- หน้าแรก
- บันทึกสะสมสิ่งประหลาดของราชันแห่งจันทรา
- บทที่ 57 หญิงทอผ้าวายุ
บทที่ 57 หญิงทอผ้าวายุ
บทที่ 57 หญิงทอผ้าวายุ
"[หญิงทอผ้าวายุ] ถนัดถักเสื้อไหมพรมงั้นหรือ?"
"ใช่แล้ว นางมักจะถักทอสายลมให้กลายเป็นเชือกที่มีรูปร่างจับต้องได้ เพื่อใช้สำหรับปีนป่ายหรือมัดตรึง เรื่องถักเสื้อไหมพรมย่อมเป็นเรื่องกล้วยๆ"
"ดีล่ะ เช่นนั้นข้าจะไปหานางเดี๋ยวนี้"
"อย่า ข้าจะช่วยไปหาให้เจ้าเอง หากข้าไปไม่ได้ก็ค่อยให้ประธานช่วยไปหาให้ หากเจ้าไปเองเกรงว่าจะดึงดูดความเกลียดชังเอาได้ง่ายๆ"
"ต่างกันตรงไหน ฝูเสี่ยวพูดคุยด้วยยากงั้นหรือ?"
"ฝูเสี่ยวยังถือว่าพูดคุยด้วยง่ายอยู่ แต่นางเป็นคู่หูกับข่าซานลำดับที่สี่ จะว่าอย่างไรดีล่ะ ข่าซานน่ะ ขี้หึงไปสักหน่อย"
"อะไรของเจ้าน่ะ" เฉินเมี่ยเมี่ยไม่เข้าใจเลยสักนิด
"ข่าซานจะเกิดความมุ่งร้ายต่อผู้ชายทุกคนที่เข้าใกล้ฝูเสี่ยว"
พอได้ยินว่ามีเรื่องซุบซิบ เฉินเมี่ยเมี่ยก็คึกคักขึ้นมาทันที "หมายความว่าอย่างไร พวกนางเป็นแบบนั้นหรือ?"
"เรื่องรายละเอียดข้าก็ไม่ค่อยชัดเจนนักหรอก สิ่งที่ข่าซานพูดกับคนนอกก็คือ นางไม่แต่งงาน ฝูเสี่ยวก็ห้ามแต่งงานเช่นกัน"
"ฮี่ๆๆ มีปัญหาแล้วใช่ไหมล่ะ สู้พวกเราเป็นแบบนี้ก็ไม่ได้ ชายหญิงคู่กัน ทำงานไม่เหนื่อย"
"คู่แบบพวกเราในแวดวงลี้ลับถือว่าเป็นส่วนน้อยมากๆ คู่หูโดยทั่วไปมักจะเป็นเพศเดียวกัน"
"ทำไมล่ะ?"
"เพราะเพศตรงข้ามที่ไว้ใจซึ่งกันและกัน หากอยู่ด้วยกันเป็นเวลานาน จะเกิดอารมณ์ปรารถนาได้ง่าย ในหลายสถานการณ์คับขันที่ต้องการเหตุผล หากใช้อารมณ์ตัดสินใจ ก็จะไม่อาจยับยั้งความสูญเสียได้ทันท่วงที"
เฉินเมี่ยเมี่ยตบหน้าอกรับประกัน "เจ้าวางใจเถอะ ในยามคับขันข้าจะไม่ใช้อารมณ์ตัดสินปัญหาเด็ดขาด"
ซีพยักหน้า "เช่นนั้นก็ดี"
เฉินเมี่ยเมี่ย: "ข้าน่ะแม้แต่เวลาปกติก็ใช้อารมณ์ตัดสินอยู่แล้ว"
มีสมาคมแล้วมันต่างกันจริงๆ
เฉินเมี่ยเมี่ยลงมาจากชั้นสอง ยังพบกับบอร์ดประกาศบอร์ดเล็กๆ บอร์ดหนึ่ง
ด้านบนติดประกาศเรื่องราวสำคัญบางอย่างที่เพิ่งเกิดขึ้นในช่วงนี้
ต้องรู้ไว้ก่อนว่าในเมืองซื่อเซี่ยงไม่มีของอย่างพวกหนังสือพิมพ์หรอกนะ สิ่งเหล่านี้ถือเป็นแหล่งข้อมูลปฐมภูมิเลยทีเดียว
เฉินเมี่ยเมี่ยไม่พบเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับตนเอง มองดูอยู่ครู่หนึ่งก็จากไป
เขานั่งเกี้ยว กลับถึงบ้านอย่างรวดเร็ว
ภารกิจระยะสั้นต่อจากนี้ นอกจากหาอาจารย์แล้ว ก็คือการทะลวงระดับเลื่อนขั้น
หลังจากทำพันธสัญญากับวัฏจักรและเกี้ยวอย่างต่อเนื่อง [ความลี้ลับ] ของเฉินเมี่ยเมี่ยก็มาถึงระดับ 1.99 แล้ว จำเป็นต้องทำการทะลวงระดับ
การทะลวงระดับจาก 1 ไป 2 และจาก 2 ไป 3 ทั้งสองครั้งค่อนข้างง่าย
เพียงแค่เดินเข้าไปในสายหมอกอีกครั้ง ฆ่าสิ่งประหลาด แล้วเอาวัตถุดิบพิเศษที่พวกมันดรอปมาก็พอ
ที่บอกว่าง่าย เป็นเพราะวัตถุดิบที่ต้องใช้ในการทะลวงระดับทั้งสองครั้งนี้ไม่มีข้อจำกัด จะเป็นวัตถุดิบใดก็ได้ และไม่มีคำว่าทะลวงระดับล้มเหลว
ดังนั้น ขอเพียงแค่เรียนจบอย่างราบรื่น เข้าร่วมสมาคม ทำภารกิจเยอะๆ เพื่อสะสมความมั่งคั่ง ตามสมาคมออกล่าเป็นกลุ่มสักสองสามครั้ง คอยเก็บตกวัตถุดิบที่ทุกคนไม่ใช้แล้วสักสองครั้ง ทุกคนก็สามารถเลื่อนขึ้นเป็น [ความลี้ลับ] ระดับ 3 และได้รับรหัสเรียกขานได้อย่างราบรื่น
ส่วนการทะลวงระดับจาก 3 ไป 4 และหลังจากนั้น จำเป็นต้องใช้วัตถุดิบที่เป็นของ [ความลี้ลับ] ของตนเองโดยเฉพาะ เรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่พบเจอได้ด้วยโชคชะตา ไม่อาจเสาะแสวงหาได้
ส่วนการใช้วัตถุดิบที่มีความเข้ากันได้ไม่เพียงพอมาฝืนเลื่อนขั้น ก็มีความเสี่ยงที่จะล้มเหลว
ก่อนหน้านี้หนานจวินแห่งสมาคมหนานจวินก็เป็นเพราะใช้วัตถุดิบที่มีความเข้ากันได้ 75% โชคไม่ดี หลังจากล้มเหลวก็ทำให้รากฐานได้รับความเสียหาย
เฉินเมี่ยเมี่ยมาถึงห้อง 1805 อีกครั้ง เขาเคาะประตูห้องตัวตลก
เวลาพักผ่อนของตัวตลกนั้นเป็นระเบียบอย่างไม่น่าเชื่อ
ทุกวันในตอนกลางวันไม่รู้ว่าเขาออกไปทำอะไร แต่ไม่อยู่บ้านอย่างแน่นอน
ทุกคืนขอเพียงมาหาเขา เขาก็จะอยู่บ้านเสมอ
"ไปบ้านเจ้าไหม?" ตัวตลกเห็นเฉินเมี่ยเมี่ย ก็ยังคงไม่คิดจะเชิญเขาเข้าไปเป็นแขกในห้อง
"ไม่จำเป็น ข้าแค่มีเรื่องจะถามสองสามประโยค พ่อครัวรู้ได้อย่างไรว่าเจ้าพักอยู่ที่นี่?"
"ข้าเองก็ไม่แน่ใจนัก อันที่จริงวันที่พ่อครัวหาที่นี่พบ ข้าเองก็ประหลาดใจมากเช่นกัน"
"แล้วยังมีใครรู้ที่อยู่ของเจ้าอีก?"
"ตามหลักแล้ว น่าจะไม่มีใคร ชั้นนี้เดิมทีก็ไม่มีคนอยู่ ข้าหาห้องว่างเข้ามาอยู่เอง"
"เป็นไปได้หรือไม่ว่าตอนเจ้ากลับบ้านถูกคนสะกดรอยตาม?"
"คนที่กล้าสะกดรอยตามข้า ล้วนตายหมดแล้ว"
"คนขับรถห้อง 1801 คนนั้น เขามาเร็วกว่าเจ้าหรือมาช้ากว่า?"
"ข้ามาเมื่อครึ่งปีก่อน ตอนนั้น 1801 ยังว่างอยู่ ต่อมาเมื่อสามเดือนก่อนข้าเห็นเขาเป็นครั้งแรก รวมแล้วก็เคยเห็นหน้ากันแค่สามครั้ง"
"เจ้าไม่ได้เล่นเกมกับเขาหรือ?"
"ข้าตัดนิ้วก้อยเขามานิ้วหนึ่ง แต่ดูเหมือนเขาจะไม่ใส่ใจเลยสักนิด การที่เขาสามารถพักอยู่ที่นี่ได้ เขาก็คงมีฝีมืออยู่บ้าง"
"เอาล่ะ เช่นนั้นเจ้าก็พักผ่อนเถอะ"
เฉินเมี่ยเมี่ยกลับมายังห้อง 1803 ของตนเอง
พอเดินเข้าประตูมา
บนโซฟาก็มีพยาบาลอยู่สองคน
คนหนึ่งผมลอนสีทอง อีกคนหนึ่งผมยาวตรงสีดำ
"วัฏจักร นี่...พวกเจ้ากำลังทำอะไร?"
"อ้อ อยู่บ้านคนเดียวมันค่อนข้างน่าเบื่อ ข้าก็เลยเล่นกับตัวเอง เดี๋ยวข้าจะให้นางกลับไป"
"อ้อ" เฉินเมี่ยเมี่ยยังคงคิดเรื่องอื่นอยู่ ไม่ได้ตระหนักถึงความร้ายแรงของเรื่องนี้
ใครจะคิดว่า รอจนเขาอาบน้ำเสร็จและเดินออกมาจากห้องน้ำ
วัฏจักรคนหนึ่งในนั้นกลับกลายเป็นศพไปเสียแล้ว
"นี่หรือคือสิ่งที่เจ้าเรียกว่า 'กลับไป'!"
วัฏจักรพยักหน้า "ตัวข้าทุกคนล้วนไม่มีความตาย เพียงแค่กลับคืนสู่วัฏจักรเท่านั้น"
เฉินเมี่ยเมี่ยปวดหัวตุบๆ ที่นี่คือในเมือง การจัดการกับศพเป็นเรื่องที่ยุ่งยากมาก
ชิงฮวาเดินเข้ามาแล้วโบกมือ
บนพื้นก็มีเศษเครื่องเคลือบแตกกระจายอยู่กองหนึ่งเพิ่มขึ้นมา
เฉินเมี่ยเมี่ยมองดูสิ่งประหลาดทั้งสองด้วยความสับสนเล็กน้อย เหตุใดวิธีการร่วมมือนี้ถึงได้ดูเชี่ยวชาญนัก
ปัวปัวแค่นเสียงเย็นชา "เจ้าโง่ทั้งสองคน ตอนยังมีชีวิตอยู่ก็เปลี่ยนเป็นไก่อบไปสิ ไม่ใช่ว่ามันจัดการง่ายกว่าเครื่องเคลือบกล่องใหญ่ๆ หรอกหรือ"
วัฏจักรทำท่าราวกับเพิ่งนึกขึ้นได้ "ก็ถูกนะ คราวหน้ากินไก่อบดีกว่า"
เฉินเมี่ยเมี่ยไม่กล้าปล่อยให้สิ่งประหลาดทั้งหลายคุยกันนาน กลัวว่าพวกมันจะเกิดความคิดปิ๊งแวบขึ้นมา แล้วสร้างเรื่องที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่านี้ จึงรีบเปลี่ยนเรื่องทันที
"วัฏจักร ตอนเจ้าอยู่บ้าน ช่วยจับตาดูคนขับรถห้อง 1801 ให้ข้าหน่อย วันๆ ไม่มีความเคลื่อนไหวอะไรเลย เจอยากกว่าตัวตลกเสียอีก มันดูไม่ค่อยปกติเท่าไร"
"เข้าใจแล้ว"
เนื่องจากตอนบ่ายเขานอนกลางวันนานเกินไป เฉินเมี่ยเมี่ยจึงไม่มีความง่วงเลยสักนิด
ดังนั้นเขาจึงลากชิงฮวากับวัฏจักรมาเล่นไพ่
เฉินเมี่ยเมี่ยสอนชิงฮวากับวัฏจักรเล่นไพ่โต้วตี้จู่ ทั้งสามคนเล่นกันอย่างสนุกสนาน
ปัวปัวเล่นไม่ได้ แต่มันก็ถือว่าได้มีส่วนร่วม มันวิ่งวนรอบตัวทั้งสามคน เดี๋ยวก็ช่วยคนนี้ เดี๋ยวก็ช่วยคนนั้น ยุ่งจนกระโดดโลดเต้นไปมา
สุดท้ายผู้แพ้ยังถูกบังคับให้กินน่องไก่ชิ้นโตสองชิ้นก่อนนอนอีกด้วย
จนกระทั่งดึกมากแล้ว เฉินเมี่ยเมี่ยก็หลับไป ห้อง 1803 ทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบงันอย่างแท้จริง ราวกับว่าห้องทั้งห้องได้หลับใหลไปพร้อมกัน
วันต่อมาเมื่อเขาตื่นขึ้น บนนาฬิกาข้อมือก็มีข้อความใหม่ส่งมา
เวลา: 9 โมง 10 นาที
ผู้ส่ง: [จิตรกร] ซี
เนื้อหา: ตื่นแล้วรีบติดต่อข้าด่วน พวกเราจะไปเยี่ยมไข้ด้วยกัน การกราบอาจารย์จะสำเร็จหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับครั้งนี้แหละ
เฉินเมี่ยเมี่ยรีบติดต่อซีทันที และบอกว่าจะออกเดินทางไปรับนางเดี๋ยวนี้
ซีพักอยู่ที่ตึกชิงเฟิงในเขตตะวันออกของเมืองซื่อเซี่ยง
ตอนที่เฉินเมี่ยเมี่ยมาถึง ซีก็มารอเขาอยู่ด้านล่างแล้ว
วันนี้การแต่งกายของซีเปลี่ยนจากสไตล์สาวสวยผู้เย่อหยิ่งและหรูหรา มาเป็นสไตล์คาวบอยสาวผู้ร่าเริง พันผ้าพันคอผืนเล็ก ดูราวกับจิตรกรที่กำลังจะออกไปวาดภาพทิวทัศน์นอกบ้าน
หากบอกว่าเฉินเมี่ยเมี่ยรู้สึกว่านางดูสะดุดตา
ซีก็คือเบิกตากว้างจนแทบจะร้องตะโกนออกมา
เฉินเมี่ยเมี่ยบอกว่าจะมารับนาง แต่ใครจะไปคิดล่ะว่า เขาจะใช้เกี้ยวมารับนาง!
รถแบบไหนนางก็เคยนั่งมาหมดแล้ว แต่เกี้ยวแบบนี้ถือเป็นครั้งแรกในชีวิตของนางจริงๆ
"ซี อย่ามัวแต่ยืนอึ้ง รีบขึ้นมาสิ พวกเรานั่งเบียดกันหน่อย แป๊บเดียวก็ถึงแล้ว"
เมื่อเห็นว่าชาวมุงรอบข้างมีแนวโน้มจะเข้ามาล้อม ซีก็รีบวิ่งเหยาะๆ เข้าไปมุดเข้าไปในเกี้ยว
พื้นที่ที่นั่งภายในเกี้ยวมีขนาดกว้างขวางมาก เฉินเมี่ยเมี่ยและซีต่างก็ไม่ได้อ้วน ทั้งสองคนจึงยังไม่ถึงขั้นต้องเบียดกันจริงๆ
ซีขึ้นมาแล้วก็รู้สึกแปลกใหม่มาก โดยเฉพาะหน้าต่างของเกี้ยว ต้องรู้ว่ารถยนต์ขนาดเล็กในโลกใบนี้ล้วนปิดทึบราวกับกระป๋อง จะไปเคยเห็นหน้าต่างบานใหญ่ทรงสี่เหลี่ยมแบบนี้ได้อย่างไร
"ทัศนียภาพด้านนอกช่างดีเหลือเกิน"
"ใช่แล้ว แต่ในข้อความของเจ้าบอกว่าพวกเราจะไปเยี่ยมไข้ นี่คือจะไป [โรงพยาบาล] หรือ?"
"ไม่ใช่ ไปคลินิกเขตตะวันออก ไปเยี่ยมคนป่วยจริงๆ"
"เยี่ยมใคร?"
"ข่าเหวย น้องชายของข่าซาน"
"ความหมายของเจ้าก็คือ..."
"จะสามารถกราบฝูเสี่ยวเป็นอาจารย์ได้สำเร็จหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับว่าวันนี้เจ้าจะรับมือ 'ภรรยาอาจารย์' อย่างข่าซานผู้นี้ได้หรือไม่แล้วล่ะ"