- หน้าแรก
- หนีตายจากซีกโลกซอมบี้แทบแย่สุดท้ายต้องมาคอยเช็ดล้างวีรกรรมให้คุณชายตัวร้ายเนี่ยนะ
- บทที่ 35 - เรื่องของวัยรุ่นมันจะไปเรียกว่ากินฟรีได้ยังไง ต้องเรียกว่าเกาะเขากินต่างหากล่ะ
บทที่ 35 - เรื่องของวัยรุ่นมันจะไปเรียกว่ากินฟรีได้ยังไง ต้องเรียกว่าเกาะเขากินต่างหากล่ะ
บทที่ 35 - เรื่องของวัยรุ่นมันจะไปเรียกว่ากินฟรีได้ยังไง ต้องเรียกว่าเกาะเขากินต่างหากล่ะ
บทที่ 35 - เรื่องของวัยรุ่นมันจะไปเรียกว่ากินฟรีได้ยังไง ต้องเรียกว่าเกาะเขากินต่างหากล่ะ
จริงๆ แล้ว อวี๋เฟิงก็ไม่ได้อยากจะให้มีคนรอเขากินข้าวหรอก เขาแค่สงสัยว่าทำไมก่อนหน้านี้เหลียงป๋อถึงรอเขา แต่หลังๆ มานี้กลับไม่รอแล้ว
แต่เขาไม่เข้าใจว่าเรื่องนี้มันไปเกี่ยวอะไรกับการที่ต้องไปเจอพ่อแม่ของเหลียงป๋อด้วย จู่ๆ อีกฝ่ายก็ถามขึ้นมาแบบนี้
หรือว่าที่นั่นจะมิดชิดกว่า เหมาะกับการคุยเรื่องแผนการ? ก็เป็นไปได้ เพราะเขาสืบเรื่องตระกูลไป๋มาแล้ว โอกาสที่จะมีคนแอบฟังแผนการมันน้อยมาก
"ตกลง" เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงรับคำ
"อืม งั้นกลับล่ะ" เหลียงป๋อกลัวว่าไอ้เด็กนี่จะถามว่าทำไม ดูเหมือนเขาจะคิดมากไปเอง คนอย่างหมอนี่จะไปรู้สึกถึงความผิดปกติอะไรได้? ก็แค่หนอนหนังสือธรรมดาๆ คนนึงนี่นา
ท่าทีแบบนี้ เหมือนเป็นภาพจำที่เหลียงป๋อตั้งไว้ให้กับอวี๋เฟิงไปแล้ว ในจิตใต้สำนึกของเขา อวี๋เฟิงก็คือไอ้หนุ่มใบ้กิน ซึ่งตอนนี้ภาพลักษณ์นั้นได้อัปเกรดกลายเป็น 'หนอนหนังสือ' ไปซะแล้ว
แม้ว่าในใจลึกๆ เขาจะรู้ดีว่าคนที่มาจากซีกโลกซอมบี้ ไม่มีใครใสซื่อเหมือนหน้าตากันหรอก
"ไม่เอาเผ็ดนะ"
ตอนที่เหลียงป๋อกำลังจะเดินเข้าลิฟต์ จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงอวี๋เฟิงดังขึ้นมา
"ห๊ะ?"
"ข้าวพรุ่งนี้ ไม่เอาเผ็ดนะ"
ชุดคนไข้ของเขาปลิวไสวไปตามแรงลม แต่ท่อนแขนผอมเพรียวทว่าเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อกลับยันราวระเบียงไว้แน่น แผ่นหลังเหยียดตรง
เหลียงป๋อ : "..." นี่กะจะเกาะเขากินฟรีจริงๆ ใช่ไหมเนี่ย? ไม่พอนะ ไอ้เวรนี่เสือกเลือกกินอีก! ชักจะเหิมเกริมเกินไปแล้วนะ! อย่าคิดว่าชมเขานิดๆ หน่อยๆ แล้วเขาจะยอมตามใจนะเว้ย!
"ไม่มี! ฉันชอบกินเผ็ด นายจะกินหรือไม่กินก็เรื่องของนาย!"
เหลียงป๋อสะบัดมืออย่างหงุดหงิด เดินลงบันไดไปโดยไม่หันกลับมามองไอ้เด็กนั่นอีกเลย
ห้องพักสุดหรูแอร์เย็นฉ่ำมันไม่สบายตรงไหนวะ?! ทำไมเขาต้องถ่อขึ้นมารับลมหนาว แถมยังต้องมาฟังเรื่องน้ำเน่าพวกนี้ด้วยเนี่ย!
อวี๋เฟิงมองตามแผ่นหลังของเขาจนลับสายตา ก่อนจะหันกลับมามองแสงไฟระยิบระยับของเขตปลอดภัยเบื้องล่าง เส้นผมปรกหน้าผากปลิวไสว เผยให้เห็นดวงตาที่เคยถูกบดบังไว้
เขาสอดมือล้วงกระเป๋าเสื้อ หยิบอุปกรณ์รูปร่างเหมือนนาฬิกาพกโบราณออกมา แต่ทว่าเข็มสั้นและเข็มยาวบนหน้าปัดกลับไม่เคยขยับเดินเลยแม้แต่น้อย
นี่คือรีโมตควบคุมระเบิด T52KG ที่ข้อเท้าของเหลียงป๋อ
ความจริงเขาไม่ได้อยากกินข้าวกล่องเท่าไหร่หรอก เพียงแต่พรุ่งนี้คงจะเป็นมื้อสุดท้ายที่เขาจะได้กินในบ้านหลังนั้นแล้ว เลยไม่อยากกินของเผ็ดๆ
เดี๋ยวแผลมันจะหายช้าน่ะสิ
ไม่ว่าจะเป็นแผลของใครก็เถอะ
"ติ๊ด"
เสียงมือถือดังขึ้นข้างตัว เขาเหลือบมองเบอร์โทรเข้า ก่อนจะกดรับสาย
"ลูกพี่! ไม่เป็นไรใช่ไหมครับ?!"
เป็นเสียงของเด็กหนุ่มคนนั้นนั่นเอง
"ไม่เป็นไร" อวี๋เฟิงตอบ
"ไม่เป็นไรก็ดีแล้วครับ ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว ตอนนี้ผมซ่อนตัวมิดชิดแล้ว ตำรวจ CG หาผมไม่เจอแน่ๆ แต่ลูกพี่ครับ ผมไม่ได้จะก้าวก่ายนะ ไอ้คนที่ชื่อเหลียงป๋อนั่นมันพึ่งพาได้จริงๆ เหรอ? เราจะร่วมมือกับเขา มันจะไว้ใจได้เหรอครับ?"
เสียงจากฝั่งของเด็กหนุ่มดูจอแจ เหมือนมีคนอยู่หลายคน
เขาเงียบไปครู่หนึ่ง
"ลูกพี่? ลูกพี่?"
"ไม่รู้สิ" สุดท้ายโดนซักไซ้จนรำคาญ เขาเลยตอบไปส่งๆ
เด็กหนุ่ม : "..."
"พรุ่งนี้ฉันจะกลับไป นายกับคนอื่นๆ คอยระวังตัวด้วย ภายในครึ่งเดือนนี้อย่าติดต่อฉันมาล่ะ"
อวี๋เฟิงไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายถามเซ้าซี้ต่อ รีบเปลี่ยนเรื่องทันที
"เอาจริงดิ ลูกพี่จะไปจริงๆ เหรอ?! ที่นั่นมันน่าไว้ใจสู้พวกเราได้ที่ไหนกันล่ะครับ!"
"แต่ฉันจำเป็นต้องใช้สถานะนี้"
พูดจบ อวี๋เฟิงก็กดวางสายทันที
เขาเดินลงไปข้างล่าง แต่ไม่ได้กลับไปที่ห้องพักของตัวเอง
ทว่าวันรุ่งขึ้น ตอนที่เขากลับไปที่คฤหาสน์ ขยะบนโต๊ะและข้าวของในบ้านก็ถูกเก็บกวาดจนสะอาดเอี่ยมอ่องแล้ว
บนโต๊ะมีข้าวกล่องวางอยู่ สีแดงแปร๊ด อวี๋เฟิงใช้นิ้วแตะซอสสีแดงนั่นดู
มันคือซอสมะเขือเทศ
แต่ทว่า...
เหลียงป๋อไม่อยู่แล้ว
(จบแล้ว)