่วย และความตายล้วนเป็นเรื่องจริงและเกิดขึ้นถาวร ทุกท่านมีเพียงชีวิตเดียว โปรดถนอมชีวิตของตนเองด้วย】
【เผ่าพันธุ์ของผู้เข้าแข่งขันในปัจจุบัน มนุษย์สายเทคโนโลยีแห่งดาวเคราะห์สีน้ำเงิน】
【รูปแบบการแข่งขันในปัจจุบัน การเอาชีวิตรอดบนถนนหลวงแบบหลายช่วงตอน】
【กฎการแข่งขันในปัจจุบัน ทำตามเงื่อนไขที่กำหนดในแต่ละช่วงตอนให้สำเร็จ】
【รางวัลใหญ่ของการแข่งขันในปัจจุบัน ความสมปรารถนาหนึ่งประการ】
【เพื่อเพิ่มโอกาสในการเอาชีวิตรอด การแข่งขันในครั้งนี้จะปลดล็อกพรสวรรค์ส่วนบุคคลของพวกท่าน โปรดตรวจสอบด้วยตนเองหลังจากเริ่มต้นการแข่งขัน ระดับของพรสวรรค์แบ่งออกเป็นตั้งแต่ระดับเอฟไปจนถึงระดับเอสเอสเอส รวมทั้งสิ้นเก้าระดับ และสามารถใช้สิ่งของพิเศษเพื่อเลื่อนระดับได้】
"ซ่า..." เสียงรบกวนจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าดังแทรกเข้ามาในหัวของกงเซิ่งในขณะที่เขากำลังอ่านคำชี้แจงการแข่งขัน "ผู้ข้ามมิติที่รัก เจ้ายังมีชีวิตอยู่หรือนี่ ช่างยอดเยี่ยมเหลือเกิน"
ท่าทางที่กำลังคลานอยู่ของกงเซิ่งพลันชะงักกึก ในเมื่อระบบกลับมาแล้ว นั่นหมายความว่าเขาสามารถหนีไปจากที่นี่ได้แล้วใช่ไหม หากสามารถไปเสวยสุขเป็นคุณชายผู้ร่ำรวยได้ มีแต่คนโง่เท่านั้นแหละที่จะยอมอยู่ร่วมการแข่งขันเอาชีวิตรอดบ้าๆ นี่ "ท่านระบบ ท่านกลับมาแล้วหรือ รีบพาข้าไปจากที่นี่เร็วเข้า"
"ซ่า... ขออภัยด้วย ยามนี้ข้ายังไม่สามารถทำเช่นนั้นได้"
"หมายความว่าอย่างไรกัน" หัวใจของกงเซิ่งพลันกระตุกวูบ ที่ว่าทำไม่ได้นั้นหมายความว่าอย่างไร เจ้าเป็นถึงระบบไม่ใช่หรือ
"ซ่า... เวลาซ่อมแซมมีไม่มากนัก จงตั้งสติแล้วฟังข้าให้ดี" น้ำเสียงของระบบเต็มไปด้วยความจนปัญญาและเร่งรีบ "ยามที่เจ้าข้ามมิติมา มันเกิดการพัวพันกับการส่งผ่านมิติเวลาของการแข่งขันเอาชีวิตรอดครั้งนี้ แรงสั่นสะเทือนของมิติเวลาที่เกิดขึ้นจึงลากเจ้าเข้ามาในมิติการแข่งขันแห่งนี้ด้วย อำนาจของข้ายังไม่สูงพอที่จะพาเจ้าออกไปได้ในทันที"
"ให้ตายเถอะ เจ้ามันมีประโยชน์บ้างไหมเนี่ย รีบหาทางเข้าสิ"
"ซ่า... หุบปากแล้วฟัง ข้าได้ยื่นเรื่องให้เบื้องบนช่วยเจรจากับทางผู้จัดการแข่งขันให้เจ้าแล้ว ทว่าท่าทีของพวกเขากร้าวร้าวมาก และทางเบื้องบนก็ไม่สามารถแทรกแซงโดยตรงได้ ดังนั้น เจ้าจะสามารถข้ามมิติไปยังจุดหมายเดิมได้ก็ต่อเมื่อเดินทางไปถึงเส้นชัยแล้วเท่านั้น ยิ่งกว่านั้น สิ่งของทุกอย่างที่เจ้าได้รับจากที่นี่ สามารถนำติดตัวไปได้ทั้งหมด"
"หมายความว่าข้ายังต้องเอาชีวิตรอดต่อไปอย่างนั้นหรือ" กงเซิ่งที่ปีนมาถึงเบาะคนขับได้สำเร็จเอ่ยถาม ความใจร้ายของโชคชะตาพุ่งเข้าชนส่วนลึกในใจของกงเซิ่งอีกระลอก
"ให้ตายเถอะ..." กงเซิ่งแทบจะสติแตกในยามนี้ ชาติก่อนเขาก็ถูกสังคมทุบตีจนต้องใช้ชีวิตเยี่ยงวัวควาย ยามนี้พอล้มหายตายจากไปแล้ว กลับต้องมาถูกสังคมของสองมิติทุบตีพร้อมกันจนต้องรับบทเป็นตัวเบี้ยคอยรองรับอารมณ์ นี่เขาต้องมาตายเปล่าหรืออย่างไร
"ซ่า... เข้าใจได้ถูกต้องแล้ว ทว่าท่าทีของพวกเขาก็ทำให้ทางเบื้องบนไม่พอใจเป็นอย่างมากเช่นกัน ดังนั้นข้าจึงได้รับอนุมัติให้ค้นหาโอกาสเพื่อมอบความช่วยเหลือแก่เจ้าได้บ้าง"
"ความช่วยเหลือแบบไหนล่ะ ฟันแทงไม่เข้าหรือสำเร็จวิชาเซียนในพริบตาเดียวหรือ ขนาดผู้นำทัพยามจัดตั้งกองกำลังหน่วยกล้าตายยังแจกเงินเหรียญเงินเลย เจ้าเป็นถึงระบบผู้ยิ่งใหญ่ หากไม่นำของระดับสูงออกมาให้ดูชมบ้าง มันจะไม่น่าขายหน้าไปหน่อยหรือ" กงเซิ่งเริ่มมีความหวังขึ้นมาทันที การเป็นตัวเบี้ยน่ะไม่เท่าไหร่ แต่เรื่องผลประโยชน์จะขาดตกบกพร่องไม่ได้เด็ดขาด
"ซ่า... เลิกเพ้อฝันได้แล้ว หากข้ามอบสิ่งเหล่านั้นให้เจ้าจริง เจ้าคงถูกลบล้างกลายเป็นเถ้าถ่านในพริบตา ยามที่การแข่งขันเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ จะมีขั้นตอนการเปิดใช้งานพรสวรรค์ส่วนบุคคล ข้าได้แอบใส่สิ่งพิเศษเพิ่มเติมลงไปในนั้นให้เจ้าแล้ว รับรองว่าเจ้าจะต้องพึงพอใจแน่นอน"
【สิ่งประหลาดใจมากมายกำลังรอคอยผู้เข้าแข่งขันทุกท่านอยู่ในการแข่งขันครั้งนี้】
【ยามนี้ โปรดผู้เข้าแข่งขันทุกท่านสวมใส่กำไลข้อมือการแข่งขัน เพื่อเริ่มต้นการเดินทางครั้งใหม่อย่างเป็นทางการ】
【สุดท้ายนี้ ขอให้ผู้เข้าแข่งขันทุกท่านประสบความสำเร็จในการเดินทาง และขอให้ความปรารถนาของพวกท่านเป็นจริง ขอให้โชคดี】
แสงสีฟ้าสายหนึ่งพาดผ่านตัวรถ กำไลข้อมืออัจฉริยะรูปร่างธรรมดาอันหนึ่งลอยอยู่ตรงหน้าของกงเซิ่ง
"ซ่า... ออกเดินทางได้แล้ว ข้าจะไปรอเจ้าที่เส้นชัย ยามที่เวลานั้นมาถึง สิ่งที่เป็นของเจ้าก็จะยังคงเป็นของเจ้าอยู่ดี"
"เดี๋ยวก่อน แล้วถ้าข้าต้องมาตายระหว่างทางล่ะ" เมื่อเห็นว่าระบบกำลังจะจากไป กงเซิ่งยังไม่มีเวลาตรวจสอบกำไลข้อมือจึงรีบร้องเรียกขึ้นมาอย่างร้อนรน
"ซ่า... นั่นก็แปลว่าเจ้าดวงกุดเอง"
คำตอบของระบบทำเอากงเซิ่งแทบคลั่ง มันเหมือนกับการถูกลอตเตอรี่รางวัลใหญ่สิบล้าน แต่พอไปถึงสำนักงานสลากกินแบ่งกลับมีคนบอกว่า เลขรางวัลที่ประกาศในถ่ายทอดสดนั้นผิดพลาด สลากของเขาสามารถนำไปขึ้นเงินปลอบใจได้เพียงร้อยเดียว พร้อมคำแนะนำอย่างเป็นมิตรว่าสามารถนำเงินร้อยนี้ไปซื้อสลากเพิ่มได้อีกห้าใบเพื่อลุ้นรางวัลที่ใหญ่กว่าเดิม ใครมันจะไปทนรับไหวกัน
"ไอ้สารเลว หากข้าต้องตายขึ้นมาจริงๆ ต่อให้เป็นผีข้าก็จะไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่"
"ซ่า... เจ้าไม่มีโอกาสนั้นหรอก การตายที่นี่หมายถึงการสิ้นอายุขัยอย่างแท้จริง ทว่าโบราณว่าไว้ คนพาลมักอายุยืนยาว ระบบเชื่อมั่นว่าคนกะล่อนอย่างเจ้าจะต้องมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างแน่นอน แล้วพบกันที่เส้นชัย ลาก่อน"
"ให้ตายเถอะ"
【โปรดสวมใส่กำไลข้อมือภายในหนึ่งนาทีเพื่อเริ่มต้นการแข่งขัน หากเกินเวลาที่กำหนดจะถือว่าสละสิทธิ์โดยสมัครใจ และจะถูกลบล้างทันที】
หลังจากทุบพวงมาลัยหนังระบายอารมณ์ไปสองที กงเซิ่งก็ยังคงเอื้อมมือไปคว้ากำไลข้อมืออันนั้นมาอยู่ดี
หากต้องตายก็คือตาย หากไม่ตายก็ต้องรอดชีวิตต่อไป
ในเมื่อมันเป็นการแข่งขันเอาชีวิตรอด ย่อมต้องมีหนทางให้รอดชีวิต
จะให้บรรพบุรุษต้องมาขายหน้าเพราะเขาไม่ได้
เสียงดังคลิกเบาๆ กำไลข้อมือล็อกเข้ากับข้อมือของกงเซิ่งโดยอัตโนมัติ
【ตรวจพบการสวมใส่กำไลข้อมือเอาชีวิตรอด เริ่มต้นกระบวนการเปลี่ยนเป็นข้อมูลดิจิทัล...】
เป็นไปตามคาด ทันทีที่สวมกำไลข้อมือ หน้าจอแสงสีฟ้าพลันปรากฏขึ้นตรงหน้าของกงเซิ่ง มันดูคล้ายกับแผงควบคุมโฮโลแกรมในภาพยนตร์วิทยาศาสตร์ เพียงแต่ยามนี้มันแสดงผลเพียงหน้าจอโหลดข้อมูลเท่านั้น
กงเซิ่งรู้สึกว่าหลังจากเปลี่ยนเป็นข้อมูลดิจิทัลแล้ว คงจะมีระบบการทำงานอื่นๆ ตามมา หน้าจอควบคุมในนิยายเอาชีวิตรอดบนถนนหลวงมักจะเปิดโอกาสให้เพิ่มแต้มคุณสมบัติ พูดคุยในช่องทางประจำภูมิภาค หรือซื้อขายแลกเปลี่ยนระยะไกลได้ สิ่งนี้นักก็น่าจะคล้ายคลึงกัน
ในขณะที่กงเซิ่งกำลังเฝ้ารอ เสียงครางอืออาจากเบาะหลังก็ดังขึ้นกว่าเดิมถึงสามเท่า แม่สาวงามทั้งสองคนราวกับเป็นบ้าไปแล้ว คนหนึ่งใช้ศีรษะส่วนอีกคนใช้เท้าคอยกระแทกเข้ากับพนักพิงเบาะคนขับอยู่ตลอดเวลา
การกระทำอันไม่รู้จักบุญคุณคนนี้ทำให้ความโกรธของกงเซิ่งปะทุขึ้นมาทันที
เดิมทีเขาตั้งใจจะจัดการกับพวกเธอหลังจากสถานการณ์คลี่คลายลงแล้ว แต่ในเมื่อพวกเธออยากหาที่ตายนัก เขาก็ไม่รังเกียจที่จะช่วยฝังศพให้
กงเซิ่งหันกลับไปแล้วตวาดลั่น "พวกเจ้าสองคน ทำตัวให้มันดีๆ หน่อย..."
ยังไม่ทันที่เขาจะตวาดจบ เขาก็เหลือบไปเห็นกำไลข้อมือสีฟ้าสองอันลอยอยู่ตรงหน้าของหญิงสาวทั้งสองคน
เมื่อเห็นกงเซิ่งหันกลับมาในที่สุด สาวงามทั้งสองก็มีท่าทางราวกับได้พบผู้มาโปรด แววตาที่เปล่งประกายออกมาของพวกเธอนั้นรุนแรงจนแทบจะหลอมละลายเขาได้
กงเซิ่งพลันตระหนักขึ้นมาได้ นี่เขาลืมเรื่องของพวกเธอไปได้อย่างไรกัน
ในขณะที่เขากำลังจะเอื้อมมือไปผลักกำไลข้อมือให้เข้าหาพวกเธอ กงเซิ่งกลับรู้สึกว่ามันไม่ค่อยเหมาะสม ในนิยายบางเรื่อง กำไลข้อมืออาจจะกลืนกินกันเองได้ หากพวกมันถูกกำไลข้อมือของเขากลืนเข้าไป ความพยายามทั้งหมดที่ผ่านมาของเขาจะไม่สูญเปล่าหรอกหรือ
เมื่อคาดคะเนว่าเวลาหนึ่งนาทีใกล้จะหมดลง กงเซิ่งไม่มีเวลาให้คิดไตร่ตรองมากนัก เขาพลิกตัวพุ่งไปยังเบาะหลัง คว้าท่อนแขนของหญิงสาวทั้งสองคนแล้วดึงมาทางด้านหน้า หน้าผากของพวกเธอที่โผล่พ้นเทปกาวออกมาจึงกระแทกเข้ากับกำไลข้อมือพอดี
หลังจากแสงสีฟ้าสว่างวาบขึ้นสองครา กำไลข้อมือที่ลอยอยู่ก็ทำหน้าที่ของมันได้อย่างไร้ที่ติ โดยการรัดเข้าที่ข้อมือของหญิงสาวทั้งสองคนอย่างแน่นหนา
พวกเธอรอดพ้นจากวิกฤติต่างๆ มาได้ แต่กงเซิ่งกลับต้องทนทุกข์อย่างแสนสาหัส
เป็นที่ทราบกันดีว่า ในรถยนต์ครอสโอเวอร์ จะมีกล่องคอนโซลกลางกั้นอยู่ระหว่างเบาะคนขับและเบาะข้างคนขับ ยามที่กงเซิ่งพุ่งตัวไปยังเบาะหลัง ตำแหน่งของกล่องคอนโซลกลางนั้นกลับอยู่ในตำแหน่งที่พอดิบพอดีกับร่างกายส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
โบราณว่าไว้ คนที่เข้าใจย่อมเข้าใจดี
กงเซิ่งแยกเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความเจ็บปวด พลางจ้องมองเข้าไปในตาของพวกเธอแล้วเอ่ยว่า "พวกเจ้าคงรู้สถานการณ์ในยามนี้แล้วใช่ไหม"
เมื่อเห็นพวกเธอนิ่งเงียบพยักหน้า กงเซิ่งจึงเอ่ยต่อว่า "ข้าจะแกะเทปกาวที่ปิดปากของพวกเจ้าออกยามนี้ พวกเจ้าห้ามส่งเสียงกรีดร้องโวยวายจนรบกวนการขับรถของข้าเด็ดขาด"
พวกเธอยังคงพยักหน้ารับคำ
เทปกาวถูกฉีกกระชากออก
"ขอบคุณค่ะ ฉันจะต้องตอบแทนคุณแน่นอน" สาวงามในชุดกระโปรงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานนุ่มนวล ดวงตาเรียวรีประดุจจิ้งจอกของเธอเต็มไปด้วยเสน่ห์อันเย้ายวน ทำเอากงเซิ่งถึงกับสั่นสะท้านไปด้วยความหวานล้ำ
"เหอะ" แม่สาวน้อยดวงตากลมโตกลับกลอกตาไปมา ท่าทางของเธอช่างดูแย่เอาเสียเลย
กงเซิ่งกำลังจะอ้าปากตอกกลับเธอ ทว่าเสียงสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ดังติ๊งกลับดังขึ้นจากทางด้านหลังของเขา
เมื่อหันศีรษะกลับไปมอง เขาเห็นตัวอักษรสว่างไสวห้าตัวปรากฏขึ้นบนหน้าจอแสงสีฟ้า
【เปลี่ยนเป็นข้อมูลดิจิทัลเสร็จสิ้น】