เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 110 ไท่เก๋อมาเยือน!

บทที่ 110 ไท่เก๋อมาเยือน!

บทที่ 110 ไท่เก๋อมาเยือน!


บทที่ 110 ไท่เก๋อมาเยือน!

ครึ่งชั่วโมงต่อมา รถตู้บิสสิเนสก็แล่นมาถึงหน้าโรงแรมซิงเหอ คนกลุ่มหนึ่งรีบลงจากรถอย่างเร่งรีบ

"ขอต้อนรับมิตรสหายจากไท่เก๋อทุกท่านครับ!"

ในเวลานั้นเอง เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น ชางหลงยืนรออยู่ที่หน้าประตูโรงแรมมาพักใหญ่แล้ว

"นายเป็นใคร?" ชายหนุ่มท่าทางภูมิฐาน กวาดสายตามองชางหลงหัวจรดเท้าแล้วเอ่ยถาม

"หนึ่งในแปดราชันมังกรแห่งตำหนักเทพมาร ชางหลง" ไม่ต้องให้ชางหลงแนะนำตัว ชายชราผมขาวก็ชิงพูดขึ้นมาก่อน

"นึกไม่ถึงว่าผู้อาวุโสหมู่อี้ยังจำผมได้ เป็นเกียรติอย่างยิ่งครับ!" ชางหลงตอบกลับอย่างสุภาพ

"จำได้สิ แปดราชันมังกรแห่งตำหนักเทพมาร แต่ละคนล้วนมีฝีมือฉกาจฉกรรจ์ เคยสร้างคุณงามความดีให้กับอาณาจักรมังกรเทพของเรามานับไม่ถ้วน ไม่ใช่แค่ฉันที่จำได้ แต่มีคนอีกมากมายที่จดจำพวกนายได้" ผู้อาวุโสหมู่อี้ ชายชราผมขาวกล่าว

"มันก็เป็นแค่เรื่องในอดีตครับ ขอเพียงบ้านเมืองสงบร่มเย็น จะมีใครจำพวกเราได้หรือไม่ได้ ก็ไม่สำคัญหรอกครับ" ชางหลงตอบอย่างไม่ใส่ใจ

"ท่านประมุขของนายเป็นคนสั่งให้มารอพวกเราที่นี่งั้นเหรอ?" หมู่อี้ถาม

ชางหลงพยักหน้า "ท่านประมุขกำลังรอคอยพวกท่านอยู่ด้านในครับ!"

"สมกับเป็นเฉินปู้ฝานจริงๆ!" ในดวงตาอันชราภาพของหมู่อี้ ทอประกายเจิดจ้าขึ้นมาวูบหนึ่ง

"ตำหนักเทพมารของพวกนายแอบจับตาดูไท่เก๋อมาตลอดเลยเหรอ?" ชายหนุ่มมาดผู้ดีจ้องเขม็งไปที่ชางหลง

"นายดูถูกไท่เก๋อ หรือดูถูกตำหนักเทพมารกันแน่?" ชางหลงถามกลับยิ้มๆ

ด้วยอำนาจและอิทธิพลระดับไท่เก๋อ หากถูกจับตาดูอยู่ทุกวันจริงๆ จะไม่มีทางรู้ตัวเลยสักนิดเชียวหรือ!

แต่สำหรับตำหนักเทพมารแล้ว พวกเขาก็ไม่ได้ใส่ใจจะไปคอยจับตาดูความเคลื่อนไหวของไท่เก๋อหรอก!

คำพูดของชางหลงประโยคนี้ เรียกได้ว่าแทงใจดำเข้าอย่างจัง

ใบหน้าของชายหนุ่มท่าทางภูมิฐาน เปลี่ยนเป็นดำคล้ำลงในทันที "นาย..."

"เหวินเซวียน" หมู่อี้เอ่ยปราม เหวินเซวียนจึงต้องกลืนคำพูดลงคอไป

"เชิญครับ!" ชางหลงผายมือ

หมู่อี้พยักหน้า จากนั้นทั้งสามคนก็เดินเข้าไปในโรงแรม

นอกจากหมู่อี้และเหวินเซวียนแล้ว ด้านหลังยังมีชายชราผมสีดอกเลาอีกคนหนึ่งเดินตามมาด้วย

เขาสวมชุดคลุมยาวสีเขียว แขนเสื้อพับขึ้นครึ่งหนึ่ง เผยให้เห็นท่อนแขนท่อนล่างที่มีเส้นเลือดปูดโปนอย่างชัดเจน

แม้จะมองผ่านผิวหนัง แต่ก็ยังสัมผัสได้ถึงพลังปราณที่ไหลเวียนอยู่อย่างหนาแน่นและทรงพลัง!

ชางหลงลอบสังเกตอีกฝ่ายอยู่สองสามครั้ง พบว่าตรงข้อนิ้วมือของชายคนนั้น มีรอยด้านหนาเตอะปูดขึ้นมาราวกับตุ่มเล็กๆ

"ยอดฝีมือสายกำลังภายใน!" ชางหลงคิดในใจ

บุคคลสำคัญระดับไท่เก๋อเดินทาง ย่อมต้องมียอดฝีมือคอยคุ้มกันเป็นเรื่องปกติ ยิ่งไปกว่านั้น คนที่มาคือหมู่อี้ หนึ่งในคณะผู้อาวุโสของไท่เก๋อ ผู้มีอาวุโสสูงยิ่ง!

ชางหลงพาทั้งสามคนเดินเข้าไปในห้องประชุมภายในโรงแรม ซึ่งเฉินปู้ฝานกำลังนั่งรออยู่ก่อนแล้ว

"ท่านประมุข แขกมาแล้วครับ" ชางหลงรายงานจบ หมู่อี้และพรรคพวกก็เดินเข้ามาในห้อง

"ที่แท้ก็เป็นผู้อาวุโสหมู่อี้นี่เอง ยินดีที่ได้พบครับ!" เฉินปู้ฝานทักทายอย่างเป็นกันเอง

"เฉินปู้ฝาน ไม่เจอกันนานเลยนะ!" หมู่อี้ก็กล่าวทักทายด้วยรอยยิ้มเช่นกัน

เฉินปู้ฝานจับมือทักทายกับเขา ก่อนจะผายมือเชิญผู้อาวุโสหมู่อี้นั่งลง

หลังจากทักทายกันพอเป็นพิธี เฉินปู้ฝานก็เข้าเรื่องทันที "อาจารย์จากไท่เก๋อทุกท่าน วันๆ ยุ่งอยู่แต่กับเรื่องบ้านเมือง ไม่ทราบว่าผู้อาวุโสหมู่อี้ดั้นด้นมาหาผมถึงกว่างหลิง มีธุระอะไรหรือครับ?"

"ฉันได้ยินมาว่า วันนี้เธอประกาศฟื้นฟูตระกูล ขอแสดงความยินดีด้วยนะ ขอให้ตระกูลเฉินเจริญรุ่งเรืองยิ่งๆ ขึ้นไป!" ผู้อาวุโสหมู่อี้กล่าว

"ตระกูลเฉินก็แค่ตระกูลเล็กๆ ที่ผมตัดสินใจฟื้นฟูมันขึ้นมา ก็แค่ไม่อยากให้สายเลือดตระกูลเฉินต้องสิ้นสุดลงเท่านั้น ไม่รบกวนให้ผู้อาวุโสหมู่อี้ต้องลำบากเดินทางมาถึงที่นี่หรอกครับ" เฉินปู้ฝานตอบเสียงเรียบ

"นั่นก็แค่เรื่องหนึ่ง แต่ฉันมาที่นี่เพราะเรื่องอื่นต่างหาก"

"เชิญพูดมาได้เลยครับ" เฉินปู้ฝานยิ้มมุมปาก เขารู้ดีว่าอีกฝ่ายกำลังจะเข้าเรื่องสำคัญแล้ว

"ในเมื่อที่นี่ไม่มีคนนอก งั้นฉันก็ขอไม่อ้อมค้อมเลยนะ ตอนที่ฉันเดินทางมา ฉันได้ยินมาว่า เธอประกาศฐานะของตัวเองว่าเป็นประมุขตำหนักเทพมาร เธอช่วยถอนคำพูดนั้นกลับไปได้ไหม?"

"คำพูดที่หลุดออกจากปากไปแล้ว ยากที่จะเรียกคืน" เฉินปู้ฝานปฏิเสธทันควัน เขาเดาจุดประสงค์ที่ไท่เก๋อมาเยือนได้แต่แรกแล้ว จึงคิดวิธีรับมือไว้ล่วงหน้า

"ความหมายของอาจารย์ของผมก็คือ คุณสามารถใช้วิธีอื่นได้ อย่างเช่น ไปอธิบายว่านั่นเป็นแค่การล้อเล่น หรือไม่ก็ออกคำสั่งห้ามไม่ให้ใครแพร่กระจายข่าวนี้ออกไป รวมถึงพวกนักข่าวด้วย" จู่ๆ เหวินเซวียนก็สอดขึ้นมา

เฉินปู้ฝานปรายตามองอีกฝ่าย "นายคิดว่าตอนที่ฉันคุยกับอาจารย์ของนาย จำเป็นต้องมีนายมาช่วยอธิบายความหมายให้ด้วยงั้นเหรอ?"

น้ำเสียงอันเย็นยะเยือกของเขา ทำเอาอากาศภายในห้องประชุมถึงกับเย็นเยียบลงในพริบตา!

"เหวินเซวียน ฉันกำลังคุยธุระอยู่ ห้ามสอดปาก!" หมู่อี้เอ่ยเตือน

"ครับ" เหวินเซวียนพยักหน้ารับ

"ต้องขอโทษด้วยนะ เขาเป็นนักศึกษาจากสำนักราชบัณฑิต ปากไวไปหน่อย หวังว่าเธอคงไม่ถือสานะ" หมู่อี้กล่าวขอโทษเฉินปู้ฝาน

"สำนักราชบัณฑิต?" เฉินปู้ฝานแค่นยิ้มเย็น!

ไท่เก๋อในฐานะหน่วยงานสำคัญระดับประเทศของอาณาจักรมังกรเทพ ย่อมมีหน่วยงานภายใต้สังกัดโดยตรง

หนึ่งในนั้นคือ "สำนักราชบัณฑิต" ซึ่งเป็นสถานที่บ่มเพาะหัวกะทิด้านยุทธศาสตร์ เพื่อส่งต่อให้ไท่เก๋อในอนาคต!

และยังมีอีกหนึ่งหน่วยงานภายใต้สังกัดโดยตรง ที่มีชื่อว่า "สำนักยุทธ์" ซึ่งรวบรวมยอดฝีมือด้านวิทยายุทธ์ไว้คอยคุ้มกันไท่เก๋อโดยเฉพาะ!

เฉินปู้ฝานสังเกตเห็นชายชราผมสีดอกเลาที่ยืนอยู่ด้านหลังหมู่อี้มาตั้งแต่แรกแล้ว หากเดาไม่ผิด ชายคนนี้น่าจะเป็นคนของสำนักยุทธ์

การพานักศึกษาหัวกะทิจากสำนักราชบัณฑิตมาด้วย แถมยังมีขุนพลจากสำนักยุทธ์มาคุ้มกัน มองเผินๆ เหมือนหมู่อี้จะเดินทางมาเป็นบุคคลสำคัญเพียงคนเดียว แต่แท้จริงแล้วเตรียมการมาอย่างรัดกุมทีเดียว!

"ท่านประมุขเฉิน ลองดูหน่อยได้ไหมว่าพอจะมีวิธีไหน ที่จะไม่ให้ข่าวนี้แพร่กระจายออกไป ไม่อย่างนั้นคงมีปัญหาใหญ่ตามมาแน่ๆ" หมู่อี้พูดเหมือนกำลังขอร้อง แต่แฝงแววข่มขู่กลายๆ

"ผู้อาวุโสหมู่อี้เรียกชื่อผมตรงๆ ดีกว่าครับ เรียกประมุขแล้วผมรู้สึกไม่ค่อยชิน ส่วนเรื่องการประกาศตัวตนของผม มันเป็นเรื่องส่วนตัวของผม ต่อให้มีปัญหาตามมา มันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับไท่เก๋อของพวกคุณ" เฉินปู้ฝานตอบเสียงเย็นชา

สีหน้าของหมู่อี้เคร่งเครียดขึ้นมาทันที "เฉินปู้ฝาน เรื่องนี้เรามีข้อตกลงกันไว้นะ ตอนที่เธอกวาดล้างพันธมิตรสิบประเทศ อาณาจักรมังกรเทพได้ให้คำมั่นสัญญากับนานาประเทศไว้ว่า เธอจะสละตำแหน่งผู้บัญชาการทหาร และจะเร้นกายไม่ปรากฏตัวอีก หากตอนนี้เธอประกาศหวนคืนวงการ ก็เท่ากับเป็นการฉีกข้อตกลงในครั้งนั้น แล้วอาณาจักรมังกรเทพจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน จะเหลือความน่าเชื่อถืออะไรให้ใครเขาเชื่ออีก?"

"และกองกำลังต่างๆ ทั่วโลกก็ต้องตื่นตัวขึ้นมาแน่ๆ ซึ่งอาจส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อความมั่นคงของอาณาจักรมังกรเทพได้!"

เฉินปู้ฝานหัวเราะเยาะ "ผู้อาวุโสหมู่อี้ ผมจำเป็นต้องขอชี้แจงให้ชัดเจนนะ ตอนที่ผมกวาดล้างพันธมิตรสิบประเทศจนราบคาบ ผมเป็นคนเลือกที่จะเร้นกายไปเอง เพื่อไปเฝ้าวิญญาณพี่น้องนับแสนนายที่ชื่อเหลียง ส่วนไอ้ข้อตกลงที่ว่านั่น มันคือสิ่งที่ไท่เก๋อในฐานะตัวแทน ไปตกลงกับกองกำลังต่างๆ ทั่วโลกเอาเองโดยพลการ ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับผมเลยแม้แต่น้อย!"

"ในเมื่อผมสละตำแหน่งผู้บัญชาการทหารไปแล้ว ไม่ว่าผมจะทำอะไร มันก็ขึ้นอยู่กับอารมณ์ของผม ไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของใคร หากวันใดอาณาจักรมังกรเทพต้องเผชิญกับภัยคุกคามอีก ผมก็จะออกโรงปกป้องเอง ส่วนตอนนี้... ไม่มีใครหน้าไหนมาสั่งผมได้ทั้งนั้น!"

เป็นเพราะหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจกวาดล้างศัตรู เขาไม่มีห่วงอะไรอีกแล้ว มองโลกอย่างปลงตก จึงได้ไปเร้นกายอยู่ที่ชื่อเหลียง

ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ไปเก็บเอาเรื่องพวกนี้มาใส่ใจ!

ตอนนี้ไท่เก๋อจะมาสั่งให้เขาทำนู่นทำนี่ ช่างสำคัญตัวเองผิดไปหน่อยแล้วมั้ง

เมื่อได้ฟังคำพูดของเฉินปู้ฝาน หมู่อี้ก็ยังคงนิ่งเฉย "ที่พวกเราทำไปในตอนนั้น ก็เพื่อเห็นแก่ภาพรวม ต่อให้ครั้งนี้ฉันจะมาหาเธอ ก็เป็นการพิจารณาจากภาพรวมเช่นกัน"

"ภาพรวม! ภาพรวม!! ไท่เก๋อของพวกคุณก็ดีแต่อ้างภาพรวม! ในเมื่อเป็นแบบนั้น ตอนที่ผมไปขอให้พวกคุณช่วยตั้งหลายครั้ง ซึ่งล้วนแต่เป็นเรื่องสำคัญระดับชาติ ทำไมไท่เก๋อถึงได้เอาแต่อิดออดบ่ายเบี่ยงล่ะ?" เฉินปู้ฝานอดไม่ได้ที่จะสวนกลับ

"ก็เพราะมันเป็นเรื่องระดับชาติไงล่ะ ไท่เก๋อถึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ!" หมู่อี้ตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

จบบทที่ บทที่ 110 ไท่เก๋อมาเยือน!

คัดลอกลิงก์แล้ว