- หน้าแรก
- พ่อรวย แม่เริ่ด ขอหยิ่งเชิดๆ หน่อยจะผิดอะไร
- บทที่ 9: ค่าใช้จ่ายคืนนี้ คุณชายหวังจะเปย์เอง
บทที่ 9: ค่าใช้จ่ายคืนนี้ คุณชายหวังจะเปย์เอง
บทที่ 9: ค่าใช้จ่ายคืนนี้ คุณชายหวังจะเปย์เอง
หลังจากนั้น อาจกล่าวได้ว่าหวังชงชงได้ต่อยหน้าคุณชายสี่แห่งปักกิ่งและเตะก้านคอหัวอี้บราเธอร์สรวมถึงเอ็นไลท์มีเดีย จนทำให้พวกผู้มีอิทธิพลและทายาทเศรษฐีรุ่นที่สองไม่สามารถประมูลของชิ้นใดในงานกาล่าการกุศลไปได้เลยสักชิ้น
และหวังชงชงก็ยังคงใช้วิธีเดียวกับที่เขาเพิ่งจะฉีกหน้าหวังซั่วไปก่อนหน้านี้ มาหยามเกียรติบรรดาบิ๊กบอสและพวกลูกท่านหลานเธออย่างไม่ไว้หน้า
ทุกครั้งที่มีคนเสนอราคา เขาจะเพิ่มเงินทับไปอีกแค่หนึ่งหมื่นหยวนเสมอ กดดันจนอีกฝ่ายไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยปากสู้ราคาต่อ...
ในเวลานี้ คุณชายหวังแห่งหัวอี้ที่นั่งอยู่โต๊ะวีไอพีแถวหน้า บดขยี้ซิการ์ในมือลงกับที่เขี่ยบุหรี่จนดับสนิท กลิ่นไหม้คละคลุ้งปะปนไปกับบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบจะจับตัวเป็นก้อน
เขาไม่มีอารมณ์จะรอดูเรื่องสนุกอีกต่อไป ใบหน้าของเขาถมึงทึงถึงขีดสุด
บอสใหญ่แห่งเอ็นไลท์มีเดียจ้องมองหวังชงชงด้วยสายตาอาฆาตมาดร้ายราวกับอาบยาพิษ:
"เด็กหนุ่มสมัยนี้มันร้ายกาจจริงๆ..."
รวมถึงภรรยาของผู้กำกับชื่อดังคนหนึ่ง สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไปเช่นกัน งานกาล่าการกุศลนั้นโดยเนื้อแท้แล้วเป็นสถานที่ที่ให้ความสำคัญกับมารยาททางสังคม และเธอไม่เคยรู้สึกอัปยศอดสูเท่าวันนี้มาก่อนเลย
เธออยากจะรู้เสียจริงว่าอีกฝ่ายคิดจะจบงานกาล่าการกุศลในวันนี้อย่างไร และผู้จัดงานจะแก้ปัญหานี้ด้วยวิธีไหน
ณ วินาทีนี้ ทุกคนที่มาร่วมงานต่างรู้ดีว่าหวังชงชงไม่ได้มาเพื่อร่วมงานกาล่าการกุศล แต่เขามาเพื่อป่วนงานชัดๆ
ทว่ากลับไม่มีใครกล้าเอ่ยปาก ทุกคนเอาแต่คาดเดาว่าหวังชงชงเป็นใครมาจากไหน? เขาผลาญเงินไปแล้วหลายสิบล้าน โดยไม่เห็นหัวใครเลยสักคน...
เขาต้องการจะทำอะไรกันแน่? ต่อให้มีเงินแค่ไหน ก็ไม่ควรเอามาใช้ทิ้งขว้างแบบนี้
ต่อให้เป็นคนที่รวยที่สุดในประเทศก็ไม่ควรจะทำตัวไร้เหตุผล ล่วงเกินแขกเหรื่อทั้งหมดในงานกาล่าโดยไม่มีสาเหตุแบบนี้ไม่ใช่หรือ?
ใบหน้าของบรรดาผู้มีอิทธิพลในตอนนี้ล้วนบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัด...
แม้แต่พิธีกรที่ยืนอยู่บนเวทีก็ยังทำตัวไม่ถูก?
เธอไม่เคยพบเคยเห็นใครที่โอหังขนาดนี้มาก่อน คนคนเดียวกล้าล่วงเกินผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหมดในงานกาล่าการกุศลของบาซาร์...
เธออยากจะถามออกไปจริงๆ ว่านี่มันเทพเซียนองค์ไหนเสด็จลงมากันเนี่ย?
และเธอก็ไม่รู้ด้วยว่างานกาล่าช่วงที่เหลือควรจะดำเนินต่อไปอย่างไร? จะปล่อยให้หวังชงชงประมูลของทุกชิ้นในงานไปคนเดียว แล้วปล่อยให้คนอื่นกลับบ้านมือเปล่าอย่างนั้นหรือ?
ในฐานะผู้จัดงาน หากพวกเขาปล่อยให้เกิดเรื่องผิดพลาดใหญ่หลวงในการประมูลขนาดนี้ ปีหน้าใครจะอยากมาร่วมงานกาล่าการกุศลของพวกเขาอีก?
แต่พวกเขาก็ไม่กล้าสั่งให้คนไปเชิญหวังชงชงออกไปตรงๆ เพราะการที่เขากล้าประกาศตัวเป็นศัตรูกับผู้มีอำนาจบารมีทั้งหมดอย่างดุดันขนาดนี้ เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน
จะทำอย่างไรถ้าเขาเป็นทายาทของมหาเศรษฐีที่เก็บตัวเงียบ หรือเป็นลูกหลานของผู้นำระดับประเทศ?
จะเกิดอะไรขึ้นถ้าหวังชงชงมีอำนาจมากพอที่จะต่อกรกับทุกคนในงานนี้ได้ด้วยตัวคนเดียวจริงๆ?
เมื่อเทียบกับบรรดาตัวบิ๊กที่ห่วงหน้าตาและชื่อเสียงของตัวเองแล้ว เหล่าศิลปินดาราในงานกลับดูเหมือนกำลังนั่งชมการแสดงสนุกๆ บางคนถึงขั้นแอบหยิบมือถือขึ้นมากดชัตเตอร์รัวๆ ไปทางหวังชงชง
พวกเขาต่างรู้สึกทั้งหวาดกลัวและตื่นเต้นในเวลาเดียวกัน
พวกเขาไม่กลัวหรอกว่าเดี๋ยวหวังชงชงจะมาแย่งประมูลของของพวกตนไป ในเมื่อพวกระดับบิ๊กบอสยังโดนหวังชงชงเหยียบย่ำซะจมดินขนาดนี้ แล้วศิลปินตัวเล็กๆ อย่างพวกเขาจะต้องไปกลัวอะไรอีกล่ะ?
ส่วนบรรดานักข่าวนั้น ไม่ต้องพูดถึง พวกเขาบ้าคลั่งกันไปตั้งนานแล้ว
แสงแฟลชภายในงานสว่างวาบไม่หยุดหย่อน ถึงขนาดที่สื่อมวลชนในตอนนี้ต่างพากันถกเถียงกันแล้วว่าเดี๋ยวจะพาดหัวข่าวว่าอะไรดี?
#คุณชายปริศนาตบหน้าคุณชายหวังแห่งหัวอี้?#
หรือจะ #คุณชายปริศนาตบหน้าซีอีโอเอ็นไลท์มีเดีย?#
#คุณชายสี่แห่งปักกิ่งก็แค่พวกไร้น้ำยา?#
#วงการบันเทิงต้อนรับราชันย์องค์ใหม่?#
.......
พูดตามตรงนะ ตลอดหลายปีที่ทำงานในวงการสื่อ พวกเขาไม่เคยรู้สึกหนักใจขนาดนี้มาก่อนเลย มันเลือกยากเกินไปจริงๆ เพราะทุกชื่อสามารถเอาไปเป็นพาดหัวข่าวใหญ่ได้หมด
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง!
หัวหน้าคณะกรรมการจัดงานกาล่าการกุศลก็กำลังซ่อนตัวอยู่หลังเวที พลางกดมือถือใช้เส้นสายทุกทางที่มีอย่างบ้าคลั่ง เพื่อสืบหาให้ได้ว่าแท้จริงแล้วคุณชายท่านนี้คือใครกันแน่
ด้านหยางมี่ที่นั่งอยู่ข้างๆ หวังชงชง เธอก็รู้สึกประหม่าจนขีดสุด ชายชุดเดรสยาวของเธอแทบจะยับยู่ยี่เพราะแรงขยำจากมือของเธอเอง
วินาทีนี้ เธอได้ประจักษ์ถึงความทรงอำนาจของหวังชงชงแล้วจริงๆ ...
แต่เธออยากจะบอกเหลือเกินว่ามันไม่คุ้มกันเลย หากวันนี้เขาไปล่วงเกินผู้มีอิทธิพลทั้งหมดในวงการบันเทิง ต่อให้เขามีอำนาจล้นฟ้าแค่ไหน อนาคตก็คงใช้ชีวิตในวงการนี้ได้ยากลำบากอยู่ดี
เธอเครียดจนแทบจะบ้าตายอยู่แล้ว แต่หวังชงชงที่อยู่ข้างๆ กลับยังคงทำตัวสบายๆ ไม่สะทกสะท้าน
เธอถึงขั้น... สังเกตเห็นความเบื่อหน่ายฉายชัดอยู่บนใบหน้าของเขาด้วยซ้ำ...
ความมั่นใจที่เปี่ยมล้นแบบนี้ ความสงบนิ่งไม่ไหวติงแม้ภูเขาจะถล่มลงมาตรงหน้า มันทำให้เธอรู้สึกว่าเขาช่างหล่อเหลาเหลือเกิน...
เธอเริ่มเก็บเอามาคิดแล้วว่าการเซ็นสัญญากับหวังชงชงอาจจะไม่ใช่เรื่องแย่อะไร อย่างน้อยก็ไม่เคยมีผู้ชายคนไหนกล้าลุกขึ้นมาเผชิญหน้ากับผู้มีอิทธิพลทั้งวงการบันเทิงเพื่อเธอ เพียงเพื่อจะพิสูจน์ความแข็งแกร่งของตัวเอง เพียงเพื่อจะได้เซ็นสัญญากับเธอแบบนี้
ทันทีที่คิดได้เช่นนี้ แววตาของเธอที่ทอดมองไปยังหวังชงชงก็ทอประกายระยิบระยับราวกับมีดวงดาวนับร้อยพัน
ทางด้านหวังชงชง เขายังคงนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้อย่างมั่นคง ปลายรองเท้าหนังของเขาเคาะลงบนพื้นเบาๆ เป็นจังหวะตามเสียงดนตรีบนเวที
เขาก้มมองบรรดาบิ๊กบอสที่นั่งอยู่แถวหน้า มองดูใบหน้าอันหม่นหมองของพวกนั้นที่อยากจะสั่งสอนเขาใจจะขาดแต่กลับมีเงินไม่มากพอ แล้วจู่ๆ เขาก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา
น้ำเสียงของเขาดังกังวาน ชัดเจนราวกับกระบี่แหลมคมที่ฟาดฟันทะลวงชั้นน้ำแข็ง:
"ทุกท่าน... ดูเหมือนว่าพวกคุณจะมีปัญญาแค่นี้สินะ น่าเบื่อจริงๆ"
สิ้นเสียงนั้น!
ก่อนที่ใครจะทันได้โต้เถียง หวังชงชงก็ลุกขึ้นยืน คว้ามือหยางมี่ที่อยู่ข้างๆ แล้วเดินตรงขึ้นไปบนเวที
ท่ามกลางความตื่นตะลึงของทุกคน!
เขาแย่งไมโครโฟนมาจากมือพิธีกร:
"สวัสดีทุกท่าน ผมชื่อ หวังชงชง" เสียงของเขาที่ถูกขยายผ่านลำโพง ดังก้องไปทั่วทั้งงานจนทุกคนได้ยินอย่างชัดเจน
"ผมหวังว่า... ต่อจากนี้ไปทุกคนจะจดจำชื่อนี้ไว้ให้ดี
และในขณะเดียวกัน... ผมก็ไม่ได้มีเวลาว่างมากพอที่จะมานั่งเล่นเป็นเพื่อนพวกคุณหรอกนะ..."
เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน... ค่าใช้จ่ายทั้งหมดในคืนนี้ ฉัน คุณชายหวัง จะเป็นคนจ่ายเอง ส่วนของประมูลในงานกาล่าทั้งหมด ฉันขอเหมาหมดเลยก็แล้วกัน..."
ทันทีที่คำพูดเหล่านั้นหลุดออกจากปาก!
ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วทั้งงานอยู่สามวินาที ก่อนจะถูกทำลายลงด้วยเสียงเก้าอี้ที่ล้มระเนระนาด
คุณชายหวังแห่งหัวอี้ตบโต๊ะฉาดใหญ่ ดวงตาของเขาแดงก่ำด้วยเส้นเลือด เขาไม่สามารถสะกดกลั้นความโกรธไว้ได้อีกต่อไป:
"โอหังนัก! แกรู้หรือเปล่าว่าของประมูลในงานกาล่าทั้งหมดรวมกันเป็นเงินเท่าไหร่?
แกมีเงินมากขนาดนั้นเชียวเหรอ?"
เขาแทบจะคำรามออกมา ไม่เคยมีวันไหนที่เขารู้สึกอัดอั้นตันใจเท่าวันนี้มาก่อน เดิมทีเขาคิดว่าคืนนี้จะได้ดูเรื่องสนุกๆ แต่สิ่งที่เขาคาดไม่ถึงเลยก็คือ ตัวเขาเองกลับกลายมาเป็นตัวตลกในเรื่องสนุกนี้เสียเอง
นี่เป็นสิ่งที่เขาไม่อาจยอมรับได้อย่างเด็ดขาด
คำพูดของคุณชายหวังแห่งหัวอี้เปรียบเสมือนเปลวเพลิงที่จุดชนวนถังดินปืนโดยตรง
บอสใหญ่แห่งเอ็นไลท์มีเดียก็ลุกขึ้นยืนตามติดๆ สายตาของเขาชั่วร้ายอำมหิตถึงขีดสุด:
"หวังชงชงใช่ไหม? ฉันจะจำแกไว้ แต่การกุศลไม่ใช่เรื่องเล่นๆ การประมูลการกุศลมูลค่าหลายสิบล้าน แกบอกว่าจะเหมาหมดงั้นเหรอ? แกมีปัญญาทำได้จริงๆ หรือไง?
ที่นี่ไม่ใช่เวทีให้แกมาคุยโวโอ้อวดนะ!"
สิ้นประโยคนี้ บรรดาคนที่ถูกหวังชงชงหยามหน้าไปก่อนหน้านี้ก็เริ่มตระหนักได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง
ก่อนหน้านี้ พวกเขาเหมือนจะถูกหวังชงชงปั่นหัว มัวแต่เดากันว่าหวังชงชงมีภูมิหลังระดับไหนถึงได้กล้าทุ่มเงินไม่อั้นขนาดนี้
แต่พวกเขากลับไม่เคยฉุกคิดเลยว่า หวังชงชงมีเงินมากขนาดนั้นจริงๆ หรือเปล่า...
ทันทีที่คิดเรื่องนี้ขึ้นมาได้ สถานการณ์ในงานก็เริ่มเดือดพล่านขึ้นมาทันที ทุกคนพากันผสมโรงร้องตะโกน:
"ใช่ แกมีเงินหรือเปล่า? ตรวจสอบการเงิน! ต้องตรวจสอบหลักทรัพย์!"
"วันนี้ทางผู้จัดงานต้องให้คำอธิบายกับพวกเรา! ไม่อย่างนั้นเราจะไม่มาร่วมงานของบาซาร์อีกต่อไป!"
เสียงโห่ร้องที่ดังกึกก้องไปทั่วทั้งงานแทบจะยกหลังคาฮอลล์ให้เปิดออก เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก็เริ่มกรูกันเข้าไปที่หน้าเวที มือจับวิทยุสื่อสารไว้แน่น เตรียมพร้อมสแตนด์บายอย่างเต็มที่
เล็บของหยางมี่แทบจะจิกเข้าไปในฝ่ามือ เธอหันไปมองหวังชงชงที่ยืนอยู่ข้างๆ ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความกังวล
...................