- หน้าแรก
- ย้อนเวลามากวาดสมบัติ คุณหนูตกอับกับสามีจอมเย็นชา
- บทที่ 3 ทวงคืนตัวช่วยวิเศษ
บทที่ 3 ทวงคืนตัวช่วยวิเศษ
บทที่ 3 ทวงคืนตัวช่วยวิเศษ
บทที่ 3 ทวงคืนตัวช่วยวิเศษ
บรรยากาศภายในห้องโถงใหญ่ของตระกูลลู่หนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก
"พี่คะ ลู่เซี่ยนอวี๋เป็นคนตีฉันจนเป็นแบบนี้! พี่ต้องถอนหมั้นกับเธอนะคะ!"
ไป๋หลานหลานร้องไห้กระซิกฟ้องร้องความน้อยเนื้อต่ำใจต่อไป๋อี้เหวิน โดยมีลู่ชิงหลิงที่ยืนอยู่ข้างๆ คอยพูดจายุยงเติมเชื้อไฟ
เหล่าผู้อาวุโสของตระกูลลู่ต่างพากันหน้าตึงเครียดทะมึน
"ยัยเด็กขี้โรคลู่เซี่ยนอวี๋นั่นไม่ได้ป่วยอยู่หรอกเรอะ? แล้วไปเอาความกล้ามาจากไหนถึงได้ลงมือทำร้ายคนอื่นแบบนี้!"
"ลู่เซี่ยนอวี๋กับตระกูลไป๋ยังมีสัญญาหมั้นหมายที่นายท่านผู้เฒ่าทำไว้อยู่นะ นี่ถึงกับกล้าล่วงเกินว่าที่น้องสะใภ้ของตัวเองอย่างหนักหนาสาหัสขนาดนี้เชียวหรือ?"
"ฉันว่าตระกูลลู่ตามใจลู่เซี่ยนอวี๋มากเกินไปจนเสียคนแล้วล่ะ ท่าทางอ่อนแอขี้โรคนั่นคงเป็นแค่การเสแสร้ง ไม่ได้บอบบางอย่างที่เห็นจริงๆ หรอก"
ในบรรดาภรรยาทั้งสามคนที่บิดาตระกูลลู่แต่งเข้าบ้าน คุณนายใหญ่และอนุสามเป็นคนที่ออกรสออกชาติในการทับถมมากที่สุด
"แต่ละวันตระกูลลู่ต้องผลาญเงินไปตั้งเท่าไหร่เพื่อซื้อยามาประเคนให้ ยัยเด็กนี่กลับไม่มีความรู้ความเข้าใจเรื่องราวได้ไม่ถึงครึ่งของชิงหลิงด้วยซ้ำ!"
คุณนายใหญ่ส่ายหน้าไปมา พลางเอ่ยชื่นชมลู่ชิงหลิงและครอบครัวของเธอ ซึ่งฝ่ายนั้นก็พากันยิ้มรับด้วยความพึงพอใจ
ด้านอนุสามยิ่งพูดจาออกนอกหน้า โดยเอ่ยขึ้นมาอย่างไม่อ้อมค้อมว่า "น่าเสียดายจริงๆ ที่คนหมั้นหมายกับอี้เหวินไม่ใช่ชิงหลิง..."
ใบหน้าของลู่ชิงหลิงแดงระเรื่อ ดวงตากลมโตทอประกายวิบวับขณะแอบชำเลืองมองไป๋อี้เหวินผู้มีภาพลักษณ์นุ่มนวลราวกับปัญญาชน
ทว่าไป๋อี้เหวินกลับไม่ได้สนใจลู่ชิงหลิงเลยแม้แต่น้อย นับตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาในตระกูลลู่ เขายังไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไรสักคำ สิ่งเดียวที่ทำให้เขาร้อนรนจนต้องรีบเข้าไปปลอบโยนก็คือตอนที่เห็นไป๋หลานหลานวิ่งร้องไห้เข้ามาหา
สมแล้วกับคำร่ำลือที่ว่า ไป๋อี้เหวิน ทายาทสายเลือดแดงรุ่นที่สองจากตระกูลผู้ดีใหญ่ เป็นคนที่รักและตามใจน้องสาวสุดหัวใจ
บิดาตระกูลลู่ตบที่วางแขนบนเก้าอี้ประธานเสียงดังลั่น ก่อนจะประกาศกร้าวอย่างเด็ดขาด "ลูกทรพีคนนี้เหิมเกริมเกินไปแล้ว! ฉันจะบังคับให้มันมาขอขมาตระกูลไป๋เดี๋ยวนี้นี่แหละ!"
ไป๋อี้เหวินขมวดคิ้ว แต่ก็ไม่ได้เอ่ยปากปกป้องลู่เซี่ยนอวี๋แต่อย่างใด เพราะถึงอย่างไร คนที่ต้องถูกรังแกจนได้รับความลำบากใจก็คือหลานหลาน น้องสาวแท้ๆ ของเขาเอง
ไป๋หลานหลานเอาแต่ร้องไห้ก่นด่าลู่เซี่ยนอวี๋ พร้อมทั้งรบเร้าให้พี่ชายจัดการสั่งสอนอีกฝ่ายให้เข็ดหลาบ
"คุณหนูใหญ่มาถึงแล้วครับ"
เมื่อได้ยินเสียงรายงานจากพ่อบ้านประจำคฤหาสน์ บิดาตระกูลลู่ก็เดือดดาลขึ้นมาทันที "บอกให้มันไสหัวเข้ามาเดี๋ยวนี้!"
ลู่ชิงหลิงมองไปยังนอกประตูด้วยสายตาเย้ยหยันและสะใจ ครั้งนี้ลู่เซี่ยนอวี๋ต้องจบสิ้นแล้วแน่ๆ ทั้งไม่เป็นที่รักของคนในตระกูล แถมยังไปล่วงเกินตระกูลไป๋เข้าให้อีก
เมื่อถึงเวลาที่คนทั้งตระกูลลี้ภัยไปฮ่องกงในอีกสามวันข้างหน้า ทรัพย์สินเงินทองทั้งหมดก็จะต้องตกเป็นของเธอแต่เพียงผู้เดียว!
อยากรู้นักว่านังขี้โรคที่ถูกถอนหมั้นคนนั้น จะมีชีวิตรอดในชนบทที่ทุรกันดารไปได้สักกี่น้ำกันเชียว?
เสียงฝีเท้าก้าวเข้ามาใกล้ ลู่เซี่ยนอวี๋ที่เดินประคองคู่มากับลู่โหยวค่อยๆ ก้าวเข้ามาภายในห้องอย่างอิดโรยไร้เรี่ยวแรง
ใบหน้าของเธอซีดเซียวไร้สีเลือด ซ้ำยังมีบาดแผลที่หน้าผากซึ่งยังไม่ได้รับการทำแผล ดูแล้วชวนให้รู้สึกน่าเวทนาและตกใจเป็นอย่างยิ่ง
"อาอวี๋! เธอไปโดนอะไรมา!?" ไป๋อี้เหวินรีบปรี่เข้าไปหาลู่เซี่ยนอวี๋ทันที
เขาและลู่เซี่ยนอวี๋เติบโตมาด้วยกัน เขาย่อมมีความรู้สึกดีๆ ให้กับคู่หมั้นของตัวเอง ไม่เช่นนั้นคงไม่มีทางตกลงรับคำหมั้นหมายกับตระกูลลู่ตั้งแต่แรก
ทว่าความรู้สึกดีๆ เหล่านี้ ดูจะเล็กน้อยและไร้ค่าไปเลย เมื่อเทียบกับผลประโยชน์และหน้าที่การงานของไป๋อี้เหวิน
ลู่เซี่ยนอวี๋ปรายตามองไป๋หลานหลานที่ยืนตาแดงก่ำ การเสแสร้งทำเป็นน่าสงสารของหล่อนมันช่างดูอ่อนหัดและเด็กน้อยเหลือเกิน
บางที เธอคงต้องช่วยสั่งสอนวิชามารยาทและเล่ห์เหลี่ยมให้ไป๋หลานหลานสักบทสองบทเสียแล้วกระมัง!?
ท่ามกลางสายตาของคนทั้งห้อง ลู่เซี่ยนอวี๋หลุบตาลงต่ำพลางส่ายหน้าเบาๆ "อี้เหวิน ฉันไม่เป็นอะไรค่ะ ฉันแค่ก้าวพลาดก็เลยเผลอเดินชนเอง..."
ทันทีที่เธอพูดจบ ลู่โหยวก็เอ่ยแทรกขึ้นมาด้วยความโกรธแค้นทันที "พี่ครับ! แผลที่หัวของพี่ ไป๋หลานหลานเป็นคนทำชัดๆ ทำไมพี่ต้องปิดบังแล้วยอมรับความน้อยใจนี่ไว้อีกแล้วล่ะครับ! ผมไม่อยากให้คนในบ้านจับพี่ไปขังเดี่ยวอีกสามวันสามคืนแล้วนะ!"
สีหน้าของไป๋อี้เหวินชะงักไปเล็กน้อย เขาไม่พลาดคำว่า 'อีกแล้ว' ที่ลู่โหยวเน้นเสียง ซึ่งหมายความว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ลู่เซี่ยนอวี๋ต้องเผชิญกับความยากลำบากเช่นนี้
แต่ไป๋อี้เหวินไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าไป๋หลานหลานคอยหาเรื่องเดือดร้อนมาให้ลู่เซี่ยนอวี๋ เพราะเมื่ออยู่บ้าน น้องสาวของเขาเป็นเด็กเรียบร้อยและว่าง่ายมาโดยตลอด
"อาอวี๋เคยถูกขังตั้งสามวันสามคืนเลยเหรอ?" ไป๋อี้เหวินเอ่ยถามด้วยความงุนงง
ลู่เซี่ยนอวี๋ที่มีท่าทางบอบบางและลนลานพยายามเอ่ยห้ามลู่โหยว แต่น้องชายของเธอกลับกำหมัดแน่นราวกับระเบิดที่กำลังปะทุ!
"พี่สาวถูกคุณพ่อสั่งขังถึงสามวันก็เพราะพี่ชิงหลิง ทั้งๆ ที่พี่สาวไม่ได้ทำอะไรผิดเลยสักนิด เป็นพี่ชิงหลิงต่างหากที่มาแย่งกำไลหยกที่คุณแม่ให้พี่สาวไป..."
แม้ว่าลู่โหยวจะมองไม่เห็นสีหน้าของลู่ชิงหลิง แต่เขาก็จินตนาการออกว่าหล่อนจะต้องกำลังลนลานทำตัวไม่ถูกอย่างแน่นอน
"ถ้าไม่เชื่อ คุณก็ลองถามหล่อนดูสิครับ!!"
ไป๋อี้เหวินหันไปมองลู่ชิงหลิง และได้เห็นกำไลหยกสีเขียววงนั้นสวมอยู่บนข้อมือของเธอ ซึ่งเป็นการยืนยันว่าทุกสิ่งที่ลู่โหยวพูดมาคือความจริง
ใบหน้าของเขาพลันเย็นเยียบลงทันที! "นี่คือวิธีที่ตระกูลลู่ของพวกคุณปฏิบัติกับอาอวี๋ คู่หมั้นของผมอย่างนั้นเหรอครับ?"
ไป๋อี้เหวินเกิดโทสะขึ้นมาจริงๆ บรรยากาศนุ่มนวลแบบปัญญาชนรอบตัวเขามลายหายไปจนสิ้น แทนที่ด้วยความน่าเกรงขามและเด็ดขาดในแบบฉบับของผู้มีอำนาจ
เมื่อเห็นว่าสถานการณ์ชักจะเลวร้ายลง ลู่ชิงหลิงก็ถูกลู่เต๋อหัว ผู้เป็นบิดา ดันหลังให้ออกมารับหน้า
"ชิงหลิง เรื่องนี้ลูกเองก็มีส่วนผิดนะ รีบขอโทษน้องเซี่ยนอวี๋ซะสิ"
"หนู..." ลู่ชิงหลิงยังตั้งสติไม่ทัน เดิมทีเธอตั้งใจจะมารอดูลู่เซี่ยนอวี๋ถูกเยาะเย้ยถากถาง แล้วทำไมจู่ๆ กลายเป็นเธอที่ถูกดันให้ออกมากล่าวขอโทษได้ล่ะ?
"พี่คะ!!" ไป๋หลานหลานไม่อยากจะเชื่อเลยว่าไป๋อี้เหวินจะออกหน้าปกป้องลู่เซี่ยนอวี๋ เธอจึงกรีดร้องออกมาด้วยความไม่พอใจ
ไป๋อี้เหวินเอ่ยดุ "หลานหลาน ทำไมถึงได้เอาแต่ใจตัวเองจนไปทำร้ายคนอื่นเขาแบบนี้? ไม่รู้หรือไงว่าพี่อาอวี๋ของเธอสุขภาพไม่ค่อยดีน่ะ?"
ก่อนหน้านี้เขาเอาแต่ปลอบใจไป๋หลานหลาน เพราะคิดว่าน้องสาวของตนเองเป็นฝ่ายถูกรังแก คาดไม่ถึงเลยว่าบาดแผลที่ศีรษะของอาอวี๋จะหนักหนาสาหัสยิ่งกว่า
ไป๋อี้เหวินทั้งหงุดหงิดและรู้สึกผิดอยู่ในอก เขาเติบโตมาพร้อมกับคู่หมั้นคนนี้ เขาย่อมรู้ดีกว่าใครว่าร่างกายของอาอวี๋นั้นบอบบางเพียงใด แต่เมื่อครู่นี้ เขากลับไม่ได้เอ่ยปากปกป้องลู่เซี่ยนอวี๋เลยแม้แต่น้อย ปล่อยให้คนในตระกูลลู่รุมด่าทอเธออยู่ฝ่ายเดียว
"เธอเองก็ต้องขอโทษอาอวี๋ด้วย ไม่อย่างนั้นถ้ากลับไปถึงตระกูลไป๋เมื่อไหร่ พี่จะสั่งให้เธอเขียนบทสำนึกผิดหนึ่งหมื่นคำ!"
ด้วยความรู้สึกผิดและอยากชดเชย ไป๋อี้เหวินจึงต้องการออกหน้าทวงความยุติธรรมให้กับลู่เซี่ยนอวี๋เช่นกัน
ทั้งลู่ชิงหลิงและไป๋หลานหลานต่างก็มีสีหน้าอึดอัดขัดใจ จะให้พวกเธอมาก้มหัวขอโทษนังขี้โรคที่แสนจะบอบบางต่อหน้าผู้คนมากมายขนาดนี้เนี่ยนะ?
ไป๋หลานหลานเป็นคนแรกที่ปฏิเสธเสียงแข็ง "ไม่มีทาง! ทำไมฉันต้องขอโทษลู่เซี่ยนอวี๋ด้วย!"
"ไป๋หลานหลาน นี่เธอไม่ฟังคำพูดของพี่ชายคนนี้แล้วใช่ไหม!?" ไป๋อี้เหวินใช้อำนาจเด็ดขาดกดดันไป๋หลานหลาน และนี่เป็นครั้งแรกที่เขาโกรธน้องสาวคนนี้จริงๆ!
ไป๋หลานหลานที่เมื่อครู่แค่แสร้งบีบน้ำตา คราวนี้กลับร้องไห้โฮออกมาจริงๆ เสียแล้ว เธอก้มหน้าลงด้วยความหยิ่งยโสและเอ่ยออกมาด้วยความอัปยศอดสูว่า "ขอโทษ... พี่เซี่ยนอวี๋..."
ลู่เซี่ยนอวี๋โบกมืออย่างใจกว้างและมีเมตตา "ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ เธอก็แค่เด็กที่ถูกคนอื่นชักจูงไปในทางที่ผิดจนวู่วามไปชั่วขณะ พี่ไม่โทษเธอหรอกนะ..."
คำพูดประโยคนี้ทำให้ไป๋อี้เหวินต้องขมวดคิ้ว เขาเริ่มสงสัยว่าลู่ชิงหลิงอาจจะเป็นคนคอยบงการอยู่เบื้องหลัง ก่อนหน้านี้ เพราะเห็นว่าไป๋หลานหลานกับลู่ชิงหลิงสนิทสนมกัน เขาจึงอดไม่ได้ที่จะให้ความสนใจคุณหนูสายรองแห่งตระกูลลู่คนนี้เพิ่มขึ้นมาเล็กน้อย แต่ตอนนี้ เขาเริ่มระแวงแล้วว่าการที่ลู่ชิงหลิงเข้าหาไป๋หลานหลานนั้น คงไม่ได้มีจุดประสงค์ที่เรียบง่ายอย่างแน่นอน
ไป๋อี้เหวินยังไม่รู้เลยว่า ลู่ชิงหลิง ผู้ที่เป็นภรรยาตามพรหมลิขิตซึ่งเขาจะต้องรักแทบถวายชีวิตในอนาคต กำลังมีภาพลักษณ์ในใจเขาที่ดิ่งลงเหวอย่างรวดเร็ว!
ลู่ชิงหลิงผู้รู้จักหลบหลีกเอาตัวรอดเป็นเลิศ รีบเอ่ยขอโทษลู่เซี่ยนอวี๋เช่นกัน ใบหน้าของเธอแลดูเจ็บปวดรวดร้าวสุดหัวใจ
ทำเอาคนในตระกูลลู่เห็นแล้วปวดใจจนแทบแตกสลาย ชิงหลิงของพวกท่านช่างน่าสงสารและยอมเสียสละเหลือเกิน หากได้ไปฮ่องกงเมื่อไหร่ จะต้องชดเชยให้เธออย่างสาสม!
ลู่เซี่ยนอวี๋มองดูคำขอโทษของลู่ชิงหลิง ก่อนจะเอ่ยแบ่งรับแบ่งสู้ว่า "พี่ชิงหลิงคะ ฉันไม่ต้องการคำขอโทษจากพี่หรอกค่ะ ฉันแค่ต้องการให้พี่คืนกำไลหยกของคุณแม่ให้ฉันก็พอ..."
ลู่ชิงหลิงได้ยินว่าลู่เซี่ยนอวี๋กำลังได้คืบจะเอาศอก ก็แอบสบถด่าในใจอย่างเคียดแค้น 'นังตัวดีจอมเสแสร้งเอ๊ย!'
อนุสามก้าวออกมาข้างหน้า แสร้งทำเป็นผู้ใหญ่ใจดี "เซี่ยนอวี๋ ก็ใจกว้างหน่อยสิลูก แค่กำไลวงเดียวเอง ยกให้เป็นของขวัญกับพี่เขาไป จะเป็นอะไรไปล่ะ"
ลู่เต๋อหัวได้ยินอนุสามพูดเข้าทางลูกสาวของตน ก็รีบเอ่ยเสริมทันที "แต่งเข้าตระกูลไป๋ไปแล้ว ลูกจะไปขาดแคลนกำไลหยกได้ยังไงกัน ในเมื่อชิงหลิงเขาชอบมาก ก็ยกให้พี่เขาไปเถอะ"
มารดาของลู่ชิงหลิงยิ่งพูดจาดุดันกว่าเดิม "กำไลวงนี้สวมอยู่บนข้อมือลูกสาวฉันแล้ว จะให้ถอดคืนไปได้ยังไง? นังเด็กขี้โรค แกควรจะมีมโนธรรมบ้างนะ เงินที่ตระกูลลู่ใช้เลี้ยงดูแกมา ซื้อกำไลหยกเขียวได้ตั้งกี่วงต่อกี่วงแล้ว!"
เมื่อต้องเผชิญกับการร่วมมือกันรุมบีบบังคับของพวกเขาทั้งครอบครัว ลู่เซี่ยนอวี๋ก็ไม่พลาดที่จะมองเห็นแววตาได้ใจที่ซ่อนอยู่ของลู่ชิงหลิง ทางด้านไป๋อี้เหวินที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ก็ไม่อยากมีเรื่องหมางใจกับตระกูลลู่ จึงตั้งใจว่าเดี๋ยวจะไปซื้อกำไลหยกวงใหม่มาให้ลู่เซี่ยนอวี๋แทน
ใบหน้าซีดเซียวของลู่เซี่ยนอวี๋แลดูบอบบางยิ่งขึ้น น้ำเสียงของเธอฟังดูอ่อนแรงและห่างเหิน "พี่ชิงหลิงเอาของของฉันไปตั้งหลายอย่างแล้ว ถ้าเป็นของชิ้นอื่น ฉันก็คงยกให้พี่ไปแล้วล่ะค่ะ แต่เมื่อคืนนี้ฉันฝันร้าย พอตื่นขึ้นมาก็กินไม่ได้นอนไม่หลับเลย"
"ฉันฝันเห็นคุณแม่กลายเป็นวิญญาณมาด่าทอว่าฉันเป็นลูกอกตัญญู บอกว่าแม้แต่ของดูต่างหน้าชิ้นเดียวของท่าน ฉันก็ยังรักษาไว้ไม่ได้ ฉันคิดว่าท่านคงจะโกรธกริ้วอยู่ในปรโลก ฉันเลยอยากได้กำไลหยกคืนมาค่ะ ฉันคิดว่า... พี่ชิงหลิงที่สวมของคนตายอยู่ ก็คงจะนอนไม่หลับเหมือนกันใช่ไหมคะ?"
ลู่เซี่ยนอวี๋ขยับเข้าไปใกล้ลู่ชิงหลิงแล้วคว้ามือนั้นเอาไว้ ดวงตาของเธอรื้นไปด้วยหยาดน้ำตาบางเบา
ลู่ชิงหลิงมองดูลู่เซี่ยนอวี๋ที่หันไปหาบิดาตระกูลลู่ พร้อมกับคลี่ยิ้มขื่นขมที่แสนจะบอบบางและเศร้าสร้อย "คุณพ่อคะ นี่เป็นมรดกตกทอดเพียงชิ้นเดียวที่คุณแม่ทิ้งไว้ให้หนู คุณพ่อก็รู้ว่าตอนที่คุณแม่ยังมีชีวิตอยู่ ท่านรักกำไลหยกวงนี้มากแค่ไหน ท่านเป็นคนมอบมันให้กับหนูด้วยมือของท่านเอง หนยอมสูญเสียทุกอย่างได้ แต่หนูไม่สามารถยกของของคุณแม่ให้ใครได้จริงๆ ค่ะ ต่อให้คุณพ่อจะเลือกสั่งขังเดี่ยวหนูอีกรอบก็ตาม!"
เธอยกเรียวคอที่ระหงและบอบบางขึ้น ราวกับต้องใช้ความกล้าหาญทั้งหมดที่มีในชีวิตเพื่อเอ่ยคำพูดเหล่านี้ออกมา
สมาชิกตระกูลลู่ที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างพากันเงียบกริบ บิดาตระกูลลู่หวนนึกถึงความทรงจำอันงดงามร่วมกับมารดาของลู่เซี่ยนอวี๋ สีหน้าของเขาจึงอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัดชั่วขณะหนึ่ง
เขามองดูคุณหนูขี้โรคที่ไม่เคยเป็นที่รักคนนี้ แล้วจู่ๆ ก็รู้สึกว่าดวงตาและคิ้วของลู่เซี่ยนอวี๋นั้น ช่างคล้ายคลึงกับมารดาของเธอเหลือเกิน
"เอาล่ะ ชิงหลิง คืนกำไลหยกให้เซี่ยนอวี๋ไปเถอะ ถ้าหนูชอบ เดี๋ยวลุงซื้อวงใหม่ให้หนูเอง"