- หน้าแรก
- หนีตายจากซีกโลกซอมบี้แทบแย่สุดท้ายต้องมาคอยเช็ดล้างวีรกรรมให้คุณชายตัวร้ายเนี่ยนะ
- บทที่ 25 - ฉันขอส่วนแบ่งครึ่งนึง
บทที่ 25 - ฉันขอส่วนแบ่งครึ่งนึง
บทที่ 25 - ฉันขอส่วนแบ่งครึ่งนึง
บทที่ 25 - ฉันขอส่วนแบ่งครึ่งนึง
"ลูกพี่?" เด็กหนุ่มมองอวี๋เฟิงด้วยความประหลาดใจ
แต่อวี๋เฟิงก็ยังคงทำหน้าเรียบเฉย แถมยังเตะฟางโจวที่สลบเหมือดอยู่อีกทีหนึ่ง ดูเหมือนจะหงุดหงิดอยู่ไม่น้อย
"ทำไมถึงอยากช่วยฉัน?" จู่ๆ อวี๋เฟิงก็ถามขึ้นมา สายตาจ้องเขม็งไปที่เหลียงป๋อ
คนในเขตปลอดภัยคนนี้ดูแปลกประหลาดตั้งแต่ต้น ตอนแรกก็ดูเป็นแค่ลูกคุณหนูบ้านรวยสติเฟื่อง แต่ต่อมาเขากลับพบว่าคนคนนี้มีความเกลียดชังต่อคนในเขตปลอดภัยอย่างปิดไม่มิด ความรู้สึกร่วมแบบนี้ คนที่มาจากซีกโลกซอมบี้ด้วยกันเท่านั้นถึงจะเข้าใจได้
เขาเคยสงสัยว่าหมอนี่อาจจะมีแผนการอะไรแอบแฝงอยู่ แต่พอลองสืบดูก็พบว่า ทั้งประวัติและตัวตนล้วนไม่มีอะไรน่าสงสัยเลยสักนิด
ก็แค่พวกคุณชายเสเพลที่ทำตัวเละเทะจนเป็นที่รังเกียจในแวดวงสังคมชั้นสูงเท่านั้น
แต่จู่ๆ ก็ทำตัวแปลกๆ ขึ้นมาซะงั้น
เหลียงป๋อชะงักไปครู่หนึ่ง ท่าทีห่ามๆ บนใบหน้าชะงักงัน ก่อนจะสบเข้ากับดวงตาดำขลับที่เปล่งประกายของอวี๋เฟิง เขาก็ผ่อนคลายสีหน้าลง เชิดคางขึ้นเล็กน้อย แล้วพูดด้วยความมั่นใจว่า "เพราะฉันคิดว่าเราน่าจะร่วมมือกันได้"
"หมายความว่าไง?"
เด็กหนุ่มสับสนกับสถานการณ์ที่พลิกผันอย่างกะทันหัน
"ที่พวกนายคิดจะจับฟางโจว ไม่น่าจะใช่เพราะอยากได้โกดังของฟางเป่าหมิงหรอก หมอนี่ไม่มีค่าพอให้ทำแบบนั้น แล้วพวกนายอยากได้อะไรล่ะ?" เขาถามกลับ
"แร่หายาก X92 ห้าสิบลัง"
"ฉันช่วยพวกนายได้ แต่ฉันขอส่วนแบ่งยี่สิบห้าลังนะ" เหลียงป๋อยื่นข้อเสนอแทบจะในทันที
"นายว่าไงนะ?" อวี๋เฟิงเงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นสันกรามที่คมสันได้รูป
เด็กหนุ่มทั้งสองจ้องหน้ากันเขม็ง บรรยากาศตึงเครียดราวกับจะพุ่งเข้าใส่กันได้ทุกเมื่อ อวี๋เฟิงยืนอยู่ในตำแหน่งที่สูงกว่า เขามองลงไปเห็นเด็กหนุ่มในชุดเสื้อยืดสีดำที่ยังดูมีความเป็นเด็กอยู่บ้าง กำลังยกยิ้มมุมปากอย่างท้าทาย และพูดด้วยความมั่นใจเกินร้อยว่า "ฉันขอยี่สิบห้าลัง ฉันขอส่วนแบ่งครึ่งนึง"
ภาพในตอนนั้นตราตรึงอยู่ในใจเขาไปอีกนานแสนนาน จนกระทั่งในเวลาต่อมา เมื่อเขารู้ใจตัวเอง และนึกย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์นี้ เขาก็อดคิดอย่างหน้าด้านๆ ไม่ได้ว่า ตัวเขาเองนี่แหละคือ 'อีกครึ่งนึง' ที่จะเอาไปประเคนให้หมอนั่น
แต่ในตอนนี้ ทุกอย่างยังไม่เริ่มต้น เขายังไม่ได้คิดอะไรเกินเลย จึงตอบกลับเสียงเรียบว่า "นายมีดีอะไร?"
"ก็เพราะฉันช่วยนายได้โดยไม่ต้องทิ้งเส้นสายอย่างฟางโจวไป แถมยังได้ของห้าสิบลังมาอย่างปลอดภัยด้วย" เหลียงป๋ออธิบาย "ฉันรู้ว่านายมีวิธีอื่นที่จะเอาของมา แต่แบบนั้นมันเสี่ยงที่จะมีคนตาย ฉันช่วยให้คนของนายปลอดภัยได้ทุกคน แลกกับของครึ่งนึง"
อวี๋เฟิงนิ่งเงียบไป
"ลูกพี่ จะยอมตกลงจริงๆ เหรอ?" เด็กหนุ่มถามด้วยความไม่อยากเชื่อ เมื่อเห็นว่าอวี๋เฟิงกำลังครุ่นคิดถึงความเป็นไปได้
"นายจะเอาของพวกนั้นไปทำอะไร?" เขาถามกลับ
"แบบนี้ก็แปลว่าตกลงแล้วสินะ" เหลียงป๋อตาเป็นประกาย โบกมือปัด "กฎของการค้าขายคือห้ามถามว่าเอาของไปทำอะไร เรื่องนี้ไม่ได้อยู่ในข้อตกลง"
อวี๋เฟิง : "...ตกลง"
"ลูกพี่..." เด็กหนุ่มเริ่มร้อนรน
"นายต้องรับปากนะว่า คนของฉันจะไม่เป็นอันตรายเลยสักคน" เขาพูดย้ำอีกครั้ง คราวนี้เด็กหนุ่มเงียบกริบ มองอวี๋เฟิงด้วยสายตาที่เปี่ยมล้นไปด้วยความรู้สึก
"เข้าใจแล้ว" เหลียงป๋อยิ้มรับ "นายคงไม่ผิดคำพูดใช่ไหม"
"ฉันพูดคำไหนคำนั้น ไม่เคยคืนคำ"
อวี๋เฟิงตอบหนักแน่น
แววตาของเด็กหนุ่มตรงหน้าดูดุดัน แต่ก็แฝงไปด้วยความเด็ดขาด พูดคำไหนต้องเป็นคำนั้น
"ลูกพี่ หมอนี่เป็นเชลยของลูกพี่จริงๆ เหรอเนี่ย?" เด็กหนุ่มอดถามไม่ได้
"อืม"
"แล้วทำไมต้องไปตกลงอะไรกับมันด้วยล่ะ ชีวิตมันก็อยู่ในกำมือลูกพี่ไม่ใช่เหรอ?"
อวี๋เฟิง : "..."
รอยยิ้มบนใบหน้าของเหลียงป๋อยังคงไม่จางหาย "พูดคำไหนคำนั้น ไม่เคยคืนคำ พี่ชายรูปหล่อคนนี้คงไม่กลืนน้ำลายตัวเองหรอกใช่ไหม?"
(จบแล้ว)