- หน้าแรก
- ยอดเซียนสองวิถี สยบมารด้วยมือเปล่า
- บทที่ 650 - ตระกูลไป๋พิโรธ
บทที่ 650 - ตระกูลไป๋พิโรธ
บทที่ 650 - ตระกูลไป๋พิโรธ
บทที่ 650 - ตระกูลไป๋พิโรธ
แขกเหรื่อไปมาหาสู่ที่จวนเทพขุนพลตระกูลไป๋นั้นมีมากมาย ขุมอำนาจนับไม่ถ้วนทั่วเขตเซียนไป่เหอล้วนเกี่ยวโยงสัมพันธ์กับจวนเทพขุนพลไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ผู้คนต่างหลั่งไหลมาเพื่อเอาอกเอาใจและประจบสลอพลอตระกูลไป๋
ทว่านับตั้งแต่ตระกูลไป๋ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหนึ่งในหนึ่งร้อยแปดจวนเทพขุนพลของสวรรค์ทหาร กลับไม่เคยมีผู้ใดกล้ามาท้าทายอำนาจถึงหน้าประตูจวนเทพขุนพลเลยสักครั้ง
นี่คือครั้งแรก!
เมื่อพวกซูอวี๋ทั้งสามปรากฏตัวขึ้น ก็มีคนสังเกตเห็นถึงกลิ่นอายอันแปลกประหลาดของพวกเขา ต่างพากันหันมามองด้วยความสงสัย
เพราะกลิ่นอายของพวกเขาทั้งสามนั้นไม่คุ้นเคย ทว่าลักษณะท่าทางและบารมีกลับไม่ธรรมดา ย่อมดึงดูดสายตาผู้คนเป็นธรรมดา
ทว่าเมื่อสัมผัสได้ถึงอานุภาพเซียนของพวกซูอวี๋ที่กดทับลงมายังตระกูลไป๋ ซ้ำยังประกาศกร้าวขอท้าประลองเสวนาธรรมกับคนในตระกูลไป๋ สีหน้าของเหล่าเซียนหน้าประตูจวนเทพขุนพลนับไม่ถ้วนก็เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน จิตใจสั่นสะท้าน
ยอดฝีมือบางคนเพ่งมองซูอวี๋ ถึงกับหน้ามืดตาลาย ขนลุกซู่พลางอุทานเสียงหลง "เต้าจื่อแห่งวังเซียนอู๋เลี่ยง—เต้าจื่อชางหยวน!"
ชางหยวน คือฉายานามมรรคาของซูอวี๋ในวังเซียนอู๋เลี่ยง
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ข่าวคราวการปรากฏตัวของเต้าจื่อผู้มีพรสวรรค์ล้ำเลิศแห่งวังเซียนอู๋เลี่ยงได้แพร่สะพัดไปทั่วโลกเซียน สร้างความอิจฉาริษยาแก่บรรดาเซียน อัจฉริยะ และผู้มีพรสวรรค์นับไม่ถ้วน
นั่นคือวังเซียนอู๋เลี่ยงเชียวนะ!
การได้เป็นเต้าจื่อแห่งวังเซียนอู๋เลี่ยงนั้น หมายความว่ามีโอกาสก้าวขึ้นไปยืนอยู่บนจุดสูงสุดของโลกเซียนได้อย่างแน่นอน
แม้แต่การเดินทางไปสวรรค์ทหารเพื่อเข้าเฝ้าจักรพรรดิสวรรค์ จักรพรรดิสวรรค์ก็ยังต้องต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดี
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการมาเยือนจวนเทพขุนพล...
"เต้าจื่อชางหยวนจะขอท้าประลองเสวนาธรรมกับคนในตระกูลไป๋งั้นหรือ?" พวกเขาหน้ามืดตาลาย ตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก "ทำไมล่ะ? ตระกูลไป๋ไปล่วงเกินเต้าจื่อผู้นี้ตั้งแต่เมื่อไหร่? หรือว่า ตระกูลไป๋ไปล่วงเกินวังเซียนอู๋เลี่ยงเข้าแล้ว!?"
บางคนหน้าเปลี่ยนสี ไม่สนที่จะรอเข้าพบตระกูลไป๋อีกต่อไป รีบตะโกนเสียงหลง "หนีเร็ว!"
ไม่ว่าจะเป็นตระกูลไป๋หรือเต้าจื่อแห่งวังเซียนอู๋เลี่ยง ก็ไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาจะไปตอแยได้ทั้งนั้น
เรื่องพรรค์นี้ พวกเขาไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะยืนดู
มิฉะนั้น ไม่ว่าฝ่ายใดจะเป็นผู้พ่ายแพ้ เรื่องราวเหล่านี้อาจจะกลายเป็นใบสั่งตายของพวกเขาได้
ฟุ่บๆๆ!
บรรดาเซียนจากขุมอำนาจต่างๆ ที่มารอเข้าพบอยู่หน้าประตูจวนเทพขุนพลตระกูลไป๋ ต่างพากันแตกฮือหนีเอาตัวรอดไปคนละทิศคนละทางอย่างรวดเร็ว
ภายในจวนเทพขุนพลตระกูลไป๋
ในเวลานี้ คนในตระกูลไป๋หลายคนก็ตกตะลึงเช่นกัน เมื่อถูกปลุกให้ตื่นจากแรงกดดันของอานุภาพเซียนของพวกซูอวี๋ พวกเขาก็พากันออกจากถ้ำพำนักมาปรากฏตัว มองไปยังร่างทั้งสามที่อยู่หน้าจวนเทพขุนพลด้วยสีหน้างุนงง
"เกิดอะไรขึ้น!? เต้าจื่อแห่งวังเซียนอู๋เลี่ยง? ประลองเสวนาธรรม?"
"เต้าจื่อแห่งวังเซียนอู๋เลี่ยงมาทำอะไรที่ตระกูลไป๋ของเรา พวกเราไม่เคยไปล่วงเกินวังเซียนอู๋เลี่ยง ซ้ำยังไม่เคยไปล่วงเกินเต้าจื่อผู้นี้เลยสักนิด!"
"ไร้สาระ! ช่างโอหังนัก พวกมันคิดจะทำอะไรกัน? มาปิดประตูจวนเทพขุนพลของพวกเรา ท้าทายกันอย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้ ยังเห็นจวนเทพขุนพลของเราอยู่ในสายตาบ้างหรือไม่!"
บางคนตกใจกลัว บางคนก็โกรธจัดและเคียดแค้น โมโหจนแทบคลั่ง
ไม่นานนัก
ผู้อาวุโสของตระกูลไป๋หลายท่านก็ปรากฏตัวขึ้น แม้อานุภาพเซียนบนร่างของพวกเขาจะยิ่งใหญ่ไพศาล ล้วนเป็นยอดฝีมือระดับไท่อี้เซียนขึ้นไป ทว่าในเวลานี้ เมื่อพวกเขามองไปยังร่างทั้งสามที่อยู่หน้าจวนเทพขุนพล สีหน้าของพวกเขากลับเคร่งเครียดเป็นอย่างมาก
ฟุ่บๆๆ
ผู้บริหารระดับสูงของตระกูลไป๋หลายคนก็ปรากฏตัวขึ้น มารวมตัวกันอยู่ข้างๆ เหล่าผู้อาวุโส
ผู้อาวุโสท่านหนึ่งสีหน้าเคร่งขรึม สั่งการด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด "สืบ! ไปสืบดูซิว่าใครในตระกูลไปก่อเรื่องอะไรไว้!"
ผู้บริหารระดับสูงหลายคนหน้าเปลี่ยนสี รีบรับคำ "ขอรับ ท่านผู้อาวุโส"
พวกเขารีบแยกย้ายกันไปสืบหาความจริง
ในใจของพวกเขาก็ทั้งโกรธทั้งเคียดแค้น โกรธที่พวกรุ่นเยาว์จากวังเซียนอู๋เลี่ยงไม่ไว้หน้าจวนเทพขุนพลเลยแม้แต่น้อย ไม่ยอมเจรจาอะไรก็มาท้าทายกันถึงหน้าประตู อีกใจหนึ่งก็โกรธและสงสัยว่า ตกลงตระกูลไป๋ของพวกเขาไปล่วงเกินวังเซียนอู๋เลี่ยงจริงหรือไม่ และไอ้ลูกหลานคนไหนที่มันตาบอดไปก่อเรื่องเข้า
หลังจากพวกผู้บริหารจากไป ผู้อาวุโสตระกูลไป๋หลายท่านก็สบตากันแล้วสูดลมหายใจเข้าลึก ใบหน้าของพวกเขาปรับเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มอันเป็นมิตร นำพาเหล่าผู้บริหารตระกูลไป๋เดินออกจากจวนเทพขุนพลไปหาพวกซูอวี๋
ผู้อาวุโสท่านหนึ่งหัวเราะร่วน "ได้ยินชื่อเสียงของเต้าจื่อแห่งวังเซียนอู๋เลี่ยงมานาน ก่อนหน้านี้ตอนที่ท่านจุนเจ่ออู๋เลี่ยงประกาศให้โลกเซียนรับรู้เรื่องการแต่งตั้งเต้าจื่อ ก็ทำเอาพวกเราประหลาดใจไปพักใหญ่ คิดไว้แล้วว่าจะต้องหาโอกาสไปเยี่ยมเยียน เพื่อชมบารมีอันล้ำเลิศของเต้าจื่อชางหยวนเสียหน่อย"
"วันนี้ได้พบหน้า เต้าจื่อชางหยวนช่างไม่ธรรมดาจริงๆ ห่างไกลจากมนุษย์ปุถุชนทั่วไปนัก"
ผู้อาวุโสอีกท่านหันไปมองเหวินเหรินเฟิ่งอู่และเฉียวติ้งเซียน พร้อมกับกล่าวชื่นชมเช่นกัน "สหายเต๋าน้อยทั้งสองก็มีพรสวรรค์ล้ำเลิศไม่เบา สมแล้วที่เป็นวังเซียนอู๋เลี่ยง สำนักระดับแนวหน้าของโลกเซียน มีเพียงสำนักเช่นนี้เท่านั้นถึงจะมีรากฐานเช่นนี้ได้"
พวกเขาพร่ำพรรณนาเยินยอ ทว่าพวกซูอวี๋ เหวินเหรินเฟิ่งอู่ และเฉียวติ้งเซียนกลับนิ่งเฉย ไม่ไหวติง
หลังจากพวกเขากล่าวจบ ซูอวี๋ก็ยิ้มบางๆ พลางกล่าวว่า "ผู้อาวุโสทุกท่านเกรงใจไปแล้ว วันนี้ที่ข้าน้อยมาเยือน ก็เพื่ออยากจะมาชมดูว่า ในเมื่อตระกูลไป๋แห่งจวนเทพขุนพลเป็นถึงจ้าวแห่งเขตเซียนไป่เหอ มีอิทธิพลล้นฟ้า แล้วบรรดาอัจฉริยะรุ่นเยาว์จะยอดเยี่ยมสมคำร่ำลือหรือไม่ หากเป็นเช่นนั้นจริง ภายภาคหน้าลูกศิษย์วังเซียนอู๋เลี่ยงอย่างพวกเราคงต้องคอยหลบเลี่ยง อย่าได้ไปก่อเรื่องให้สำนักต้องเดือดร้อนเป็นอันขาด"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ สีหน้าของเหล่าผู้อาวุโสตระกูลไป๋ก็เปลี่ยนไป รอยยิ้มจางหายไปทันที ใบหน้าเคร่งขรึมจ้องมองซูอวี๋ เต้าจื่อแห่งวังเซียนอู๋เลี่ยงเขม็ง
พูดเช่นนี้ ก็หมายความว่าเต้าจื่อแห่งวังเซียนอู๋เลี่ยงผู้นี้ ไม่ยอมไว้หน้ากันเลยสินะ ตั้งใจจะมาเหยียบย่ำป้ายชื่อจวนเทพขุนพลตระกูลไป๋ เหยียบย่ำศักดิ์ศรีของจวนเทพขุนพลตระกูลไป๋อย่างชัดเจน!
ในขณะที่พวกเขากำลังลังเล ไม่รู้จะรับมืออย่างไร เฉียวติ้งเซียนก็เดาะลิ้น แสยะยิ้มอย่างดุร้ายพลางกล่าวว่า "ทำไมกัน หรือว่าตระกูลไป๋แห่งจวนเทพขุนพลอันยิ่งใหญ่ จะไม่มีแม้แต่ความกล้าที่จะส่งคนออกมาประลองเสวนาธรรมเลยเชียวหรือ?"
สิ้นคำพูดนี้ คนของจวนเทพขุนพลตระกูลไป๋ที่อยู่ด้านหน้าก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ จ้องมองเฉียวติ้งเซียนด้วยความโกรธแค้น ท่าทางราวกับอยากจะฉีกเขาเป็นชิ้นๆ ด้วยสายตา
"บังอาจ!"
"ศักดิ์ศรีของจวนเทพขุนพล ไม่ใช่สิ่งที่พวกเจ้าจะมาลบหลู่ได้!"
ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งโกรธจนตัวสั่น ชี้หน้าด่าเฉียวติ้งเซียนเสียงดังลั่น
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ดวงตาของเฉียวติ้งเซียนก็เป็นประกาย ทว่าเขากลับจ้องมองชายผู้นั้นด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน "ตระกูลไป๋แห่งจวนเทพขุนพล ชื่อเสียงโด่งดังดีนี่ วันนี้ข้าขอประกาศไว้ตรงนี้เลย ถ้าพวกเจ้าตระกูลไป๋มีน้ำยา ก็ซ่อนตัวกันให้หมด ข้าจะทำให้ทั่วทั้งโลกเซียนได้รับรู้ถึงความยิ่งใหญ่ของตระกูลไป๋เอง"
"แต่ถ้าไม่ ก็ไสหัวออกมาให้หมด ข้าจะรอดูว่ากระบองของข้าจะตีขาพวกมันให้หักได้ไหม!"
"ตูม!"
ในขณะนั้นเอง ภายในจวนเทพขุนพลตระกูลไป๋ก็มีกลิ่นอายระดับจินเซียนพุ่งทะยานออกมา กลายเป็นลำแสงพุ่งตรงเข้าหาเฉียวติ้งเซียน พร้อมกับเสียงตวาดลั่น "ศักดิ์ศรีของจวนเทพขุนพล ไม่ใช่สิ่งที่เด็กเมื่อวานซืนอย่างเจ้าจะมาลบหลู่ได้!"
"เข้ามา!"
นั่นคืออัจฉริยะรุ่นเยาว์ผู้หนึ่ง อายุอานามไล่เลี่ยกับเฉียวติ้งเซียน ซ้ำยังบำเพ็ญเพียรจนถึงระดับจินเซียนได้ เห็นได้ชัดว่าเป็นอัจฉริยะที่หาตัวจับยากของตระกูลไป๋
เมื่อเห็นเขาปรากฏตัว คนของจวนเทพขุนพลตระกูลไป๋หลายคนก็หน้าเปลี่ยนสี "คุณชายสาม!"
ในฐานะที่เป็นถึงจวนเทพขุนพล รากฐานของตระกูลไป๋ย่อมไม่ธรรมดา มีอัจฉริยะมากมาย ทว่าผู้ที่จะถูกยกย่องให้เป็น 'อัจฉริยะ' อย่างแท้จริง มีเพียงลำดับคุณชายและคุณหนูทั้งห้าของตระกูลไป๋เท่านั้น
ซึ่งไม่ได้ตัดสินจากสายเลือด ทว่าวัดกันที่พรสวรรค์ พลังฝึกปรือ และความแข็งแกร่ง
นี่คือห้าอัจฉริยะรุ่นเยาว์ที่มีพรสวรรค์ล้ำเลิศที่สุดของตระกูลไป๋ในยุคปัจจุบัน และยังถูกวางตัวให้เป็นผู้สืบทอดจวนเทพขุนพลในอนาคตอีกด้วย
หนึ่งในนั้นคือ คุณชายสาม ไป๋ซ่านเซียน ผู้สำเร็จเป็นจินเซียนด้วยวัยเพียงห้าหมื่นกว่าปี
(จบแล้ว)