เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11 รางวัลผู้ชนะเลิศ

บทที่ 11 รางวัลผู้ชนะเลิศ

บทที่ 11 รางวัลผู้ชนะเลิศ


บทที่ 11 รางวัลผู้ชนะเลิศ

“ผะ..ผู้อำนวยการ คุณกําลังทําอะไร?” หวางตู่กุมท้องของเขาแล้วถามด้วยความไม่เชื่อ

“คุณกล้าถามจริง! ในไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้โรงเรียนของเราค่อยได้ผลิตอัจฉริยะออกมาได้แค่สองคนเท่านั้น แล้วคุณได้สั่งสอนอุปนิสัยคุณธรรมของพวกเขาออกมาอย่างไร?...ทำไมอุปนิสัยของพวกเขาถึงได้ผิดเพี้ยนเช่นนี้”

จากนั้นหวางตู่จึงตระหนักรู้เกี่ยวกับนักเรียนดีๆ ทั้งสองคนนั้น

“เป็นไปไม่ได้ ผู้อำนวยการ อุปนิสัยของพวกเขาค่อนข้างดีทีเดียว”

อุปนิสัยยังไม่เชื่อว่านักเรียนดี ๆ ทั้งสองของเขาจะทําอะไรผิดได้

“หือ..อุปนิสัยของพวกเขาค่อนข้างดีงั้นหรือ?”

ผู้อำนวยการชราขมวดคิ้วอย่างเย็นชาแต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดใดๆ ทั้งสิ้น เพราะท้ายที่สุดแล้ว ตัวเขาเองก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่ไม่ดีนั้น

การกระทําของผู้อำนวยการที่พูดครึ่งๆ กลางๆ แล้วหยุด ทําให้บรรดาอาจารย์ที่อยู่รอบๆ ต่างมองหน้ากันด้วยความสับสน ไม่แน่ใจว่าอะไรทําให้ผู้อำนวยการชราเกิดความบ้าคลั่งขึ้นในครั้งนี้

“เอาล่ะ ช่วยฉันไปที่โกดังแล้วเอาของพวกนี้ออกมาหน่อย”

หลังจากบ่นไปได้สองสามประโยค ผู้อำนวยการชราก็ถอนหายใจออกมาพร้อมกับหยิบรายการออกมา แล้วส่งให้หัวหน้ากองฝ่ายการศึกษา

“นี่... ทั้งหมดนี้เพื่อเด็กเฉียนเอ๋อคนนั้นเหรอ ..ไม่มากเกินไปเหรอ?”

หัวหน้ากองฝ่ายการศึกษารับรายการและมองดูมัน ดวงตาของเขาเบิกกว้างทันที วัสดุเหล่านี้ล้วนเกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยงประเภทความมืด และไม่มีผู้ฝึกสัตว์คนใดที่เป็นผู้ฝึกสัตว์ประเภทความมืดนอกว่าเฉียนเอ๋อเท่านั้น

แต่ปริมาณเท่านี้มันไม่มากเกินไปเหรอ?

“อย่ากังวล กําไรที่เราได้รับจะมากกว่าการลงทุนครั้งนี้แน่นอน”

ผู้อำนวยการชรามีความคิดเปิดกว้างมาก ตราบใดที่เฉียนเอ๋อสามารถนําโรงเรียนของพวกเขาให้กลายเป็นแชมป์การแข่งขันได้ ไม่สิ..เขาไม่จําเป็นต้องเป็นแชมป์ด้วยซ้ำ ตราบใดที่เขาเข้ารอบชิงชนะเลิศ การลงทุนก็จะได้รับผลตอบแทนหลายเท่าแล้ว

เมื่อได้ยินเช่นนี้ หัวหน้ากองฝ่ายการศึกษาก็ขมวดคิ้วและพิจารณาเพื่อนเก่าอย่างระมัดระวัง หลังจากนั้นไม่นานเขาก็พยักหน้า

“โอเค เป็นเรื่องดีที่คุณรู้ว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่”

หลังจากพูดจบ เขาก็รับรายการแล้วเดินไปที่โกดัง

….

“ในที่สุดฉันก็อิ่มสักที”

เฉียนเอ๋อเช็ดปากแล้วลุกจากโต๊ะ เขาเดินไปทั่วถนนขายอาหารว่าง และรสชาติของอาหารจำนวนมากนั้นทําให้เขามึนเมา “ฉันต้องได้กระเป๋ามิติสักใบ ฉันจะเป็นเหมือนคราวก่อนไม่ได้อีกแล้ว”

ในระหว่างเดินกลับบ้าน เฉียนเอ๋อก็คํานวณอยู่ในใจ

เขาไม่อยากเผชิญกับความหิวโหยจนต้องกินขนมปังคุกแมลงอีกแล้ว

ถ้าเขาไม่ต้องการกินขนมปังที่แข็งเหมือนหินเช่นนี้อีกแล้ว

เพราะท้ายที่สุดแล้ว เขาได้กินสิ่งนี้มาหลายปีแล้วในวันสิ้นโลก ในเมื่อมีหนทางที่จะกินอาหารที่เลิศรสกว่า ทำไมเขาต้องกัดกินก้อนหินด้วยล่ะ?

แต่..แม้แต่กระเป๋ามิติราคาถูกที่สุดก็ไม่ใช่สิ่งที่เขาซื้อได้

“ว่าแต่ว่า ผู้ฝึกสัตว์ในโลกนี้พวกเขาทำเงินกันยังไง?” เมื่อกินอิ่มแล้ว ความคิดก็จะฟุ้งซ่านและไหลลื่นได้ง่าย

ในขณะที่เขากําลังเดินสํารวจรอบๆ เพื่อย่อยอาหาร เขาได้มองไปยังทิวทัศน์รอบๆ ตัว ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากโลกแห่งหายนะหรือแม้กระทั่งโลกก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์หายนะครั้งแรก

ผู้ฝึกสัตว์หลายคนจะปล่อยสัตว์เลี้ยงของตนออกมาอวดโฉม และสัตว์เลี้ยงที่น่ารักหรือดุร้ายก็จะล้อมรอบพวกเขา ทําให้คนธรรมดาที่อยู่รอบๆ อุทานออกมาอย่างชื่นชม และทําให้พวกเขาเงยหน้าขึ้นมองฟ้าอย่างภาคภูมิใจ

ไม่ใช่ทุกคนจะมีพรสวรรค์ในการเป็นผู้ฝึกสัตว์ ตามสัดส่วนของคนที่มีพรสวรรค์ในการเป็นผู้ฝึกสัตว์อยู่ที่ประมาณ 35.7% และคน 35.7% นี้มีพรสวรรค์ระดับต่ำ พรสวรรค์ระดับกลางเป็นจำนวนมาก ส่วนพรสวรรค์ขั้นสูง เช่น เฉียนเอ๋อและเฉินหยินมีเพียงไม่กี่คนในเมืองเล็กๆ แห่งนี้

ยักษ์แห่งความชั่วร้ายเริ่มกระวนกระวานในพื้นที่สัตว์เลี้ยงทันที เมื่อเห็นผู้ฝึกเหล่านั้นที่มาพร้อมกับสัตว์เลี้ยงของพวกเขา

เหมือนมันไม่ต้องการอยู่ในพื้นที่สัตว์เลี้ยง มันต้องการออกมาเล่นข้างนอกด้วย

แม้ว่าความสูงปัจจุบันของยักษ์แห่งความชั่วร้ายจะสูงกว่า 6 เมตร แต่มันเป็นเด็กในเผ่าพันธุ์ของมันและเพิ่งสิ้นสุดวัยเด็กไป “โอเค ฉันจะให้นายสนุกเมื่อเรากลับไป ตอนนี้นายก็อยู่ข้างในไปก่อน..เพราะสัตว์เลี้ยงขนาดใหญ่ไม่อนุญาตให้ออกมาที่นี่ได้”เฉียนเอ๋อยิ้มและปลอบใจมัน และยักษ์แห่งความชั่วร้ายที่กําลังก่อปัญหาก็สงบลง

หลังจากเดินเตร่ไปมาสักพัก เมื่อเฉียนเอ๋อกลับถึงบ้าน เขาก็เห็นกริฟฟินท่องวายุยืนอยู่ที่ประตูบ้านของเขา ความสูงที่สูงกว่าสองเมตรนั้นเห็นได้ชัดเจนมากที่นี่

สัตว์เลี้ยงระดับยอดที่ไม่ค่อยมีใครพบเห็นทําให้เพื่อนบ้านหลายคนมารวมกันและชี้นิ้ว และผู้ที่จำกริฟฟินท่องวายุได้ก็เริ่มเล่าให้คนรอบๆ ตัวฟังถึงที่มาของสัตว์เลี้ยงตัวนี้ ทําให้ทุกคนร้องอุทานออกมา

ส่วนที่ว่าทําไมกริฟฟินท่องวายุถึงมาจอดไว้ที่หน้าประตูบ้านของเฉียนเอ๋อนั้น ผู้คนเหล่านี้ก็ได้ถกเถียงกัน แต่พวกเขาคิดหาเหตุผลไม่ได้

พวกเขาไม่รู้ว่าเฉียนเอ๋อได้ปลุกพรสวรรค์ขั้นสูงขึ้นมา

เฉียนเอ๋อเดินตรงไปโดยไม่พูดคุยกับเพื่อนบ้านรอบข้าง

เมื่อรู้ว่าบุคคลที่อยู่ตรงหน้ามันคือผู้ฝึกสัตว์ที่แข็งแกร่งและโหดร้ายคนนั้น กล้ามเนื้อของกริฟฟินท่องวายุก็เริ่มตึงขึ้นในทันทีที่มันเห็นเฉียนเอ๋อ มันทำท่าป้องกันออกมาโดยไม่รู้และคํารามเสียงต่ำราวกับแมวที่กําลังข่มขู่คู่ต่อสู้ก็ดังออกมาจากจะงอยปากอันแหลมคมของมัน

“เป็นไปได้ยังไง? นั่นคือกริฟฟินท่องวายุเลยนะ ปกติแล้วหากกริฟฟินสายลมต้องการจะพัฒนาเป็นกริฟฟินท่องวายุ มันต้องมีเลเวล 36 ซึ่งหมายความว่ากริฟฟินท่องวายุตัวนี้เป็นสัตว์เลี้ยงระดับยอดเป็นอย่างน้อยที่สุด แล้วมันจะหวาดกลัวเด็กคนนี้ขนาดนี้ได้ยังไง?” การเคลื่อนไหวที่ผิดปกติของกริฟฟินท่องวายุทําให้ฝูงชนร้องอุทานออกมา ในตอนนี้มีคนสังเกตเห็นเฉียนเอ๋อกําลังเดินเข้ามาหากริฟฟินท่องวายุแล้ว และพวกเขาก็ยิ่งไม่เชื่อมากขึ้นไปอีก

พวกเขาเป็นเพื่อนบ้านในชุมชนเดียวกัน

แม้ว่าพวกเขาจะไม่ค่อยคุ้นเคยกับเฉียนเอ๋อมากนัก แต่พวกเขาก็เคยเห็นเขาเป็นประจําและรู้ว่าเขาเป็นนักเรียน แต่เด็กนักเรียนคนหนึ่งจะทําให้กริฟฟินท่องวายุแสดงท่าทางแบบนี้ได้อย่างไร?

“เธอกลับมาแล้วเหรอ?”

ในขณะนี้ มีเสียงแก่ๆดังขึ้นจากด้านหลังของกริฟฟินท่องวายุ ตอนนั้นเองเฉียนเอ๋อจึงได้ตระหนักว่าผู้อำนวยการชราได้นั่งอยู่บนขั้นบันได แต่อีกฝ่ายกลับถูกร่างของกริฟฟินท่องวายุบังเอาไว้ เขาจึงไม่สังเกตเห็น

“ใช่ครับ เชิญเข้าเข้าไปข้างในก่อนดีกว่า”

เฉียนเอ๋อยิ้มเล็กน้อย เปิดประตูบ้านของเขา และเชิญผู้อำนวยการชราเข้าไป ขณะที่กริฟฟินท่องวายุเฝ้าอยู่ด้านนอก

อย่างไรก็ตาม บ้านของเฉียนเอ๋อนั้นไม่ใหญ่นัก และถ้าหากกริฟฟินท่องวายุเข้าไปด้วย ก็จะไม่มีที่อยู่

หลังจากปิดประตูโดยไม่สนใจการชุบชิบที่อยู่ภายนอกแล้ว ผู้อำนวยการชราก็ได้วางกระเป๋าขนาดเท่าฝ่ามือไว้บนโต๊ะแล้ว เมื่อเห็นกระเป๋าใบนั้นเฉียนเอ๋อก็รู้ว่ามันคืออะไร

กระเป๋ามิติและเป็นกระเป๋ามิติแบรนด์ดังที่ผลิตโดยบริษัทใหญ่แห่งหนึ่งอีกด้วย จริงๆ เขาก็ไม่รู้ว่าเป็นบริษัทใหญ่แห่งไหนหรอก เพราะก่อนหน้านี้ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับเขาเลย

ส่วนสาเหตุที่เขาจำได้ว่าเป็นบริษัทใหญ่ก็เพราะว่าเฉินหยินเคยหยิบสิ่งของคล้ายๆกันนี้ออกมาอวดในชั้นเรียนมาก่อน และเจ้าของเดิมก็เคยเห็นโลโก้ของบริษัทนี้มาแล้ว

“ฉันนำทุกอย่างที่เธอต้องการมาให้เธอ ทักษะร่างโคลนเนื้อ, ทักษะค้อนไททัน และทักษะแผ่นดินไหว ส่วนที่เหลือคือเนื้อและเลือดที่ฉันไปซื้อที่โรงฆ่าสัตว์เมื่อไม่กี่วันก่อน เดิมทีฉันต้องการซื้อมาให้เธอพัฒนาระดับของเธอ แต่ฉันไม่ได้คาดหวังว่าเธอจะพัฒนาได้รวดเร็วขนาดนี้ แต่เราไม่ต้องการสิ่งเหล่านี้แล้ว และพวกมันกําลังจะเน่าอยู่ที่นั่น..ดังนั้นฉันจะมอบพวกมันทั้งหมดให้เธอ”

“สําหรับข้อมูลเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงประเภทโครงกระดูกและประเภทอมตะที่เธอต้องการนั้น..ฉันหาไม่เจอ ..

..อย่างไรก็ตามรางวัลผู้ชนะเลิศของลีกมหาวิทยาลัยในครั้งนี้ คือเธอสามารถเลือกลูกสัตว์เลี้ยงสัตว์ที่มีระดับต่ำกว่าระดับกึ่งเทพได้”....

………………………

จบบทที่ บทที่ 11 รางวัลผู้ชนะเลิศ

คัดลอกลิงก์แล้ว