เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 75 : ภารกิจปกป้อง (3-2)

บทที่ 75 : ภารกิจปกป้อง (3-2)

บทที่ 75 : ภารกิจปกป้อง (3-2)


ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

บทที่ 75 : ภารกิจปกป้อง (3-2)

"ขึ้นอยู่กับเวลาแล้ว"

แม้ว่าพวกเขาจะดูเหมือนไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่ทั้งอารอนและเจนน่าก็ใกล้จะไม่ไหวแล้ว

พวกเขาขาดออกซิเจน และบริเวณโดยรอบยังกลายเป็นไฟนรกอีกด้วย แม้ว่าทักษะต้านทานเปลวไฟจะช่วยเพิ่มความต้านทานต่อไฟของเรา แต่ก็ไม่ได้คุ้มกันโดยสมบูรณ์ ที่เลวร้ายกว่านั้น ฝนที่ตกลงมาทำให้การเคลื่อนไหวลำบากมากยิ่งขึ้น

“ตอนนี้ก็ถึงเวลาสำหรับเวทย์ระดับ 2 แล้ว”

ออลก้าพยักหน้า ผิวของเธอซีดลงอย่างเห็นได้ชัด

ยามานาขวดแรกเกือบจะหมดลงแล้ว

ขณะที่ฉันฉีกแขนของก็อบลินที่ถือดาบพุ่งเข้ามา ฉันก็ตะโกนว่า

“เจนน่า อารอน! เมื่อออลก้าปล่อยคาถาในครั้งนี้ เราจะพุ่งตรงไปที่แม่น้ำ อย่าหยุดวิ่ง วิ่งต่อไปให้สุดเลย!”

"รับทราบ!"

ออลก้าเริ่มร่ายมนตร์โดยเธอดื่มยามานาหมดในอึกเดียว

ฉันจับขวดแก้วยาขวดเปล่าไว้แน่นแล้วขว้างมันใส่หน้าก็อบลินที่ยืนอยู่ตรงหน้าฉัน

ปัง!

“กุ้ย!”

ก็อบลินจับใบหน้าของมัน กรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ฉันรีบดึงมันเข้ามาและโยนไว้ตรงหน้าออลก้า

ฉึก ฉึก ฉึก!

ก็อบลินตัวนี้กลายเป็นโล่รับกระสุนหน้าไม้ที่พุ่งเข้ามาอย่างไม่หยุดยั้งก่อนที่จะทรุดตัวลง

“40 วินาที”

"หมอบ!"

"รับทราบ!"

【แผดเผา!】

เปลวไฟที่ก่อนหน้านี้อยู่รอบๆตัวออลก้า ตอนนี้พุ่งไปข้างหน้าเป็นเส้นตรง

ฉันรีบทรุดตัวลงกับพื้น รู้สึกถึงเสียงโลหะดังกึกๆ ขณะที่โคลนขมเข้ามาในปากของฉัน

【อิคไนท์!】

บูม!

เม็ดฝนนับไม่ถ้วนหลั่งไหลลงมาพร้อมๆ กัน ราวกับว่าแต่ละเม็ดนั้นมีพลังหมัดทุบลงมา ฝนเริ่มกลืนกินฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า ในขณะที่เสียงกรีดร้องอันเจ็บปวดของก็อบลินก็สะท้อนดังกึกก้องท่ามกลางความวุ่นวาย

ฉันลุกขึ้นยืนและพ่นโคลนออกมาจากปาก รู้สึกได้เลยว่าออลก้าเริ่มไม่ไหว เธอโซเซด้วยความเหนื่อยล้า

ฉันเก็บดาบของฉันเข้าฝักและยึดโล่ไว้ที่หลัง ฉันยกออลก้าขึ้นด้วยมือทั้งสองข้างพยุงเธอไว้

"นี่คือ…"

“อย่าพูดอะไรออกมา”

ออลก้าพยักหน้าช้าๆ จากนั้นก็ทิ้งร่างกายของเธอลงมาที่ฉัน

“เจนน่า อารอน อยู่เข้างฉัน วิ่งไปทางแม่น้ำกันเถอะ!”

"รับทราบ!"

พวกเราก็วิ่งผ่านร่างก็อบลินที่ไร้ชีวิต

ขณะที่ฉันอุ้มออลก้าฉันก็ไม่สามารถถืออาวุธได้ เจนน่าและอารอนวิ่งไปข้างหน้าคนหนึ่งยิงธนูและอีกคนหนึ่งแทงหอกจากทั้งสองข้าง

เสียงแม่น้ำที่ไหลเชี่ยวดังเข้ามาใกล้มากขึ้น

ฝูงก็อบลินก็ค่อยๆ ถอยทัพออกไป

แม้ว่าพวกมันจะจ้องมองเราจากระยะไกล กัดฟันและพยายามข่มขู่เราแต่พวกมันไม่ได้ตามเรามา ความสนใจของพวกมันเปลี่ยนไปสู่การไปที่กำแพงเมืองทางตอนเหนือ

“เราผ่านมันไปได้”

“ฮู้ว ใกล้แล้ว ฉันคิดว่าเราทำเสร็จแล้วนะ!”

ฟากหนึ่งของแม่น้ำมีต้นไม้สูงตระหง่านยืนต้นอยู่ เราใช้มันเป็นที่หลบฝน

เจนน่าและอารอนหาที่หลบภัยใต้ร่มเงาของมันและนั่งลง

ฉันค่อยๆ วางออลก้าลง สายตาของเธอดูเหมือนกำลังค้อนใส่ฉัน

“ฉันอยากให้นายอ่อนโยนมากกว่านี้”

“ขอโทษด้วย สถานการณ์ไม่เอื้ออำนวยให้ทำ”

ฉันหัวเราะแล้วตอบ

“ใช้เวลาพักก่อนและดื่มยารักษาแผลไฟไหม้กันก่อนเถอะ แต่จำไว้ว่าเรามีเพียงหนึ่งขวด ดังนั้นอย่าใช้มันทั้งหมดในคราวเดียว”

“เข้าใจแล้ว..โอ้โห นี่มันค่อนข้างทรงพลังเลยนะ”

เจนน่าขมวดคิ้วขณะที่เธอกลืนยาลงไปและแตะตัวเบาๆ บนผิวสีน้ำตาลของเธอ อารอนเองก็ทำตาม หลังจากจิบแล้ว ฉันก็ทาลงบนรอยไหม้ของฉัน ความรู้สึกซาบซ่านแล่นไปทั่วทั้งร่างกาย

ฉันก้าวออกไปนอกต้นไม้

มองดูทางเหนือของเมือง

แม้จะอยู่ห่างไกล แต่ฉันก็เพ่งสายตาเพื่อมองเห็นสถานการณ์ที่ดำเนินอยู่

บันไดหอคอยหลายสิบอันเกาะติดกับกำแพงเมืองและก็อบลินมากมายต่างกำลังปีนขึ้นไปด้านบน ลูกธนูถูกยิงไขว้กันระหว่างชั้นบนและชั้นล่างของกำแพง และเมื่อก็อบลินส่วนใหญ่มาถึงด้านบน พวกมันก็ดิ่งลงสู่ความตายทันที การป้องกันภายนอกยังไม่ถูกทำลาย ดูเหมือนกลุ่มของอีดิสจะทำได้ดี

ส่วนเหตุผลที่เราออกมากันก็เพราะแม่น้ำ

ฝนตกลงมาอย่างไม่ขาดสายทำให้แม่น้ำซัดแรงขึ้น เขื่อนขนาดใหญ่ทอดข้ามแม่น้ำอยู่ระหว่างต้นน้ำและปลายน้ำ โครงสร้างหินของมันแม้แข็งแกร่งหนาแน่น แต่ก็มีรูพออากาศเล็ดลอดออกไปได้ ห่างออกไปจากแม่น้ำก็มีป่าที่แผ่กิ่งก้านสาขา

ก่อนหน้านี้ เราตรวจสอบสถานที่นี้ไปแล้วบนชั้น 7 ว่ามันมีซากปรักหักพังของเขื่อน

มันไม่ใช่การพังตามธรรมชาติ มีสัญญาณบ่งบอกถึงบางสิ่งที่ทำลายมันอย่างรุนแรง เช่น อิฐที่กระจัดกระจายและกองดินที่พลิกคว่ำ มันบ่งบอกว่าพวกก็อบลินได้คาดการณ์ว่ากำลังเสริมจะมาถึง พวกมันจึงจงใจทำลายมันทิ้ง

“น่าแปลก”

ทั้งเมืองในชั้น 5 และเขื่อนที่ชั้น 7 ต่างอยู่ในสภาพทรุดโทรมอย่างน่าสังเวช

ก็อบลินไม่มีทั้งฝีมือและความแข็งแกร่งในการทำลายกำแพงเมืองและอาคารต่างๆ ให้พังสิ้นซากได้เลย อย่างดีที่สุด พวกมันก็ทำได้แค่ประกอบหอคอยล้อเลื่อนเพื่อปีนกำแพงเท่านั้น

แต่ยังไงเรื่อพวกนี้มันก็ไม่สำคัญหรอก!

“นายไปทำอะไรอยู่ข้างนอกนั่น? ตัวเปียกไปหมดแล้ว เข้ามาหลบข้างในก่อนสิ”

"…อืม"

"หรือว่ามีอะไร?"

“ออกมาเถอะ ดูเหมือนแขกของเราจะมากันแล้ว”

เสียงฝีเท้าดังมาจากที่ไหนสักแห่ง

“ฉันอยากพักนานกว่านี้สักหน่อย”

เจนน่าบ่นเมื่อเธอเดินออกมาจากหลังต้นไม้

อารอนตามหลัง ออลก้าเองก็ดื่มยามานาประมาณหนึ่งในสามของเธอและยืนรวมกับพวกเรา

“เราจะรอจนกว่ากำลังเสริมจะมาถึง พวกมันคงจะพยายามพังเขื่อน เราต้องหยุดมันทุกวิถีทาง”

"รับทราบ"

ท่ามกลางสายฝน ศัตรูก็เผยตัวออกมา

ไม่เหมือนกับกลุ่มก็อบลินกลุ่มก่อนๆ ที่เราเคยเจอ พวกนี้มุ่งเป้าไปที่เขื่อน ฉันมองดูพวกมันผ่านม่านเม็ดฝน

[ก็อบลิน Lv.9 x 19]

พวกมันติดอาวุธและเตรียมพร้อมเหมือนกองกำลังพิเศษชั้นยอด

สวมชุดเกราะเหล็กและถืออาวุธ บางตัวถึงกับกวัดแกว่งและค้อน เพื่อค้นหาจุดอ่อนที่เหมาะแก่การทำให้เขื่อนพัง

และแล้ว…

ตึง ตึง ตึง!

แต่ละก้าวนั้นส่งแรงสั่นสะเทือนสะท้อนผ่านพื้นดิน

ด้วยความสูงประมาณ 3 เมตร 50 เซนติเมตร ทำให้ก็อบลินที่อยู่ด้านข้างดูตัวเล็กเหมือนหนู

ร่างกายที่มีกล้ามเนื้อแน่นกระเพื่อมอยู่ใต้ผิวหนังสีเขียวซีด มันสวมชุดเกราะที่แข็งแกร่งซึ่งปกป้องจุดที่เปราะบางของมัน มันดึงค้อนเหล็กขนาดมหึมาในมือขวา

“ฉันว่าแล้วต้องเป็นแก”

สิ่งมีชีวิตนั้นส่งเสียงคำรามดังก้อง

“กร๊าก!”

[โอเกอร์ Lv.23]

ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

จบบทที่ บทที่ 75 : ภารกิจปกป้อง (3-2)

คัดลอกลิงก์แล้ว