- หน้าแรก
- พกพาโลกซอมบี้ไปผจญภัยในโลกของผู้ฝึกสัตว์อสูร
- บทที่ 11 รางวัลผู้ชนะเลิศ
บทที่ 11 รางวัลผู้ชนะเลิศ
บทที่ 11 รางวัลผู้ชนะเลิศ
บทที่ 11 รางวัลผู้ชนะเลิศ
“ผะ..ผู้อำนวยการ คุณกําลังทําอะไร?” หวางตู่กุมท้องของเขาแล้วถามด้วยความไม่เชื่อ
“คุณกล้าถามจริง! ในไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้โรงเรียนของเราค่อยได้ผลิตอัจฉริยะออกมาได้แค่สองคนเท่านั้น แล้วคุณได้สั่งสอนอุปนิสัยคุณธรรมของพวกเขาออกมาอย่างไร?...ทำไมอุปนิสัยของพวกเขาถึงได้ผิดเพี้ยนเช่นนี้”
จากนั้นหวางตู่จึงตระหนักรู้เกี่ยวกับนักเรียนดีๆ ทั้งสองคนนั้น
“เป็นไปไม่ได้ ผู้อำนวยการ อุปนิสัยของพวกเขาค่อนข้างดีทีเดียว”
อุปนิสัยยังไม่เชื่อว่านักเรียนดี ๆ ทั้งสองของเขาจะทําอะไรผิดได้
“หือ..อุปนิสัยของพวกเขาค่อนข้างดีงั้นหรือ?”
ผู้อำนวยการชราขมวดคิ้วอย่างเย็นชาแต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดใดๆ ทั้งสิ้น เพราะท้ายที่สุดแล้ว ตัวเขาเองก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่ไม่ดีนั้น
การกระทําของผู้อำนวยการที่พูดครึ่งๆ กลางๆ แล้วหยุด ทําให้บรรดาอาจารย์ที่อยู่รอบๆ ต่างมองหน้ากันด้วยความสับสน ไม่แน่ใจว่าอะไรทําให้ผู้อำนวยการชราเกิดความบ้าคลั่งขึ้นในครั้งนี้
“เอาล่ะ ช่วยฉันไปที่โกดังแล้วเอาของพวกนี้ออกมาหน่อย”
หลังจากบ่นไปได้สองสามประโยค ผู้อำนวยการชราก็ถอนหายใจออกมาพร้อมกับหยิบรายการออกมา แล้วส่งให้หัวหน้ากองฝ่ายการศึกษา
“นี่... ทั้งหมดนี้เพื่อเด็กเฉียนเอ๋อคนนั้นเหรอ ..ไม่มากเกินไปเหรอ?”
หัวหน้ากองฝ่ายการศึกษารับรายการและมองดูมัน ดวงตาของเขาเบิกกว้างทันที วัสดุเหล่านี้ล้วนเกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยงประเภทความมืด และไม่มีผู้ฝึกสัตว์คนใดที่เป็นผู้ฝึกสัตว์ประเภทความมืดนอกว่าเฉียนเอ๋อเท่านั้น
แต่ปริมาณเท่านี้มันไม่มากเกินไปเหรอ?
“อย่ากังวล กําไรที่เราได้รับจะมากกว่าการลงทุนครั้งนี้แน่นอน”
ผู้อำนวยการชรามีความคิดเปิดกว้างมาก ตราบใดที่เฉียนเอ๋อสามารถนําโรงเรียนของพวกเขาให้กลายเป็นแชมป์การแข่งขันได้ ไม่สิ..เขาไม่จําเป็นต้องเป็นแชมป์ด้วยซ้ำ ตราบใดที่เขาเข้ารอบชิงชนะเลิศ การลงทุนก็จะได้รับผลตอบแทนหลายเท่าแล้ว
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หัวหน้ากองฝ่ายการศึกษาก็ขมวดคิ้วและพิจารณาเพื่อนเก่าอย่างระมัดระวัง หลังจากนั้นไม่นานเขาก็พยักหน้า
“โอเค เป็นเรื่องดีที่คุณรู้ว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่”
หลังจากพูดจบ เขาก็รับรายการแล้วเดินไปที่โกดัง
….
“ในที่สุดฉันก็อิ่มสักที”
เฉียนเอ๋อเช็ดปากแล้วลุกจากโต๊ะ เขาเดินไปทั่วถนนขายอาหารว่าง และรสชาติของอาหารจำนวนมากนั้นทําให้เขามึนเมา “ฉันต้องได้กระเป๋ามิติสักใบ ฉันจะเป็นเหมือนคราวก่อนไม่ได้อีกแล้ว”
ในระหว่างเดินกลับบ้าน เฉียนเอ๋อก็คํานวณอยู่ในใจ
เขาไม่อยากเผชิญกับความหิวโหยจนต้องกินขนมปังคุกแมลงอีกแล้ว
ถ้าเขาไม่ต้องการกินขนมปังที่แข็งเหมือนหินเช่นนี้อีกแล้ว
เพราะท้ายที่สุดแล้ว เขาได้กินสิ่งนี้มาหลายปีแล้วในวันสิ้นโลก ในเมื่อมีหนทางที่จะกินอาหารที่เลิศรสกว่า ทำไมเขาต้องกัดกินก้อนหินด้วยล่ะ?
แต่..แม้แต่กระเป๋ามิติราคาถูกที่สุดก็ไม่ใช่สิ่งที่เขาซื้อได้
“ว่าแต่ว่า ผู้ฝึกสัตว์ในโลกนี้พวกเขาทำเงินกันยังไง?” เมื่อกินอิ่มแล้ว ความคิดก็จะฟุ้งซ่านและไหลลื่นได้ง่าย
ในขณะที่เขากําลังเดินสํารวจรอบๆ เพื่อย่อยอาหาร เขาได้มองไปยังทิวทัศน์รอบๆ ตัว ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากโลกแห่งหายนะหรือแม้กระทั่งโลกก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์หายนะครั้งแรก
ผู้ฝึกสัตว์หลายคนจะปล่อยสัตว์เลี้ยงของตนออกมาอวดโฉม และสัตว์เลี้ยงที่น่ารักหรือดุร้ายก็จะล้อมรอบพวกเขา ทําให้คนธรรมดาที่อยู่รอบๆ อุทานออกมาอย่างชื่นชม และทําให้พวกเขาเงยหน้าขึ้นมองฟ้าอย่างภาคภูมิใจ
ไม่ใช่ทุกคนจะมีพรสวรรค์ในการเป็นผู้ฝึกสัตว์ ตามสัดส่วนของคนที่มีพรสวรรค์ในการเป็นผู้ฝึกสัตว์อยู่ที่ประมาณ 35.7% และคน 35.7% นี้มีพรสวรรค์ระดับต่ำ พรสวรรค์ระดับกลางเป็นจำนวนมาก ส่วนพรสวรรค์ขั้นสูง เช่น เฉียนเอ๋อและเฉินหยินมีเพียงไม่กี่คนในเมืองเล็กๆ แห่งนี้
ยักษ์แห่งความชั่วร้ายเริ่มกระวนกระวานในพื้นที่สัตว์เลี้ยงทันที เมื่อเห็นผู้ฝึกเหล่านั้นที่มาพร้อมกับสัตว์เลี้ยงของพวกเขา
เหมือนมันไม่ต้องการอยู่ในพื้นที่สัตว์เลี้ยง มันต้องการออกมาเล่นข้างนอกด้วย
แม้ว่าความสูงปัจจุบันของยักษ์แห่งความชั่วร้ายจะสูงกว่า 6 เมตร แต่มันเป็นเด็กในเผ่าพันธุ์ของมันและเพิ่งสิ้นสุดวัยเด็กไป “โอเค ฉันจะให้นายสนุกเมื่อเรากลับไป ตอนนี้นายก็อยู่ข้างในไปก่อน..เพราะสัตว์เลี้ยงขนาดใหญ่ไม่อนุญาตให้ออกมาที่นี่ได้”เฉียนเอ๋อยิ้มและปลอบใจมัน และยักษ์แห่งความชั่วร้ายที่กําลังก่อปัญหาก็สงบลง
หลังจากเดินเตร่ไปมาสักพัก เมื่อเฉียนเอ๋อกลับถึงบ้าน เขาก็เห็นกริฟฟินท่องวายุยืนอยู่ที่ประตูบ้านของเขา ความสูงที่สูงกว่าสองเมตรนั้นเห็นได้ชัดเจนมากที่นี่
สัตว์เลี้ยงระดับยอดที่ไม่ค่อยมีใครพบเห็นทําให้เพื่อนบ้านหลายคนมารวมกันและชี้นิ้ว และผู้ที่จำกริฟฟินท่องวายุได้ก็เริ่มเล่าให้คนรอบๆ ตัวฟังถึงที่มาของสัตว์เลี้ยงตัวนี้ ทําให้ทุกคนร้องอุทานออกมา
ส่วนที่ว่าทําไมกริฟฟินท่องวายุถึงมาจอดไว้ที่หน้าประตูบ้านของเฉียนเอ๋อนั้น ผู้คนเหล่านี้ก็ได้ถกเถียงกัน แต่พวกเขาคิดหาเหตุผลไม่ได้
พวกเขาไม่รู้ว่าเฉียนเอ๋อได้ปลุกพรสวรรค์ขั้นสูงขึ้นมา
เฉียนเอ๋อเดินตรงไปโดยไม่พูดคุยกับเพื่อนบ้านรอบข้าง
เมื่อรู้ว่าบุคคลที่อยู่ตรงหน้ามันคือผู้ฝึกสัตว์ที่แข็งแกร่งและโหดร้ายคนนั้น กล้ามเนื้อของกริฟฟินท่องวายุก็เริ่มตึงขึ้นในทันทีที่มันเห็นเฉียนเอ๋อ มันทำท่าป้องกันออกมาโดยไม่รู้และคํารามเสียงต่ำราวกับแมวที่กําลังข่มขู่คู่ต่อสู้ก็ดังออกมาจากจะงอยปากอันแหลมคมของมัน
“เป็นไปได้ยังไง? นั่นคือกริฟฟินท่องวายุเลยนะ ปกติแล้วหากกริฟฟินสายลมต้องการจะพัฒนาเป็นกริฟฟินท่องวายุ มันต้องมีเลเวล 36 ซึ่งหมายความว่ากริฟฟินท่องวายุตัวนี้เป็นสัตว์เลี้ยงระดับยอดเป็นอย่างน้อยที่สุด แล้วมันจะหวาดกลัวเด็กคนนี้ขนาดนี้ได้ยังไง?” การเคลื่อนไหวที่ผิดปกติของกริฟฟินท่องวายุทําให้ฝูงชนร้องอุทานออกมา ในตอนนี้มีคนสังเกตเห็นเฉียนเอ๋อกําลังเดินเข้ามาหากริฟฟินท่องวายุแล้ว และพวกเขาก็ยิ่งไม่เชื่อมากขึ้นไปอีก
พวกเขาเป็นเพื่อนบ้านในชุมชนเดียวกัน
แม้ว่าพวกเขาจะไม่ค่อยคุ้นเคยกับเฉียนเอ๋อมากนัก แต่พวกเขาก็เคยเห็นเขาเป็นประจําและรู้ว่าเขาเป็นนักเรียน แต่เด็กนักเรียนคนหนึ่งจะทําให้กริฟฟินท่องวายุแสดงท่าทางแบบนี้ได้อย่างไร?
“เธอกลับมาแล้วเหรอ?”
ในขณะนี้ มีเสียงแก่ๆดังขึ้นจากด้านหลังของกริฟฟินท่องวายุ ตอนนั้นเองเฉียนเอ๋อจึงได้ตระหนักว่าผู้อำนวยการชราได้นั่งอยู่บนขั้นบันได แต่อีกฝ่ายกลับถูกร่างของกริฟฟินท่องวายุบังเอาไว้ เขาจึงไม่สังเกตเห็น
“ใช่ครับ เชิญเข้าเข้าไปข้างในก่อนดีกว่า”
เฉียนเอ๋อยิ้มเล็กน้อย เปิดประตูบ้านของเขา และเชิญผู้อำนวยการชราเข้าไป ขณะที่กริฟฟินท่องวายุเฝ้าอยู่ด้านนอก
อย่างไรก็ตาม บ้านของเฉียนเอ๋อนั้นไม่ใหญ่นัก และถ้าหากกริฟฟินท่องวายุเข้าไปด้วย ก็จะไม่มีที่อยู่
หลังจากปิดประตูโดยไม่สนใจการชุบชิบที่อยู่ภายนอกแล้ว ผู้อำนวยการชราก็ได้วางกระเป๋าขนาดเท่าฝ่ามือไว้บนโต๊ะแล้ว เมื่อเห็นกระเป๋าใบนั้นเฉียนเอ๋อก็รู้ว่ามันคืออะไร
กระเป๋ามิติและเป็นกระเป๋ามิติแบรนด์ดังที่ผลิตโดยบริษัทใหญ่แห่งหนึ่งอีกด้วย จริงๆ เขาก็ไม่รู้ว่าเป็นบริษัทใหญ่แห่งไหนหรอก เพราะก่อนหน้านี้ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับเขาเลย
ส่วนสาเหตุที่เขาจำได้ว่าเป็นบริษัทใหญ่ก็เพราะว่าเฉินหยินเคยหยิบสิ่งของคล้ายๆกันนี้ออกมาอวดในชั้นเรียนมาก่อน และเจ้าของเดิมก็เคยเห็นโลโก้ของบริษัทนี้มาแล้ว
“ฉันนำทุกอย่างที่เธอต้องการมาให้เธอ ทักษะร่างโคลนเนื้อ, ทักษะค้อนไททัน และทักษะแผ่นดินไหว ส่วนที่เหลือคือเนื้อและเลือดที่ฉันไปซื้อที่โรงฆ่าสัตว์เมื่อไม่กี่วันก่อน เดิมทีฉันต้องการซื้อมาให้เธอพัฒนาระดับของเธอ แต่ฉันไม่ได้คาดหวังว่าเธอจะพัฒนาได้รวดเร็วขนาดนี้ แต่เราไม่ต้องการสิ่งเหล่านี้แล้ว และพวกมันกําลังจะเน่าอยู่ที่นั่น..ดังนั้นฉันจะมอบพวกมันทั้งหมดให้เธอ”
“สําหรับข้อมูลเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงประเภทโครงกระดูกและประเภทอมตะที่เธอต้องการนั้น..ฉันหาไม่เจอ ..
..อย่างไรก็ตามรางวัลผู้ชนะเลิศของลีกมหาวิทยาลัยในครั้งนี้ คือเธอสามารถเลือกลูกสัตว์เลี้ยงสัตว์ที่มีระดับต่ำกว่าระดับกึ่งเทพได้”....
………………………