- หน้าแรก
- หนีตายจากซีกโลกซอมบี้แทบแย่สุดท้ายต้องมาคอยเช็ดล้างวีรกรรมให้คุณชายตัวร้ายเนี่ยนะ
- บทที่ 3 - สามีปรากฏตัว
บทที่ 3 - สามีปรากฏตัว
บทที่ 3 - สามีปรากฏตัว
บทที่ 3 - สามีปรากฏตัว
สถานที่ที่เหลียงป๋อมาถึงก็เป็นเขตคฤหาสน์หรูเช่นเดียวกัน แต่เมื่อเทียบกับคฤหาสน์ของตระกูลเหลียงก่อนหน้านี้แล้ว ก็ยังถือว่าด้อยกว่าอยู่มาก หลังจากที่ร่างเดิมได้บริษัทบันเทิงมาครอบครองแล้ว เขาก็ไม่ได้ตกลงที่จะกลับไปอยู่กับตระกูลไป๋ ทำให้ตระกูลไป๋ต้องซื้อคฤหาสน์หลังหนึ่งไว้ให้ ซึ่งต่อไปเขาจะใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ และจะไปที่ตระกูลไป๋เพียงสัปดาห์ละสองวันเท่านั้น เรียกได้ว่าเป็นพฤติกรรมที่เอาแต่ใจไร้เหตุผลสุดๆ แต่ตระกูลไป๋กลับรักลูกชายที่พลัดพรากจากกันไปนานคนนี้มาก
พวกเขาเอาแต่คิดมาตลอดว่าลูกชายต้องทนทุกข์ลำบาก จึงแทบจะตามใจเขาทุกอย่าง
"คุณชายน้อยป๋อ?" พนักงานรักษาความปลอดภัยยังคงจำเด็กหนุ่มที่เคยทำตัวเย่อหยิ่งจองหองในตอนแรกได้ ประกอบกับผู้คนที่อาศัยอยู่ที่นี่ล้วนไม่ใช่เศรษฐีก็เป็นผู้ดีมีตระกูล เขาจึงไม่กล้าล่วงเกิน ได้แต่เอ่ยถามอย่างระมัดระวัง
เหลียงป๋อดูไม่มีความผิดปกติใดๆ หลังจากเดินเข้าไปแล้ว เขาก็เอ่ยโดยไม่หันกลับมามองว่า "ฉันเอง ดึกมากแล้ว ระวังความปลอดภัยด้วยล่ะ"
"ครับๆ" พนักงานรักษาความปลอดภัยไม่คาดคิดเลยว่าคุณชายบ้านรวยคนนี้จะทำตัวเป็นกันเองขนาดนี้ ทั้งๆ ที่ตอนเจอกันครั้งแรกไม่ได้เป็นแบบนี้นี่นา
ทว่าเขากลับไม่เห็นว่า หลังจากที่เหลียงป๋อเดินพ้นประตูบ้านไป วินาทีต่อมาเขาก็แทบจะทรุดตัวพิงกับขอบประตูอย่างหมดเรี่ยวแรง เขาเลิกเสื้อยืดสีดำขึ้น ภายใต้ผ้าพันแผลที่พันซ้อนกันหลายชั้น บาดแผลได้ปริแตกออก ด้วยความระแวดระวังตัวจากยุควันสิ้นโลก หลังจากที่เหลียงป๋อเกิดใหม่และเห็นรอยแผลเป็นขนาดใหญ่ที่หน้าท้องของตัวเอง เขาก็ไม่ได้ตื่นตระหนกแต่อย่างใด เขาจัดการทำแผลเบื้องต้น และแอบขโมยเสื้อยืดมาตัวหนึ่งโดยไม่มีใครจับได้
ตอนนี้เมื่ออยู่ในอาณาเขตของตัวเองแล้ว ก็ถือว่ารู้สึกดีขึ้นมาบ้าง
บนหน้าผากขาวสะอาดและเกลี้ยงเกลาของเด็กหนุ่มเต็มไปด้วยเหงื่อเย็นเยียบ คิ้วขมวดเข้าหากัน เขานั่งลงบนพื้นอันเย็นเฉียบโดยไม่ได้เปิดไฟ เขตคฤหาสน์แห่งนี้เพิ่งสร้างใหม่ ทำเลที่ตั้งจึงไม่ได้ดีเลิศอะไรนัก
เสียงหอบหายใจอันหนักหน่วงดังชัดเจนท่ามกลางพื้นที่ที่ว่างเปล่า
"กริ๊ก"
ดวงตาของเด็กหนุ่มเบิกโพลงขึ้นทันที แฝงความเฉียบคมดุดันราวกับสัตว์ป่า
เขาดึงเสื้อยืดลง ในพื้นที่อันมืดมิด เสียงลมหายใจก็ค่อยๆ แผ่วเบาลง
คฤหาสน์หลังนี้มีคนอื่นแอบแฝงตัวเข้ามา?!
"ตึก ตึก ตึก..."
เหลียงป๋อรู้สึกว่าเขาสามารถได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นรัว
จู่ๆ ก็มีมือข้างหนึ่งยื่นมาตรงหน้า และปิดปากเขาไว้แน่นอย่างรวดเร็ว พร้อมกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ลอยเตะจมูก
เหลียงป๋อกระทุ้งศอกกลับไปด้านหลัง ชนเข้ากับลำตัวของคนที่อยู่ด้านหลังอย่างจัง เขาได้ยินเพียงเสียงร้องอู้อี้จากคนคนนั้น ทว่าเรี่ยวแรงของอีกฝ่ายกลับมีมากกว่าเขามาก สัมผัสอันแหลมคมของอาวุธเย็นทาบลงบนลำคอของเขา เหลียงป๋อได้ยินเสียงเย็นชาของอีกฝ่ายดังขึ้น "อย่าส่งเสียง ไม่อย่างนั้น..."
มีดที่จ่ออยู่ตรงลำคอกดแนบชิดเข้ามาอีกนิด
เหลียงป๋อ : "..." บัดซบ!
ระดับลูกพี่ใหญ่ที่ตะเกียกตะกายผ่านฝูงซอมบี้มาอย่างโชกโชน กลับต้องมาพลาดท่าเสียทีแบบนี้ หากพวกลูกน้องเก่าของเขามาเห็นเข้า เขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน
"ตกลง" น้ำเสียงของเหลียงป๋อเย็นชายิ่งกว่าอีกฝ่ายเสียอีก
เสียงของอีกฝ่ายฟังดูไพเราะ แฝงไว้ด้วยความรู้สึกของความเป็นเด็กหนุ่ม ยังคงเป็นเพียงเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งเท่านั้น
หากไม่ใช่เพราะร่างกายของร่างเดิมอ่อนแอขนาดนี้ เขาคงอัดกบาลอีกฝ่ายกระจุยไปตั้งนานแล้ว
ลูกผู้ชายย่อมรู้จักยืดหยุ่น ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะลงมือ
เมื่ออีกฝ่ายได้ยินดังนั้น ก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเตือน "อย่าเล่นตุกติก!"
"ลูกพี่อย่างฉันพูดคำไหนคำนั้น! หรือฉันยังขยับตัวทำอะไรนายได้อีกหรือไง?" เหลียงป๋อเริ่มมีน้ำโห
อีกฝ่ายเงียบไปเล็กน้อย ไม่คาดคิดว่าเชลยจะเกรี้ยวกราดได้ขนาดนี้
ท่ามกลางความมืดมิด มีเสียงสวบสาบดังขึ้น ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังค้นหาอะไรอยู่ เหลียงป๋ออาศัยจังหวะนั้นพลิกตัวผลักกลับไปอย่างแรงโดยที่ไม่มีใครตั้งตัวทัน เสียงมีดร่วงหล่นลงพื้นฟังก้องกังวานอยู่ไกลๆ
ไม่ทำอะไรนายก็แปลกแล้ว!
เหลียงป๋อเหวี่ยงหมัดออกไปทันที แต่ก็สะเทือนไปถึงบาดแผลจนต้องสบถด่าออกมาด้วยความเจ็บปวด
อีกฝ่ายก็ไม่ยอมอ่อนข้อให้เช่นกัน ลงไม้ลงมือด้วยความเหี้ยมเกรียม
วันนี้เหลียงป๋อต้องอดกลั้นมามากพอแล้ว ตอนนี้เขาจึงลงมือทั้งรวดเร็วและแม่นยำ ภายในความมืด ทั้งสองคนต่างแลกหมัดและลูกเตะกันอย่างดุเดือด ไม่มีใครยอมเพลี่ยงพล้ำให้ใคร
เหลียงป๋อรู้สึกว่าตัวเองถูกเตะเข้าอย่างจังจนต้องถอยร่นไปด้านหลัง แผ่นหลังของเขากระแทกเข้ากับกำแพง และไปโดนสวิตช์ไฟเข้าพอดี
ไฟสว่างขึ้นแล้ว
(จบแล้ว)