เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 92 - ต้องหักขาตู้เฟิงให้ได้

บทที่ 92 - ต้องหักขาตู้เฟิงให้ได้

บทที่ 92 - ต้องหักขาตู้เฟิงให้ได้


บทที่ 92 - ต้องหักขาตู้เฟิงให้ได้

หลิวหยางชะงักไป

ชื่อของเหลียงป๋อดังมาก

แต่ไม่ใช่เพราะเขามีความสามารถล้นเหลืออะไรหรอกนะ แต่เป็นเพราะสถานะของเขาต่างหาก เรื่องที่ตระกูลเหลียงกับตระกูลไป๋อุ้มเด็กสลับตัวกัน คนที่มีหน้ามีตาในเขตปลอดภัยต่างก็รู้เรื่องนี้กันทั้งนั้น ยิ่งไปกว่านั้น สถานะและสิ่งที่พวกเขากำลังทำอยู่ก็ค่อนข้างพิเศษ ทำให้พอจะรู้เรื่องราวอยู่บ้าง

แต่ไม่ว่าจะเป็นในรูปถ่ายหรือคำบรรยายในข่าว หลิวหยางก็ไม่อาจเชื่อได้เลยว่า ไอ้เด็กทรงผมหลุดโลกที่ดูซึมกระทือ เอาแต่ก้มหน้าก้มตาไม่พูดไม่จาคนนั้น จะเป็นคนเดียวกับเด็กหนุ่มที่หัวเราะด้วยท่าทางเปี่ยมอำนาจคนเมื่อกี้

ประเด็นสำคัญคือ เขาเป็นคนของตระกูลไป๋

"ตระกูลไป๋..." ท่าทางของหลิวหยางดูอ่อนลงเล็กน้อย "แกรู้จักมัน มันคือเหลียงป๋อจริงๆ เหรอ?"

"จริงสิ!" หวังตงคิดในใจว่า ฉันจะไม่รู้จักมันได้ยังไง ถ้าไม่รู้จัก ฉันจะหงอมาจนถึงตอนนี้ไหมล่ะ?

"พี่หลิว พวกเราค่อยคิดหาวิธีอื่นกันก่อนดีกว่า ดูท่าทางแล้ว เหลียงป๋อคงตั้งใจจะคุ้มครองตู้เฟิงจริงๆ ไว้พวกเราค่อยหาจังหวะตอนที่เหลียงป๋อไม่อยู่ข้างๆ มัน แล้วค่อยไปสั่งสอนมันก็ยังไม่สายหรอกนะ ยังไงซะตระกูลไป๋พวกเราก็ไปแหยมไม่ไหวอยู่ดี"

ยังมีอีกประโยคหนึ่งที่หวังตงไม่ได้พูดออกไป

เหลียงป๋อ พวกเขาก็สู้ไม่ชนะหรอก

พอคิดถึงพลังการต่อสู้ของเหลียงป๋อ หวังตงก็รู้สึกหวาดหวั่นขึ้นมา แต่เขาก็ไม่ได้โง่ แน่นอนว่าเขาจะไม่ยอมพูดความจริงข้อนี้ออกไปเพื่อยั่วโมโหหลิวหยางหรอก

และหลิวหยางก็เงียบไปจริงๆ

เด็กหนุ่มคนที่เดินโถงบันไดพร้อมกับหวังตงเมื่อครู่ เดินเข้ามาใกล้ แล้วเสนอแนะหลิวหยางอย่างระมัดระวัง "พวกเราลองโทรหาพี่จางดูไหมครับ?"

"แบบนี้ก็ดีนะ ให้พี่จางว่าไง แล้วเราค่อยว่าตามกัน!" หวังตงรีบสนับสนุน

หลิวหยางเองก็อยากหาคนมาช่วยตัดสินใจอยู่แล้ว แต่ติดที่ฐานะของตัวเองเลยไม่มีใครกล้าเสนอหน้า ตอนนี้ในเมื่อทั้งสองคนพูดแบบนี้ เขาก็เลยเลยตามน้ำไป

เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดโทรออกไปยังเบอร์ของใครคนหนึ่ง

"ตื๊ด—"

"ฮัลโหล?"

โทรศัพท์ดังอยู่ประมาณสามสิบวินาทีถึงจะมีคนรับสาย เสียงที่ดังออกมาจากลำโพงนั้นเป็นเสียงแหบพร่าและเย็นชา

พอหลิวหยางและคนอื่นๆ ได้ยินเสียงนี้ก็แทบจะสะดุ้งตัวสั่นตามสัญชาตญาณ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ฮัลโหล พี่จาง นี่ผมหลิวหยางเองครับ"

"หลิวหยาง?" พี่จางชะงักไปครู่หนึ่ง ดูเหมือนกำลังนึกชื่อนี้อยู่ วินาทีต่อมาก็เอ่ยขึ้น "แกทำงานเสร็จแล้วเหรอ?"

"ปะ เปล่าครับ พี่ยังไม่เสร็จ พี่จางครับ ตอนนี้พวกเราเจอเรื่องติดขัดนิดหน่อย ไอ้ตู้เฟิง คนที่ผู้ว่าจ้างให้ไปสั่งสอนน่ะ เหมือนจะมีคนคุ้มกะลาหัวมันอยู่น่ะครับ"

หลิวหยางร่ายยาวรวดเดียวจบ ภาวนาให้สายนี้รีบๆ จบลงสักที

"ตู้เฟิง? ไอ้เด็กที่คลานออกมาจากซีกโลกซอมบี้นั่นน่ะเหรอ? ใครจะไปคุ้มกะลาหัวมันวะ? แกก็รู้กฎดี งานที่เรารับ ผู้ว่าจ้างก็บอกแล้วว่าเขาจะเป็นคนรับผิดชอบผลที่ตามมาทั้งหมด พวกเราไม่ต้องกังวลอะไรทั้งนั้น ตกลงแกทำได้หรือไม่ได้ ถ้าไม่ได้ก็ให้คนอื่นไปทำแทน"

พี่จางไม่ได้รอฟังคำอธิบายในสายเท่าไหร่นัก หลิวหยางเห็นท่าไม่ดีกลัวว่าจะถูกเปลี่ยนตัว ก็ลืมความกลัวไปเสียสิ้น รีบโพล่งออกไปว่า "ไม่ใช่ครับพี่จาง คนที่คุ้มกะลาหัวมันอยู่ก็คือไอ้เด็กที่ตระกูลไป๋อุ้มสลับตัวมานั่นแหละครับ!! ผมได้ยินมาว่าตระกูลไป๋มีลูกชายคนเล็กอายุแค่หกขวบ ตระกูลไป๋คงตั้งใจจะดัดนิสัยเหลียงป๋อคนนี้ให้เป็นผู้สืบทอดธุรกิจของตระกูลแน่ๆ ถ้าพวกเราไม่สนสี่สนแปดอะไรเลย ผู้ว่าจ้างคนนั้นจะรับมือตระกูลไป๋ไหวจริงๆ เหรอครับ?"

"แกพูดว่าอะไรนะ?"

น้ำเสียงจากปลายสายหนักแน่นขึ้น

หลิวหยางย้ำอีกครั้ง "เหลียงป๋อ ไอ้เหลียงป๋อที่ตระกูลไป๋อุ้มสลับตัวมาไงครับ ลูกพี่น่าจะรู้จักนะครับ"

"ฉันต้องรู้สิวะ" พี่จางตอบเสียงเย็น แล้วเงียบไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังคิดว่าจะจัดการเรื่องนี้อย่างไรดี

ผ่านไปสักพัก ในขณะที่ทุกคนกำลังคิดว่าเขาคงไม่ให้ทำต่อแล้ว เขาก็เอ่ยขึ้น "รับงานตามเดิม ไม่ต้องไปกลัวมัน ฉันจะหาคนไปล่อมันออกไปเอง ต้องหักขาไอ้ตู้เฟิงให้ได้ นี่คือคำสั่งเด็ดขาด"

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 92 - ต้องหักขาตู้เฟิงให้ได้

คัดลอกลิงก์แล้ว