เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 204: มาสู้กัน (2-2)

บทที่ 204: มาสู้กัน (2-2)

บทที่ 204: มาสู้กัน (2-2)


บทที่ 204: มาสู้กัน (2-2)

เช้าวันรุ่งขึ้น

เมื่อฉันออกมาจากห้อง สมาชิกจากปาร์ตี้ที่ 1 ทั้งสี่คนก็มารวมตัวกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา

เจนน่า ออลก้า เวคิส เนเรสซ่า จุดประสงค์ที่ทุกคนมารวมตัวกันนั้นง่ายมาก นั่นคือการทักทายและรายงานเหตุการณ์ล่าสุด ออลก้าบ่นว่าทำไมฉันถึงเมินเธอเมื่อวานนี้ แต่...

“ก็เธอหลับไปแล้ว”

“ไม่ ฉันไม่ได้หลับ...”

“แล้วเธอทำอะไรอยู่?”

“ก็นายหายไปเป็นเดือน ฉันก็เลยรอต้อนรับนายไง!”

“โอเค โอเค ฉันขอโทษแล้วกันที่ไม่ปลุกเธอ”

ฉันหัวเราะเบาๆ

หลังจากทักทายกับเนเรสซ่าแล้ว ฉันก็เริ่มพูดคุยในหัวข้อถัดไปทันที ออลก้าเสนอให้มีงานปาร์ตี้ต้อนรับเล็ก ๆ แต่ฉันปฏิเสธ ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อมาชิวหรือเล่นสนุกสักหน่อย

“นายนี้มันไม่ยอมเล่นสนุกอะไรเลยนะ ตรงดิ่งยังกับไม้บรรทัด”

“ฉันขอโทษด้วยแล้วกันถ้าฉันมันเป็นคนไม่ค่อยสนุก แต่ยังไงก็เถอะ ตอนที่ฉันไม่อยู่ พวกเธอคงสนุกกันมากใช่ไหมล่ะ? หลังจากว่างมาหนึ่งเดือน คงรู้สึกอยากขยับตัวมากแน่ๆ”

หากชั้นปัจจุบันคือชั้นที่ 25 เราคงจำเป็นต้องฝึกฝนให้หนักตามความยากของหอคอยเสียหน่อย

นอกจากนี้ เรายังจำเป็นต้องฟื้นฟูความเข้ากันของทีมด้วย เพราะเราไม่ได้เข้าร่วมการต่อสู้จริงๆ ด้วยกันมาสักพักแล้ว

“การฝึกน่าจะเริ่มในบ่ายวันนี้ เมื่อนายท่านเข้ามา…”

ครืง

พื้นใต้โต๊ะสั่นสะเทือน

หลังจากนั้นครู่หนึ่ง มันก็เงียบลง เจนน่าถามขึ้นทันทีว่า “เกิดอะไรขึ้นเหรอ?”

“หนูตัวน้อยโผล่มาแล้ว”

ฉันหัวเราะ

ตุ๊บ!

ฉันเตะใต้โต๊ะด้วยเท้าของฉัน

จุดนั้นยุบตัวลง และเศษไม้ก็กระจัดกระจายไปและโต๊ะไม้ขนาดใหญ่พลิกขึ้นไปในอากาศ

“ฉันโดนจับได้เเล้วเหรอ?”

“ถ้าจะซ่อน อย่างน้อยก็ซ่อนให้มันดีๆหน่อยสิ”

ในจุดที่เคยมีโต๊ะวางอยู่ มีเด็กคนหนึ่งนั่งยองๆ

เธอมีผมสีดำและสวมชุดเดรสชิ้นเดียวที่ทำจากหนังสัตว์ เธอน่าจะอายุประมาณสิบสองหรือสิบสาม แต่เธอยังเป็นเด็กอยู่

“ถ้าเห็นว่าข้าอยู่ที่นี่ จะแสร้งทำเป็นไม่เห็นเพื่ออะไรกัน!”

เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ยืนขึ้น

“ข้ามีนามว่าลาการี วิคชาวี! ผู้ทรงเกียรติของเผ่าเกล ข้าแตกต่างจากพวกเจ้าที่สกปรกและเป็นแค่มนุษย์!”

เธอมีสีหน้าภาคภูมิใจ และจมูกของเธอก็เชิดขึ้นสูงเสียดฟ้า

“…”

พวกเราทั้งห้าคนไม่มีใครตอบอะไร

“ฮ่าๆๆ! ทำไมทุกคนกลัวจนพูดไม่ออกเลยใช่ไหม? แต่ก็รู้อยู่แล้วแหละ เพราะเข้าแตกต่างจากพวกมนุษย์เยี่ยงพวกเจ…อ๊าก!!”

กึก!

จู่ ๆ ลาการีก็ได้มาห้อยอยู่ในมือของฉัน

“ปะ ปล่อยข้านะ! พวกมนุษย์สกปรก!”

"นี่คืออะไร? ลิงเหรอ?”

“เธอเป็นสมาชิกของปาร์ตี้ที่สาม”

เนเรสซ่าตอบ

“นายท่านอัญเชิญมาเมื่อเดือนที่แล้ว”

"ฉันรู้ แต่มันค่อนข้างแตกต่างจากสิ่งที่ฉันคาดหวังไว้อยู่นะ”

“ปล่อยนะๆๆๆๆๆๆ!”

ลาการีกรีดร้องและดิ้นไปมา

ฉันคว้าคอเสื้อของเด็กน้อยแล้วเขย่าเธออย่างแรงเหมือนหุ่นเล็ก ๆ ร่างของลาการีก็แกว่งไปมา

“ขี้ขลาด…! เจ้าพวกมนุษย์น่ารังเกียจและสกปรก!”

“เธอต้องการอะไร?”

"นี่ๆๆ เจ้าเสียงดังเกินไปแล้วนะ! แล้วก็เจ้าเด็กน้อยที่อยู่ตรงนั้น! ไอ้เจ้าคนอ่อนแอที่ถูกพี่ข้าทุบเมื่อวันก่อนจงมาช่วยข้าเดี๋ยวนี้นะ!”

คิ้วของเวคิสกระตุก

มือของเขาเข้าใกล้ฝักดาบมากขึ้น เจนน่าหัวเราะเบาๆ

“เฮ้ อย่าใช้ดาบกับเด็กสิ…”

“แล้วไอ้เด็กคนนี้มันดูเหมือนไร้เดียงสาเหรอ?”

"หา? แต่ว่า…"

ฉันก้าวถอยหลังไป

ลาการีที่หลุดจากมือของฉัน วิ่งเข้ามาหาฉัน แล้วจึงทุบเก้าอี้ตรงหน้าฉันทันที

“เธอหลุดไปแล้ว”

ลาการีกางมือของเธอ

มือของเธอมีกรงเล็บที่ยาวและแหลมคม

"นั่นมันอะไร?"

“สมาชิกทั้งหมดของปาร์ตี้ที่สามเป็นพวกอสูร พวกเขาเป็นเผ่าพันธุ์ที่หายากมาก ซึ่งอาศัยอยู่ทางตะวันออกไกลของจักรวรรดิ”

ลาการีแยกเขี้ยวของเธอ

“ฮึ่ม ปากมากน่ารำคาญเสียจริง คอยดูเถอะพวกเจ้า! ข้าจะไม่ปล่อยพวกเจ้าให้รอดเลยแม้แต่คนเดียว จะจัดการให้หมดเลย…”

ตุ๊บ!

ฝักดาบของเวคิสฟาดเข้าที่ด้านหลังศีรษะของลาการี

ลาการีทรุดตัวลงโดยไม่มีแม้แต่เสียงกรีดร้องออกมา

“ตัวเล็ก ๆ แต่เสียงดังแสบแก้วหูซะเหลือเกิน”

เวคิสพึมพำ

“วิธีคิดของพวกเขาแตกต่างจากเรา ดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่ชอบมนุษย์ แต่สำหรับผม พวกเขาก็ดูไม่แตกต่างจากมนุษย์เท่าไหร่”

“เป็นเพราะพวกเขาเป็นเผ่าพันธุ์อื่นแหละนะ”

ฉันมองลงไปที่ลาการี

'พายุที่พัดผ่านป่า'

เป็นชื่อของพันธมิตรที่ถูกสร้างขึ้นในการอัญเชิญมา

หมายความว่าทั้งสี่ รวมถึงลาการีล้วนเป็นเผ่าพันธุ์เดียวกัน

'เผ่าพันธุ์อสูร'

คล้ายกับมนุษย์ แต่ก็แตกต่าง

ฉันคิดถึงตอนที่ฉันยังอยู่ข้างนอก ในบางครั้งเวลาอัญเชิญ สิ่งมีชีวิตที่มีเชื้อชาติแตกต่างจากมนุษย์ก็ปรากฏตัวขึ้น พวกเขามีลักษณะที่แตกต่างจากฮีโร่มนุษย์ทั่วไปเล็กน้อย

“เธอน่ารักจังเลยแฮะ”

เจนน่าจิ้มแก้มของลาการี

ลาการีมีแก้มแดงเหมือนมะเขือเทศ เป็นแก้มยุ้ยๆแบบเด็กทารก

“แต่ถ้าดูจากนิสัยแล้ว เธอดูเป็นเด็กที่แย่มากเลยนะ”

“แล้ววางแผนจะทำอะไรต่อไป? ปลุกเธอแล้วส่งเธอกลับห้องเหรอ?”

เจนน่าหันมาถามฉัน

“ฉันก็ไม่แน่ใจ”

ร่างกายของลาการีกระตุก ดูเหมือนว่าเธอคงกำลังจะตื่นในไม่ช้า

'ชักจะน่ารำคาญแล้วสิ'

ตามคำบอกเล่าของเวคิส ดูเหมือนว่าปาร์ตี้ที่สามจะไม่ให้ความร่วมมือกับเรา

แม้ว่าฝีมือของพวกเขาอาจเป็นประโยชน์ในการทำภารกิจรายบุคคล แต่การทำงานร่วมกันคงเป็นเรื่องยากแล้ว

“พวกเธออยู่ที่นี่แหละ ฉันจะลองคุยกับพวกเขาดูก่อน”

“หัวหน้าจะไปคนเดียวเหรอ?”

“นายจะมากับฉันทำไม? คิดจะไปสู้กันงั้นเหรอ?”

ฉันยกลาการีขึ้นด้วยมือเดียว

รู้สึกเหมือนเธอจะหนักประมาณ 30 กิโลกรัม แต่ฉันกลับยกร่างเธอเบามากเหมือนยกนุ่น

“ระหว่างที่ฉันไม่อยู่ ไปฝึกซ้อมหรือทำอะไรสักอย่างด้วยนะ”

“หัวหน้า จำสิ่งที่ผมบอกคุณเมื่อวานนี้ได้ไหม? เด็กคนนี้ไม่มีอะไรพิเศษเลย...แต่คนอื่น ๆ น่ะแตกต่างออกไป”

“ฉันจะจำเรื่องนั้นไว้”

ฉันเดินออกไปที่ทางเดิน โดยทิ้งสมาชิกปาร์ตี้ไว้ข้างหลัง

ที่ทางแยก ฉันได้พบกับใครบางคน

"ฮาน…!"

"เป็นไงบ้าง?"

คนที่อยู่ตรงนั้นคืออีดิส

“โทษทีนะที่ฉันไม่มีเวลาไปทักทายนายเลย พอดีช่วงนี้ฉันยุ่งนิดหน่อย”

อีดิสเหลือบมองลาคารีในมือของฉัน

“เด็กคนนั้น...”

“ฉันได้ยินมาว่าเธอรับมือได้ยาก เพราะงี้เองสินะ?”

“ขอโทษที ฉันพยายามเกลี้ยกล่อมเธอแล้ว แต่เธอไม่ยอมฟัง”

“ดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่ได้มีความสัมพันธ์แบบให้ความร่วมมือง่าย ๆ กับเราสินะ”

“ภารกิจของเราคือการออกไปปีนหอคอยก็จริง แต่ว่า…ฉันไม่เข้าใจพวกเขาเลยจริง ๆ ว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ได้”

อีดิสส่ายหัว

“ไว้ค่อยคุยกันทีหลัง ฉันขอไปจัดการเรื่องนี้ก่อน ไว้เจอกันนะ”

ฉันเดินต่อไป

เนื่องจากอีดิสมาจากทางเดินตรงกลาง ห้องพักของของปาร์ตี้ที่สามก็น่าจะทางนี้

เมื่อฉันเข้าใกล้กลางทางเดิน

"เฮือก!"

จู่ ๆ ลาการีก็ลืมตาขึ้น

ดวงตากลมโตของเธอจับจ้องมาที่ฉัน

“เจ้ามนุษย์ มนุษย์ขี้ขลาด…!”

"ตื่นแล้วเหรอ?"

ลาการีดิ้นอยู่ในมือของฉัน

ก่อนที่เธอจะยื่นกรงเล็บออกมา ฉันก็เอื้อมมือออกไปอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าและคว้าข้อมือของเธอไว้

“อ่ะ โอ้ยยยยยยยยยยๆๆๆๆ!”

“อย่าดิ้น ฉันอาจเผลอหักแขนของเธอโดยไม่ได้ตั้งใจก็ได้นะ”

“โอ้ย โอ้ย! มาทำเป็นพูดนั้นแบบนี้ แล้วทำเช่นนี้กับข้างั้นเหรอ…”

ฉันเหวี่ยงลาการีอย่างแรงโดยจับเสื้อผ้าของเธอไว้

ร่างกายของลาการีหมุนไปรอบๆเหมือนลูกข่าง หลังจากนั้นไม่นาน เสียงกรีดร้องของเธอก็เงียบลง

'แบบนี้สิดี ค่อยเงียบลงหน่อย'

จบบทที่ บทที่ 204: มาสู้กัน (2-2)

คัดลอกลิงก์แล้ว