- หน้าแรก
- พกพาโลกซอมบี้ไปผจญภัยในโลกของผู้ฝึกสัตว์อสูร
- บทที่ 15 ราชาซากศพ
บทที่ 15 ราชาซากศพ
บทที่ 15 ราชาซากศพ
บทที่ 15 ราชาซากศพ
“ห้าปีผ่านไปแล้วตั้งแต่ครั้งสุดท้ายที่ฉันมาที่นี่ ฉันแทบจะลืมไปแล้วว่าต้องเดินไปทางไหน”
เฉียนเอ๋อนั่งอยู่บนไหล่ของยักษ์แห่งความชั่วร้าย แล้วสำรวจทิวทัศน์ที่คุ้นเคยแต่ไม่สามารถจดจำได้และถอนหายใจออกมา
ที่นี่เป็นย่านการค้า เขามักจะมาที่นี่เพื่อหาของกิน เสื้อผ้า เครื่องมือ และสิ่งอื่นๆ มากมาย
แต่หลังจากข่าวการปรากฎตัวของราชาซากศพที่วิวัฒนาการแล้วในสถานที่นี่ได้แพร่กระจายออกมา เขาก็ไม่เคยกลับมาอีกเลย
เมื่อเขาเดินไปตามถนนสายนี้อีกครั้ง เขารู้สึกเหมือนถูกแยกออกจากโลกภายนอก
อย่างไรก็ตาม ห้าปีที่ผ่านมาได้เปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ มากมาย พื้นถนนเดิมถูกบกคลุมด้วยวัชพืช และไม่มีร่องรอยการอยู่อาศัยของมนุษย์อยู่เลย
เป็นครั้งคราวจะเห็นซอมบี้จำนวนหนึ่งจะเดินเตร่ไปมา และหลังจากที่ได้กลิ่นมนุษย์บนตัวเฉียนเอ๋อแล้ว พวกมันก็จะวิ่งเข้ามาอย่างบ้าคลั่งเพื่อกลายมาเป็นอาหารว่างสำหรับยักษ์แห่งความชั่วร้าย
“โฮกก?”
หลังจากกินของว่างสองชิ้นเข้าไปแล้ว ยักษ์แห่งความชั่วร้ายก็หันหัวและมองดูเฉียนเอ๋อด้วยความสับสน และถามว่าทำไมเขาไม่ดึงดูดซอมบี้ด้วยการทุบและเคาะเหมือนที่เขาทำ
“ครั้งนี้แตกต่างจากครั้งก่อน ฉันไม่เคยเผชิญหน้ากับราชาซากศพที่วิวัฒนาการแล้วมาก่อนและฉันไม่รู้ว่ามันมีพลังระดับไหน หากฉันประมาทฉันอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฉันตายได้ยังไง”
เฉียนเอ๋อกางมือออกอย่างช่วยไม่ได้ ก็อย่างที่เขาพูด..เนื่องจากมันเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยเผชิญหน้ามาก่อน และเขาไม่รู้ถึงความแข็งแกร่งของราชาซากศพที่วิวัฒนาการแล้ว หากเขาทำให้เกิดกระแสซอมบี้ในสถานที่นี่และราชาซากศพซุ่มโจมตีเขา เขาคงไม่รู้จริงๆ ว่าเขาตายได้อย่างไร
“นี่มันยุ่งยากจริงๆ ทักษะการมองเห็นล่วงหน้าเป็นทักษะที่ต้องใช้แผ่นเรียนรู้ทักษะจึงจะเรียนรู้ได้”
เฉียนเอ๋อเกาหัวอย่างช่วยอะไรไม่ได้หลังจากเดินเตร่ไร้จุดหมายมาเป็นเวลานานโดยไม่พบร่องรอยของราชาซากศพเลย
“แต่เอ๊ะ..ดูเหมือนยักษ์แห่งความชั่วร้ายจะมีทักษะการมองเห็นล่วงหน้า”
เขาจึงหยิบ 'คู่มือการฝึกสัตว์ประเภทเนื้อหนัง' ออกมาแล้วพลิกไปที่หน้าเกี่ยวกับยักษ์แห่งความชั่วร้ายพยายามหากุญแจที่จะคลี่คลายสถานการณ์
มันมี”ทักษะการแปลงร่างประเภทเนื้อหนัง 'การมองเห็นล่วงหน้า' แต่โชคไม่ดีที่ทักษะนี้ไม่สามารถเรียนรู้ได้จากการแค่เพิ่มเลเวลให้กับยักษ์แห่งความชั่วร้ายเอง มันถูกสร้างขึ้นโดยผู้ฝึกสัตว์ประเภทเนื้อหนังในช่วงสงคราม
ทักษะนี้ใช้ความไวต่อเนื้อโดยกำเนิดของยักษ์แห่งความชั่วร้ายเพื่อตรวจจับศัตรูโดยรอบ ซึ่งสามารถเพิ่มอัตราการลอบโจมตีและค้นหาสิ่งของที่โดยปกติแล้วมองไม่เห็นได้
เมื่อปิดหนังสือ เฉียนเอ๋อกำลังจะพูดว่า "กลับไปกันเถอะ"
แต่จู่ๆ แรงบันดาลใจก็ผุดขึ้นมาในหัวของเขา และเขาก็คิดถึงความเข้าใจอันไร้เหตุผลและน่าสะพรึงกลัวของยักษ์แห่งความชั่วร้าย
“ใช่แล้ว นายลองสังเกตดูสิว่านายเห็นสิ่งผิดปกติรอบตัวนายบ้างไหม”
ผู้ฝึกสัตว์ประเภทเนื้อหนังผู้สร้างทักษะนี้สามารถสร้างมันขึ้นมาจากศูนย์ ไม่มีเหตุผลว่าทำไมยักษ์แห่งความชั่วร้ายของเขาจะไม่สามารถทำได้เหมือนกัน
คำถามของเฉียนเอ๋อทำให้ยักษ์แห่งความชั่วร้ายต้องอึ้ง
มันเกาหัวและมองดูเฉียนเอ๋อด้วยความสับสน ไม่เข้าใจว่าทำไมเฉียนเอ๋อถึงถามแบบนั้นขึ้นมา
“มันเหมือนกับว่านายลองพยายามสังเกตสิ่งต่างๆ ที่นายมักไม่สามารถมองเห็นได้”
เฉียนเอ๋อผู้เป็นมือสมัครเล่นเหมือนกันก็ได้ใช้คำอธิบายของทักษะนี้เพื่ออธิบายให้ยักษ์แห่งความชั่วร้ายซึ่งเป็นมือสมัครเล่นเช่นกันฟัง
เมื่อได้ยินเช่นนี้ยักษ์แห่งความชั่วร้ายก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็ค่อยๆ ปิดตาและขมวดคิ้ว
หลังจากเวลาผ่านไปนานพอสมควร ก็ลืมตาขึ้นอย่างประหลาดใจ
“โฮกก โฮกก! (ฉันรู้สึกได้จริงๆ!)”
ในขณะนี้ ในสายตาของเฉียนเอ๋อ ทักษะ 'การมองเห็นล่วงหน้า' ปรากฏขึ้นอย่างเงียบๆ ในแผงคุณสมบัติของยักษ์แห่งความชั่วร้าย
“แล้วนายเห็นไหมว่าซอมบี้ที่อร่อยที่สุดอยู่ที่ไหน?”
เฉียนเอ๋อก็ถามอย่างกระตือรือร้น เขาไม่รู้ว่าทำไม..แต่จู่ๆ เขาก็รู้สึกไม่สบายใจ และรู้สึกไม่สบายตัวไปทั้งตัว
“โฮกก! (มัน…อยู่ข้างหลัง!)”
เสียงคำรามต่ำของยักษ์แห่งความชั่วร้ายนั้นมาพร้อมกับเสียงแหลมคมของอากาศที่ถูกฉีกขาดออกจากกัน มันบิดเอวอย่างกะทันหัน และกำปั้นของมันบวมอย่างรุนแรง พร้อมกับกระแทกไปทางด้านหลังเหมือนค้อนยักษ์
รูม่านตาของเฉียนเอ๋อหดตัวลง และหลังจากได้ยินเสียงดังปัง เขาก็ได้ยินเสียงคร่ำครวญอันเจ็บปวด
เฉียนเอ๋อหันศีรษะไปมองและในที่สุดก็เห็นว่าเกิดอะไรขึ้น
มันเป็นสัตว์ประหลาดที่น่ากลัว สูงเกือบเท่าตึกชั้นเดียว มันเดินสี่ขา เนื้อเน่าเปื่อย และขนบนร่างกายของมันที่ร่วงจนแทบแยกไม่ออกว่าเป็นแมวหรือสุนัข
บนร่างกายของมันจะมองเห็นใบหน้ามนุษย์ที่เจ็บปวดและโหดร้ายจำนวนมากปรากฏแวบผ่านไป ทำให้ผู้คนรู้สึกไม่สบายตัว
มันเป็นสิ่งมีชีวิตเช่นเดียวกับยักษ์แห่งความชั่วร้าย ซึ่งสามารถเสริมความแข็งแกร่งให้กับตัวเองได้โดยการย่อยหรือดูดซึมเนื้อของสิ่งมีชีวิตอื่น
ในเวลานี้เฉียนเอ๋อก็รู้ว่าสัตว์ประหลาดตัวนี้เป็นราชาซากศพที่วิวัฒนาการแล้ว แต่เขาไม่ได้คาดคิดว่าสัตว์ประหลาดตัวนี้จะไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็นสัตว์เดรัจฉาน
หากเปรียบเทียบกับซอมบี้ที่มีรูปร่างเหมือนมนุษย์แล้ว เจ้าตัวนี้ยังคงความดุร้าย ฉลาดแกมโกง และที่สำคัญมันไม่สะดุดตาเหมือนสัตว์ร้ายเมื่อออกล่า
ตอนนี้มันเกือบจะแตะหลังของเฉียนเอ๋อแล้ว แต่ทั้งเฉียนเอ๋อและยักษ์แห่งความชั่วร้ายก็ไม่ได้สังเกตเห็นมันเลย
หากยักษ์แห่งความชั่วร้ายไม่เข้าใจทักษะการมองเห็นอย่างกระทันหัน เขาอาจจะโดนลอบโจมตีไปแล้ว
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ เฉียนเอ๋อก็เหงื่อแตกพลั่ก
ยักษ์แห่งความชั่วร้ายโกรธจัดยิ่งกว่าเดิมเมื่อมันนึกถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับเจ้านายของมัน
ขณะที่ซอมบี้สัตว์ยังคงครวญครางด้วยความเจ็บปวดอยู่บนพื้น มันก็ก้าวเข้าไป ยกเท้าขวาขึ้นสูงและเหยียบหัวของซอมบี้สัตว์ตัวนั้นอย่างแรง
บูม!!!
เสียงที่น่ากลัวดังขึ้น โดยมีเท้าของยักษ์แห่งความชั่วร้ายเป็นศูนย์กลาง พื้นดินโดยรอบก็แตกร้าวและแหลกสลาย
เมื่อกี้มันใช้ทักษะค้อนไททันโดยเท้าของมัน ซึ่งเรียกได้ว่าโจมตีครั้งเดียวก็บดขยี้หัวซอมบี้สัตว์ได้เลย
ร่างของซอมบี้สัตว์ดิ้นรนสองครั้ง บ้านคอนกรีตเสริมเหล็กแตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยเหมือนโฟมใต้กรงเล็บที่ตะกรุยกระกายของมัน แต่สิ่งนี้ไม่สามารถช่วยให้มันรอดพ้นจากชะตากรรมแห่งความตายได้
ในไม่ช้า การเคลื่อนไหวที่ดิ้นรนของมันก็ค่อยๆ หายไป และมันก็นอนลงบนพื้นอย่างอ่อนแรง
ราชาซากศพที่วิวัฒนาการแล้ว ซึ่งเดินเตร่ในโลกาวินาศมาเป็นเวลา 5 ปี มีความเปราะบางราวกับไข่ที่กระทบหินเมื่อปะทะกับยักษ์แห่งความชั่วร้าย
ในขณะนี้ยักษ์แห่งความชั่วร้ายไม่ได้เริ่มกินเนื้อของซอมบี้สัตว์ตัวนี้ทันที แต่กลับยื่นมือเข้าไปในสมองที่เปื้อนเลือดและทำการค้นหาบางอย่าง
หลังจากนั้นไม่นาน มันก็หยิบแกนคริสตัลอันแวววาวขนาดเท่าหัวของเฉียนเอ๋อออกมาด้วยนิ้วสองนิ้ว
“นี่คือก้อนสมองของราชาซากศพที่วิวัฒนาการแล้วงั้นเหรอ? นายลองกินดูหน่อยว่ามันแตกต่างจากซอมบี้ทั่วไปหรือเปล่า”
เฉียนเอ๋อพูดอย่างตื่นเต้นและตบไหล่ยักษ์แห่งความชั่วร้าย
“โฮกก? (สำหรับฉัน?)”
ยักษ์แห่งความชั่วร้ายชี้มาที่ตัวเองด้วยนิ้วด้วยความประหลาดใจ ดวงตาของมันเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ
มันรู้สึกได้ถึงพลังอันแข็งแกร่งที่อยู่ในสิ่งนี้ และการดึงดูดที่ก้อนนี้มีต่อมันก็แข็งแกร่งอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
แต่มันยังคงขัดขืนและต้องการมอบสิ่งนี้ให้เฉียนเอ๋อดูดซับ เพราะเมื่อกี้นี้สถานการณ์มันอันตรายอย่างมาก และหากมันเจอสถานการณ์นี้อีกในครั้งหน้า เจ้านายของมันอาจจะไม่โชคดีเหมือนตอนนี้ก็ได้
ดังนั้นมันต้องการมอบก้อนสมองนี้ให้กับเฉียนเอ๋อเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของเขา
แต่มันไม่ได้คาดหวังว่าเฉียนเอ๋อไม่ต้องการและผลักมันกลับมา
“แน่นอนว่ามันสำหรับนาย กินมันเร็วๆ สิ”
การแสดงออกของยักษ์แห่งความชั่วร้ายนั้นเข้าใจได้ง่ายเกินไป เฉียนเอ๋อเข้าใจสิ่งที่เขาหมายถึงในครั้งแรก และหัวใจของเขาอบอุ่น แต่เขาก็ยังคงพูดด้วยรอยยิ้ม
“นี่มันเกือบจะใหญ่เท่าหัวฉันแล้วนะ นายคิดว่าฉันจะกินมันได้อย่างนั้นหรือ?”
ยักษ์แห่งความชั่วร้ายเกาหน้าและเปรียบเทียบหัวของเฉียนเอ๋อกับก้อนสมอง จากนั้นมันจึงพยักหน้า
และตอนนี้มันก็ไม่สามารถต้านทานการล่อลวงของร่างกายได้อีกต่อไปและโยนก้อนสมองเข้าไปในปากอันใหญ่ของมันทันที….
……………………