- หน้าแรก
- จากเงินติดตัว แปดร้อย สู่การเป็นอภิมหาเศรษฐี
- บทที่ 29 ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ฉันคือเจ้าของร้านอาหาร
บทที่ 29 ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ฉันคือเจ้าของร้านอาหาร
บทที่ 29 ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ฉันคือเจ้าของร้านอาหาร
เจียงอวิ๋นใช้กุญแจที่พนักงานเพิ่งให้มาเปิดประตูรั้วเข้าไปในลานของวิลล่า ทางเดินที่กว้างพอให้คนสามคนเดินเคียงข้างกันได้ทอดยาวไปสู่ตัวบ้าน บริเวณลานหน้าบ้านมีน้ำพุที่ยังสร้างไม่เสร็จอยู่สองแห่ง หญ้าคาขึ้นรกชันดูเหมือนไม่ได้รับการดูแลมาเป็นเวลานาน
ดูเหมือนว่าบ้านที่ยังสร้างไม่เสร็จในโครงการวิลล่าระดับไฮเอนด์เหล่านี้ก็ไม่ได้สวยงามอะไรนัก เพราะมันยังเป็นแค่โครงสร้างเปล่าๆ
วิลล่ายังมีสวนหลังบ้านพร้อมพื้นที่ที่ถูกเว้นไว้สำหรับทำบ่อปลาขนาดเล็กอีกด้วย
เจียงอวิ๋นผลักประตูบ้านเข้าไป พื้นที่ด้านในกว้างขวางเสียจนเขารู้สึกว่ามันไม่เหมือนสถานที่สำหรับอยู่อาศัยอีกต่อไป
วิลล่าหลังนี้มีสามชั้น และมีห้องเล็กๆ อยู่บนดาดฟ้าชั้นบนสุด
ทว่าวิลล่าหลังนี้ยังไม่ได้ตกแต่งภายในและยังไม่มีกลิ่นอายของความหรูหรา การตกแต่งทั้งหมดพวกเขาต้องเป็นคนจัดการเอง
นี่เป็นงานที่ยุ่งยากเอาการ ดูเหมือนว่าคงต้องใช้เวลาอีกสักพักกว่าจะย้ายเข้ามาอยู่ในวิลล่าหลังนี้ได้
เจียงอวิ๋นรู้สึกพอใจมากทั้งกับตัวบ้านและทำเลที่ตั้ง สมกับที่เป็นเทียนเยว่รอยัลการ์เดน ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังในฐานะโครงการวิลล่าระดับไฮเอนด์
หลังจากออกจากเทียนเยว่รอยัลการ์เดน เจียงอวิ๋นก็ไม่มีธุระอะไรต้องทำต่อ เขาจึงตั้งใจจะกลับไปงีบหลับที่หอพัก เมื่อคืนเขากว่าหลับก็ดึกดื่น ตอนนี้จึงเริ่มหาวออกมาแล้ว
พอเลี้ยวตรงหัวมุมถนน เสียงแจ้งเตือนจาก 'เกมมหาเศรษฐีอันดับหนึ่ง' ก็ดังขึ้น
เจียงอวิ๋นรีบจอดรถและหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูทันที
【ขอแสดงความยินดีที่คุณได้เป็นเจ้าของบ้านอันทรงเกียรติในโครงการเทียนเยว่รอยัลการ์เดน! เอกสารทุกอย่างเสร็จสมบูรณ์แล้ว ขณะนี้โฉนดที่ดินและสัญญาของท่านวางอยู่บนเบาะที่นั่งผู้โดยสารในรถเฟอร์รารี่ SF90 ของท่าน】
เจียงอวิ๋นหันขวับไปมอง และพบว่าสัญญาซื้อขายวิลล่ากับโฉนดที่ดินปรากฏขึ้นมาจากความว่างเปล่าบนเบาะผู้โดยสารจริงๆ
เจียงอวิ๋นรวบรวมเอกสารเหล่านั้นแล้วเก็บเข้าไปในช่องเก็บของหน้ารถ รวมไว้กับใบเสร็จต่างๆ ของรถเฟอร์รารี่
ทันใดนั้น หน้าต่างแจ้งเตือนของ 'เกมมหาเศรษฐีอันดับหนึ่ง' ก็เด้งขึ้นมาอีกครั้ง
【การโอนกรรมสิทธิ์ของอี้เวยจายเสร็จสมบูรณ์แล้ว และเรือนซื่อเหอย่วนซึ่งเป็นที่ตั้งของอี้เวยจายได้ถูกโอนเป็นชื่อของท่าน โปรดตรวจสอบข้อความของท่าน เอกสารและสัญญาที่เกี่ยวข้องได้ถูกวางไว้บนเบาะที่นั่งผู้โดยสารในรถเฟอร์รารี่ SF90 ของท่านแล้ว】
ครั้งนี้ เจียงอวิ๋นแทบจะมองเห็นกับตาว่าเอกสารสัญญาที่เกี่ยวข้องปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่าบนเบาะผู้โดยสาร เขาพลิกดูคร่าวๆ และพบว่ามันถูกเซ็นชื่อเรียบร้อยหมดแล้ว สิ่งที่เขาต้องทำก็แค่ไปรับมอบมัน เท่านี้ทุกอย่างก็เป็นอันเสร็จสิ้น
ในเมื่อเป็นแบบนี้ งั้นก็ไปดูธุรกิจแรกของฉันหน่อยดีกว่า อี้เวยจายเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ ในฐานะดาวเด่นแห่งวงการอาหาร ที่นี่มีอะไรซ่อนอยู่มากกว่าที่เห็นแค่ชื่อแน่นอน
ทว่าอี้เวยจายอยู่ค่อนข้างไกลจากเทียนเยว่รอยัลการ์เดน เจียงอวิ๋นต้องขับรถเกือบครึ่งชั่วโมงกว่าจะถึงที่นั่น
เรือนซื่อเหอย่วนที่คุ้นตา เขาเพิ่งมาเยือนที่นี่กับเซี่ยหลิงซีเมื่อคืนนี้เอง
เจียงอวิ๋นเลียนแบบเซี่ยหลิงซีด้วยการดึงห่วงเหล็กบนประตูขึ้นมาแล้วเคาะเบาๆ สองครั้ง
ผ่านไปราวครึ่งนาที ประตูก็ถูกเปิดออก
ชายชราหนวดเคราและผมสีขาวโพลนเป็นคนเปิดประตู เขาไอออกมาหนึ่งครั้งแล้วเอ่ยขึ้น
"คุณคือคุณเจียงใช่ไหมครับ"
"ใช่ครับ"
ชายชราพยักหน้า หันหลังกลับแล้วเดินนำไป
"ตามผมมาสิ ผมจะแนะนำอะไรให้ฟังคร่าวๆ หวังว่าคุณคงไม่ทำลายชื่อเสียงของอี้เวยจายหรอกนะ"
เจียงอวิ๋นไม่ได้พูดอะไรและเดินตามไปเงียบๆ
อี้เวยจายมีชื่อเสียงโด่งดังได้ก็เพราะรสชาติอาหารเป็นหลัก แต่ตอนนี้เมื่อเจ้าของร้านไม่อยู่และไม่มีใครทำอาหารเหล่านั้นได้อีกแล้ว อี้เวยจายจะยังเปิดต่อไปได้งั้นหรือ
เจียงอวิ๋นขมวดคิ้ว ถึงแม้อี้เวยจายจะเป็นธุรกิจที่ดีจริง แต่การรับช่วงต่อก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
เจียงอวิ๋นเพิ่งจะก้าวเดินไปได้ไม่กี่ก้าว เขาก็ได้ยินเสียงใสๆ ที่คุ้นหูดังขึ้น... เป็นจินหลิงนั่นเอง
"อาจารย์ ขายอี้เวยจายไปแล้วจริงๆ เหรอคะ ทำไมล่ะ"
ขณะที่พูด จินหลิงก็วิ่งออกมาจากเรือนฝั่งตะวันออก
ชายชราโบกมือให้เธอแล้วตอบว่า
"ฉันแก่เกินกว่าจะทำงานไหวแล้วล่ะ ขายมันทิ้งแล้วเอาเงินไปใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างมีความสุขกับภรรยาดีกว่า"
จากนั้นเขาก็หันไปหาเจียงอวิ๋นและแนะนำเธอ
"นี่คือจินหลิง ลูกศิษย์ของผมเอง ผมได้ถ่ายทอดวิชาความรู้เกือบทั้งหมดในชีวิตให้เธอไปแล้ว เหตุผลที่ผมกล้าขายร้านนี้แล้วเกษียณตัวเอง ก็เพราะมีคนเรียนรู้ทุกอย่างที่ผมมีไปหมดแล้วนี่แหละ"
"ถ้าคุณเจียงยินดีจะจ้างเธอไว้ อี้เวยจายก็แทบจะเหมือนเดิมทุกประการ แต่ถ้าคุณไม่อยากจ้างก็ไม่เป็นไร ฝีมือของเธอมากพอที่จะเอาตัวรอดข้างนอกได้สบายๆ เพียงแต่อี้เวยจายอาจจะเปลี่ยนรสชาติไปเท่านั้นเอง"
เจียงอวิ๋นพยักหน้า
"ไม่ต้องห่วงครับคุณตา ผมไม่ปล่อยศิษย์เอกของคุณไปแน่"
แหงล่ะสิ เจียงอวิ๋นทำอาหารไม่เป็น ถ้าเขาปล่อยจินหลิงไป อี้เวยจายก็คงจะเหลือแต่ชื่อ ไม่มีดีอะไรเลย และคงจะตกต่ำลงในไม่ช้า เว้นเสียแต่ว่าเขาจะหาเชฟที่ฝีมือทัดเทียมกับอดีตเจ้าของร้านอี้เวยจายมาได้
จินหลิงมองเจียงอวิ๋นด้วยสีหน้าตกตะลึง
"ลูกค้าเมื่อคืนนี้นี่นา นายซื้ออี้เวยจายไปเหรอ"
ชายชราหัวเราะเบาๆ เมื่อได้ยินเช่นนั้น
"ดูเหมือนว่าคุณเจียงจะถูกใจรสมือของผมเอามากๆ เลยนะ"
...
หลังจากการส่งมอบเสร็จสิ้น ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เจียงอวิ๋นก็คือเจ้าของร้านอี้เวยจาย
ส่วนจินหลิงก็ได้เป็นหัวหน้าเชฟของอี้เวยจาย
"อยากให้ฉันจ้างผู้ช่วยให้สักสองสามคนไหม" เจียงอวิ๋นถามขึ้น
หลังจากใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่ง จินหลิงก็ยังคงท่าทีทะเล้นของเธอไว้
"เอาสิคะ คุณเจียง"
จากนั้นเธอก็พูดต่อ
"ฉันไม่คิดเลยนะว่าวันนี้คุณจะกลายมาเป็นเจ้านายของฉัน อาจารย์นี่ก็จริงๆ เลย หนีไปเสวยสุขซะงั้น แต่ก็ดีเหมือนกันที่ฉันยังได้ทำอาหารอยู่ที่นี่ ไม่รู้เหมือนกันว่าฝีมือฉันจะห่างชั้นกับอาจารย์สักแค่ไหน"
เจียงอวิ๋นยิ้มแล้วบอกว่า
"คุณตาทำงานหนักมาทั้งชีวิต ถึงเวลาที่ท่านควรจะได้พักผ่อนแล้วล่ะ ไม่ต้องห่วงนะจินหลิง คนอย่างฉันไม่มีทางเอาเปรียบเธอแน่นอน"
เจียงอวิ๋นกับจินหลิงทำความคุ้นเคยกันอย่างรวดเร็ว
เขาบอกว่ายังต้องไปเรียนหนังสือ จึงมอบหมายให้จินหลิงเป็นคนดูแลอี้เวยจายทั้งหมด และสัญญาว่าจะจ้างผู้ช่วยให้เธอ ทั้งพนักงานต้อนรับ คนจัดซื้อวัตถุดิบ และพนักงานบัญชี ในพริบตาเดียว จินหลิงก็กลายเป็นทั้งผู้จัดการทั่วไปและหัวหน้าเชฟของอี้เวยจายไปโดยปริยาย
โชคดีที่อี้เวยจายรับลูกค้าเพียงห้าโต๊ะต่อวัน จึงไม่ได้ยุ่งวุ่นวายมากนัก และจินหลิงก็สามารถจัดการทุกอย่างได้เป็นอย่างดี
เจียงอวิ๋นไม่ได้วางแผนที่จะปรับเปลี่ยนอะไรในอี้เวยจาย เพราะตอนนี้มันก็ดีอยู่แล้ว เขาจึงปล่อยให้มันดำเนินกิจการไปตามแนวทางเดิมของมันต่อไป
สำหรับเจียงอวิ๋นแล้ว ธุรกิจนี้เหมือนเป็นการเพิ่มโปรไฟล์ให้ตัวเองมากกว่า แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะกอบโกยกำไรมหาศาลจากอี้เวยจาย เว้นแต่เขาจะขยายกิจการให้ใหญ่ขึ้น แต่นั่นก็จะถือเป็นการทำลายกฎเกณฑ์ของอี้เวยจายลง
หลังจากตรวจสอบไอเทมสองชิ้นที่เขาซื้อมาจากร้านค้าเลเวลอัปเรียบร้อย เจียงอวิ๋นก็เตรียมตัวกลับไปนอนที่หอพักอย่างมีความสุข
ใครจะไปคิดล่ะว่า นักศึกษามหาวิทยาลัยอายุแค่สิบเก้าปีอย่างฉัน จะได้เป็นเจ้าของวิลล่าที่ใหญ่ที่สุดในเทียนเยว่รอยัลการ์เดน แถมยังมีกรรมสิทธิ์ในร้านอี้เวยจายอีกต่างหาก
สิ่งนี้ทำให้เจียงอวิ๋นรู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก
หลังจากขับรถกลับมาถึงมหาวิทยาลัย เจียงอวิ๋นก็ผล็อยหลับไปทันทีที่หัวถึงหมอน เมื่อคืนเขาได้นอนแค่สี่ชั่วโมง แถมเช้านี้ยังต้องเหน็ดเหนื่อยกับการขับรถไปถึงสองที่อีก
เขาตื่นขึ้นมาอีกครั้งตอนที่เพื่อนร่วมห้องอีกสามคนกลับมาถึงหอพัก
พวกเขาไม่รู้ว่าเจียงอวิ๋นกลับมานอนหลับอยู่บนเตียง จึงไม่ได้ระมัดระวังเรื่องเสียงดังนัก
เสียงอุทาน "เชี่ยเอ๊ย!" ของจ้าวหมิงเจียทำให้เจียงอวิ๋นสะดุ้งตื่นจากการหลับใหล
"คอมพิวเตอร์ของพี่อวิ๋น โคตรสุดยอดเลยว่ะ!"