- หน้าแรก
- วิถีคนโคตรรวย ระบบเทพทรูที่ลอยมาตามลม
- บทที่ 28 มุ่งหน้าสู่เมืองหลวง
บทที่ 28 มุ่งหน้าสู่เมืองหลวง
บทที่ 28 มุ่งหน้าสู่เมืองหลวง
หลังจากวางสายและรับประทานอาหารค่ำที่หลี่หยวนอีเตรียมไว้ให้ จิ่งซิงเฉินก็เล่นเกมสักพักก่อนจะพักผ่อน เขาไม่ชินกับการใช้ชีวิตในฮ่องกงตลอดสามวันที่ผ่านมา แถมที่นั่นยังร้อนเกินไป อุณหภูมิระหว่างฮ่องกงกับลั่วเฉิงแตกต่างกันเกือบ 15 องศา ซึ่งทำให้เขาเหนื่อยล้าเป็นอย่างมาก
เช้าวันรุ่งขึ้น จิ่งซิงเฉินตื่นแต่เช้าและออกไปวิ่งเหยาะๆ มองไปแต่ไกล เขาเห็นกวนจิงและกลุ่มคนสูงวัยหลายคนยืนอยู่หน้าทางเข้าหมู่บ้าน พลางชะเง้อมองเข้ามาข้างใน!
จิ่งซิงเฉินรู้สึกรำคาญใจ คนพวกนี้เหมือนกับเศษผ้าขี้ริ้วที่สลัดยังไงก็สลัดไม่หลุด!
กวนจิงเห็นจิ่งซิงเฉินจึงรีบนำคนของเธอเดินเข้าไปหา แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหน้าประตูขวางเอาไว้!
"พวกคุณไม่ใช่ลูกบ้านของที่นี่ ไม่อนุญาตให้เข้าไปครับ!"
"พวกเราจะเข้าไปหาคน! คนคนนั้นคือเจ้านายของพวกเรา! คนนั้นไง" ชายชราคนหนึ่งเอ่ยขึ้น
"ถ้าอย่างนั้นพวกคุณก็โทรเรียกให้เขาออกมาสิครับ!"
"ทำไมคุยไม่รู้เรื่องแบบนี้! พวกเราต้องคุยธุระกับเจ้านาย! นี่มันธุรกิจระดับพันล้าน ถ้าเกิดความล่าช้าขึ้นมา แกจะรับผิดชอบไหวไหม?!" ชายชราอีกคนก้าวออกมาพร้อมกับชี้หน้าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย
"ผมรับผิดชอบไม่ไหวหรอกครับ และผมก็จะไม่เข้าไปก้าวก่ายด้วย แต่คุณผู้หญิงครับ ตั้งแต่ที่คุณมาคราวก่อน หลังจากที่ผู้จัดการนิติบุคคลพาคุณไปส่งที่บ้านของลูกบ้านด้วยตัวเอง พ่อบ้านของเขาก็ร้องเรียนพวกเราติดกันถึงสามวันรวด! เพราะฉะนั้นครั้งนี้ผมจะไม่ยอมให้พวกคุณเข้าไปเด็ดขาด! ใครจะไปรู้ว่าพวกคุณเป็นใคร! อาจจะมาขอความช่วยเหลือหรือมาก่อกวนลูกบ้านของเราก็ได้!"
คนกลุ่มนั้นถึงกับอึ้งเมื่อได้ยินคำพูดของพนักงานรักษาความปลอดภัย เขาเดาถูกได้ยังไงกัน?
"กวนจิง! เธอมันไม่ได้เรื่องแถมยังเป็นตัวถ่วง! ฉันหมดความอดทนกับเธอแล้ว! ปล่อยให้พ่อของเธอมาจัดการเรื่องนี้เองเถอะ! ฉันไม่เอาด้วยแล้ว!"
"ฉันก็เหมือนกัน!"
กลุ่มตาเฒ่าพากันรุมต่อว่ากวนจิงอีกชุดใหญ่ ก่อนจะแยกย้ายกันขับรถออกไป!
กวนจิงรออยู่หน้าประตูตลอดทั้งวัน แต่จิ่งซิงเฉินก็ไม่ออกมาจากหมู่บ้านเลย เธอรอจนถึงสี่โมงเย็นก่อนจะถอดใจกลับไป!
เวลาประมาณ 17.00 น. เสิ่นหยวนขับรถพาจิ่งซิงเฉินไปที่ร้านอาหารตะวันตกเรดเฮาส์ในใจกลางเมือง
ร้านอาหารตะวันตกเรดเฮาส์เป็นร้านอาหารที่หรูหราที่สุดในเมืองลั่วเฉิง ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัวอยู่ที่หลักหมื่นถึงหลักแสนหยวน ที่นี่เรียกได้ว่าเป็นแบบฉบับของร้านอาหารที่คอยปรนนิบัติพัดวีลูกค้าประหนึ่งพระเจ้าเลยทีเดียว!
จิ่งซิงเฉินเดินตรงเข้าไปในร้านทันทีเนื่องจากเขาได้จองโต๊ะไว้ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว!
"สวัสดีครับคุณผู้ชาย!"
"ผมจองไว้เมื่อวานครับ ผมแซ่จิ่ง!"
"คุณผู้ชายจิ่ง เชิญทางนี้เลยครับ!"
"โอเค!" เมื่อเข้าไปในห้องส่วนตัว จิ่งซิงเฉินก็นั่งลง จากนั้นพนักงานสี่คนที่อยู่ด้านหลังก็รีบเข้ามาสวมผ้ากันเปื้อน เช็ดทำความสะอาดและฆ่าเชื้อที่มือ พร้อมกับเช็ดรองเท้าให้เขาทันที
"คุณผู้ชายครับ นี่คือเมนูสำหรับวันนี้ เชิญดูได้เลยครับ เซ็ตอาหารของเรามีราคาตั้งแต่ 9,999 ไปจนถึง 119,999 หยวน! ในเซ็ตจะประกอบไปด้วย..."
จิ่งซิงเฉินตระหนักได้ทันทีว่าทำไมอาหารพวกนี้ถึงได้แพงหูฉี่นัก! มีหลายเมนูที่แม้แต่เชฟส่วนตัวของเขาก็ยังไม่เคยทำมาก่อน!
"เอาเซ็ตที่แพงที่สุด 119,999 มาสี่ชุด!"
"รับทราบครับคุณผู้ชาย! จะรอให้เพื่อนๆ ของคุณมากันครบก่อนแล้วค่อยเสิร์ฟอาหารพร้อมกันเลยใช่ไหมครับ?"
"ใช่ รูดบัตรใบนี้เลย!"
"ได้ครับคุณผู้ชาย!"
หลังจากนั้นไม่นาน พนักงานเสิร์ฟก็เอาบัตรมาคืนให้จิ่งซิงเฉิน เขานั่งเหม่ออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่หลี่เจี๋ยข่ายและอีกสองคนจะทยอยเดินทางมาถึง!
"น้องสี่! ช่วงนี้นายดวงดีสุดๆ ไปเลยนะ! หุ้นของนายพุ่งชนซิลลิ่งทุกวันเลย! ฮ่าฮ่าฮ่า!" จ้าวเฉียนห่าวพูดขึ้นมาจากด้านข้าง
"ก็บอกแล้วไงว่าดวงดี! ถ้าไม่ดวงดีมันจะชนเพดานได้ยังไงล่ะ!"
"เอ่อ... แล้วคนพวกนั้นที่อยู่ข้างหลังเรากำลังทำอะไรน่ะ?" ปี้ซื่อเซียวถามด้วยความตกใจเล็กน้อย
"คนคอยเสิร์ฟอาหารให้ไง เดี๋ยวพวกเขาก็จะมาเช็ดมือให้นายด้วย"
"ช่างเถอะ ฉันทำเองได้!"
"ฮ่าฮ่าฮ่า พนักงาน เอาอาหารมาเสิร์ฟได้เลย!"
จากนั้นเชฟหลายคนก็เดินเข้ามาในห้องส่วนตัวและลงมือปรุงอาหารรสเลิศสารพัดเมนูให้ดูกันสดๆ ซึ่งพวกเขาทั้งสี่คนก็เพลิดเพลินกับอาหารมื้อนี้อย่างมาก
"น้องสี่ นายเรียกพวกเราสามคนมามีธุระอะไรหรือเปล่า?" หลี่เจี๋ยข่ายเอ่ยถาม
"คืออย่างนี้นะ อีกสองสามวันฉันวางแผนจะเข้าเมืองหลวงไปขยายธุรกิจน่ะ ฉันต้องการคนไปช่วยงาน พวกนายสามคนสนใจจะไปกับฉันไหม?"
"อะไรนะ?? นายจะไปเมืองหลวง? ไปทำไมล่ะ?" จ้าวเฉียนห่าวถามด้วยความประหลาดใจ!
"ที่นั่นมีช่องทางเยอะแยะ ฉันกะว่าจะไปเปิดบริษัทการเงินที่เน้นเรื่องหุ้น แล้วค่อยมองหาธุรกิจอุตสาหกรรมอื่นเพิ่มเติม พวกนายสามคนคิดว่าไง?"
"เชี่ย ฉันบอกแล้วว่านายต้องรวยเละแน่!! บอกมาสิ ที่มีคนทำเงินได้หลายร้อยล้านในลั่วเฉิงเมื่อไม่นานมานี้ ก็คือนายใช่ไหม?!" ปี้ซื่อเซียวถาม
"เดาเอาเองสิ! ฮ่าฮ่าฮ่า"
"น้องสี่ ฉันไปไม่ได้ว่ะ พ่อแม่ฉันทำธุรกิจอยู่ที่นี่ ถ้าวันไหนพวกท่านต้องปิดกิจการ ฉันอาจจะต้องบากหน้าไปขอพึ่งพานายแทนนะ!" จ้าวเฉียนห่าวปฏิเสธอย่างตรงไปตรงมา!
"ฉัน... ฉันก็ไปไม่ได้เหมือนกัน ฉันเพิ่งจะมีแฟน คบกันได้ไม่กี่วันเอง ฉันไปไหนไม่ได้หรอก!" ปี้ซื่อเซียวพูดตะกุกตะกัก
"เชี่ย! พี่สาม! นายมีแฟนแล้วเหรอ? ตั้งแต่เมื่อไหร่วะเนี่ย?!" จิ่งซิงเฉินร้องด้วยความตกใจ
"เพิ่งไม่กี่วันก่อนเอง!"
"ได้เลยๆ ฮ่าฮ่าฮ่า!"
"แล้วเจี๋ยข่ายล่ะ?" จิ่งซิงเฉินหันไปมองหลี่เจี๋ยข่าย
"ฉันอยากไปนะ แต่ต้องขอกลับไปปรึกษาพ่อแม่ก่อน การเป็นพนักงานขายในศูนย์รถยนต์มันไม่ใช่งานที่ทำได้ในระยะยาวหรอก พ่อแม่ฉันก็เอาแต่เชียร์ให้ไปสอบข้าราชการหรือหางานรัฐวิสาหกิจทำ แต่ฉันว่าฉันคงหัวไม่ถึงหรอก! ช่วงนี้ฉันลองเล่นหุ้นตามนายแล้วก็รู้สึกสนใจขึ้นมาเหมือนกัน!"
"ตกลง กลับไปปรึกษาดูก่อน แล้วทักวีแชตมาบอกฉันได้ตลอดเลยนะ! มาดื่มน้ำผลไม้แทนเหล้าชนแก้วกันหน่อยเถอะพวกเราสี่คน! ฮ่าฮ่าฮ่า!"
จิ่งซิงเฉินเข้าใจสถานการณ์ของพี่น้องอีกสามคนเป็นอย่างดี ท้ายที่สุดแล้ว ไม่ใช่ทุกคนที่จะเหมือนกับเขาที่ตัวคนเดียวไร้ภาระผูกพัน!
เย็นวันนั้น หลี่เจี๋ยข่ายติดต่อมาหาจิ่งซิงเฉินเพื่อขอโทษที่พ่อแม่ของเขาไม่อนุญาตให้ไป จิ่งซิงเฉินปลอบใจเขาสองสามประโยค จากนั้นก็บอกให้ฟ่านเส้าอิงจองตั๋วเครื่องบินสำหรับวันที่ 26 เมษายนเพื่อบินไปปักกิ่ง!
"นายน้อยคะ สัมภาระของเรามีไม่เยอะเท่าไหร่ ใช้เวลาเก็บของแค่ครึ่งวันก็เสร็จแล้วค่ะ พวกเราแพ็กของเก่าของคุณไว้อย่างดี รับรองว่าจะไม่มีความเสียหายเกิดขึ้นระหว่างการขนส่งแน่นอนค่ะ ตามที่คุณต้องการ ฉันได้จัดการให้หวังอู่และถิงหย่าออกเดินทางในอีกสองสามวันข้างหน้า เมื่อเราไปตั้งรกรากที่นั่นเรียบร้อยแล้ว พวกเขาจะติดต่อบริษัทโลจิสติกส์ให้ขนส่งของเก่าและรถยนต์ทั้งสี่คันของคุณตามไปค่ะ!"
"ตกลงครับพี่อิง ขอบคุณมากที่ช่วยจัดการให้"
เช้าวันที่ 26 ทั้งเจ็ดคนก็ขึ้นเครื่องบินมุ่งหน้าสู่เมืองหลวง! เที่ยวบินนี้ได้เปลี่ยนแปลงการจัดอันดับของสี่ตระกูลใหญ่ในเมืองหลวง รวมถึงสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของคนทั้งประเทศไปโดยสิ้นเชิง!
เพราะจิ่งซิงเฉินได้ปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหัน!