เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7: กินข้าวด้วยกันแบบนี้ ถือเป็นการเดตไหมนะ?

บทที่ 7: กินข้าวด้วยกันแบบนี้ ถือเป็นการเดตไหมนะ?

บทที่ 7: กินข้าวด้วยกันแบบนี้ ถือเป็นการเดตไหมนะ?


เป็นไปไม่ได้น่า... เขามีบัตรทองของที่นี่ด้วยเหรอ? หมอนี่มีภูมิหลังยังไงกันแน่? ทำงานที่นี่มาตั้งนานกลับไม่เคยคุ้นหน้าเขาเลยสักนิด... แถมยังดูเด็กขนาดนี้ มีความเป็นไปได้แค่ทางเดียวคือเขาใช้บัตรของที่บ้าน ดูท่าครอบครัวของเด็กหนุ่มคนนี้คงไม่ธรรมดาเสียแล้ว มิน่าล่ะถึงได้รู้จักและสนิทสนมกับเซี่ยหลิงซีถึงขั้นนี้

ลูกค้าระดับบัตรทองจะมีห้องอาหารส่วนตัวรองรับโดยไม่ต้องจองคิวล่วงหน้า และจะได้รับการต้อนรับระดับวีไอพีจากทางร้านเสมอไม่ว่าจะมาเยือนเมื่อใดก็ตาม

เจียงอวิ๋นและเซี่ยหลิงซีเดินตามพนักงานเสิร์ฟไปยังห้องรับรองบนชั้นสอง เพียงแค่ปรายตามอง เจียงอวิ๋นก็อดตื่นตาตื่นใจไม่ได้ วิถีชีวิตของคนรวยนี่มันน่าสนใจจริงๆ ผนังและเพดานโดมบุด้วยกำมะหยี่สีเข้ม ระบบเก็บเสียงทำได้อย่างยอดเยี่ยม มอบความสงบและความเป็นส่วนตัวอย่างแท้จริง ใจกลางห้องมีโต๊ะอาหารไม้อีโบนีตั้งตระหง่าน ช่างดูหรูหรามีระดับเสียเหลือเกิน...

พนักงานเสิร์ฟเอ่ยแนะนำ "โดมนี้สามารถฉายภาพจิตรกรรมฝาผนังได้หลากหลายตามอารมณ์ของคุณลูกค้าครับ ทั้งห้องนี้เปรียบเสมือนงานศิลปะที่มีชีวิต"

"ทางเรามีนักปรุงน้ำหอมที่จะคอยรังสรรค์กลิ่นหอมในอากาศเป็นพิเศษ เพื่อให้สอดคล้องกับมื้ออาหารและธีมของภาพที่ฉายครับ"

"นอกจากนี้ ยังมีวงดนตรีพร้อมสำหรับการแสดงสดแบบส่วนตัวด้วย ไม่ทราบว่าคุณลูกค้าต้องการรับบริการนี้ด้วยไหมครับ?"

เจียงอวิ๋นครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง การที่ชายหนุ่มหญิงสาวจะต้องมานั่งอยู่ด้วยกันตามลำพังสองต่อสองในที่แบบนี้มันออกจะน่าอึดอัดไปสักหน่อย "ครับ รบกวนด้วย"

พนักงานเสิร์ฟพยักหน้ารับ "คุณลูกค้าได้สั่งอาหารล่วงหน้าไว้บ้างหรือเปล่าครับ?"

เจียงอวิ๋นส่ายหน้าปฏิเสธ พนักงานเสิร์ฟจึงถอยกลับไปที่ประตู "กรุณารอสักครู่นะครับ อีกประเดี๋ยวเชฟจะเข้ามาปรุงอาหารให้คุณลูกค้าถึงในห้องนี้เลย"

คล้อยหลังพนักงานเสิร์ฟ ในที่สุดเซี่ยหลิงซีก็เอ่ยถามสิ่งที่ค้างคาใจออกมา "นายมีบัตรทองของที่นี่ได้ยังไงน่ะ?"

แน่นอนว่าเจียงอวิ๋นไม่สามารถเปิดเผยเรื่องระบบเกมได้ เขาจึงแสร้งปัดเรื่องไปว่า "ฉันก็นึกว่าบัตรทองของที่นี่จะทำได้ง่ายๆ เสียอีก"

เมื่อเห็นชายหนุ่มตอบกลับมาเช่นนั้น เซี่ยหลิงซีก็รู้ทันทีว่าเขาคงยังไม่อยากบอก เธอจึงไม่คิดจะซักไซ้ไล่เลียงอะไรต่อ

หลังจากนั้นไม่นาน วงดนตรีและเชฟก็เดินเข้ามา เชฟเป็นชาวต่างชาติ เขาพูดภาษาจีนด้วยสำเนียงแปร่งหูว่า "สวัสดีครับคุณผู้ชายและคุณผู้หญิง ผมเชฟอันโตนิโอ จะเป็นผู้คอยดูแลพวกคุณในค่ำคืนนี้ครับ"

เขาจัดเตรียมอุปกรณ์ทำอาหารและวัตถุดิบลงบนเคาน์เตอร์ที่มุมห้องอย่างคล่องแคล่ว โค้งคำนับเล็กน้อย แล้วเอ่ยถาม "ได้โปรดอนุญาตให้ผมนำเสนอบทเพลงคอนแชร์โตแห่งท้องทะเลและผืนดิน ผ่านวัตถุดิบชั้นเลิศของทางร้าน จะดีไหมครับ?"

หลังจากได้รับความยินยอมจากเจียงอวิ๋นและเซี่ยหลิงซี อันโตนิโอก็เริ่มลงมือเตรียมอาหารค่ำ ขณะที่เนื้อวากิวกำลังส่งเสียงฉ่าอยู่บนเตาย่าง กลิ่นหอมเข้มข้นก็ลอยอบอวลไปทั่วห้องในทันที กลิ่นหอมในอากาศเปลี่ยนเป็นกลิ่นอายของเปลือกไม้ที่ทั้งสดชื่นและอบอุ่น การผสมผสานของสองกลิ่นนี้ช่างน่าลุ่มหลง

ลีลาการทำอาหารของอันโตนิโอน่าตื่นตาตื่นใจทีเดียว ทั้งเจียงอวิ๋นและเซี่ยหลิงซีต่างนั่งชมเงียบๆ โดยไม่เอ่ยขัด อาหารเรียกน้ำย่อยจานแรกคือหอยเชลล์ฮอกไกโดเสิร์ฟพร้อมโฟมไข่หอยเม่น หอยเชลล์สีขาวอวบถูกสไลซ์แผ่วางบนเยลลี่ใส ราดทับด้วยโฟมไข่หอยเม่นเนื้อเนียนละเอียด

เจียงอวิ๋นลองดมดูเบาๆ เป็นอันดับแรก อืม... ไม่ค่อยมีกลิ่นเท่าไหร่ เขาใช้ช้อนตักมันขึ้นมาทั้งชิ้น ส่งเข้าปากแล้วเคี้ยวสองสามครั้ง สิ่งเดียวที่เขาสรุปได้ก็คือหน้าตามันดูดีกว่ารสชาติเยอะ! รสชาติของมันช่างจืดชืดธรรมดาเสียจนสู้ข้าวผัดไข่ชามละสิบหยวนใต้ตึกอพาร์ตเมนต์เขาไม่ได้ด้วยซ้ำ หรือว่าเขาจะเป็นแค่พวกกินของหรูไม่เป็นกันแน่นะ?

เจียงอวิ๋นหันไปมองเซี่ยหลิงซี หญิงสาวเจ้าของริมฝีปากบางจิ้มลิ้มตักอาหารเข้าปากไปสองคำ พอดีกับจังหวะที่กลืนคำแรกเสร็จ เธอก็สังเกตเห็นว่าเจียงอวิ๋นกำลังจ้องมองมาและตีความสายตานั้นผิดไป ด้วยคิดว่าเขากำลังรอให้เธอเอ่ยปากชมอาหารจานนี้ เธอจึงพูดขึ้น "อร่อยดีนะ..."

ปากก็พูดแบบนั้นไปงั้นแหละ แต่รสชาติจริงๆ น่ะเหรอ... ดูจากท่าทางตอนที่เธอรวบช้อนวางลงก็รู้แล้ว

ระหว่างรออันโตนิโอรังสรรค์เมนูต่อไป เจียงอวิ๋นก็หยิบสมาร์ตโฟนออกมา "ฉันขอถ่ายรูปหน่อยนะ จะเอาไปโพสต์ลงโมเมนต์อวดสักหน่อย หึๆ"

เซี่ยหลิงซีหลุดหัวเราะคิกคัก เจียงอวิ๋นเป็นคนตรงไปตรงมามาก ถ้าอยากอวดก็แค่บอกว่าอยากอวดโดยไม่ต้องเสแสร้งแกล้งทำ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้มาเยือนร้านอาหารสุดหรูแบบนี้ แถมยังมีคนสวยมานั่งร่วมโต๊ะด้วย เขาเลยอยากโพสต์ลงโมเมนต์ให้พวกเพื่อนพ้องอิจฉาตาร้อนเล่น ใบหน้าของเซี่ยหลิงซีซับสีเลือดฝาดเล็กน้อย "เอาสิ..."

เจียงอวิ๋นโน้มตัวเข้าไปใกล้เก้าอี้ของหญิงสาว เปิดกล้องหน้า และชูสองนิ้วซึ่งเป็นท่าไม้ตายประจำตัวที่เขาใช้มาทั้งชีวิต เซี่ยหลิงซีขยับหามุมของตัวเอง เธอเอียงศีรษะเล็กน้อย ทำให้ในรูปดูเหมือนเธอกำลังซบอิงไหล่ของเขาอยู่ หญิงสาวยิ้มกว้างออกมาจากใจจริง เพียงแค่ได้ขยับเข้าไปใกล้เจียงอวิ๋นอีกนิด ใบหน้าของเธอก็เปี่ยมล้นไปด้วยความสุขใจ

เมื่อไม่รู้ว่าจะโพสท่าอะไรดี เซี่ยหลิงซีจึงชูสองนิ้วขึ้นมาเช่นกัน "เย่!"

แค่ได้ถ่ายรูปคู่กัน หัวใจของเซี่ยหลิงซีก็เต้นโครมครามจนแทบไม่เป็นจังหวะ ทว่าในขณะเดียวกัน ภายในหัวของเจียงอวิ๋นกลับเต็มไปด้วยความคิดที่จะโชว์ความเท่ลงโมเมนต์ เพื่ออวดความยิ่งใหญ่ของตัวเองให้ทุกคนได้รับรู้

"ส่งรูปมาให้ฉันสิ ฉันขอแต่งรูปก่อนนายค่อยเอาไปโพสต์นะ"

เจียงอวิ๋นอ้าปากค้าง "หา?"

"ผู้หญิงที่สวยระดับเธอเนี่ยนะ ยังต้องแต่งรูปอีกเหรอ?"

พูดตามตรง เจียงอวิ๋นไม่เข้าใจเลยจริงๆ ถ้าให้คะแนนความสวยเต็มสิบ รูปร่างหน้าตาของเซี่ยหลิงซีย่อมได้เก้าคะแนนเต็มอย่างไม่ต้องสงสัย หรืออาจจะพุ่งทะลุไปถึง 9.1 ด้วยซ้ำ เขาเคยคิดมาตลอดว่ามีแค่ผู้หญิงที่หน้าตาไม่ค่อยดีเท่านั้นที่ชอบแต่งรูป ไม่นึกเลยว่าเซี่ยหลิงซีเองก็เป็นไปกับเขาด้วย

เมื่อได้ยินชายหนุ่มเอ่ยปากชมความสวยของเธอโต้งๆ ใบหน้าของเซี่ยหลิงซีก็ยิ่งแดงระเรื่อขึ้นไปอีก "นายจะไปรู้อะไรล่ะ..."

อันโตนิโอนำเนื้อวากิวอบหม้อดินเผาสองที่มาเสิร์ฟ "นี่คือเมนูจานหลักของค่ำคืนนี้ครับ"

หลังจากวางจานลง เขาก็เอ่ยเสริมด้วยรอยยิ้ม "พวกคุณสองคนเป็นคู่ที่เหมาะสมกันมากเลยครับ หวานชื่นกันจริงๆ ขอให้มีความสุขแบบนี้ตลอดไปนะครับ"

พอได้ยินแบบนี้ เจียงอวิ๋นก็กำลังจะอ้าปากอธิบายว่าพวกเขาไม่ได้เป็นแฟนกัน แต่เซี่ยหลิงซีกลับชิงตอบรับขึ้นมาก่อน "ขอบคุณค่ะ อาหารของคุณอร่อยมาก"

เมื่อได้รับคำชมจากลูกค้า อันโตนิโอก็ถอดหมวกเชฟออกแล้วโค้งคำนับอย่างงดงาม เขาไม่มีทางรู้เลยว่าเซี่ยหลิงซีก็แค่เอ่ยชมตามมารยาทเท่านั้น เพราะความจริงแล้วรสชาติอาหารมันค่อนข้าง... อธิบายยากทีเดียว

เจียงอวิ๋นเริ่มพึมพำกับตัวเองในใจ ผู้หญิงที่ทั้งสวยทั้งรวยคนนี้คงไม่ได้แอบชอบเขาเข้าจริงๆ หรอกใช่ไหม? ผู้หญิงคืออุปสรรคขวากหนามบนเส้นทางสู่การเป็นเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลกต่างหากเล่า!

แต่พอมาคิดดูดีๆ ภารกิจทั้งสองอย่างที่ระบบมอบหมายมาให้ ดันเกี่ยวข้องกับเซี่ยหลิงซีทั้งนั้นเลยนี่สิ... เอาเถอะ บางทีเธออาจจะเป็นตัวช่วยชั้นดีก็ได้

เนื้อวากิวจานนี้รสชาติดีกว่าจานก่อนหน้ามาก อย่างไรเสียมันก็คือเนื้อมัตสึซากะชั้นยอด ต่อให้เอาเด็กสามขวบมาย่างมั่วๆ มันก็ยังอร่อยอยู่ดี เมนูนี้แทบไม่ได้พิสูจน์ฝีมือการทำอาหารของอันโตนิโอเลยสักนิด

มีอาหารทยอยเสิร์ฟตามมาอีกสองสามอย่าง กว่าจะทานเสร็จ เจียงอวิ๋นก็หมดศรัทธากับร้านอาหารหรูหราแบบนี้ไปโดยสิ้นเชิง แม้ว่ารสชาติมันจะไม่ได้แย่ แต่มันก็ไม่คุ้มค่ากับราคาหรือความคาดหวังของเขาเลยสักนิด ยกเว้นเนื้อวากิวแล้ว เมนูอื่นสู้ข้าวผัดไข่ข้างทางชามเดียวยังไม่ได้ด้วยซ้ำ ที่สำคัญที่สุดคือ มื้อนี้ผลาญเวลาไปกว่าสองชั่วโมง โดยหมดไปกับการรออาหารเสียเกินครึ่ง แถมปริมาณแต่ละจานยังน้อยนิด สำหรับชายหนุ่มวัยกำลังกินกำลังนอนอย่างเขาแล้ว มันไม่อยู่ท้องเลยสักนิด

หลังมื้ออาหาร พนักงานเสิร์ฟได้นำทางพวกเขาออกจากห้องไปยังพื้นที่รับรอง ในขณะเดียวกัน สมาร์ตโฟนของเจียงอวิ๋นก็สั่นเตือนขึ้นอีกครั้ง มันคือการแจ้งเตือนจาก 'เกมมหาเศรษฐีอันดับหนึ่ง' เขาเปิดหน้าจอขึ้นมาดูและพบว่าภารกิจเสร็จสิ้นแล้ว

[ขอแสดงความยินดี คุณทำภารกิจสำเร็จ — รับประทานอาหารค่ำกับเซี่ยหลิงซี]

[ได้รับค่าประสบการณ์: 20]

[เลเวล 1 (40/100)]

ขาดอีกแค่หกสิบแต้มก็จะเลื่อนเป็นเลเวลสองแล้ว พยายามเข้า!

ในขณะที่เจียงอวิ๋นกำลังดื่มด่ำกับความตื่นเต้นที่ได้รับค่าประสบการณ์เพิ่มมาอีก 20 แต้ม จู่ๆ เซี่ยหลิงซีก็เอ่ยถามเขาขึ้นมา

"นี่ ถามหน่อยสิ... การที่เรามากินข้าวด้วยกันแบบนี้ ถือเป็นการเดตหรือเปล่า?"

จบบทที่ บทที่ 7: กินข้าวด้วยกันแบบนี้ ถือเป็นการเดตไหมนะ?

คัดลอกลิงก์แล้ว