- หน้าแรก
- พ่อรวย แม่เริ่ด ขอหยิ่งเชิดๆ หน่อยจะผิดอะไร
- บทที่ 4: ที่แท้ก็แค่พวกกระจอกงั้นเหรอ?
บทที่ 4: ที่แท้ก็แค่พวกกระจอกงั้นเหรอ?
บทที่ 4: ที่แท้ก็แค่พวกกระจอกงั้นเหรอ?
"ตกลง ส่งที่อยู่จัดงานมาที่มือถือฉันได้เลย" เขาพูดแทรกคำเยินยอที่ไม่จบไม่สิ้นของหลินเกิงซินแล้ววางสายไป
จากนั้นเขาก็ลุกขึ้น เดินออกจากบ้าน และขับรถมายบัคของพ่อมุ่งหน้าสู่งานกาล่าการกุศลของบาซาร์...
ระหว่างทาง เขาก็นึกถึง 'คุณชายสี่แห่งปักกิ่ง' ที่หลินเกิงซินเพิ่งพูดถึง ทั้งสี่คนนี้คือ หวังเสี่ยวเฟย หวังอวี่ หวังซั่ว และหวังเค่อ พวกเศรษฐีหน้าใหม่ที่มีทรัพย์สมบัติของตระกูลหนุนหลังอยู่บ้าง
พวกเขาได้รับฉายานี้เพราะภูมิหลังที่ได้เปรียบ พฤติกรรมชอบโอ้อวด เรื่องอื้อฉาวที่มีมาไม่ขาดสาย ไลฟ์สไตล์ที่หรูหราฟุ่มเฟือย และการเข้าไปพัวพันกับแวดวงบันเทิงอยู่บ่อยครั้ง
และในเมื่อเขา หวังชงชง ตัดสินใจที่จะก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงแล้ว เขาก็สามารถใช้ทั้งสี่คนนี้เป็นบันไดก้าวแรกได้อย่างสมบูรณ์แบบ
เขาสามารถเหยียบหัวคุณชายสี่แห่งปักกิ่ง เพื่อประกาศศักดาความเป็น 'คุณชายหวัง' ให้เป็นที่ประจักษ์อย่างแท้จริง
เพื่อให้เขาโด่งดังทั้งในและนอกวงการ
นี่ไม่ใช่แค่การหว่านเงินทิ้งขว้าง ในฐานะทายาทรุ่นที่สองระดับท็อป เขาเพิ่งกลับมาอยู่ในสภาพแวดล้อมใหม่ในประเทศ เขาจะยอมลดตัวไปถามพวกผู้กำกับหรือโปรดิวเซอร์ในวงการบันเทิงว่าต้องการเงินลงทุนหรือไม่... ได้อย่างนั้นหรือ?
แบบนั้นมันจะดูตกต่ำไปหน่อยไหม?
วันนี้ หวังชงชงจะใช้งานกาล่าการกุศลครั้งนี้ประกาศให้ทุกคนทั้งในและนอกวงการได้รับรู้ว่า:
ฉัน หวังชงชง มีเงิน!
ถ้าพวกนายมีโปรเจกต์ดีๆ ก็เข้ามาหาป๊ะป๋าได้เลย... ป๊ะป๋าจะลงทุนให้พวกนายเอง
ในขณะเดียวกัน... การใช้เงินอย่างบ้าคลั่งและสร้างภาพลักษณ์ให้ตัวเองกลายเป็น 'สามีแห่งชาติ' รวมถึงการสร้างแบรนด์บุคคลของตัวเอง ก็ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุดที่หวังชงชงเคยทำในชีวิตก่อนหน้า
ในชีวิตก่อน เขาลงทุนในหลายธุรกิจ แต่ก็ล้มเหลวไม่เป็นท่าโดยไม่มีข้อยกเว้น
มีเพียง... พฤติกรรมการใช้เงินอย่างสุรุ่ยสุร่ายของเขาเท่านั้น ที่กลายายเป็นการลงทุนที่ถูกต้องอย่างไม่น่าเชื่อ
ถึงขนาดที่... ในยุคหลัง มีคนคำนวณไว้ว่าการผลาญเงินของหวังชงชง ช่วยประหยัดค่าโฆษณาให้ว่านต๋ากรุ๊ปไปได้นับหมื่นล้าน...
เพราะทุกครั้งที่เขาผลาญเงินอย่างบ้าคลั่ง ทุกครั้งที่เขาควงแฟนสาวคนใหม่ มันก็เทียบเท่ากับการโปรโมทให้ว่านต๋าแบบฟรีๆ ...
และมันจะพุ่งติดคำค้นหายอดฮิตบนอินเทอร์เน็ตโดยตรง!
ในชีวิตก่อน หลังจากที่เขากลับมาประเทศจีน ว่านต๋าก็ไม่เคยต้องไปลงโฆษณาที่ไหนอีกเลย...
ไม่ใช่เพราะอะไรหรอก ก็เพราะเขา คุณชายหวัง คือป้ายโฆษณาที่มีชีวิตของว่านต๋ายังไงล่ะ
............
ไม่นานนัก หวังชงชงก็ขับรถมาถึงสถานที่จัดงานกาล่าการกุศลบาซาร์
ในตอนนี้ บริเวณโดยรอบงานเต็มไปด้วยรถหรู มองจากที่ไกลๆ จะเห็นพรมแดงทอดยาวอยู่ตรงทางเข้างาน พร้อมด้วยสื่อมวลชนนับไม่ถ้วนที่ถือกล้องรออยู่ด้านข้าง
แสงแฟลชสว่างวาบราวกับแสงจากเครื่องเชื่อมเหล็ก...
เขารีบจอดรถและกำลังจะโทรหาหลินเกิงซินเพื่อนัดเจอ
"พี่ชง!" อีกฝ่ายจู่ๆ ก็โผล่มาจากไหนก็ไม่รู้:
"พี่มาได้จังหวะพอดีเลย งานกาล่ากำลังจะเริ่มแล้ว!"
หวังชงชงเก็บมือถือแล้วหันไปประเมินอีกฝ่าย
แม้ว่าเขาจะจำหน้าหลินเกิงซินไม่ได้แล้ว แต่แค่อีกฝ่ายจำเขาได้ก็พอ เขารับคำเบาๆ เป็นการยอมรับสถานะลูกน้องของหลินเกิงซิน:
"เอาล่ะ ไปกันเถอะ ฉันอยากจะเห็นเหมือนกันว่างานคืนนี้มันจะยิ่งใหญ่สักแค่ไหน!"
พูดจบ หวังชงชงก็เตรียมจะเดินไปที่ทางเข้างาน
แต่ทว่า... ทันทีที่เขาก้าวเท้า หลินเกิงซินก็ดึงเขาไว้:
"พี่ชง ตรงนั้นมันทางเดินของพวกรุ่นใหญ่กับดาราคนดังนะ... ถ้าเราเดินเข้าทางพรมแดงประตูหลักตรงๆ มีหวังโดนหัวเราะเยาะแน่ เราเข้าทางประตูข้างกันดีไหม...?"
"นายจะให้ฉันเข้าทางประตูข้างเนี่ยนะ?" หวังชงชงชะงักไปครู่หนึ่ง แทบจะหลุดหัวเราะออกมา พร้อมกับตั้งคำถาม:
"งานนี้มีกฎระบุไว้ด้วยเหรอว่าต้องเป็นดาราดังหรือพวกไฮโซเท่านั้นถึงจะเดินเข้าประตูหลักได้?"
น้ำเสียงของเขาไม่ได้ดังมากนัก แต่ก็แฝงไปด้วยความเด็ดขาดที่ไม่อาจปฏิเสธได้
หลินเกิงซินรีบส่ายหน้า: "ไม่ ไม่มีครับ
แต่... มันเป็นกฎที่รู้กันในวงการบันเทิงน่ะครับ... พี่ชง พี่เพิ่งกลับมา อาจจะยังไม่เข้าใจธรรมเนียมในประเทศ..." หลินเกิงซินยังคงพยายามอธิบาย
ทว่า... หวังชงชงไม่ได้สนใจเขาเลย ชายหนุ่มหันหลังแล้วเดินตรงไปยังประตูหลักของงาน...
หลินเกิงซินมองตามแผ่นหลังของหวังชงชงอย่างจนปัญญา
จากนั้นเขาก็รีบสาวเท้าตามหวังชงชงไป
ท้ายที่สุดแล้ว... ไอ้สิ่งที่เรียกว่ากฎที่รู้กันอะไรนั่น มันเทียบไม่ได้เลยกับภูมิหลังตระกูลของหวังชงชง
สิ่งสำคัญที่สุดของเขาตอนนี้คือการเป็นลูกน้องที่ซื่อสัตย์ของหวังชงชง ส่วนกฎพวกนั้นน่ะโยนทิ้งไปได้เลย...
เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาก็เร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น...
และก็เป็นอย่างที่คิด ทันทีที่หวังชงชงและหลินเกิงซินก้าวลงบนพรมแดง
สื่อมวลชนทั้งหมดต่างพากันชะงักไปครู่หนึ่ง พวกเขาลดกล้องลงและเริ่มซุบซิบกัน...:
"เอาจริงดิ... สองคนนี้เป็นใครเนี่ย? มีใครรู้จักบ้าง?"
"ไม่รู้สิ แต่... ดูจากการแต่งตัวที่เป็นทางการขนาดนี้ ก็คงเป็นพวกเศรษฐีมีเงินพอตัวแหละ..."
"อ้อ... ที่แท้ก็แค่พวกโนเนมไร้ชื่อเสียง..."
"น่าหงุดหงิดชะมัด ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่พวกไม่มีหัวนอนปลายเท้าแอบเข้ามาในงานกาล่าการกุศลของบาซาร์ได้..."
..........
ทุกคนต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์
จังหวะที่เสียงเยาะเย้ยบนพรมแดงเริ่มดังขึ้น เสียงคำรามของเครื่องยนต์รถสปอร์ตก็ดังมาจากแดนไกล
ท่ามกลางฝูงชน มีใครบางคนตะโกนขึ้นมา: "ดูนั่นสิ คุณชายสี่แห่งปักกิ่งมากันแล้ว!"
สิ้นเสียงนั้น สื่อมวลชนต่างก็หันขวับไปมอง และเห็นลัมโบร์กินีสีดำด้านเบรกเสียงดังเอี๊ยดอยู่ที่ปลายพรมแดง
หวังเสี่ยวเฟยในชุดสูทสุดเนี้ยบก้าวลงมาจากรถพร้อมกับโอบกอดจางอวี่ฉี
เมื่อเห็นเช่นนั้น เหล่าสื่อมวลชนก็รีบยกกล้องขึ้นมาแล้วกดชัตเตอร์กันอย่างบ้าคลั่ง...
.....................
หวังเสี่ยวเฟยเพิ่งจะเดินบนพรมแดงเสร็จ
จากที่ไกลๆ เสียงคำรามของเครื่องยนต์รถสปอร์ตก็ดังขึ้นอีกครั้งด้วยความดุดันที่ไม่แพ้กัน
สื่อมวลชนยกกล้องขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนจะเห็นลัมโบร์กินีสีแดงเบรกกะทันหันที่ปลายพรมแดง
หวังซั่วในชุดที่ดูดีไม่แพ้กันก้าวลงมาจากประตูรถพร้อมกับโอบเอวโจวซวิ่น คู่ควงของเขา
เรียกได้ว่าถ้าพูดถึงเรื่องความโอ้อวดแล้ว สิ่งที่เรียกว่าคุณชายสี่แห่งปักกิ่งนั้นไร้เทียมทานจริงๆ ...
.....
หลังจากนั้น!
หวังเค่อก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับหลิวเทา...
..................