- หน้าแรก
- เมื่อตัวฉันในต่างมิติรวมพลังกัน การวิวัฒนาการไร้ขีดจำกัดจึงเริ่มขึ้น
- บทที่ 11 - ได้รับเมนบอร์ดเรดควีน
บทที่ 11 - ได้รับเมนบอร์ดเรดควีน
บทที่ 11 - ได้รับเมนบอร์ดเรดควีน
บทที่ 11 - ได้รับเมนบอร์ดเรดควีน
เฉินหงชี้ไปที่ตู้เซฟ "ทำต่อไป"
"พวกคุณปิดฉันไม่ได้นะ ถ้าฉันไม่มีแหล่งจ่ายไฟหลักและสูญเสียการควบคุม รังผึ้งทั้งศูนย์ก็จะถูกเปิดออก"
"พวกซอมบี้และสัตว์ประหลาดต่างๆ ที่ฉันขังไว้ ก็จะหลุดออกจากกรง และออกอาละวาดไปทั่วรังผึ้ง
เผลอๆ อาจจะหลุดออกไปนอกรังผึ้ง จนกลายเป็นวิกฤตการณ์ระดับโลกเลยก็ได้"
อลิซ เรน และคนอื่นๆ ต่างมองหน้ากัน เริ่มไม่แน่ใจว่าเรดควีนแค่กำลังขู่ให้พวกเขากลัวเพื่อหลอกลวงพวกเขาหรือเปล่า
เฉินหงยกมือขึ้นห้ามชาดเอาไว้
"เรดควีน ชี้ทางหนีออกจากรังผึ้งที่ปลอดภัยมาให้เราเส้นทางนึง"
"เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน หลังจากเราหนีออกจากรังผึ้งได้แล้ว เราจะปิดประตูทางเข้าออกให้ เพื่อป้องกันไม่ให้ไวรัสรั่วไหลออกไป และเป็นการปกป้องมนุษยชาติ"
"อีกอย่าง เธอไม่ต้องกลัวว่าพวกเราจะติดเชื้อไวรัสแล้วแพร่ออกไปหรอกนะ"
"เพราะพวกเรามีเซรั่มแก้ไวรัส"
เรนและคนอื่นๆ มองหน้ากันเลิ่กลั่ก พวกเขาไปมีเซรั่มแก้ไวรัสตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมถึงไม่รู้ตัวเลย?
"เซรั่มอยู่ที่ไหน?" เรดควีนถาม
"ก็อยู่ข้างนอกตู้ขบวนรถไฟที่พวกเรานั่งมายังไงล่ะ"
พูดถึงตรงนี้ เฉินหงก็ปรายตามองสเปนเซอร์ สามีจอมปลอมของอลิซด้วยสายตาที่มีความหมายลึกซึ้ง
สเปนเซอร์รู้สึกงุนงง ในตอนนี้เขาก็เหมือนกับอลิซ ถูกก๊าซยาสลบที่เรดควีนพ่นใส่จนความจำเสื่อม นึกอะไรไม่ออกเลยสักอย่าง
"ตรวจพบว่าคุณไม่ได้โกหก จากการคำนวณข้อมูล ข้อมูลที่คุณเปิดเผยมีความน่าเชื่อถือถึงแปดสิบเก้าจุดเจ็ดสามเปอร์เซ็นต์"
เรดควีนไม่มีทางเลือกอื่น เพราะตอนนี้ตัวเครื่องหลักอันเป็นเส้นตายของเธอถูกเฉินหงกุมไว้ในมือแล้ว
"ฉันสามารถรับปากเงื่อนไขของคุณได้ แต่คุณก็ต้องรับปากเงื่อนไขของฉันข้อหนึ่งด้วยเหมือนกัน"
"อะไรล่ะ?"
"คุณห้ามดึงเมนบอร์ดของฉันออก และห้ามปิดพลังงานของฉัน ไม่อย่างนั้นฉันจะไม่สามารถปิดระบบรังผึ้งเพื่อควบคุมสถานการณ์ได้"
"ตกลง"
เฉินหงรับปากอย่างง่ายดาย
เรดควีนไม่พูดอะไรอีก เธอฉายภาพโฮโลแกรมสามมิติของรังผึ้งขึ้นมา ก่อนจะลากเส้นสีแดงกำหนดเส้นทางหลบหนีที่ปลอดภัยให้
เฉินหงจดจำแผนที่เส้นทางนี้ไว้ในหัวทันที
"ตอนนี้ พวกคุณไปได้แล้วใช่ไหม?"
เฉินหงส่งสายตาให้เรน สาวละตินผิวสีเข้ม
เรนเข้าใจความหมายทันที แววตาของเธอเผยความโหดเหี้ยมออกมา
"ชาด ปิดระบบนังแพศยานี่ซะ!"
ชาดมองเรนด้วยความตกตะลึง ก่อนจะหันไปมองเฉินหง แล้วก็สะดุ้งเฮือก
"รับทราบ!"
"ไม่นะ!"
"พวกมนุษย์ไร้สัจจะ กลับกลอก!"
เรดควีนจ้องเขม็งไปที่เฉินหงตาไม่กะพริบ ถ้าปัญญาประดิษฐ์มีความรู้สึก มันคงด่าสาดเสียเทเสียไปแล้ว
เฉินหงยักไหล่ "ผมไม่ได้ผิดสัญญาสักหน่อย"
"ผมไม่ได้แตะต้องคุณเลยนะ"
"คนที่ปิดคุณคือเขา ไม่ใช่ผมซะหน่อย"
เฉินหงชี้ไปที่ชาด ตีหน้าซื่อตาใส
เรดควีนยังไม่ทันได้ด่าเฉินหงอีกสักสองสามประโยค ภายในห้องก็มืดสนิทลง
เรดควีนถูกบังคับปิดระบบลงแล้ว
ชาดดึงเมนบอร์ดของเรดควีนออกมา
เฉินหงรีบเดินเข้าไปประชิดตัว แล้วคว้าเมนบอร์ดมาไว้ในมือ
ในที่สุดก็ได้มาแล้ว
เมนบอร์ดปัญญาประดิษฐ์เรดควีน
เมื่อมีสิ่งนี้ รากฐานในการสร้างขุมกำลังก็ถือว่ามีพร้อมแล้ว
มันยังสามารถช่วยประมวลผลทุกสิ่งทุกอย่างให้กับเขาได้อีกด้วย
หากนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ของโลกนี้ ไปผสานกับโลกอื่นๆ
ก็จะสามารถสร้างปัญญาประดิษฐ์ที่พัฒนาตัวเองได้อย่างต่อเนื่องขึ้นมาได้
ที่สำคัญที่สุดคือ เรดควีนกุมข้อมูลทางเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับรังผึ้งไว้มากมาย
ซึ่งในนั้นก็รวมถึงข้อมูลการวิจัยทีไวรัส (T-Virus) อีกด้วย
สำหรับเฉินหงแล้ว สิ่งนี้มีความหมายมหาศาลมาก
ทีไวรัสมีศักยภาพในการวิวัฒนาการอย่างมหาศาล!
สำหรับเฉินหงในมิติอื่นๆ สิ่งนี้ก็ถือเป็นของที่มีประโยชน์เช่นเดียวกัน
"ไป!"
"เรารีบออกไปจากที่นี่กันเถอะ"
"พอไม่มีเรดควีนคอยกดข่มไว้ พวกสัตว์ประหลาดที่บริษัทวิจัยไว้คงใกล้จะตื่นขึ้นมาแล้ว"
เฉินหงตัดสินใจอย่างเด็ดขาด เขาเก็บเมนบอร์ดเรดควีนใส่กระเป๋าเป้ แล้วสะพายไว้ด้านหน้าเพื่อความปลอดภัย
"เดี๋ยวก่อน!"
เรนเอ่ยปากขึ้น "ดูเหมือนคุณจะรู้เรื่องของบริษัทอัมเบรลลาดีจังเลยนะ"
"อีกอย่าง เรดควีนเป็นทรัพย์สินของบริษัท คุณไม่มีสิทธิ์เอาไป ควรจะให้พวกเราเป็นคนเก็บรักษามากกว่า"
เฉินหงยิ้มบางๆ "ถ้าผมบอกคุณว่า สาเหตุที่ทีมของพวกคุณต้องล้มตายบาดเจ็บสาหัสขนาดนี้ เป็นเพราะบริษัทอัมเบรลลาจงใจส่งพวกคุณมาตายล่ะ?"
"อะไรนะ!"
"คุณพูดว่าอะไรนะ!"
เรนจ้องเฉินหงเขม็ง แววตาแทบจะแผ่รังสีอำมหิตออกมา
"ง่ายมากเลย สำหรับบริษัทอัมเบรลลาแล้ว พวกคุณมันก็แค่เบี้ยใช้แล้วทิ้งราคาถูกกลุ่มหนึ่งเท่านั้นแหละ"
"คุณค่าเดียวที่พวกคุณถูกส่งมารังผึ้ง ก็คือการนำเรดควีนออกไปให้ได้เท่านั้น"
"ซอมบี้พวกนั้นพวกคุณก็เห็นกันหมดแล้วใช่ไหมล่ะ?"
"คงจะพอเดาอะไรกันออกแล้วสินะ?"
"ใช่แล้ว พวกนั้นล้วนเป็นพนักงานของบริษัททั้งนั้นแหละ"
"บริษัทอัมเบรลลาลอบวิจัยอาวุธชีวภาพทีไวรัสอย่างลับๆ
คนพวกนั้นก็คือคนที่ติดเชื้อทีไวรัสที่รั่วไหลออกมานั่นแหละ ถึงได้กลายสภาพเป็นผีดิบแบบนั้น"
"เพราะฉะนั้น การตายของหัวหน้าและเพื่อนร่วมทีมของคุณ มันไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่มันเป็นเรื่องที่ถูกกำหนดไว้แล้วต่างหาก"
"เมื่อมาถึงที่นี่ ต่อให้พวกคุณรอดชีวิตออกไปได้ บริษัทอัมเบรลลาก็จะมองพวกคุณเป็นแค่เบี้ยที่ถูกทิ้งอยู่ดี อย่างมากก็โดนจับกลับไปใช้งานแบบทิ้งๆ ขว้างๆ"
"อะไรนะ?" เรนและคนอื่นๆ ตกตะลึงจนพูดไม่ออก
เรนก้าวถอยหลังไปสามก้าว ข้อมูลมหาศาลถาโถมเข้าใส่ ความคิดและรายละเอียดต่างๆ ผุดขึ้นมาในหัวไม่หยุดหย่อน
ภาพความตายอันน่าสยดสยองของหัวหน้าและเพื่อนร่วมทีมฉายซ้ำไปมาในหัวของเธอ
ทั้งหมดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความเคียดแค้นที่พุ่งทะลักอยู่ในอก
แม้เธอจะยังคงเคลือบแคลงใจในตัวคนแปลกหน้าลึกลับอย่างเฉินหงอยู่บ้าง
แต่เธอก็เริ่มสงสัยในตัวบริษัทอัมเบรลลาเช่นเดียวกัน
เมล็ดพันธุ์แห่งความคลางแคลงใจและความเคียดแค้นได้ถูกหว่านลงไปแล้ว หากคิดจะถอนมันออกคงไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไป
รวมถึงอลิซและคนอื่นๆ ก็เช่นเดียวกัน
"เอาล่ะ ถึงเวลาต้องไปแล้ว ที่นี่อันตรายเกินไป"
"ตามผมมา"
เฉินหงเดินนำหน้าไปก่อน เดินไปตามเส้นทางที่เรดควีนให้มา หลบหลีกกลไกและซอมบี้ต่างๆ
เรนและคนอื่นๆ ก็ทำได้เพียงเดินตามไป
ไม่ว่าความจริงจะเป็นอย่างไร ตอนนี้มีเพียงต้องตามเฉินหงไปเท่านั้น ถึงจะมีโอกาสรอดชีวิต
แม้เส้นทางที่เรดควีนให้มาจะยอดเยี่ยมมากก็ตาม
แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้รังผึ้งสูญเสียการควบคุม และตกอยู่ในความโกลาหลอย่างสิ้นเชิงแล้ว
สัตว์ประหลาดมากมายวิ่งพล่านไปทั่ว ตามกลิ่นคาวเลือดของสิ่งมีชีวิตมา
ไม่นาน ซอมบี้จำนวนนับไม่ถ้วนก็โผล่ออกมาจากซอกมุมต่างๆ
แถมยังมีหมาซอมบี้อีกหลายตัว ที่เดินย่างสามขุมเข้ามาด้วยสายตาดุร้ายหิวกระหาย
"เชี่ยเอ๊ย!"
"พวกมันเยอะเกินไปแล้ว"
"ยิงอัดหัวพวกมัน เปิดทางซะ รีบสู้รีบจบ!"
"รับทราบ!"
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
ประกายไฟจากปากกระบอกปืนสว่างวาบขึ้นไม่หยุดหย่อน
แม้แต่เฉินหงก็ยังคว้าปืนอาก้า (AK) มากราดยิงสาดกระสุนรัวๆ
จะว่าไป มันก็สะใจดีแฮะ
มีปืนแล้วไม่ใช้ จะเป็นปรมาจารย์ได้ยังไงล่ะ?
ส่วนปืนพวกนี้ แน่นอนว่าได้มาจากเพื่อนร่วมทีมที่เสียชีวิตไปแล้วนั่นแหละ
ในตอนนั้นเอง หมาซอมบี้หลายตัวก็อาศัยจังหวะที่ฝูงซอมบี้บังตา พุ่งทะลวงเข้าประชิดตัวเฉินหงและคนอื่นๆ อย่างปราดเปรียว
จนแล้วจนรอด เฉินหงก็ต้องใช้เท้าจนได้
เขาเตะหมาซอมบี้กระเด็นไปตัวหนึ่งด้วยเท้าข้างเดียว
เตะหนึ่งที กระเด็นหนึ่งตัว เตะหนึ่งที กระเด็นหนึ่งตัว
แต่มือก็ยังคงกราดยิงอย่างบ้าคลั่ง
อำนาจการยิงที่รุนแรง ช่วยเบิกทางออกไปได้
"ไป!"
ทุกคนฝ่าวงล้อมซอมบี้ออกมา จนมาถึงอุโมงค์ท่อส่งน้ำและไฟฟ้าใต้ดิน
ที่นี่อยู่ชั้นล่างของรังผึ้ง ใช้สำหรับส่งน้ำ ก๊าซ และไฟฟ้า ปกติจะไม่มีสิ่งมีชีวิตใดๆ เข้ามาใกล้
ซอมบี้ส่วนใหญ่ก็ล้วนเดินเพ่นพ่านอยู่ชั้นบน ทำให้ที่นี่ปลอดภัยกว่ามาก
พวกเขาเดินลุยไปตามอุโมงค์ที่มีน้ำซึมเยิ้มอยู่พักใหญ่
แต่ผลสุดท้าย ก็ยังหนีไม่พ้นฝูงซอมบี้อยู่ดี
ไอ้พวกนี้มันตามกลิ่นเลือดสดๆ ได้เก่ง จมูกไวยังกะหมาเลยทีเดียว
ในอุโมงค์แคบๆ แบบนี้ ระหว่างการต่อสู้นองเลือด ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีคนถูกกัด
เรน ทหารรับจ้างสาว และแมตต์ ตำรวจหนุ่ม ต่างก็ถูกกัดเข้าให้
กว่าจะฝ่าวงล้อมออกมาได้อย่างยากลำบาก ก็ดันมาเจอกับลิกเกอร์เข้าอีก
เฉินหงจับจ้องไปยังลิกเกอร์ที่กำลังไต่ไปมาอยู่บนกำแพง
ทั่วทั้งร่างของมันเป็นสีแดงสดราวกับเลือด สมองเปลือยเปล่าไร้กะโหลกปิดบัง ดวงตาหดเล็กลง กรงเล็บแข็งแกร่งดุจสัตว์เลื้อยคลาน
และที่ขาดไม่ได้คือ ลิ้นที่ทั้งยาวและตวัดได้คล่องแคล่วอันเป็นเอกลักษณ์ของมัน
ลิกเกอร์จ้องมองเฉินหงอย่างหวาดระแวง สัญชาตญาณสัตว์ป่าทำให้มันรับรู้ได้ถึงอันตรายจากตัวเฉินหง
แต่ความหอมหวนน่ากินของเฉินหง ก็กำลังดึงดูดมันอย่างบ้าคลั่งเช่นกัน
ในที่สุด สัตว์ร้ายก็ไม่อาจต้านทานความเย้ายวนของอาหารอันโอชะได้
มันเริ่มวิ่งวนและปีนป่ายไปรอบๆ พวกเขาอย่างรวดเร็ว ผุดลุกผุดนั่งราวกับภูตผี
"ฟรึ่บ!"
เสียงแหวกอากาศดังขึ้น
ลิกเกอร์พุ่งพรวดออกมาจากมุมหนึ่ง พุ่งตรงดิ่งเข้าหาเฉินหง
(จบแล้ว)