เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 87 : เริ่มเปิดฉาก (4-1)

บทที่ 87 : เริ่มเปิดฉาก (4-1)

บทที่ 87 : เริ่มเปิดฉาก (4-1)


ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

บทที่ 87 : เริ่มเปิดฉาก (4-1)

เลื่อนยศให้เป็นราชาเลยเหรอ

คำพูดที่ฟังแล้วน่าขันเหลือเกิน

“กระทั่งตอนนี้พวกเขาก็ยังคงค้นหานายด้วยความสิ้นหวัง ฮีโร่จากนิมฟ์เฮมน่ะรู้กันแล้วว่านายมาที่นี่”

หญิงสาวพูดต่อไปเรื่อยๆ

“ลองคิดดู จะมีฮีโร่ที่ไหนในโลกที่ค้นหานายทั่วทุกหนทุกแห่งอย่างไม่หยุดยั้งเป็นเวลาหลายเดือนเพียงเพราะนายท่านของพวกเขาหายตัวไป นายจะทำอย่างนั้นหรือเปล่าล่ะ? โร่จากห้องรออื่นๆ จะทำแบบเดียวกันหรือเปล่า?”

นางฟ้าวางมือทั้งสองข้างบนเอวของเธอแล้วส่ายศีรษะ

มันหมายถึง 'ไม่'

“วิธีการเล่นของนายนั้นมีเอกลักษณ์มาก ฉันไม่มีทางคิดแผนแบบนายได้เลย ฉันไม่เคยคิดว่าจะมีนายท่านที่ไม่ใช้การสังเคราะห์อยู่บนโลกนี้ด้วย”

ฉันแทบไม่เคยใช้การสังเคราะห์ แต่ถ้าจำเป็น ฉันก็จะทำ

แต่อย่างที่หญิงสาวพูด ถ้าฉันเป็นนายท่านคนอื่น ก็คงจะใช้การสังเคราะห์ให้มากขึ้นเพื่อควบคุมห้องรอ อาจจะสังเคราะห์สองถึงสามครั้งต่อวัน ทว่าเมื่อมองย้อนกลับไปก่อนที่ฉันจะถูกอัญเชิญมาที่นี่ การสังเคราะห์รอบล่าสุดของนายท่านที่กำลังคุมฉันอยู่น่าจะเกิดขึ้นเมื่อสามเดือนก่อน

“การดำเนินการอื่นๆ ไปก็เช่นเดียวกัน ก่อนที่นายจะกลายเป็นที่รู้จักนายท่านเกือบทั้งหมดในพิกมีอัพต่างปฏิบัติต่อฮีโร่เหมือนเป็นของเล่น นายท่านเล่นกับพวกเขาจนเบื่อแล้วก็ทิ้งพวกเขาเหมือนเป็นสิ่งของดั่งเศษขยะ”

หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“นายรู้งั้นเหรอว่าฮีโร่เหล่านี้เป็นมนุษย์จริงๆ? หรือแค่นายรู้สึกว่ามันแปลก? แต่การกระทำของนายทำให้ฉันรู้สึกเหมือนว่านายรู้เรื่องนี้อยู่แล้ว นั่นแหละคือข้อสรุปของฉัน”

ฉันแค่คิดว่ามันเป็นเกมที่ดูประหลาดเท่านั้นเอง

ฮีโร่ที่อยู่ข้างในเกมมีความสมจริงมากจนแทบไม่น่าเชื่อว่าเป็นแค่ตัวละครที่สร้างขึ้นโดยโปรแกรมเมอร์ แต่ละคนมีปฏิกิริยาและมีวิธีดำเนินการตามคำสั่งที่แตกต่างกัน

แต่ไม่ใช่ว่าฉันเชื่อว่าพวกเขาเป็นมนุษย์จริงๆ

“มันแค่ดูเหมือนเป็นเกมที่มีประสิทธิภาพมากกว่าเกมอื่น”

คนเล่นเกมทั่วไปจะควบคุมเหล่าฮีโร่ผ่านการสังเคราะห์

หากมีฮีโร่ที่ไม่เชื่อฟังหรือรู้สึกว่าไร้ค่า พวกเขาจะกำจัดพวกเขาอย่างไร้ความปรานีและปกครองห้องรอด้วยความหวาดกลัว แม้ว่าฮีโร่ระดับล่างจะแสดงศักยภาพเท่าไร แต่พวกเขาก็จะกลายเป็นเพียงอาหารสำหรับฮีโร่ระดับสูงกว่าเท่านั้น

แต่ฉันแตกต่างออกไป

ฉันไม่เคยสุ่มได้ฮีโร่ 5 ดาวเลย ฉันมีเพียงฮีโร่ 4 ดาวเพียงคนเดียว

คนอื่นๆ ต่างแนะนำให้ฉันยอมแพ้และเลิกเล่น พวกเขาบอกว่าบัญชีของฉันมันตายไปแล้ว

แต่ฉันไม่ยอมแพ้

ฉันนั้นคุ้นเคยกับความไม่ยุติธรรม ดังนั้นฉันจึงทำแค่มองหาหนทางเอาตัวรอดข้างหน้า และด้วยเหตุนี้ มุมมองของฉันก็เปลี่ยนไป ฉันต้องจัดห้องรอด้วยฮีโร่ระดับ 3 ดาวหรือต่ำกว่า ทำทุกอย่างให้เป็นไปตามแบบแผนทั้งหมด

แม้ว่าระดับดาวของพวกเขาจะต่ำ แต่ฉันก็จะไม่ทิ้งพวกเขาหากพวกเขามีศักยภาพ

ในตอนแรก พวกเขาอาจดูไร้ประโยชน์ แต่พวกเขาสามารถเปลี่ยนแปลงได้ในภายหลัง

หากห้องรอถูกควบคุมด้วยความกลัวเพียงอย่างเดียว ห้องนั้นก็จะพังทลายลงไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

หลังจากเก็บข้อมูล ฉันก็พบว่าในพิกมีอัพมีหลายวิธีในการควบคุมฮีโร่ มันขึ้นอยู่กับรูปแบบการเล่น ฉันวิเคราะห์จับประเด็นและนำมาประยุกต์ใช้อย่างเหมาะสมเมื่อจำเป็น

เมื่อมีผู้พิสูจน์คุณค่า ย่อมต้องมีรางวัลให้ตอบแทน

ทว่าหากไร้ค่าและเกียจคร้าน ย่อมต้องมีการลงโทษ

หากมีคนที่ไร้ประโยชน์และกลายเป็นอุปสรรค ฉันจะใช้พวกมันแบบ 'เบี้ยที่ใช้แล้วทิ้ง'

ปาร์ตี้ที่ฉันส่งไปเป็นกองหน้าของดันเจี้ยนผจญภัย คนพวกนั้นมีแนวโน้มที่จะไม่เหมาะกับการใช้งานในระยะยาว ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อฮีโร่ที่อยู่ใกล้เคียง

ฉันไม่ได้ใช้การสังเคราะห์ เว้นแต่จะมีความจำเป็นจริงๆ

นั่นคือวิธีที่ฉันใช้ปกครองนิมฟ์เฮม

ในบรรดาปาร์ตี้หลักนั้น พวกเขาเป็นที่รู้จักในฐานะผู้แข็งแกร่งที่สุดในเซิร์ฟเวอร์ทั้งหมด โดยมีสมาชิกห้าคน

และในหมู่พวกเขา มีฮีโร่ที่เริ่มต้นจากระดับ 1 ดาวด้วย

เนื่องจากฉันไม่ได้ใช้การสังเคราะห์ มันจึงทำให้จำนวนประชากรในห้องรอนั้นเพิ่มขึ้นตามธรรมชาติ

เป็นผลให้นิมฟ์เฮมเติบโตขึ้นจนมีขนาดใกล้เคียงกับอาณาจักร

ดังนั้นแล้ว การวิเคราะห์จากการที่ฉันไม่สังเคราะห์ตัวละครว่า 'รู้ความจริง' ของโลกใบนี้ ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่โง่เขลานัก

“แกชอบการเล่นของฉันเหมือนกันเหรอ?”

"ใช่ ฉันเลยอยากคุยกับนายจริงๆ น่าเสียดายที่มันไม่สามารถเกิดขึ้นบนโลกได้”

"ฉันก็รู้สึกแบบเดียวกัน หากเราเจอกันบนโลก ฉันคงจะกำจัดแกทันที”

หญิงสาวกระพริบตาของเธอปริบๆ

ฉันยิ้มแล้วพูดต่อ

“ฉันจะไม่มีวันลืม ฉันไม่มีอะไรในใจเกี่ยวกับแกเลยนอกจากความเกลียดชังที่มีจนแทบปริล้นออกมา”

“เป็นแบบนั้นเหรอ?”

“ไม่ว่าจะเป็นทาวเนียหรือนิมฟ์เฮม ฉันก็ไม่สนใจทั้งสองอย่าง ฉันเป็นมนุษย์ที่มาจากโลก อย่าเอาเรื่องตัวเองมาให้คนอื่นแก้สิ”

“ฮิฮิ นายไม่สนใจเหรอ? ฮีโร่ของนิมฟ์เฮมคงผิดหวังมากแน่ถ้าพวกเขาได้ยินนายพูดแบบนั้น”

“ปล่อยให้พวกเขาเสียใจตามที่พวกเขาต้องการเลย”

ฉันไม่เข้าใจผู้หญิงคนนี้สักนิดเดียว

หากต้องการให้ฉันช่วยพวกเขาปีนหอคอยจริงๆ ไม่จำเป็นต้องพาฉันมาที่นี่หรอก นิมฟ์เฮมกำลังก้าวหน้าและทำทุกอย่างอย่างขยันขันแข็งด้วยแบบแผนที่ฉันวางไว้ พวกเขาก็มาถึงชั้นที่ 88 แล้ว เหนือกว่าชั้นที่ 85 และอีกไม่นานกำแพงปีศาจอย่างชั้น 90 ก็กำลังรออยู่ตรงหน้าแล้ว

แต่ระหว่างนั้น มันกลับดึงฉันมาที่นี่

ยิ่งไปกว่านั้น มันยังบุกเข้ามาที่ชั้น 10 และยังพาฉันมาที่นี่เพื่อคุยเรื่องไร้สาระอีกด้วย กับข้อมูลแค่นี้ ฉันไม่สามารถคาดเดาอะไรได้หรอก

ทว่ามีสิ่งหนึ่งที่ฉันสามารถบอกได้คือ ยัยคนนี้ไม่สนใจคนอื่นเลย มันสนใจผลประโยชน์ของมันเองเท่านั้น

ฉันจึงสามารถตัดสินใจได้ทันที

“ฉันจะไม่ร่วมมือกับแก ที่จริงแล้วแกควรไปให้พ้นตั้งแต่ตอนนี้ซะก่อนที่ความอดทนของฉันจะถึงขีดจำกัด”

“เดี๋ยวนายก็จะกลายเป็นฮีโร่ที่ช่วยกอบกู้โมเบียส”

หญิงสาวหัวเราะ

“เอาเถอะ แต่มันไม่สำคัญอะไรหรอก มีเพียงสิ่งเดียวที่ฉันต้องการจากนายคือจงปีนหอคอยไปยังจุดที่ฉันอยู่อย่างปลอดภัย หากนายสามารถทำเช่นนั้นได้ ฉันก็จะยอมให้อภัยและอดทนทนต่อการดูถูกในครั้งนี้แล้วกัน”

“เธอเป็นคนทำให้นักบวชทมิฬปรากฏตัวบนชั้น 10 ใช่ไหม?”

“แล้วถ้าใช่ล่ะ?”

ฉันกัดฟันแน่น

“อย่าโมโหไปเลย ฉันจะไม่เข้าไปยุ่งตั้งแต่ชั้นที่ 15 เป็นต้นไป ทาวเนียคงเล่นนายหนักอยู่แล้ว ถึงฉันจะไม่ได้เข้ามาแทรกแซงก็ตาม เพราะมันเป็นความยากระดับ S แบบเดียวกันกับนิมฟ์เฮม”

“……”

“ไม่ว่านายจะทำได้ดีแค่ไหน ฉันก็ประเมินว่ามีโอกาสที่นายท่านอาจจะล้มเลิกได้เลย 90% ซึ่งก็คงไม่แตกต่างอะไรหากฉันยื่นมือเข้ามายุ่งด้วย”

หญิงสาวลุกขึ้นจากเก้าอี้

เบาะหนังสีดำก็พลันเลือนหายไปทันที

“ฉันสาบานเลยว่า หากนายสามารถปีนหอคอยจนถึงจุดสูงสุด ฉันจะส่งนายกลับไปยังที่ที่นายจากมา และอีกอย่างหนึ่ง ฉันจะโอนครึ่งหนึ่งของหุ้นในโมเบียสให้นาย นายจะกลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทที่สามารถสั่นสะเทือนเศรฐกิจโลกได้”

ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของโมเบียส

'ฉันไม่เชื่อหรอก'

ต่อให้สัญญาว่าจะส่งฉันกลับไปก็ไม่อาจจะเชื่อ

เมื่อฉันปีนขึ้นไปบนหอคอย ความจริงย่อมจะถูกเปิดเผยออกมาต่อหน้าฉันเอง

ฉันจะกลับไปด้วยตัวของฉัน ฉันจะไม่พึ่งพาขยะแบบแก

“ว่าอย่างนั้น มาทำสัญญาเลยไหม?”

หญิงสาวถามด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์

“ตราบใดที่เธอไม่ปรากฏตัวต่อหน้าฉัน”

“ดูเหมือนว่านายจะเกลียดฉันจริงๆ เลยนะ ทำไมกันล่ะ?”

“ทำไมถึงกล้าถามล่ะ?”

"ก็เรื่องนั้น…."

ฉันดึงกริชอันที่สองออกมาแล้วขว้างไปที่หน้าผากของหญิงสาว

มีดแทงทะลุกะโหลกศีรษะของเธอ และฝังลึกอยู่ด้านใน

“นี่คือคำตอบของฉัน”

"ฮิฮิฮิ..."

ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

จบบทที่ บทที่ 87 : เริ่มเปิดฉาก (4-1)

คัดลอกลิงก์แล้ว