- หน้าแรก
- หนีตายจากซีกโลกซอมบี้แทบแย่สุดท้ายต้องมาคอยเช็ดล้างวีรกรรมให้คุณชายตัวร้ายเนี่ยนะ
- บทที่ 15 - ที่กว้างตั้งขนาดนี้ นายจะเบียดฉันทำไมล่ะเนี่ย
บทที่ 15 - ที่กว้างตั้งขนาดนี้ นายจะเบียดฉันทำไมล่ะเนี่ย
บทที่ 15 - ที่กว้างตั้งขนาดนี้ นายจะเบียดฉันทำไมล่ะเนี่ย
บทที่ 15 - ที่กว้างตั้งขนาดนี้ นายจะเบียดฉันทำไมล่ะเนี่ย
"ไปเจอประธานฟาง... เอ้ย ลูกชายของฟางเป่าหมิง แล้วจะพาเขาไปทำไม?" เหลียงป๋อชะงักไปเล็กน้อย เขาไม่มีความรู้เรื่องวงการบันเทิงเลยแม้แต่น้อย สมองประมวลผลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงเอ่ยถามอย่างไม่ค่อยแน่ใจนักว่า "หรือว่านี่คือธรรมเนียมที่ต้องให้ดูตัวนักแสดงก่อน ถึงจะค่อยคุยเรื่องธุรกิจกัน?" การใช้เส้นสายก็ต้องดูความเหมาะสมด้วยเหรอ? แล้วตกลงว่าไอ้หมอนี่ใช้เส้นสายเข้ามาจริงๆ ใช่ไหม?
"อ่า ใช่ครับๆ ก็ต้องดูตัวนักแสดงก่อน ถึงจะค่อยคุยเรื่องธุรกิจกันครับ" จ้าวเฉวียนเซิ่งรีบพยักหน้ารับ ไม่คิดเลยว่าคุณชายน้อยคนนี้จะดูหัวอ่อนขนาดนี้ แต่เขาได้สืบเรื่องรสนิยมของเหลียงป๋อมาเป็นอย่างดีแล้ว ดูจากปฏิกิริยาของอีกฝ่ายในตอนนี้ แสดงว่าแผนการของเขามาถูกทางแล้ว
"เสี่ยวฉิน รีบขอบคุณประธานเหลียงสิ" พูดจบ เขาก็หันไปฉีกยิ้มประจบเหลียงป๋ออีกครั้ง "ประธานเหลียงครับ นี่คือเสี่ยวฉิน หรือฉินเฟย เด็กฝึกใหม่ของบริษัทเราครับ"
หลังจากได้ยินคำพูดของเหลียงป๋อ หัวใจของฉินเฟยก็ดิ่งวูบ รู้สึกจุกแน่นในลำคอ เขาพอจะรู้มาบ้างว่าเบื้องหลังของวงการบันเทิงนั้นเน่าเฟะแค่ไหน แต่ไม่คิดเลยว่าจะมาถึงคิวของเขาเร็วขนาดนี้ เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นมือของตัวเองที่กำลังสั่นเทา เขาก็ต้องพยายามกดความรู้สึกทั้งหมดเอาไว้ แล้วเงยหน้าขึ้นมองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาที่ปราศจากความยินดีใดๆ "ขอบคุณครับประธานเหลียง"
"ไม่เป็นไร ตามมาเถอะ" สัญชาตญาณของเหลียงป๋อค่อนข้างแม่นยำ เขารู้สึกได้ลางๆ ว่าคนตรงหน้านี้ไม่ได้มีเจตนาดีกับเขาสักเท่าไหร่
แต่เขาก็ไม่ได้ต้องการเจตนาดีจากใครอยู่แล้ว ถ้าใครกล้าลองดี เขาก็มีวิธีจัดการให้มันสิ้นฤทธิ์ได้เหมือนกัน
"ถ้างั้น... ก็หมายความว่า ตกลงรับเสี่ยวฉินไว้ และจะผลักดันเขาอย่างเต็มที่เลยใช่ไหมครับ?" จ้าวเฉวียนเซิ่งลองหยั่งเชิงดู
"ก็พวกนายล็อกตัวเอาไว้แล้วไม่ใช่หรือไง ที่มาถามฉันก็แค่ทำเป็นพิธีใช่ไหมล่ะ?"
เหลียงป๋อบ่นพึมพำในใจ พลางรับคำส่งๆ ไป เขาก้าวลงบันได พลางจดจำเส้นทางทั้งหมดไว้ในหัว แผนการในใจเริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาบ้างแล้ว
หลังจากที่เขาตายไป กองกำลังในซีกโลกซอมบี้ที่ทิ้งไว้ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไงบ้าง แต่การได้มาเกิดใหม่ในเขตปลอดภัยก็ถือว่าดีเหมือนกัน เขาจะได้สร้างฐานที่มั่นที่นี่ เพื่อบ่อนทำลายการป้องกันของเขตปลอดภัยจากภายใน
ถึงตอนนั้น พวกคนที่ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายเหล่านี้ ก็จะได้ลิ้มรสความรู้สึกของการมีชีวิตอยู่มิสู้ตายบ้าง...
การนัดพบถูกกำหนดไว้ในเวลาหนึ่งทุ่มครึ่ง จ้าวเฉวียนเซิ่งเป็นคนขับรถ เหลียงป๋อไม่มีนิสัยชอบนั่งเบาะหน้า เพราะคนที่นั่งเบาะหน้ามักจะอายุสั้น เขาจึงพุ่งตรงไปที่เบาะหลังทันที
แต่เขาไม่เข้าใจเลยว่าการกระทำของเขามันไปกระตุกต่อมอะไรของจ้าวเฉวียนเซิ่งเข้า ทำไมหมอนั่นพอเห็นเขานั่งปุ๊บก็ถึงกับมีสีหน้าตื่นเต้นดีใจ แล้วเอาแต่ขยิบตาหลิ่วตาให้ฉินเฟยที่ยืนอยู่ข้างๆ ตลอดเวลา
แน่นอนว่าฉินเฟยย่อมเห็นสายตาของจ้าวเฉวียนเซิ่ง เขารู้สึกขยะแขยงจนแทบอยากจะอาเจียนออกมา
แม้ว่าเด็กหนุ่มคนนี้จะยังไม่ได้ล่วงเกินเขาทางร่างกาย แต่คนพวกนี้จะมีอะไรดีไปกว่ากันเชียว?
ทุกคนที่นี่ล้วนทำให้เขารู้สึกรังเกียจ
"เสี่ยวฉิน มัวยืนเหม่ออะไรอยู่? รีบขึ้นรถสิ! ถ้าทำประธานเหลียงเสียเวลา นายยังอยากจะอยู่ที่ไป๋เหวินต่อไปไหม?!" จ้าวเฉวียนเซิ่งตวาดแหว
น้ำเสียงของเขาแฝงการข่มขู่เอาไว้อย่างชัดเจน
การที่เขาสามารถตะเกียกตะกายจนก้าวขึ้นมาอยู่ในจุดนี้ได้ในบริษัทไป๋เหวิน ย่อมต้องมีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวอยู่แล้ว ในยุคสมัยแบบนี้ ใครจะไปเชื่อว่าแค่ปั้นดาราให้ดังแล้วจะได้เงิน ถ้าอยากจะได้เงินจริงๆ ก็ต้องไปรีดไถจากพวกสปอนเซอร์กระเป๋าหนักนู่น
ส่วนพวกเด็กฝึกหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้าบริษัทมา ก็ถือเป็นเหยื่อชั้นดี สัญญาของพวกเขาก็อยู่ในมือเขา ถ้าอยากจะมีชีวิตรอด ก็ต้องเชื่อฟังคำสั่งของเขา
"ครับ" น้ำเสียงของฉินเฟยราบเรียบจนดูแข็งกระด้าง
เขาก้าวขึ้นไปนั่งเบาะหลัง เมื่อสบตาเข้ากับจ้าวเฉวียนเซิ่งผ่านกระจกมองหลัง เขาก็หลับตาลงด้วยความสิ้นหวัง แล้วขยับเข้าไปใกล้เหลียงป๋อ
เหลียงป๋อเงยหน้าขึ้นและยื่นมือออกไป ฉินเฟยตัวสั่นเทาอย่างไม่อาจควบคุมได้ ในที่สุดมันก็มาถึงแล้วสินะ พวกเขาก็เป็นได้แค่ของเล่นของคนพวกนี้เท่านั้นเอง
ทว่ามือของเด็กหนุ่มกลับเพียงแค่ชี้ไปที่ที่นั่งว่างข้างๆ เขา พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดและไม่เข้าใจว่า "ที่กว้างตั้งขนาดนี้ นายจะเบียดฉันทำไมล่ะเนี่ย ขยับไปทางโน้นหน่อยสิ"
ฉินเฟย : "..."
(จบแล้ว)