- หน้าแรก
- หนีตายจากซีกโลกซอมบี้แทบแย่สุดท้ายต้องมาคอยเช็ดล้างวีรกรรมให้คุณชายตัวร้ายเนี่ยนะ
- บทที่ 33 - อวี๋เฟิง : เขาบอกให้ฉันตั้งใจเรียน
บทที่ 33 - อวี๋เฟิง : เขาบอกให้ฉันตั้งใจเรียน
บทที่ 33 - อวี๋เฟิง : เขาบอกให้ฉันตั้งใจเรียน
บทที่ 33 - อวี๋เฟิง : เขาบอกให้ฉันตั้งใจเรียน
เหลียงป๋อไม่ใช่พวกหลงตัวเอง แต่ตลอดชีวิตที่ผ่านมา เขาก็ไม่เคยถ่อมตัวจนถึงขั้นคิดว่าตัวเองด้อยกว่าใคร ทว่าเขากลับคาดไม่ถึงเลยว่าจะได้ยินคำชมที่สูงส่งขนาดนี้จากปากอวี๋เฟิง
ก็ไอ้เด็กนี่ดูเป็นพวกไม่ยอมก้มหัวให้ใคร แต่ไหงจู่ๆ ถึงได้ทำตัวเหมือนแฟนคลับตัวยงซะอย่างนั้น?
"นายลองไปเสิร์ชชื่อเขาดูสิ แล้วนายจะรู้ว่าข่าวฉาวของนายมันไร้สาระแค่ไหน ไม่ว่าข่าวของนายจะดังระเบิดเถิดเทิงแค่ไหน มันก็ไม่มีทางเทียบรัศมีชื่อของเขาได้หรอก ไม่ว่าจะในซีกโลกซอมบี้หรือเขตปลอดภัยก็เถอะ"
นี่เป็นครั้งแรกที่อวี๋เฟิงพูดยาวขนาดนี้
"เขาเป็นคนแรกในซีกโลกซอมบี้ที่สร้างกองกำลังของตัวเองขึ้นมาได้โดยไม่โดนพวกทางการกลืนกิน เป็นคนแรกที่กล้าตั้งเงื่อนไขกับทางการ แล้วก็เป็นคนแรก... ที่กล้าพกปืนไปเจรจาต่อรองกับหัวหน้าเขตปลอดภัยถึงถิ่น น่าทึ่งใช่ไหมล่ะ? แต่เขาคือผู้สร้างตำนานบทแรกขึ้นมานับไม่ถ้วน ตอนนั้น... เขาเพิ่งจะอายุยี่สิบเก้าเองนะ"
สายตาของเขาทอดมองแสงไฟระยิบระยับของเมืองใหญ่เบื้องล่าง ราวกับกำลังมองทะลุความมืดมิดในยามค่ำคืน พลางนึกถึงชายผู้ยิ่งใหญ่และน่าเกรงขามคนนั้น
คนในซีกโลกซอมบี้ส่วนใหญ่รู้ดีว่าเหลียงป๋อมาจากไหน พ่อแม่บุญธรรมของเขาเป็นคนธรรมดาที่ไปคุ้ยเจอเขามาจากกองซากซอมบี้ ชีวิตของเขามาถึงจุดเปลี่ยนตอนอายุสิบขวบ
ก่อนอายุสิบขวบ เขาก็เป็นแค่เด็กมัธยมต้นธรรมดาๆ เหมือนเด็กคนอื่นๆ ในซีกโลกซอมบี้ อดมื้อกินมื้อ แต่พออายุสิบขวบ พ่อแม่บุญธรรมก็ตาย เขาเลยต้องลาออกจากโรงเรียนแล้วไปเข้าแก๊งมาเฟีย
อายุสิบห้า เขาผ่านโลกมาโชกโชนจนได้เป็นมือขวาของหัวหน้าแก๊ง พออายุสิบแปดก็หักหลังแล้วขึ้นเป็นหัวหน้าแทน พออายุสิบเก้า เขาก็ขยายอิทธิพลของตัวเองออกไปเรื่อยๆ จนพวกทางการเริ่มจับตามอง แต่ก็ทำอะไรเขาไม่ได้แล้ว
ในซีกโลกซอมบี้ไม่ได้มีแค่ประชาชนทั่วไป ทางการ และพวกมาเฟีย แต่ยังมี... ซอมบี้
เขาเปรียบเสมือนแม่ทัพในยุคโบราณที่ยืนหยัดต้านทานกองทัพนับหมื่นได้อย่างองอาจ ไม่ว่าเขาจะอยู่ที่ไหน เขาพร้อมจะเป็นด่านหน้าปะทะกับทุกแรงกดดัน ไม่ยอมให้ซอมบี้เล็ดลอดเข้ามาในเมืองได้แม้แต่ตัวเดียว
เมื่อเทียบกับพวกทางการที่ถูกชักใยโดยเขตปลอดภัยแล้ว เขากลับเป็นที่พึ่งพาได้มากกว่าเสียอีก
"นายรู้จักเขาด้วยเหรอ?" เหลียงป๋อมองเสี้ยวหน้าของอวี๋เฟิง จู่ๆ ก็นึกอะไรขึ้นมาได้ เลยเอ่ยปากถาม
"รู้จักสิ" อวี๋เฟิงตอบ ซึ่งก็เป็นไปตามที่เหลียงป๋อคาดไว้ แต่เขาจำไม่ได้เลยว่าเคยเจอไอ้เด็กนี่มาก่อน
แต่แล้วเขาก็ได้ยินอวี๋เฟิงพูดต่อ "แต่เขาไม่รู้จักฉันหรอก"
อาจจะเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ อวี๋เฟิงเลยพูดเยอะกว่าปกติ "เด็กๆ ในซีกโลกซอมบี้ส่วนใหญ่ แค่ข้าวจะกินยังไม่มี จะเอาเงินที่ไหนไปเรียนหนังสือ ฉันก็เป็นหนึ่งในนั้น"
"แต่แล้ววันนึง ครูบอกว่ามีคนใจบุญมาบริจาคเงินให้พวกเราได้เรียนหนังสือ เขาชื่อเหลียงป๋อ ฉันได้ยินเรื่องราวของเขามาเยอะแยะ ตอนนั้นพวกเด็กมัธยมต้นอย่างพวกเรา ต่างก็ใฝ่ฝันอยากจะเป็นเหมือนเขา ฉันดีใจมาก อยากเจอเขาสุดๆ แล้วก็ซาบซึ้งในบุญคุณของเขามากๆ ด้วย"
"แล้วสรุปว่าได้เจอกันไหม?" เหลียงป๋อกระดกเบียร์จนหมดกระป๋อง แล้วเปิดกระป๋องใหม่
"ได้เจอสิ ฉันเรียนเก่ง สอบเทียบข้ามชั้นมาตลอด พออายุสิบแปด ทางการของซีกโลกซอมบี้ก็เรียกตัวฉันไปฝึกงาน ฉันเห็นเขาเดินออกมาจากตึกของทางการ ตอนหลังฉันถึงรู้ว่า ตอนนั้นเขากำลังเอาปืนจ่อหัวกับพวกข้างในนานตั้งครึ่งชั่วโมง เพื่อแลกกับเซรุ่มต้านไวรัสซอมบี้แสนหลอด ฉันดีใจมากที่ได้เจอเขา เลยเข้าไปแนะนำตัวแล้วก็ขอบคุณเขา แต่ฉันตื่นเต้นเกินไป พูดอะไรไม่ออกเลย เขาก็เลยพูดกับฉันแค่ประโยคเดียว"
"เขาพูดว่าอะไรล่ะ?" เหลียงป๋อเป็นพวกไม่ค่อยใส่ใจรายละเอียด เรื่องที่ต้องจำก็มีเยอะแยะ เขาเลยนึกไม่ออกเลยว่าเคยมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นด้วย
แต่อวี๋เฟิงกลับตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง "เขาบอกให้ฉันตั้งใจเรียน"
"ฮ่าๆ... ฮ่าๆๆ" เหลียงป๋อกระดกเบียร์รวดเดียวหมดกระป๋อง
พลางคิดในใจว่า นี่มันคำพูดโคตรจะเบียวของเขาชัดๆ!
(จบแล้ว)