- หน้าแรก
- เมื่อตัวฉันในต่างมิติรวมพลังกัน การวิวัฒนาการไร้ขีดจำกัดจึงเริ่มขึ้น
- บทที่ 40 - พยัคฆ์จักรพรรดิสยบโลกันตร์ อัปเกรด!
บทที่ 40 - พยัคฆ์จักรพรรดิสยบโลกันตร์ อัปเกรด!
บทที่ 40 - พยัคฆ์จักรพรรดิสยบโลกันตร์ อัปเกรด!
บทที่ 40 - พยัคฆ์จักรพรรดิสยบโลกันตร์ อัปเกรด!
ปิงเอ๋อร์รู้สึกลังเลใจ "แต่ว่า... เจี้ยหวังก็มีบุญคุณกับพวกเรานะ"
ซีเจายิ้มขื่น "ยายทึ่ม เจี้ยหวังมีบุญคุณกับพวกเราก็จริง แต่เขาก็มีความแค้นกับพวกเราเหมือนกันนะ"
"เมื่อตอนนั้น เจี้ยหวังนั่นแหละที่เป็นคนลักพาตัวพวกเรามาจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแสงตะวัน ฆ่าครูใหญ่ ฆ่าเพื่อนๆ ของเราไปตั้งมากมาย แล้วยังเผาสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าจนวอดวายอีก"
"เจี้ยหวัง คือศัตรูที่พรากทุกอย่างไปจากเรา"
"อีกอย่าง ตลอดหลายปีที่ผ่านมา พวกเราก็รับใช้เจี้ยหวัง ทำงานให้เขามามากพอแล้ว เราไม่ได้ติดค้างอะไรเขาอีกต่อไป"
ปิงเอ๋อร์ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าตกลง "ตกลง ข้าจะไปกับเจ้า"
"ข้าเชื่อใจเจ้านะ ซีเจา"
"ขอบใจนะ"
ซีเจาเผยรอยยิ้มออกมา "พวกเราไปเอาหินเงาทองคำกันก่อนเถอะ"
"ข้ารู้ว่าเจี้ยหวังซ่อนมันไว้ที่ไหน"
"หากมีเกราะมาสทิฟฟ์หิมะอยู่ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พวกเราก็จะสามารถปกป้องตัวเองได้"
"ตกลง"
ปิงเอ๋อร์ไม่พูดพร่ำทำเพลง เดินตามซีเจาไปเอาหินเงาทองคำทันที
ทางด้านเฉินหง เขาบุกทะลวงฝ่าด่านต่างๆ จนมาถึงถ้ำของเจี้ยหวังได้สำเร็จ
"ฮ่าฮ่าฮ่า พวกเจ้ามาแล้วรึ ข้ารอพวกเจ้ามานานแล้ว"
เจี้ยหวังเปิดฝาครอบแก้ว แล้วเดินออกมาจากเครื่องเพาะพันธุ์
ตอนนี้เจี้ยหวังได้กลายร่างเป็นสัตว์ประหลาดรูปร่างสูงใหญ่ล่ำสันไปแล้ว
หน้าตาของมันดูคล้ายกับงูเห่า ปากของมันกำลังแลบลิ้นงูเข้าๆ ออกๆ
พร้อมกับส่งเสียงขู่ฟ่อๆ
"นี่คือร่างกลายพันธุ์จากงูจงอาง ที่ได้ชื่อว่าเป็นสัตว์ประหลาดกลายพันธุ์ที่แข็งแกร่งที่สุดงั้นรึ?"
เฉินหงพึมพำกับตัวเอง
"ฮ่าฮ่าฮ่า ไอ้หนุ่ม ตาแหลมไม่เบานี่"
"วางใจเถอะ ข้าจะรีบปลิดชีพพวกเจ้าให้เร็วที่สุด จะได้ไม่ทรมานมากนัก"
เจี้ยหวังเพิ่งจะเปลี่ยนสภาพจากชายแก่ที่ไร้เรี่ยวแรง กลายมาเป็นสัตว์ประหลาดอันทรงพลัง
พลังอันมหาศาลที่เพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน ทำให้ความมั่นใจของเขาพุ่งสูงปรี๊ดจนทะลุปรอท
"ข้าไร้เทียมทานแล้ว ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า..."
"ข้าจะทวงคืนเกียรติยศที่ควรจะเป็นของข้ากลับมา!"
"ไอ้สารเลวเจียหลู่ มันแย่งชิงเกียรติยศของข้าไป"
"ทั้งๆ ที่ข้าต่างหากคือนักวิทยาศาสตร์ที่เก่งกาจที่สุด ข้าต่างหากที่สมควรได้รับรางวัลโนเบล!"
"เป็นเพราะไอ้พวกนั้น! ไอ้พวกนั้นทั้งนั้น!"
"ไอ้พวกสวะปลิงดูดเลือดพวกนั้น!"
"ไอ้พวกตาขาว ไอ้พวกตาบอด พวกมันสมควรตาย สมควรตายที่สุด!"
"เจียหลู่!"
"ข้าจะต้องโค่นเจียหลู่ลงให้ได้ เพื่อพิสูจน์ว่าข้าคือนักวิทยาศาสตร์ที่เก่งกาจที่สุด!"
เจี้ยหวังคำรามลั่น ลิ้นงูเห่าพุ่งทะยานออกมาจากปากราวกับสายฟ้าแลบ พุ่งตรงเข้าใส่เกราะอินทรีวายุ
เกราะอินทรีวายุที่มีพลังป้องกันต่ำ ถูกโจมตีจนเกิดประกายไฟสว่างวาบ ร่างกระเด็นลอยละลิ่วไปทันที
"ไอ้หมอนี่ มันรู้จักเลือกปฏิบัติ เล็งโจมตีคนที่อ่อนแอที่สุดก่อนด้วยแฮะ"
ตงซานที่นอนกองอยู่บนพื้น: ...
อย่าคิดนะว่าฉันไม่ได้ยินที่นายพูดน่ะ
ฉันก็มีศักดิ์ศรีเหมือนกันนะ!
จากนั้นเจี้ยหวังก็ใช้ลิ้นอันยืดหยุ่นของมัน ฟาดเข้าใส่เกราะแรดทมิฬ
ทำให้เกราะแรดทมิฬเกิดประกายไฟกระจัดกระจาย และกระเด็นถอยหลังไปเช่นกัน
แต่ก็ไม่ได้สร้างความเสียหายอะไรมากนัก เพราะเกราะแรดทมิฬมีพลังป้องกันสูงที่สุดนั่นเอง
"แส้ลิ้นงูคลุ้มคลั่ง!"
เจี้ยหวังใช้ลิ้นที่ยืดหดได้ดั่งใจและรวดเร็วดุจสายฟ้า ฟาดเข้าใส่เฉินหงอย่างบ้าคลั่ง
เฉินหงกางโล่ปฐพีขึ้นมาป้องกันด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ลิ้นงูฟาดฟันลงบนโล่ปฐพีราวกับสายฟ้าแลบ จนเกิดประกายไฟสาดกระจาย
เฉินหงไม่อยากโดนลิ้นของเจี้ยหวังเลียหรอกนะ มันน่าขยะแขยงจะตายไป
คงมีแต่พวกวิตถารเท่านั้นแหละ ที่ชอบให้เจี้ยหวังใช้ลิ้นเลียให้
แต่เฉินหงไม่ชอบเด็ดขาด
วิ้ง! ...
ดวงตาทั้งสองข้างของสัตว์ประหลาดเจี้ยหวัง ปล่อยลำแสงสีเหลืองทรงพลังออกมา แผดเผาโล่ปฐพีจนเกิดเสียงดังซีดซาด
ไม่นานนัก โล่ปฐพีก็ทนรับการโจมตีผสานระหว่างลำแสงและลิ้นงูไม่ไหว ปริแตกออกเป็นเสี่ยงๆ
เฉินหงไม่ได้ใส่ใจแม้แต่น้อย เขาเบี่ยงตัวหลบการโจมตีของเจี้ยหวัง พุ่งตัวเข้าไปอยู่ด้านข้างของลิ้นยาวๆ ในช่วงกลางลำตัว
จากนั้นก็... ตวัดดาบฟันลงไป!
ประกายดาบสีทองสว่างวาบขึ้นเพียงชั่วครู่
ลิ้นยาวที่ยืดหดได้ดั่งใจของเจี้ยหวัง ก็ขาดสะบั้นลง
"อ๊าก!"
เจี้ยหวังร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด รีบหดลิ้นของตัวเองกลับมาทันที
เขายกมือขึ้นกุมปากพลางร้องโอดครวญ "ยิ้นของข้า ยิ้นของข้า!" (ลิ้นของข้า ลิ้นของข้า!)
เฉินหงแค่นหัวเราะ "นี่แหละผลของการเที่ยวเอาลิ้นไปเลียซี้ซั้ว!"
"ได้ทีขี่แพะไล่"
"อัดมันเลย!"
เป่ยเหมี่ยวและตงซานเข้าใจเจตนาของเฉินหงทันที ทั้งสองพุ่งเข้าไปล็อกแขนทั้งสองข้างของเจี้ยหวังไว้คนละข้าง
เฉินหงพุ่งเข้าไปประชิดตัว แล้วรัวหมัดเข้าใส่หน้าอกของมันทันที
"โอร่า โอร่า โอร่า โอร่า โอร่า!"
เฉินหงรัวหมัดเข้าใส่สัตว์ประหลาดเจี้ยหวังไม่ยั้ง
"เพลงหมัดปาจี๋, ไทเก็ก, หมัดพีกว้า, หมัดสิบสองสิงอี้, หมัดเบญจธาตุ, หมัดจินกัง, หย่งชุน, ฝ่ามือปากั้ว, เพลงเตะสิบสองลู่ถาน, ลูกเตะยวนยาง, ลูกเตะสลาตัน..."
ซัดเข้าเนื้อเต็มๆ ทุกหมัด!
ทุกหมัด ล้วนเป็นการโจมตีอันหนักหน่วง
ซัดจนสัตว์ประหลาดเจี้ยหวังไม่มีโอกาสได้ตอบโต้เลยแม้แต่น้อย
ทุกหมัดที่ชกออกไป มันช่างให้ความรู้สึกที่สะใจเสียจริงๆ
ต้องยอมรับเลยว่า สัตว์ประหลาดเจี้ยหวังนี่มันหนังเหนียวทนทานจริงๆ เป็นกระสอบทรายชั้นดีเลยล่ะ
เล่นเอาเฉินหงต่อยเพลินจนมันมือไปเลย
ท้ายที่สุด...
"มหาหมัดเบญจธาตุ!"
วงแหวนแสงเบญจธาตุหดตัวลงมารวมกันที่หมัด ก่อนจะซัดเข้าใส่ร่างของสัตว์ประหลาดเจี้ยหวังอย่างจัง
แรงปะทะทำให้สัตว์ประหลาดเจี้ยหวังกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว กลางหน้าอกปรากฏรอยประทับหมัดห้าสีเด่นชัด
เมื่อเห็นสัตว์ประหลาดเจี้ยหวังมีประกายไฟกะพริบและกระแสไฟฟ้าวิ่งพล่าน เป่ยเหมี่ยวก็ร้องขึ้นด้วยความดีใจ
"มันใกล้จะตายแล้ว!"
"เร็วเข้า ใช้ท่าไม้ตายจัดการเผด็จศึกมันเลย"
แต่เฉินหงกลับยืนนิ่ง ไม่สนใจคำพูดของเป่ยเหมี่ยว เขากำลังครุ่นคิดบางอย่างอยู่
"ตกลงแล้ว พยัคฆ์จักรพรรดิสยบโลกันตร์ คืออะไรกันแน่?"
"พยัคฆ์จักรพรรดิสยบโลกันตร์ คือผู้ที่ใช้ความกล้าหาญ ความมุ่งมั่น และความเมตตาอันยิ่งใหญ่ เพื่อสยบขุมนรก และสำแดงให้เห็นถึงความยุติธรรมอันไร้ขอบเขตของจักรพรรดิแห่งปฐพี!"
ในวินาทีนี้ เฉินหงหวนนึกถึงคำพูดของผู้เฒ่าเขาศักดิ์สิทธิ์
"ความกล้าหาญและความมุ่งมั่น ข้ามีพร้อมอยู่แล้ว"
"แต่ไอ้ความเมตตาอันยิ่งใหญ่นี่สิ..."
"นี่มันตั้งใจจะแกล้งคนโหดๆ อย่างข้าชัดๆ?"
ในวินาทีนี้ เฉินหงรู้สึกสับสน
"ความเมตตา มันคืออะไรกันแน่?"
"ความยุติธรรม มันคืออะไร?"
"จักรพรรดิแห่งปฐพี สยบขุมนรก... สยบขุมนรก... สยบ... ขุมนรก..."
เฉินหงพึมพำกับตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับความพ่ายแพ้ เจี้ยหวังก็เกิดอาการคลุ้มคลั่งขึ้นมาทันที
"ไม่! ข้าจะไม่มีวันพ่ายแพ้!"
"อุดมการณ์ของข้า!"
"ข้าคือนักวิทยาศาสตร์ที่เก่งกาจที่สุด เก่งกาจที่สุดในโลก!"
"ตายซะ!"
"พวกแกทุกคนต้องตายไปพร้อมกับข้า!"
เป่ยเหมี่ยวและตงซานหน้าถอดสี
"แย่แล้ว เจี้ยหวังมันบ้าไปแล้ว! มันคิดจะระเบิดตัวเอง!"
"เร็วเข้า!"
"รีบหนีออกจากที่นี่เร็ว!"
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเจี้ยหวังที่กำลังวิ่งเข้ามาหา พร้อมกับอ้าแขนกว้างหมายจะกอดคอพากันไปตาย
ดวงตาของเฉินหงที่กำลังครุ่นคิดอยู่ ก็เบิกกว้างเปล่งประกายเจิดจ้า
"ขุมนรก... ใช่แล้ว แกนี่แหละคือขุมนรก!"
"เมื่อข้าสยบขุมนรกอย่างแกได้ และปลดปล่อยวิญญาณอันบริสุทธิ์ของเจี้ยหวังให้เป็นอิสระ นั่นก็คือการสยบขุมนรก และเป็นการแสดงออกถึงมหาเมตตาไม่ใช่หรือไง?"
"ข้านี่แหละ คือร่างอวตารแห่งความยุติธรรม"
"ข้านี่แหละ คือ..."
"จักรพรรดิแห่งปฐพี!"
ในวินาทีนี้ เงื่อนไขการอัปเกรดที่วีรบุรุษจักรพรรดิตั้งไว้ ราวกับระบบเกิดบั๊ก มันกะพริบถี่ๆ อย่างควบคุมไม่ได้
ร่างของเฉินหงที่สวมชุดเกราะส่องแสงกะพริบวาบ ก่อนจะทะลวงผ่านขีดจำกัดแห่งพลัง
ก้าวเข้าสู่การวิวัฒนาการขั้นสูงสุด
แสงสีทองอร่ามสาดส่องเจิดจ้าไปทั่วบริเวณ
ปีกที่ประกอบขึ้นจากคมดาบนับไม่ถ้วน งอกเงยออกมาจากด้านหลังของเฉินหง
ปีกสีทองขยับกระพือ ดูสง่างามและเท่ระเบิด!
คลื่นพลังแห่งจักรพรรดิอันยิ่งใหญ่แผ่ซ่านออกมากดทับทุกสรรพสิ่ง
ในวินาทีนี้ ทุกชีวิตในเมืองดี ล้วนสัมผัสได้ถึงพลังอันน่าเกรงขามและเปี่ยมไปด้วยความยุติธรรม ราวกับกำลังเข้าเฝ้าองค์จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่
พลังแห่งการผนึกและกดทับอันน่าสะพรึงกลัว พุ่งเข้าตรึงร่างของเจี้ยหวังที่กำลังจะระเบิดตัวเองไว้ในพริบตา!
กักเก็บพลังงานทั้งหมดของเจี้ยหวังไว้ในร่างกาย และกดทับไว้อย่างแน่นหนา!
นี่แหละคือพลังแห่งการผนึกอันไร้ขีดจำกัดของพยัคฆ์จักรพรรดิสยบโลกันตร์ ที่สามารถสยบได้แม้กระทั่งขุมนรก
พลังที่สามารถผนึกได้แทบทุกสรรพสิ่งบนโลกใบนี้
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มันคือพลังที่สามารถสยบความชั่วร้ายทุกรูปแบบได้อย่างราบคาบ
(จบแล้ว)