เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 112 กองกำลังสิบแปดทหารม้าเยี่ยนหยุนที่มาสาย!(ฟรี)

ตอนที่ 112 กองกำลังสิบแปดทหารม้าเยี่ยนหยุนที่มาสาย!(ฟรี)

ตอนที่ 112 กองกำลังสิบแปดทหารม้าเยี่ยนหยุนที่มาสาย!(ฟรี)


ตอนที่ 112 กองกำลังสิบแปดทหารม้าเยี่ยนหยุนที่มาสาย!

"แต่เจ้าก็เกินไปหน่อยนะ อุตส่าห์มีเวลาอยู่กับเสี่ยวจิ้งทั้งที ทำไมต้องรีบตื่นแต่เช้ามาหาข้าด้วยล่ะ ข้ากำลังจะออกไปสอนหนังสือที่โรงเรียนอยู่แล้ว ไม่มีเวลามานั่งเป็นเพื่อนเจ้าหรอกนะ"

จากประสบการณ์ของนาง ในเวลานี้เจียงเทียนไม่สมควรมาโผล่ที่นี่ แต่ควรจะนอนกกกอดอยู่กับอู่จิ้งถึงจะถูก

"เดี๋ยวนะ อู่จิ้ง?"

เจียงเทียนเริ่มจะงุนงง ไม่ว่าจะคิดยังไง เรือนฝั่งตะวันออกก็ไม่มีส่วนไหนเกี่ยวข้องกับอู่จิ้งเลยนี่นา ทำไมจ่างซุนหมิงเยว่ถึงได้พูดชื่อนางขึ้นมาล่ะ!

"เจ้าหมายความว่า เมื่อคืนนี้ เจ้าพาข้าไปส่งที่เรือนพักของอู่จิ้งงั้นหรือ?"

เมื่อถูกเตือนสติ เจียงเทียนก็นึกขึ้นมาได้ ว่าเมื่อคืนเขาเหมือนจะเดินเข้าไปในลานบ้านที่ไม่ค่อยคุ้นตาเท่าไหร่ ที่แท้นั่นก็คือเรือนพักของอู่จิ้งนี่เอง

หมายความว่า คนที่จ่างซุนหมิงเยว่ตั้งใจจะจับคู่ให้เขาก็คืออู่จิ้ง ไม่ใช่เรือนฝั่งตะวันออกที่มีจ่างซุนอู๋โก้วและหยางเฟยพักอยู่

ที่แท้มันก็เป็นความเข้าใจผิดมาตั้งแต่ต้น!

"ใช่แล้วล่ะ เดี๋ยวนะ เมื่อคืนเจ้าไม่ได้ค้างที่ห้องอู่จิ้งหรอกหรือ แล้วเจ้าไปนอนที่ไหนมาล่ะ?"

ด้วยความฉลาดหลักแหลมของจ่างซุนหมิงเยว่ เพียงแค่ฟังคำพูดของเจียงเทียน นางก็เดาได้ทันทีว่าเมื่อคืนเขาไม่ได้ไปค้างที่ห้องอู่จิ้ง

"เอ่อ... คือว่า ข้าตื่นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองนอนอยู่ที่ห้องของจ่างซุนอินในเรือนฝั่งตะวันออกแล้วล่ะ"

เจียงเทียนตอบด้วยน้ำเสียงกระดากอายเล็กน้อย อย่างไรเสีย จ่างซุนอินก็มีศักดิ์เป็นถึงท่านอาของจ่างซุนหมิงเยว่

"ห๊า! เจ้าไปโผล่ที่เรือนฝั่งตะวันออกได้ยังไงกัน ข้าก็จำได้ว่าพาเจ้าไปส่งถึงเรือนพักของอู่จิ้งแล้วนี่นา?"

"ตอนนั้นข้าก็เมาจนเดินเป๋ไปเป๋มา พอเห็นว่าลานบ้านมันดูแปลกๆ ข้าก็เลยเดินออกมา แล้วหลังจากนั้นข้าก็จำอะไรไม่ได้เลย รู้สึกตัวอีกทีก็ไปโผล่ที่เรือนฝั่งตะวันออกเสียแล้ว"

เมื่อได้ฟังเรื่องราวทั้งหมด จ่างซุนหมิงเยว่ก็ถึงกับพูดไม่ออก

นี่มันบุพเพสันนิวาสระหว่างอู่จิ้งกับเจียงเทียนยังไม่ถึงเวลา หรือว่าเจียงเทียนจะถูกลิขิตมาให้คู่กับจ่างซุนอู๋โก้วและหยางเฟยที่เรือนฝั่งตะวันออกกันแน่!

"เอาเถอะๆ เจ้ามาอธิบายให้ข้าฟังก็ไม่มีประโยชน์หรอก รีบไปง้ออู่จิ้งนู่น เมื่อคืนนางคงจะนั่งรอเจ้าทั้งคืน พอเจ้าไม่ไป นางต้องเสียใจมากแน่ๆ แล้วเจ้าดันไปขลุกอยู่ที่เรือนฝั่งตะวันออกเสียอีก เฮ้อ!"

จ่างซุนหมิงเยว่ถอนหายใจยาวเหยียด

"อะไรนะ เจ้าหมายความว่าอู่จิ้งก็รู้เรื่องนี้ด้วยงั้นหรือ?"

เจียงเทียนถึงกับอึ้งไปเลย ในตอนแรกเขาคิดว่าจ่างซุนหมิงเยว่คงอยากจะเร่งรัดให้เขารับอู่จิ้งมาเป็นอนุ เพื่อที่จะได้ผูกมัดให้อู่หมิงยอมทำงานให้อย่างเต็มที่ โดยที่ปิดบังสาวเจ้าเอาไว้

แต่ไม่คาดคิดเลยว่า เรื่องทั้งหมดนี้ อู่จิ้งจะรู้เห็นเป็นใจด้วย

"งานเข้าแล้วสิทีนี้!"

เจียงเทียนทิ้งจ่างซุนหมิงเยว่ไว้ แล้วรีบวิ่งไปหาอู่จิ้งทันที

ในเมื่อเมื่อคืนอู่จิ้งนั่งรอเขาอยู่ นางก็ต้องได้ยินเสียงตอนที่เขาเดินเข้าไปในลานบ้านแน่ๆ แต่สุดท้ายเขากลับไม่ได้เข้าไปหานาง นางจะต้องเสียใจมากแน่ๆ

ถ้าไม่ใช่เพราะต้องรีบไปง้ออู่จิ้ง เจียงเทียนคงอยากจะจับจ่างซุนหมิงเยว่มาตีก้นสั่งสอนเสียให้เข็ด

ผู้หญิงคนนี้นี่ ทำอะไรไม่ปรึกษาข้าเลย ถ้าอยากจะให้ข้ารับอู่จิ้งเป็นอนุ ก็แค่บอกข้าตรงๆ ข้าก็ไม่ใช่ว่าจะปฏิเสธเสียหน่อย ทำไมต้องทำให้เรื่องมันวุ่นวายขนาดนี้ด้วย

ภายในห้องพัก อู่จิ้งนั่งเหม่อลอยอยู่ริมหน้าต่าง พอฟ้าเริ่มสาง ความรู้สึกของนางก็ดิ่งลงสู่จุดต่ำสุด

แกร๊ก~

เสียงประตูห้องถูกผลักเปิดออก อู่จิ้งรีบเงยหน้าขึ้นมอง และเมื่อเห็นร่างของเจียงเทียน นางก็ถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ปล่อยให้มันไหลรินลงมาอาบแก้มด้วยความดีใจ

ในที่สุด หลังจากรอคอยมาทั้งคืน เขาก็มาหานางจนได้

"โธ่ เสี่ยวจิ้ง ข้าขอโทษจริงๆ นะ ข้ามาสายไปหน่อย แต่ข้าสัญญาว่าคืนนี้ข้าจะชดเชยให้เจ้าอย่างแน่นอน"

เจียงเทียนเดินเข้าไปสวมกอดอู่จิ้งให้นั่งลงบนตัก พร้อมกับเอ่ยปลอบประโลมด้วยน้ำเสียงอันอ่อนโยน

"แต่ก่อนอื่น ข้าคงต้องไปคุยกับอู่หมิงให้รู้เรื่องเสียก่อน ในฐานะที่เขาเปรียบเสมือนผู้ปกครองของเจ้า ข้าจะปล่อยให้เจ้ามาอยู่กับข้าแบบไม่มีสถานะไม่ได้หรอกนะ"

"แต่พี่ชายข้าเขา..." ใบหน้าของอู่จิ้งเต็มไปด้วยความกังวล นางเองก็กลัวว่าอู่หมิงจะไม่ยอมรับเรื่องนี้ จึงได้หลงเชื่อคำแนะนำของอาสื่อน่าเยี่ยน ยอมเสี่ยงทำเรื่องแบบนี้

"วางใจเถอะ ข้าเชื่อว่าอู่หมิงจะต้องเข้าใจ" เจียงเทียนเอ่ยปลอบประโลม แม้ในใจลึกๆ เขาก็ยังไม่แน่ใจนัก เพราะเขาดูออกว่าอู่หมิงไม่ได้อยากจะให้น้องสาวมาลงเอยกับเขาเท่าไหร่นัก

"อืม! ข้าเชื่อใจท่าน"

หลังจากได้รับคำยืนยันจากเจียงเทียน จิตใจที่เคยห่อเหี่ยวของอู่จิ้ง ก็กลับมาพองโตอีกครั้ง

เจียงเทียนใช้เวลาปลอบประโลมอู่จิ้งอยู่ราวหนึ่งชั่วยาม ในที่สุดเขาก็ปลีกตัวออกไปจัดการกับสองตัวการที่ก่อเรื่องวุ่นวายนี้ขึ้นมาได้ วันนี้เขาจะต้องสั่งสอนพวกนางให้หลาบจำเสียบ้าง

จ่างซุนหมิงเยว่ไปสอนหนังสือที่โรงเรียน ปล่อยไปก่อนก็แล้วกัน เป้าหมายแรกคืออาสื่อน่าเยี่ยนที่เรือนฝั่งตะวันตก

แต่ยังไม่ทันที่เขาจะเดินไปถึงเรือนฝั่งตะวันตก เสี่ยวเตาก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหา

"ท่านหัวหน้าค่าย... ท่านหัวหน้าค่าย แย่แล้วขอรับ มีกองกำลังกลุ่มใหญ่มาอออยู่ที่ตีนเขา บอกว่าจะมาขอสวามิภักดิ์กับท่าน ท่านรีบไปดูเถอะขอรับ!"

เสี่ยวเตายืนหอบแฮ่กๆ เห็นได้ชัดว่าเขาต้องวิ่งกระหืดกระหอบมาอย่างหนักหน่วงแน่ๆ

"กองกำลังกลุ่มใหญ่? มาขอสวามิภักดิ์? หรือว่าจะเป็นสิบแปดทหารม้าเยี่ยนหยุน?"

ตอนที่ระบบแจ้งเตือนรางวัลเมื่อวานซืน ได้ระบุไว้ว่า กองกำลังสิบแปดทหารม้าเยี่ยนหยุนจะเดินทางมาถึงในตอนเที่ยงของวันรุ่งขึ้น ซึ่งก็คือเมื่อวานนี้

แต่ทว่าเมื่อวานนี้ เจียงเทียนออกไปยืนชะเง้อคอรออยู่ที่หน้าประตูด่านสกัดเป็นเวลานาน ก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของสิบแปดทหารม้าเยี่ยนหยุน เขาเลยถอดใจคิดว่าพวกนั้นอาจจะถูกดักทำร้ายระหว่างทางไปแล้วกระมัง!

ใครจะไปคิด ว่าผ่านไปหนึ่งวัน พวกเขากลับโผล่มาเสียอย่างนั้น

"ไป ตามข้าไปดูสิ!"

"ท่านหัวหน้าค่าย รอ... รอข้าด้วยขอรับ!"

เสี่ยวเตาร้องโอดครวญ พยายามวิ่งตามเจียงเทียนไปอย่างสุดกำลัง แต่ก็ไม่อาจตามฝีเท้าอันรวดเร็วของเขาได้ทัน

ไม่นานนัก เจียงเทียนก็มาถึงด่านสกัดแห่งแรก และก็ได้พบกับกองกำลังกลุ่มหนึ่งยืนรออยู่เบื้องล่าง

ผู้นำของกองกำลังนี้คือบุรุษบนหลังม้าสิบแปดคน เพียงแค่มองแวบเดียว เจียงเทียนก็รู้ได้ทันทีว่า พวกเขาคือกองกำลังสิบแปดทหารม้าเยี่ยนหยุนอย่างแน่นอน

พวกเขาสวมเสื้อผ้ากันหนาว มีดาบวงพระจันทร์ห้อยอยู่ที่เอว สวมหน้ากากปกปิดใบหน้า และโพกผ้าสีดำคลุมศีรษะ เผยให้เห็นเพียงดวงตาคู่คม ด้านนอกสวมทับด้วยเสื้อคลุมสีดำยาว

พวกเขาใส่รองเท้าบูทหนังแบบชาวหู (ชนเผ่าเร่ร่อน) ที่ซ่อนมีดสั้นไว้ด้านใน สะพายธนูคันใหญ่ไว้ที่หลัง และมีลูกศรคนละสิบแปดดอก นอกจากนี้ ทุกคนยังพกพาดาบวงพระจันทร์ที่มีลักษณะเหมือนกันเป๊ะอีกด้วย

เพียงแค่ปรายตามอง เจียงเทียนก็สัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาจากกองกำลังสิบแปดทหารม้าเยี่ยนหยุน พวกเขาคือกองทัพทหารม้าชั้นยอด ที่เปรียบเสมือนหน่วยรบพิเศษในยุคโบราณอย่างแท้จริง

"ท่านหัวหน้าค่าย คนพวกนี้ จะให้จัดการอย่างไรดีขอรับ?"

อู่หมิงมาถึงด่านสกัดก่อนเจียงเทียน ในฐานะผู้ที่มีวรยุทธ์ติดตัว เขาย่อมมองออกถึงความน่าสะพรึงกลัวของผู้นำทั้งสิบแปดคนนั้น และยิ่งไม่ต้องพูดถึงกองกำลังอีกหลายร้อยคนที่ตามหลังมา

"ไม่ต้องห่วง พวกเขาตั้งใจมาขอสวามิภักดิ์กับข้า เดี๋ยวรอข้าตรวจสอบตัวตนของพวกเขาเสร็จ ก็จะเปิดด่านให้พวกเขาเข้ามาได้"

เจียงเทียนโบกมือปัด เป็นการบอกให้อู่หมิงคลายความกังวล

และก็เป็นไปตามคาด ทันทีที่สิบแปดทหารม้าเยี่ยนหยุนสังเกตเห็นเจียงเทียน พวกเขาก็พร้อมใจกันลงจากหลังม้า แล้วคุกเข่าลงเบื้องหน้าเจียงเทียนอย่างพร้อมเพรียง

"พวกข้าน้อยได้ยินกิตติศัพท์ความเมตตาปรานีของท่านหัวหน้าค่ายเจียงมานาน จึงตั้งใจเดินทางมาขอสวามิภักดิ์ ขอท่านหัวหน้าค่ายโปรดเมตตารับพวกเราไว้ด้วยเถิดขอรับ"

อู่หมิงถึงกับตกตะลึงไปเลย ยอดนักรบระดับนี้ กลับยอมก้มหัวขอสวามิภักดิ์ต่อท่านหัวหน้าค่ายจริงๆ

"ในเมื่อพวกเจ้าถูกนัดหมายให้เดินทางมาถึงเมื่อตอนเที่ยงวานนี้ แล้วเหตุใดถึงได้มาล่าช้าไปถึงหนึ่งวันเต็มๆ ล่ะ?"

"การมาขอสวามิภักดิ์ต่อท่านหัวหน้าค่ายเจียง พวกข้าน้อยย่อมไม่อาจมามือเปล่าได้ จึงได้ถือโอกาสกวาดล้างพวกโจรป่าบริเวณรอบๆ เขาชิงเหลียง พร้อมกับริบทรัพย์สินและเสบียงอาหารทั้งหมด เพื่อนำมามอบเป็นของกำนัลให้แก่ท่านหัวหน้าค่ายขอรับ"

ชายผู้เป็นหัวหน้าเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะชี้มือไปยังขบวนรถเข็นบรรทุกสิ่งของที่ทอดยาวเป็นหางว่าวอยู่เบื้องหลัง "สิ่งของเหล่านี้ คือของกำนัลที่พวกข้าน้อยตั้งใจนำมามอบให้ท่านหัวหน้าค่ายเจียงขอรับ"

"ยอดเยี่ยมมาก! อู่หมิง เปิดประตูด่านรับพวกเขาเข้ามาเลย!"

เจียงเทียนหัวเราะร่วนอย่างพึงพอใจ การได้กองกำลังสิบแปดทหารม้าเยี่ยนหยุนมาเสริมทัพ จะทำให้รากฐานของค่ายชิงเฟิงมั่นคงแข็งแกร่งยิ่งขึ้นไปอีก

จบบทที่ ตอนที่ 112 กองกำลังสิบแปดทหารม้าเยี่ยนหยุนที่มาสาย!(ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว