เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 108 : พิธีรายงานตัว (1-2)

บทที่ 108 : พิธีรายงานตัว (1-2)

บทที่ 108 : พิธีรายงานตัว (1-2)


บทที่ 108 : พิธีรายงานตัว (1-2)

เข็มนาฬิกาบอกเวลาว่าใกล้รุ่งเช้าแล้ว

อารอนมองมาที่ฉันด้วยสีหน้าเหนื่อยล้า มีรอยคล้ำที่ใต้ดวงตาของเขา มันเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เพราะว่าเขาไม่ได้พักผ่อนตั้งแต่เช้าจรดค่ำ

อารอนพูด

“จะกลับแล้วเหรอครับพี่?”

“ฉันมีหลายอย่างที่ต้องทำน่ะ”

“พี่ซ้อมกว่าผมอีก ผมยิ่งควรจะต้องฝึกซ้อมหนักให้มากขึ้นเหมือนกัน”

“ถ้านายฝืนมากเกินไป ร่างกายจะแย่เอานะ ใจเย็นๆ”

“แต่พี่…”

"ฉันไม่เป็นไรหรอก"

อารอนฝืนยิ้มและออกจากสนามฝึกซ้อมไปแต่โดยดี

ฉันมองไปรอบๆ สนามฝึกซ้อม

เมื่อครึ่งวันก่อน สนามฝึกซ้อมเต็มไปด้วยผู้คน แต่ตอนนี้กลับว่างเปล่าอย่างน่าขนลุก

ฉันชักดาบออกมาจากฝัก ฉันเดินเข้าไปใกล้หุ่นไม้ที่มีรูปร่างเหมือนมนุษย์ เมื่อพื้นที่ฝึกฝนได้เลื่อนขั้นไปถึงระดับ 2 อุปกรณ์ฝึกซ้อมก็พัฒนาจากหุ่นไล่กาไปเป็นหุ่นไม้ ฉันเริ่มเปิดใช้งานทักษะ

[“ฮาน (★★)” เข้าสู่สภาวะบ้าคลั่ง!]

จิตใจของฉันก็เริ่มร้อนขึ้นทันที

ความรู้สึกของการมีอำนาจได้พุ่งผ่านเส้นประสาทของร่างกาย หลังจากปรับท่าทางการยืนแล้ว ฉันก็เริ่มเข้าสู้การโจมตี ตาขวา ไหล่ซ้าย หัวใจ หน้าท้องส่วนล่าง ซี่โครง ขาหนีบ น่อง เหมือนฉันเหวี่ยงดาบออกแต่ละครั้ง หุ่นไม้ก็ถูกเฉือนออก และเศษไม้ก็ปลิวกระจัดกระจายไป

3 นาทีต่อมา

รูปปั้นไม้ได้รับความเสียหายไปทั้งตัว

รูปปั้นไม้นี้ไม่สามารถทนต่อการใช้ดาบของฉันได้ แต่อารอนต้องใช้พละกำลังทั้งหมดในการแทงเพื่อที่จะทิ้งร่องรอยเอาไว้เล็กน้อย แต่ตอนนี้มันกลับกลายเป็นเพียงท่อนไม้เท่านั้น

“ความแข็งแกร่งของฉันเพิ่มขึ้นมามากเลย”

เมื่อมองจากหน้าต่างสถานะ การเปลี่ยนแปลงก็เห็นได้อย่างชัดเจน

ยกเว้นความฉลาด สถานะทั้งหมดเพิ่มขึ้นมา 5 ระดับ

ฉันเข้าใกล้รูปปั้นไม้และสังเกตอย่างพิถีพิถัน

ฉันกำลังตรวจสอบว่าดาบเข้าไปในจุดที่ตั้งใจไว้หรือไม่ การแทงอาวุธอย่างแม่นยำไปยังตำแหน่งที่ฉันต้องการเป็นหนึ่งในทักษะพื้นฐานที่ฉันฝึกฝนมาอย่างโดยตลอด หลังจากตรวจสอบนั้น ฉันก็ทำได้เพียงถอนหายใจออกมาด้วยความผิดหวัง

“ตามที่คาดไว้ มันยังไม่สมบูรณ์แบบ”

แรงโจมตีของดาบพลาดไปเล็กน้อยจากจุดที่ตั้งใจไว้

มันขาดความแม่นยำ ในสถานการณ์ปกติแบบนี้ มันไม่ควรจะมีข้อผิดพลาดใดๆ

ฉันจุดชนวนความบ้าคลั่งขึ้นมาอีกครั้ง การใช้เหตุผลของฉันจะไม่หายไปเพราะยังมีทักษะความสงบ แต่มันก็ยังมีข้อเสียอยู่เช่นกัน

เมื่อฉันปิดสวิตช์ในใจ ความร้อนก็ลดลงอย่างรวดเร็ว กลับกลายเป็นความเจ็บปวดที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย

“หากทักษะทั้งประสานกัน พวกมันควรจะรวมเป็นหนึ่งเดียวตามหลักการสิ”

เช่นเดียวกับการใช้ดาบและโล่ หากทั้งสองทักษะได้รับการประสานกันอย่างเหมาะสม มันจะรวมกันกลายเป็นทักษะเดียวนั้นคือทักษะดายและโล่ ฉันเคยลองทำการทดลอง ซึ่งมันได้รับการยืนยันแล้ว

“เมื่อฉันใช้งานทักษะความบ้าคลั่ง ร่างกายจะแข็งแกร่งขึ้นและโจมตีได้แรง แต่ความแม่นยำจะลดลงและสูญเสียความเยือกเย็นไป”

แสงพุ่งออกมาจากรูปปั้นไม้ที่กลายเป็นเศษชิ้นส่วน และมันก็เริ่มที่จะซ่อมแซมตัวเองขึ้นใหม่

ฉันเปิดใช้งานความบ้าคลั่งอีกครั้งและกลับมาฝึกซ้อมต่อ

ระงับความใจร้อนในใจไป ฉันต้องไม่สูญเสียการควบคุมร่างกายของฉัน เป้าหมายคือการผสมผสานทักษะทั้งสองที่จำเป็นรวมกันเป็นหนึ่งเดียว ฉันอยากจะทำมันให้ได้ก่อนที่จะถึงขึ้นไปบนชั้นที่ 15

เนื่องจากไม่ใช่ที่จะให้คนอื่นเห็น ฉันจึงฝึกซ้อมตามลำพัง แต่สักพักฉันก็รู้ว่ามีคนกำลังมองฉันอยู่

“…”

ฉันหยุดการเคลื่อนไหว

และเมื่อหันกลับไป ฉันเห็นว่าอีดิสกำลังยืนพิงกำแพงและมองมาที่ฉัน

เมื่อเราสบตากัน อีดิสโบกมือพร้อมกับยิ้มเล็กน้อย

“ฝึกจนดึกแล้วเหรอ?”

“แล้วเธอล่ะ ดึกป่านนี้ทำไมไม่นอน?”

เธอต่างจากอารอนที่คลั่งไคล้การฝึกซ้อม อีดิสมักจะจบการฝึกซ้อมอย่างรวดเร็ว ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องปกติที่เธอจะอยู่จนถึงค่ำ อีดิสก้าวออกจากกำแพงและเดินเข้ามาหาฉันอย่างช้าๆ

“ฉันมีเรื่องจะคุยกับนายหน่อยน่ะ”

“มีอะไร?”

“ตอนที่เราต่อสู้ในชั้นที่ 12”

"แล้วยังไงต่อ"

เดิมทีอีดิสเป็นส่วนหนึ่งของปาร์ตี้ที่ 2 แต่ตอนนี้เธออยู่ในปาร์ตี้ที่ 1 ชั่วคราว

ในตอนแรกเธอยังสะดุดอยู่บ้าง แต่พอผ่านการสู้ครั้งแล้วครั้งเล่าตอนนี้เธอแข็งแกร่งขึ้นจนกลายมาเป็นผู้นำในปาร์ตี้ที่ 2 อีดิสลังเลอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“นายเคยฆ่าคนหรือเปล่า?”

'เป็นคำถามที่แปลกจริงๆ'

หลังจากเก็บดาบเข้าฝักแล้ว ฉันก็หันไปหาอีดิส

“ทำไมถึงถามแบบนั้น?”

“ฉันได้ยินมาว่ากลุ่มปาร์ตี้ของพวกนายไม่เคยต่อสู้มาก่อน เจนน่าเป็นพราน อารอนเป็นคนดูแลป่าไม้ และนายเป็นชาวนาถูกไหม? มันก็ดูยากแฮะที่จะเชื่อเรื่องนั้น”

"ใช่ แล้วยังไง?"

“การฆ่าคนแตกต่างจากการฆ่าสัตว์ประหลาด”

สายตาของอีดิสดูเหมือนจะพร่ามัว

ดูเหมือนเธอจะนึกถึงความทรงจำที่ผ่านมา

“ตั้งแต่ชั้น 12 เป็นต้นไป…”

“ศัตรูกลายเป็นมนุษย์ใช่ไหม?”

อีดิสพยักหน้าเงียบๆ

'ก็แค่นั้นแหละ'

ปาร์ตี้ที่ 2 ปีนขึ้นไปที่ชั้น 12 ก่อน

อาเชอร์และดีก้าตายบนชั้น 12 ซึ่งกลายเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้กลุ่มปาร์ตี้ที่ 2 เข้าร่วมการโจมตี

ดูเหมือนว่าการต่อสู้ของพวกเขาไม่ได้เกิดจากความยากของภารกิจ แต่เกิดจากความกลัวในจิตใจ

“เธอจะเข้ามาถามว่าเราเตรียมใจเอาไว้เแค่ไหนงั้นเหรอ?”

“ใช่ ฉันถามเพื่อให้รอดกลับมา”

“ฉันเดาว่าเธอเองก็น่าจะรู้คำตอบดี”

ฉันหัวเราะเบาๆ

“ชีวิตของฉันที่นี่ได้ถูกกำหนดไว้แล้วโดยการต้องพรากชีวิตของผู้อื่น มีฮีโร่สามคนที่ถูกสังเคราะห์ในตัวฉัน และจำนวนจะเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต” อีดิสหัวเราะอย่างขมขื่น

“เรื่องนั้นเธอน่าจะรู้ดีกว่าฉันนะ เพราะกลุ่มของเธอที่ถูกอัญเชิญมาด้วยกันตอนนั้นถูกฆ่าไปแล้ว”

“ว่าแต่เธอกำลังพยายามที่จะตำหนิ หรือว่าโทษฉันเหรอ?”

“ไม่ ฉันแค่… คือ ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฉันกำลังจะพูดอะไร”

“อะไรก็ตามที่โผล่มา ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นตัวอะไร สำหรับฉันสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นคือสัตว์ประหลาด”

“นายอาจจะคิดแบบนั้น แต่ปาร์ตี้ของนายอาจจะคิดแตกต่างกันออกไปก็ได้นะ”

“พวกเขาจะไม่คิดแตกต่างกันหรอก หากพวกเขามีความคิดเห็นอื่น ฉันคงไม่คิดที่จะช่วยพวกเขา ฉันจะเตรียมหาสมาชิกใหม่ดีกว่า”

เธอคงจะไปเจอกับสัตว์ประหลาดรูปร่างคล้ายมนุษย์มาจริงๆ

มันไม่ใช่แค่มนุษย์เท่านั้น อาจมีมนุษย์ธรรมดามากมายปะปนอยู่ท่ามกลางศัตรูอีกด้วย

ฉันไม่ได้คิดมาก่อนเลยว่าหลังจากเจอโครงกระดูกที่ชั้น 11 เราจะต้องต่อสู้กับมนุษย์ที่ชั้น 12 แต่ฉันรู้ดีว่าไม่ช้าก็เร็ว คงต้องเจอกับสัตว์ประหลาดประเภทนั้นอยู่ดี จากนั้นฉันจึงพูดกับอีดิสต่อ

“สรุปก็คือ เธอกังวลสินะ แล้วที่ฉันตอบไปได้ตอบคำถามที่มีในใจของเธอได้หรือเปล่า?”

“ตอบไปแล้วล่ะ”

อีดิสลังเลเล็กน้อย ก่อนจะเดินหายไปจากสนามฝึกซ้อม

'การฆาตกรรม'

ถือเป็นอาชญากรรมที่เลวร้ายที่สุดอย่างหนึ่งในสังคมยุคใหม่

เมื่อพิจารณาจากปฏิกิริยาของอีดิส ดูเหมือนว่าจะในเมืองทาวน์เนียการฆาตกรรมก็ถือว่าเป็นอาชญกรรมเหมือนกันกันบนโลก

'ตลกสิ้นดี'

ฉันฆ่าก็อบลินตายไปหลายร้อยตัว ฉีกร่างนักบวชทมิฬที่คล้ายมนุษย์และซากศพเดินได้บนชั้น 10 ฉันเบื่อที่จะเห็นคนตายแล้ว เลือด กลิ่นคาว และความร้อนของไฟยังคงตราตรึงไว้ในใจอย่างชัดเจน

“…”

ฉันชักดาบออกมาจากฝักอีกครั้ง

เอาล่ะ ฉันยังมีอะไรให้ทำอีกเยอะ

จบบทที่ บทที่ 108 : พิธีรายงานตัว (1-2)

คัดลอกลิงก์แล้ว