- หน้าแรก
- มหายุคแห่งเจ้านครต่างโลก สุ่มบัฟวันละหนึ่งอย่าง
- บทที่ 101 โกดังมิติซูมิเจี้ยจื่อ
บทที่ 101 โกดังมิติซูมิเจี้ยจื่อ
บทที่ 101 โกดังมิติซูมิเจี้ยจื่อ
ตอนนี้ดินแดนมีโกดังระดับสี่สิบแห่งแล้ว สามารถล้นได้ขนาดนี้เป็นสิ่งที่อวิ๋นเกอคิดไม่ถึง
แต่เหมือนจะถูกต้องแล้ว ตีเจ้านครประเทศอิงฮวาไปมากมายขนาดนั้น ของที่ดรอปออกมาก็มีมากมายก่ายกอง
ประกอบกับอัตราดรอปร้อยเท่า ใส่ไม่พอก็เป็นเรื่องปกติ
ดังนั้นจึงสร้างโกดังเพิ่มอีกสองแห่งอย่างลวกๆ จากนั้นก็อัปเกรดระดับจนเต็มขั้นในปัจจุบัน
คิดไปคิดมา ก็ยังคงส่งข้อความรับซื้อลงในช่องสนทนาระดับเขต
อวิ๋นเกอ: "รับซื้อแบบแปลนโกดังมิติในราคาสูง ใครมีทักแชทส่วนตัวมา"
"หืม? โกดังมิติหรือ? ของพรรค์นั้นนอกจากมีคุณลักษณะด้านมิติ และมีพื้นที่จัดเก็บขนาดใหญ่แล้ว ก็เหมือนจะไม่มีประโยชน์อะไรมากเลยนะ"
"จริงด้วย ของสิ่งนี้แม้จะเป็นแบบแปลนหายาก แต่ความจริงแล้วค่อนข้างจะไร้ประโยชน์ เจ้านครทั่วไปก็ไม่มีของให้เก็บมากมายขนาดนั้น"
"เฮอะ พวกเจ้าไม่ดูเลยว่าช่วงนี้ลูกพี่ทำอะไรไปบ้าง เสี่ยวอิงฮวาที่ตายด้วยน้ำมือเขามีไม่ถึงหมื่นก็ต้องมีแปดพันแล้ว ของที่ดรอปออกมาเกรงว่าคงทำให้โกดังล้นแล้วล่ะมั้ง"
"แน่นอนว่าสำหรับเจ้านครทั่วไปแล้วไม่ค่อยมีประโยชน์นัก แต่สำหรับเจ้านครที่แข็งแกร่ง นั่นสามารถประหยัดพื้นที่ดินแดนไปได้มากทีเดียว"
"จะว่าไป ไม่มีใครสนใจหน่อยหรือ ว่าทำไมลูกพี่ถึงยังปลีกเวลามารับซื้อของตอนต่อสู้ได้?"
"จะเพราะอะไรได้ล่ะ อิงฮวาอ่อนหัดเกินไป ลูกพี่ยังไม่ได้ทุ่มสุดตัวเลยน่ะสิ"
"น่าเสียดาย ข้าไม่มีแบบแปลนนี้ มิเช่นนั้นราคาสูงที่ลูกพี่ว่า คงเป็นราคาที่จินตนาการไม่ออกเลยทีเดียว"
"ไม่ได้การล่ะ ข้าจะไปฟาร์มพวกอิงฮวาอีกสักหน่อย ไม่แน่ว่าเดี๋ยวอาจจะดรอปแบบแปลนนี้มาก็ได้"
"ไปด้วยๆ"
"+1"
……
อวิ๋นเกอไม่ได้ให้ความสนใจกับช่องสนทนา
เพราะข้อความรับซื้อของเขาเพิ่งส่งออกไป เขาก็ได้รับของขวัญชิ้นหนึ่ง
ของขวัญมาจากซูซานน่า
เผ่าโลหิตคนที่เอาตัวเองใส่กล่องขายให้อวิ๋นเกอนั่นแหละ
ของขวัญคือแบบแปลนโกดังมิติหนึ่งแผ่น
หมายเหตุ: เพิ่งดรอปมาหมาดๆ
เพิ่งดรอปมาหมาดๆ นี่ใช้ได้เลยหรือ?
นั่นมันใช้ได้ดีเยี่ยมไปเลยล่ะ
พอมองดูแบบแปลนก่อสร้างโกดังมิติหนึ่งร้อยแผ่นในกระเป๋า อวิ๋นเกอก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
หืม?
เหมือนจะไม่ถูกต้อง
ทำไมถึงมีแค่เก้าสิบเก้าแผ่น?
ค้นหาอยู่นาน ในที่สุดอวิ๋นเกอก็เจอแบบแปลนที่หายไปจากซอกหลืบ
ที่แท้ก็เป็นสิ่งที่กลายพันธุ์ออกมา
[โกดังมิติซูมิเจี้ยจื่อ]: ภายในมีมิติเป็นของตัวเอง และมีฟังก์ชันหยุดเวลา
หยุดเวลา?
อย่าดูถูกที่ของสิ่งนี้ฟังดูยิ่งใหญ่อลังการ
ความจริงแล้วนอกจากจะใช้ถนอมอาหารให้สดใหม่ ก็ไม่มีประโยชน์อย่างอื่นมากมายนัก
ทว่าสำหรับไอเทมเหล่านั้นที่มีการจำกัดเวลาก็นับว่าไม่เลวเลยทีเดียว
สามารถเก็บไว้ได้ตลอดจนกว่าจะต้องการใช้
เพียงแต่ไม่สามารถเก็บสิ่งมีชีวิตได้นับว่าน่าเสียดายเล็กน้อย
นี่เป็นของดี
อวิ๋นเกอติดต่อไปหาซูซานน่าโดยตรง และถามนางว่าต้องการอะไร
แม้คนเขาจะขายตัว... ไม่สิ ขายตัวเองให้เขาแล้ว
แต่ก็ไม่สามารถเอาเปรียบได้ใช่ไหมล่ะ
อย่างไรเสียตอนนี้เขาก็มีกิจการใหญ่โต ไม่ได้ขัดสนเรื่องเงินทอง
ซูซานน่า: "ไม่ต้องแล้ว มูลค่าของอู่เรือผีสิงข้ายังใช้คืนไม่หมดเลย"
แม้จะพูดเช่นนั้น แต่อวิ๋นเกอก็จะไม่ให้จริงๆ ได้อย่างไร
ดังนั้นเขาจึงถามเทียนสื่อหย่าไปเล็กน้อย
อวิ๋นเกอ: "แบบแปลนโกดังมิติโดยทั่วไปมีมูลค่ากี่หินวิญญาณ?"
เทียนสื่อหย่า: "ราคาของพรรค์นี้ผันผวนมาก ตอนที่น้อยสักแสนแปดหมื่นหินวิญญาณก็พอ แต่หากการแข่งขันดุเดือดล่ะก็ เป็นล้านหินวิญญาณก็เป็นไปได้"
เทียนสื่อหย่า: "แค่นี้แหละ ไม่มีเรื่องอะไรก็อย่ามารบกวนข้า กำลังยุ่งอยู่"
เทียนสื่อหย่าส่งข้อความเสร็จ ก็ตวัดค้อนทุบวีรชนคุณภาพสีน้ำเงินตรงหน้าจนแบนแต๊ดแต๋กลายเป็นภาพสองมิติ
พลังรบของเจ้านครเผ่าทูตสวรรค์ เทียบได้กับวีรชนสีม่วงระดับทั่วไปในระดับเดียวกัน
เพียงแต่ทูตสวรรค์ส่วนใหญ่... หรือจะพูดว่าทูตสวรรค์ร้อยละเก้าสิบเก้าล้วนไม่ชอบการต่อสู้
ดังนั้นพวกเขาส่วนใหญ่จึงเล่นในฐานะสายสนับสนุน
แบบเทียนสื่อหย่าที่ถือค้อนลุยแนวหน้าเช่นนี้ ทั้งเผ่าทูตสวรรค์มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น
อวิ๋นเกอเห็นข้อความของเทียนสื่อหย่าก็ไม่ได้คิดอะไรมาก
การต่อสู้ฝั่งนั้นยังไม่จบ ค่อนข้างจะยุ่งอยู่บ้างจริงๆ
เพียงแต่เขาไม่มีทางคิดถึงเลยว่าเทียนสื่อหย่าจะยุ่งด้วยวิธีนี้
อวิ๋นเกอโอนหินวิญญาณให้ซูซานน่าไปหนึ่งล้านก้อนอย่างลวกๆ แล้วใช้ประตูสารพัดนึกกลับดินแดนไปโดยตรง
จะทำการก่อสร้าง เขาก็กำลังยุ่งอยู่เหมือนกัน
สมรภูมิทางฝั่งนั้นมีกานอวี่อยู่ ปัญหาไม่ใหญ่โตนัก
หงเจี้ยอีก็ติดตามเขากลับไปยังดินแดนด้วย
ภารกิจของนางคือการปกป้องอวิ๋นเกอ อย่าให้เขาตายก็พอ
อันดับแรกอวิ๋นเกอได้อัปเกรดสิ่งก่อสร้างทั้งหมดที่สามารถอัปเกรดได้
โดยเฉพาะหอคอยแสงศักดิ์สิทธิ์ ครั้งนี้ฟังก์ชันตรวจจับการล่องหนได้สร้างคุณูปการอย่างใหญ่หลวง
พูดถึงเรื่องนี้ นินจาพวกนั้นข้ามมาได้อย่างไรกัน?
แม้แต่กองเรือผีสิงระดับสิบของเขาก็ต้องใช้เวลาค่อนวันจึงจะไปถึงเขตประเทศอิงฮวา ฝั่งตรงข้ามไม่มีทางเร็วกว่าเขาได้หรอกกระมัง?
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็เปิดหน้าต่างจัดการระดับเขต และพบบันทึกการใช้งานค่ายกลเคลื่อนย้าย
เขาใช้เวลาถึงครึ่งชั่วโมงเต็มจึงจะพบเป้าหมาย
หลักๆ เป็นเพราะสองวันนี้เจ้านครของเขต 9999 ล้วนใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายในการรวมพล จากนั้นจึงค่อยใช้ประตูสารพัดนึกเคลื่อนย้ายไปทีละชุดๆ
ดังนั้นบันทึกการใช้งานค่ายกลเคลื่อนย้ายจึงมากไปสักหน่อย
ที่สามารถหาเจอได้เร็วขนาดนี้ก็นับว่าโชคดีมากแล้ว
"มีหนอนบ่อนไส้อยู่จริงๆ ด้วย" มองดูเจ้าหมอนั่นที่ใช้ป้ายคำสั่งเคลื่อนย้ายดินแดนหนีไปแล้ว อวิ๋นเกอก็ไม่ได้แปลกใจเท่าใดนัก
หนอนบ่อนไส้ หากจะพูดให้ถูกต้องก็คือสายลับของฝ่ายศัตรู
เป็นเรื่องปกติมาก
การกระจายตัวโดยรวมของสมรภูมิหมื่นเผ่าพันธุ์และโลกหลักเป็นไปในสัดส่วนเดียวกัน
แต่ก็มักจะมีคนที่ถูกสุ่มไปอยู่ผิดเขตบ้าง
อย่างเช่นเขตราชวงศ์ฉินปรากฏคนประเทศอิงฮวาหรือคนประเทศอื่นขึ้นมาสองสามคน
หรือไม่ก็เขตประเทศอิงฮวาปรากฏคนของราชวงศ์ฉินขึ้นมา อะไรทำนองนี้
หลังจากหมดช่วงมือใหม่ เมื่อรู้ว่าตนเองมาปรากฏตัวอยู่ในเขตอื่น
บางคนก็จะหาวิธีเอาป้ายคำสั่งเคลื่อนย้ายดินแดนเพื่อหลบหนี
บางคนก็รายงานไปยังประเทศเพื่อรับบัตรเปลี่ยนชื่อ แล้วกลายมาเป็นสายลับ
เขต 9999 มีตัวตนเช่นนี้อยู่เขาก็ไม่แปลกใจ ถึงอย่างไรทางฝั่งของอิ๋งเยว่ชิงก็มีสายลับของประเทศอิงฮวาอยู่เช่นกัน
หลักๆ คือพวกนี้ยังตรวจสอบได้ยาก
หากบอกว่าเป็นคนผมทองตาสีฟ้ายังพอมองออกในแวบแรก แต่ล้วนเป็นคนผมดำผิวเหลืองเหมือนกัน ชื่อก็ไม่มีปัญหา การจะดูออกนั้นยากจริงๆ
อวิ๋นเกอจึงไม่ได้ประกาศจับสายลับอะไรอย่างเอิกเกริก มันไม่จำเป็น
"สิ่งก่อสร้างป้องกันของดินแดนก็ต้องเพิ่มเสียหน่อยแล้ว"
อวิ๋นเกอมองดูการป้องกันอันบอบบางของดินแดน แล้วก็ตกอยู่ในภวังค์ความคิด
โดยพื้นฐานแล้วเขาแทบไม่ได้สร้างหอคอยป้องกันเลย
นอกจากหอคอยธนูรัวยิงพวกนั้นในตอนแรก ก็มีเพียงหอคอยแสงศักดิ์สิทธิ์เท่านั้นที่พอจะพึ่งพาได้
ไม่ใช่เขาไม่อยากสร้าง แต่ไม่มีแบบแปลนที่เหมาะสมเลยต่างหาก
ดินแดนของเขามีคุณลักษณะ [ตำหนักเต๋า] อยู่ พื้นที่ภายนอกมีขนาดเล็กมาก แรงกดดันด้านการป้องกันก็น้อยมากเช่นกัน
หอคอยแสงศักดิ์สิทธิ์ระดับสามหนึ่งแห่งตั้งอยู่กลางดินแดน ก็เพียงพอที่จะครอบคลุมการป้องกันของดินแดนทั้งหมดแล้ว
ช่างเถอะ ปล่อยไปตามบุญตามกรรมก็แล้วกัน
ของพรรค์นี้ก็บังคับกันไม่ได้
หากมีแบบแปลนที่เหมาะสมก็สร้าง หากไม่มีก็ไม่เป็นไร
อย่างไรเสียพวกเสี่ยวหลงหนวี่ก็เพียงพอที่จะรักษาดินแดนไว้ได้แล้ว
……
บนสมรภูมิแนวหน้า
ในขณะที่กานอวี่กำลังสั่งการ นางเองก็ยกปืนซุ่มยิงบาเรตต์ขึ้นมาฟาร์มมอนสเตอร์ไปด้วย
เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับการจัดอันดับของท่านเจ้านคร นางก็ไม่อาจอยู่ว่างๆ ไปตลอดได้
กฎเกณฑ์แห่งสวรรค์ไม่สนใจหรอกว่าเจ้ากำลังสั่งการอยู่หรือไม่ อย่างไรเสียหากศัตรูไม่ได้ถูกเจ้ากำจัด แต้มนั้นก็ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้า
พวกเฉาเว่ยที่อยู่รอบๆ ล้วนมองจนตะลึงงันไปหมด
ไม่ใช่สิ บาเรตต์นี่มาจากไหน?!
ยิ่งกว่านั้นดูจากอานุภาพแล้ว นี่ไม่ดูจะเกินไปหน่อยหรือ?
หลังจากกานอวี่เล็งเป้าแล้วก็เหนี่ยวไก เรือรบขนาดเล็กที่อยู่ห่างออกไปนับพันเมตรก็ถูกระเบิดจนหายไปครึ่งลำในทันที
การเผาผลาญพลังงานของกานอวี่ก็ไม่ใช่น้อย แต่นางก็หยิบยาฟื้นพลังแบบเข้มข้นออกมาดื่มอย่างลวกๆ แล้วก็ฟื้นคืนกลับมาอย่างรวดเร็ว