- หน้าแรก
- บุตรแห่งโชคชะตาอย่างข้า ยังสู้เจ้าที่บำเพ็ญเซียนมาสามชั่วคนไม่ได้หรือ
- บทที่ 157 หลอมรวมพู่กันยันต์ฮุ่นหยวน ยันต์อสนีบาตสวรรค์
บทที่ 157 หลอมรวมพู่กันยันต์ฮุ่นหยวน ยันต์อสนีบาตสวรรค์
บทที่ 157 หลอมรวมพู่กันยันต์ฮุ่นหยวน ยันต์อสนีบาตสวรรค์
เวลานี้ เจียงฝานก็ไม่ได้สนทนาเรื่อยเปื่อยกับเตาหลอมโอสถว่านฮว่าต่อ
เขานึกขึ้นในใจ นำพู่กันยันต์ฮุ่นหยวนออกมาจากบนร่างของตน
ในวินาทีนี้ พู่กันยันต์ฮุ่นหยวนยังคงตกอยู่ในห้วงนิทรา ไม่รับรู้เลยว่าภายนอกเกิดเรื่องอันใดขึ้น
ครืน~~
ในชั่วพริบตานี้ เขาสูญเสียแต้มวาสนาไปนับหมื่นแต้มทันที พลังงานอันลึกลับสายหนึ่งจมดิ่งลงสู่ส่วนลึกของพู่กันยันต์ฮุ่นหยวนในพริบตา
เขาสัมผัสได้ว่าจิตวิญญาณของตนกับพู่กันยันต์ฮุ่นหยวนเกิดความเชื่อมโยงกันอย่างอธิบายไม่ถูก
เดิมทีผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตสร้างรากฐานนั้นยากที่จะหลอมรวมสมบัติวิญญาณระดับสูงได้
ทว่าภายใต้ผลลัพธ์ของแต้มวาสนา เจียงฝานกลับหลอมรวมพู่กันยันต์ฮุ่นหยวนได้อย่างง่ายดาย คล้ายกับว่าจิตวิญญาณสายหนึ่งของเขาได้หลอมรวมเข้าสู่ส่วนลึกภายในพู่กันยันต์ฮุ่นหยวนแล้ว
เขาพบว่าตนเองสามารถกระตุ้นอานุภาพของพู่กันยันต์ฮุ่นหยวนได้เพียงเล็กน้อย
"เกิดอะไรขึ้น?"
ในเวลานี้เอง พู่กันยันต์ฮุ่นหยวนที่เดิมทียังคงตกอยู่ในห้วงนิทราก็สะดุ้งตื่นขึ้นมากะทันหัน ฟื้นคืนสติสัมปชัญญะกลับมา มันกวาดสัมผัสตรวจสอบร่างกายของเจียงฝานในชั่วพริบตา
"เดี๋ยวก่อน เจ้าหนู เจ้าเลื่อนสู่ขอบเขตสร้างรากฐานตั้งแต่เมื่อใดกัน?"
"ตกลงแล้วข้าหลับใหลไปกี่ปีกันแน่ ผ่านไปสิบยี่สิบปีแล้วงั้นหรือ?"
พู่กันยันต์ฮุ่นหยวนรู้สึกงุนงงเล็กน้อย
เพราะหากอิงตามการคำนวณก่อนหน้านี้ของมัน การที่เจ้าหนุ่มเจียงฝานจะเลื่อนสู่ขอบเขตสร้างรากฐาน อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาถึงสิบยี่สิบปี
กระทั่งอาจจะไม่เพียงพอด้วยซ้ำ
ท้ายที่สุดแล้วเขาก็ขาดแคลนทรัพยากรการบำเพ็ญเพียรจากสำนักยันต์ฮุ่นหยวน
หากต้องพึ่งพาเพียงตัวเองล่ะก็ เช่นนั้นเวลาที่ต้องสูญเสียไปจะต้องมากมายมหาศาลอย่างแน่นอน
"ไม่หรอก ก็แค่ผ่านไปปีสองปีเท่านั้นเอง"
เจียงฝานลองคำนวณเวลาอย่างละเอียด
หลังจากที่เขามาถึงโลกแห่งการบำเพ็ญเพียร ก็ใช้เวลาบำเพ็ญเพียรเพียงปีสองปีเท่านั้น จากนั้นก็กลายเป็นผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตสร้างรากฐานแล้ว
หากผู้บำเพ็ญเพียรพเนจรคนอื่นรู้ถึงความเร็วในการบำเพ็ญเพียรของเขา จะต้องตกตะลึงจนตาค้างอย่างแน่นอน
เพราะต่อให้เป็นศิษย์สืบทอดของสำนักระดับจินตันเหล่านั้น ที่ได้รับการปลุกปั้นอย่างเต็มที่ ก็ยังไม่มีความเร็วถึงเพียงนี้
แม้แต่ผู้บำเพ็ญเพียรรากปราณสวรรค์ก็คงทำได้เพียงเท่านี้กระมัง
"เป็นไปไม่ได้ เพียงแค่สองปี เจ้าก็เลื่อนสู่ขอบเขตสร้างรากฐานแล้วงั้นหรือ?"
"เดี๋ยวก่อน เจ้าไม่ใช่การสร้างรากฐานธรรมดา แต่เป็นการสดับเต๋าสร้างรากฐาน เจ้าได้รับฤทธานุภาพประจำกายงั้นหรือ?"
พู่กันยันต์ฮุ่นหยวนตกตะลึงเป็นอย่างยิ่ง
มันสัมผัสได้ถึงสถานการณ์ภายในร่างกายของเจียงฝาน รากฐานนั้นหนักแน่นจนน่าเหลือเชื่อ
พูดตามตรง ในฐานะของวิเศษสืบทอดของสำนักยันต์ฮุ่นหยวน ไม่รู้ว่ามันเคยพบเจออัจฉริยะมามากเพียงใดแล้ว
ทว่าคนอย่างเจียงฝาน นี่นับเป็นครั้งแรกในชีวิตที่มันเคยพบเห็น
ยันต์ฮุ่นหยวนภายในร่างกายของเจ้าหนุ่มนี่ ถึงกับหลอมรวมยันต์ประจำกายเข้าไปถึงเก้าแผ่น นี่มันเกินจริงไปมากแล้ว
หากมีเพียงเท่านี้ก็แล้วไปเถอะ ทว่าเจ้านี่กลับเป็นการสดับเต๋าสร้างรากฐานอีกต่างหาก
ต่อให้เป็นสำนักยันต์ฮุ่นหยวนในวันวาน ผู้บำเพ็ญเพียรที่สามารถสดับเต๋าสร้างรากฐานได้นั้นก็มีอยู่น้อยจนแทบนับนิ้วได้
ไม่ว่าใครก็ตามที่ปรากฏตัวขึ้น ล้วนเป็นเรื่องใหญ่ที่มากพอจะสะเทือนไปทั่วทั้งสำนัก
นี่คือเมล็ดพันธุ์ระดับหยวนอิง หรือกระทั่งเมล็ดพันธุ์ระดับฮว่าเสิน อนาคตย่อมต้องเป็นเสาหลักของสำนักยันต์ฮุ่นหยวนอย่างแน่นอน
"พู่กันโง่เขลามาจากที่ใดกัน ท่าทางของเจ้าดูเหมือนคนไม่เคยพบเคยเห็นโลกกว้างเลยนะ"
"ไม่เคยเห็นอัจฉริยะที่สดับเต๋าสร้างรากฐานงั้นหรือ?"
เวลานี้ เตาหลอมโอสถว่านฮว่ามองพู่กันยันต์ฮุ่นหยวนด้วยความดูแคลนเป็นอย่างยิ่ง
เมื่อมันเห็นท่าทางบ้านนอกคอกนาของพู่กันยันต์ฮุ่นหยวน ภายในใจก็รู้สึกเบิกบานเป็นอย่างมาก
คิดไม่ถึงเลยว่าจะมีของวิเศษที่บ้านนอกคอกนายิ่งกว่าตนเองอีก
สิ่งนี้ยังทำให้มันเกิดความรู้สึกเหนือกว่าขึ้นมาอย่างเป็นธรรมชาติ อารมณ์เบิกบานใจยิ่งนัก
"เจ้าเป็นตัวอะไรกัน?"
พู่กันยันต์ฮุ่นหยวนงุนงงโดยสมบูรณ์ มันเองก็คิดไม่ถึงว่าเวลาผ่านไปเพียงไม่กี่ปี เจียงฝานจะค้นพบของวิเศษลึกลับอีกชิ้นหนึ่ง ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นประเภทที่ปลุกจิตวิญญาณของวิเศษให้ตื่นขึ้นมาแล้วด้วย
ต้องรู้ก่อนว่า ของวิเศษที่ปลุกจิตวิญญาณของวิเศษให้ตื่นขึ้นมาได้นั้นไม่ธรรมดาเลย แต่ละชิ้นล้วนเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณ มีมูลค่าควรเมือง
ชนิดที่แม้แต่ผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตหยวนอิงก็ยังต้องน้ำลายสอ
ผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตหลอมรวมลมปราณจะไปหามาได้อย่างไร ทว่าเจ้าหนุ่มนี่กลับบังเอิญหามาได้เสียนี่
ดังนั้นย่อมจินตนาการได้เลยว่า วาสนาของเจ้าหนุ่มเจียงฝานช่างไม่ธรรมดาจริงๆ
"อ้อ นี่คือของวิเศษโบราณชิ้นหนึ่งที่ข้าได้มาโดยไม่ได้ตั้งใจน่ะ"
เจียงฝานอธิบาย
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ พู่กันยันต์ฮุ่นหยวนก็ไร้คำจะเอื้อนเอ่ย มันคิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าหนุ่มนี่จะบังเอิญได้ของวิเศษโบราณเช่นนี้มา วาสนาเช่นนี้มันช่างท้าทายสวรรค์เสียจริง
ต่อให้ผู้บำเพ็ญเพียรรากปราณระดับต่ำได้ของวิเศษโบราณชิ้นนี้ไป ก็คงสามารถพุ่งทะยานขึ้นสู่ฟ้าได้แล้วกระมัง
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลยว่าเจ้าหนุ่มนี่คือผู้บำเพ็ญเพียรรากปราณปฐพี
หรือว่าสำนักยันต์ฮุ่นหยวนจะต้องเริ่มผงาดขึ้นมาในยุคนี้จริงๆ งั้นหรือ?
ในเวลานี้เอง พู่กันยันต์ฮุ่นหยวนก็ร้องอุทานด้วยความตกใจ "เกิดอะไรขึ้น? ข้าถูกเจ้าหลอมรวมไปตั้งแต่เมื่อใดกัน?"
มันเพิ่งจะพบว่าตนเองถูกเจียงฝานหลอมรวมและควบคุมไปตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่รู้
นี่มันราวกับถูกผู้อื่นรวบรัดตัดความเสียอย่างนั้น
อีกทั้งยังเป็นช่วงที่ตนเองกำลังหลับใหลอยู่ ข้าวสารก็กลายเป็นข้าวสุกไปเสียแล้ว
ต้องรู้ก่อนว่า มันคือสมบัติวิญญาณระดับสูง ต่อให้อยู่ในสภาวะบาดเจ็บ ก็ไม่ใช่สิ่งที่ผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตสร้างรากฐานจะสามารถบังคับหลอมรวมได้กระมัง เจ้าหนุ่มนี่ทำได้อย่างไรกันแน่?
"เจ้าจะไปรู้อะไร เจ้าหนุ่มนี่มีกายาพิเศษ"
"สามารถหลอมรวมของวิเศษต่างๆ บนโลกได้อย่างง่ายดาย"
"นายท่านผู้นี้ก็ถูกหลอมรวมไปโดยไม่รู้ตัวเช่นนี้นี่แหละ"
เตาหลอมโอสถว่านฮว่ากล่าวด้วยความรู้สึกสมน้ำหน้าเล็กน้อย
ในที่สุดมันก็เห็นคนโชคร้ายเหมือนกับตนเองเสียที
"กายาพิเศษ?"
พู่กันยันต์ฮุ่นหยวนไม่ยินยอมพร้อมใจ มันพยายามกวาดสัมผัสตรวจสอบร่างกายของเจียงฝานอย่างสุดชีวิต ทว่าก็ยังคงมองไม่เห็นความพิเศษใดๆ เลย
ท้ายที่สุดมันก็เลือกที่จะล้มเลิกไป
อย่างไรเสียตอนนี้ข้าวสารกลายเป็นข้าวสุกไปแล้ว ต่อให้ตนเองอยากจะต่อต้าน มันก็สายเกินไปเสียแล้ว
อีกทั้งเจ้าหนุ่มนี่ก็มีอนาคตที่ก้าวไกลจริงๆ หากกลายเป็นของวิเศษบนร่างของเจ้าหนุ่มนี่ ก็ใช่ว่าจะไม่ได้
"ผู้เฒ่าฝู ที่ปลุกท่านขึ้นมาในครั้งนี้ ก็เพราะอยากจะได้เคล็ดวิชาการบำเพ็ญเพียรในขั้นต่อไปของคัมภีร์ยันต์ฮุ่นหยวน"
เจียงฝานกล่าวอย่างตรงไปตรงมา
ท้ายที่สุดแล้ว หากไม่มีเคล็ดวิชาในขั้นต่อไป เกรงว่าตบะของเขาก็คงไม่อาจก้าวหน้าต่อไปได้
"อืม ในเมื่อเจ้าเลื่อนสู่ขอบเขตสร้างรากฐานแล้ว เช่นนั้นก็มีคุณสมบัติพอที่จะได้รับคัมภีร์ยันต์ฮุ่นหยวนฉบับสมบูรณ์แล้ว"
พู่กันยันต์ฮุ่นหยวนขยับเล็กน้อย ปลายพู่กันของมันแตะลงบนหน้าผากของเจียงฝานเบาๆ
ครืน~~
ชั่วพริบตานั้น ประกายแสงสีทองสายหนึ่งก็จมดิ่งลงสู่ส่วนลึกของห้วงจิตสำนึกของเจียงฝานในทันที
เขาสัมผัสได้ว่าภายในห้วงจิตสำนึกของตนปรากฏตำราขึ้นมาทีละเล่มๆ
ตำราเหล่านี้ไม่ได้เพียงแค่แฝงไปด้วยคัมภีร์ยันต์ฮุ่นหยวนเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงวิธีสร้างยันต์ระดับสอง ยันต์ระดับสาม และยันต์ระดับสี่ เป็นต้น กระทั่งยังมีวิชาลับอื่นๆ อีกด้วย
อีกทั้งคัมภีร์ยันต์ฮุ่นหยวนยังมอบให้ถึงระดับหยวนอิงเลยทีเดียว
ส่วนเคล็ดวิชาหลังจากขอบเขตฮว่าเสินนั้นกลับไม่มี
"ผู้เฒ่าฝู ดูเหมือนว่าจะขาดเคล็ดวิชาหลังจากขอบเขตฮว่าเสินไปนะ"
เจียงฝานเอ่ยถาม
"เพียงแค่บำเพ็ญเพียรให้ถึงขอบเขตหยวนอิง ก็ไม่รู้ว่าจะต้องสูญเสียเวลาของเจ้าไปกี่ปีแล้ว"
"ถึงกับยังไปคิดถึงเคล็ดวิชาหลังจากขอบเขตฮว่าเสินอีก"
พู่กันยันต์ฮุ่นหยวนกล่าวอย่างหงุดหงิด "พูดตามตรง บนตัวข้าก็ไม่มีเคล็ดวิชาของคัมภีร์ยันต์ฮุ่นหยวนหลังจากขอบเขตฮว่าเสินหรอก เพราะมันถูกเก็บไว้ในโลกดินแดนเร้นลับแห่งหนึ่งของสำนักยันต์ฮุ่นหยวน โลกดินแดนเร้นลับแห่งนี้ก็คือดินแดนสืบทอดแห่งสุดท้ายของสำนักยันต์ฮุ่นหยวน"
มันบ่งบอกว่าบนตัวตนเองอย่างมากก็มีเพียงเคล็ดวิชาระดับหยวนอิงเท่านั้น
ส่วนเคล็ดวิชาในขั้นต่อไปนั้น ทำได้เพียงต้องไปตามหาในดินแดนสืบทอดเท่านั้น
"สำนักยันต์ฮุ่นหยวนยังมีดินแดนสืบทอดอีกงั้นหรือ?"
เจียงฝานกะพริบตาปริบๆ
"แน่นอน"
"แม้ว่าสำนักยันต์ฮุ่นหยวนจะล่มสลายไปแล้วจริงๆ แต่เรือผุๆ ก็ยังพอมีตะปูเหลืออยู่บ้าง"
"ดินแดนสืบทอดแห่งนี้ก็คือรากฐานของสำนักยันต์ฮุ่นหยวน"
"ภายในนั้นไม่ได้เพียงแค่เก็บรักษาคัมภีร์ลับของสำนักยันต์ฮุ่นหยวนไว้เป็นจำนวนมากเท่านั้น แต่ยังมีโอสถและสมุนไพรวิญญาณอยู่อย่างหนาแน่นอีกด้วย"
"หากได้มาล่ะก็ เช่นนั้นก็สามารถฟื้นฟูสำนักยันต์ฮุ่นหยวนขึ้นมาใหม่ได้อย่างสมบูรณ์"
"แต่ทว่าอย่างน้อยเจ้าก็ต้องกลายเป็นผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตหยวนอิงเสียก่อน จึงจะสามารถเข้าสู่ดินแดนสืบทอดได้"
พู่กันยันต์ฮุ่นหยวนอธิบาย
กลายเป็นหยวนอิงงั้นหรือ?
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ เจียงฝานก็ไร้คำจะเอื้อนเอ่ย ดูเหมือนว่าสิ่งที่เรียกว่าดินแดนสืบทอดของสำนักยันต์ฮุ่นหยวนนี้ คงเป็นสิ่งที่ได้แต่มองแต่เอื้อมไม่ถึง ราวกับแครอทที่ห้อยอยู่ตรงหน้าลาเสียกระมัง
ในช่วงเวลาสั้นๆ สำนักยันต์ฮุ่นหยวนก็คงไม่สามารถนำพาความช่วยเหลือมาให้เขาได้มากนัก
"ทว่าผู้เฒ่าฝู อาการบาดเจ็บของท่านร้ายแรงถึงเพียงนี้"
"หรือว่าจะไม่มีวิธีใดช่วยท่านฟื้นฟูได้เลยงั้นหรือ?"
เวลานี้ เจียงฝานสัมผัสได้ถึงสภาพร่างกายที่แท้จริงของพู่กันยันต์ฮุ่นหยวน มันปรากฏรอยร้าวขึ้นมาเป็นสาย ราวกับว่ากำลังจะแตกสลายไปโดยสมบูรณ์ก็มิปาน
หากไม่ได้หลอมรวมพู่กันยันต์ฮุ่นหยวนโดยสมบูรณ์ล่ะก็ เขาคงไม่รู้เลยว่าสภาพร่างกายของอีกฝ่ายจะย่ำแย่ถึงเพียงนี้
มิน่าล่ะพู่กันยันต์ฮุ่นหยวนถึงได้จำเป็นต้องหลับใหลไปเป็นเวลานานถึงเพียงนี้
หากมันไม่ใช่สมบัติวิญญาณระดับสูง คาดว่าคงตายไปนานแล้วกระมัง
"ยาก ช่างยากเย็นเหลือเกิน"
"หากต้องการฟื้นฟูข้าให้กลับมาสมบูรณ์ล่ะก็ จำเป็นต้องใช้วัตถุดิบพิเศษชนิดหนึ่ง"
"นั่นก็คือวัตถุดิบระดับห้า แก่นหินฮุ่นหยวน"
"น่าเสียดายที่วัตถุดิบชนิดนี้สูญพันธุ์ไปนานแล้ว โดยพื้นฐานแล้วไม่อาจหาพบได้เลย"
พู่กันยันต์ฮุ่นหยวนกล่าวอย่างจนปัญญาเป็นอย่างยิ่ง
โดยธรรมชาติแล้วมันย่อมอยากจะฟื้นฟูอาการบาดเจ็บของตนเอง และฟื้นคืนพลังในช่วงยุครุ่งเรือง
น่าเสียดายที่อาการบาดเจ็บสาหัสเกินไป
หากไม่มีวัตถุดิบที่ตรงกัน เกรงว่าคงยากที่จะฟื้นฟูได้
"อะไรนะ? จำเป็นต้องใช้วัตถุดิบระดับห้าถึงจะฟื้นฟูได้งั้นหรือ?"
"เกรงว่าชาตินี้เจ้าคงไม่มีความเป็นไปได้ที่จะฟื้นฟูได้อีกแล้ว"
เตาหลอมโอสถว่านฮว่ากล่าวด้วยใบหน้าไร้คำจะเอื้อนเอ่ย
มันย่อมรู้ดีว่าวัตถุดิบระดับห้านั้นล้ำค่ามากเพียงใด นั่นคือของวิเศษที่ตัวตนระดับฮว่าเสินเท่านั้นจึงจะมีโอกาสได้มา
ต่อให้เป็นนักพรตว่านฮว่าในวันวาน ที่เป็นถึงผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตหยวนอิง ก็ยังไม่อาจหาวัตถุดิบระดับห้าพบเลยสักชิ้นเดียว
ย่อมจินตนาการได้เลยว่าวัตถุดิบระดับห้านั้นล้ำค่ามากเพียงใด
"ไม่มีทางเลือก หากหาไม่พบล่ะก็ นั่นก็คือโชคชะตาของข้า"
พู่กันยันต์ฮุ่นหยวนกล่าวอย่างจนปัญญา
ดังนั้นมันจึงอยากจะหาผู้สืบทอดที่เหมาะสม เพื่อให้อีกฝ่ายเติบโตขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
เมื่อเป็นเช่นนี้ ไม่เพียงแต่จะสืบทอดมรดกของสำนักยันต์ฮุ่นหยวนได้เท่านั้น
กระทั่งในอนาคตอาจจะช่วยตนเองตามหาแก่นหินฮุ่นหยวน และช่วยให้ตนเองฟื้นฟูอาการบาดเจ็บได้อย่างสมบูรณ์ก็เป็นได้
"ผู้เฒ่าฝู วางใจเถอะ"
"หากมีโอกาสล่ะก็ ข้าจะต้องช่วยท่านตามหาแก่นหินฮุ่นหยวนให้ได้อย่างแน่นอน"
เจียงฝานกล่าวด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม
เขารู้สึกว่าตนเองมีวาสนาเทียมฟ้า โชคดีสุดขีด
ขอเพียงโอกาสมาถึงล่ะก็ เช่นนั้นการตามหาแก่นหินฮุ่นหยวนก็ย่อมไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร
"เช่นนั้นก็ขอยืมคำพูดที่เป็นมงคลของเจ้าแล้วกัน"
"ทว่าอาการบาดเจ็บของข้าสาหัสเกินไป"
"การมอบมรดกของสำนักยันต์ฮุ่นหยวนให้เจ้าเป็นจำนวนมาก ก็สูญเสียพลังของข้าไปไม่น้อยเช่นกัน"
"ดังนั้นจึงต้องตกอยู่ในห้วงนิทราอีกครั้ง"
"หากอิงตามพรสวรรค์ของเจ้า ขอเพียงมีทรัพยากรเพียงพอ การกลายเป็นหยวนอิง ย่อมเป็นเรื่องที่แน่นอนตายตัว"
"หวังว่าก่อนที่เจ้าจะกลายเป็นหยวนอิง จะระมัดระวังตัวให้มาก"
สิ่งที่พู่กันยันต์ฮุ่นหยวนกลัวที่สุดก็คือ เจียงฝานจะเผชิญกับเคราะห์ภัย จนต้องตกตายไปเสียก่อนกลางทาง
หากเป็นเช่นนั้นล่ะก็ เช่นนั้นสำนักยันต์ฮุ่นหยวนเกรงว่าคงต้องสูญหายไปโดยสมบูรณ์แล้ว
"ผู้เฒ่าฝู ไม่มีใครระมัดระวังไปมากกว่าข้าอีกแล้ว"
เจียงฝานแย้มยิ้ม
"อืม"
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ พู่กันยันต์ฮุ่นหยวนก็พึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง เสียงฟุ่บดังขึ้น มันแปรเปลี่ยนเป็นประกายแสงสีทองสายหนึ่ง หลอมรวมเข้าสู่ร่างกายของเจียงฝานในชั่วพริบตา กลายเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายเขา
นี่คือสมบัติวิญญาณระดับสูงที่ผ่านการหลอมรวมแล้ว สามารถหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับผู้บำเพ็ญเพียร คนและของวิเศษหลอมรวมเป็นหนึ่ง
มีเพียงสมบัติวิญญาณเท่านั้นจึงจะมีขีดความสามารถเช่นนี้
ชั่วพริบตานั้น พู่กันยันต์ฮุ่นหยวนก็ตกอยู่ในห้วงนิทราไปอีกครั้ง
"นี่ก็คือคัมภีร์ยันต์ฮุ่นหยวนภาคสร้างรากฐานงั้นหรือ?"
ในวินาทีนี้ เจียงฝานเริ่มทำความเข้าใจกับเนื้อหาในคัมภีร์ยันต์ฮุ่นหยวนภาคสร้างรากฐาน สิ่งนี้ทำให้เขาเข้าใจการบำเพ็ญเพียรในขอบเขตสร้างรากฐานมากยิ่งขึ้น ก่อนหน้านี้เขาเอาแต่มืดแปดด้านมาโดยตลอด
ขอบเขตสร้างรากฐานก็เหมือนกับขอบเขตหลอมรวมลมปราณ มีทั้งหมดเก้าขั้น
สามขั้นแรกก็คือขอบเขตสร้างรากฐานขั้นต้น สามขั้นกลางก็คือขอบเขตสร้างรากฐานขั้นกลาง ส่วนสามขั้นหลังก็คือขอบเขตสร้างรากฐานขั้นปลาย
ก็เพราะเป็นเช่นนี้ การฝึกฝนภาคสร้างรากฐานจึงสามารถสลักยันต์ประจำกายได้เก้าแผ่นเช่นเดียวกัน
ทุกครั้งที่มียันต์ประจำกายเพิ่มขึ้นมาหนึ่งแผ่น ก็จะทำให้เขามีลูกไม้เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งอย่าง
พร้อมกันนั้นก็สามารถเพิ่มพูนรากฐานของเขาได้อีกด้วย
สำหรับผู้บำเพ็ญเพียรยันต์แล้ว ยิ่งมียันต์ในครอบครองมากเท่าใด พลังย่อมต้องยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น
เขานั่งขัดสมาธิลงบนพื้น
ดึงสัมผัสเทวะขอบเขตสร้างรากฐานออกมา เพื่อตรวจสอบภายในพริบตา
เขาสัมผัสได้ถึงยันต์ฮุ่นหยวนในส่วนลึกของทะเลปราณตันเถียนทันที
เมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ ขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิมไม่รู้กี่เท่าตัว
ราวกับดวงดาวดวงหนึ่งที่กำลังหมุนวนอย่างเชื่องช้า
คล้ายกับว่าทุกครั้งที่หมุนวนครบหนึ่งรอบ จะสามารถแปรสภาพพลังวิญญาณรูปแบบของเหลวออกมาได้หนึ่งหยด
พื้นที่ผิวของยันต์ฮุ่นหยวนเมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ก็ใหญ่ขึ้นมากเช่นกัน สามารถสลักยันต์ที่แข็งแกร่งและซับซ้อนยิ่งขึ้นได้
"ในเมื่อกลายเป็นผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตสร้างรากฐานแล้ว เช่นนั้นก็ย่อมต้องสลักยันต์ระดับสอง"
"สำหรับผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตสร้างรากฐานแล้ว จำเป็นต้องเพิ่มลูกไม้ในการโจมตีระดับสร้างรากฐาน"
"ท้ายที่สุดแล้วการเข่นฆ่าย่อมมีประสิทธิภาพมากกว่าการป้องกันอยู่หลายขุม"
ส่วนลึกในห้วงจิตสำนึกของเจียงฝานหลั่งไหลยันต์ระดับสองออกมาทีละแผ่นๆ เขากำลังครุ่นคิดว่าควรจะสลักยันต์ระดับสองชนิดใดดี จึงจะสามารถยกระดับพลังการต่อสู้ของตนเองได้มากที่สุด
ทว่าเนื่องจากประเภทของยันต์ระดับสองนั้นมีมากเกินไปจริงๆ เขาจึงเกิดอาการเลือกไม่ถูกเสียแล้ว
ทว่าถึงกระนั้น เขาก็ยังคงหาพบยันต์ระดับสองที่เหมาะสมกับตนเองมากที่สุด นั่นก็คือ ยันต์อสนีบาตสวรรค์
ยันต์ชนิดนี้สามารถควบแน่นพลังอสนีบาตสวรรค์ระหว่างฟ้าดินได้
ทันทีที่ถูกกระตุ้น พลังทำลายล้างที่แฝงอยู่ภายในนั้นจะน่ากลัวอย่างหาขอบเขตไม่ได้
ไม่เพียงแต่สามารถข่มขวัญผู้บำเพ็ญเพียรมารและผู้บำเพ็ญเพียรชั่วร้ายบนโลกได้เท่านั้น แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถข่มขวัญภูตผีปีศาจต่างๆ ได้อีกด้วย
กระทั่งสัตว์อสูรก็ยังหวาดกลัวพลังอสนีบาตสวรรค์เป็นอย่างยิ่ง
ดังนั้นพลังอันแข็งกร้าวและร้อนแรงถึงขีดสุดนี้ สำหรับเขาแล้ว ถือว่าเป็นการส่งเสริมซึ่งกันและกันอย่างสมบูรณ์แบบ
อีกทั้งผู้บำเพ็ญเพียรบนโลกมีมากมายถึงเพียงนี้ ทว่าจำนวนของผู้บำเพ็ญเพียรอัสนีนั้นกลับมีน้อยจนแทบจะนับนิ้วได้
ท้ายที่สุดแล้ว การอยากจะครอบครองพลังอสนีบาตสวรรค์นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
เพราะจำเป็นต้องชักนำอสนีบาตเข้าสู่ร่างกาย หากไม่ใช่กายาพิเศษ อีกทั้งกายายังไม่แข็งแกร่งพอ ก็อาจจะถูกอสนีบาตฟาดฟันจนตายทั้งเป็นได้
ทว่าทันทีที่ครอบครองได้ล่ะก็ นั่นก็จะเป็นหนึ่งในผู้บำเพ็ญเพียรที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกหล้า
ย่อมต้องทำให้ผู้บำเพ็ญเพียรจำนวนนับไม่ถ้วนต้องหวาดผวาอย่างแน่นอน
"เช่นนั้นก็สลักยันต์อสนีบาตสวรรค์ก็แล้วกัน"
เจียงฝานไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาสูญเสียแต้มวาสนาไปห้าพันแต้มถ้วนในทันที
ในชั่วพริบตานี้ เขาได้เข้าสู่สภาวะตระหนักรู้ในพริบตา เริ่มกระตุ้นพลังวิญญาณฮุ่นหยวนภายในร่างกาย
พลังวิญญาณฮุ่นหยวนแต่ละสายเริ่มสลักลงบนยันต์ฮุ่นหยวน
ต้องรู้ก่อนว่า ยันต์ระดับสองอย่างยันต์อสนีบาตสวรรค์ นับเป็นหนึ่งในยันต์ระดับสองที่ซับซ้อนที่สุด
ศิษย์สำนักยันต์ฮุ่นหยวนในวันวานไม่น้อยก็อยากจะสลักยันต์อสนีบาตสวรรค์เช่นกัน
ทว่าเนื่องจากมันซับซ้อนเกินไป โดยพื้นฐานแล้วแทบไม่มีใครทำได้สำเร็จเลย
อีกทั้งหากล้มเหลว ก็จะทำให้เกิดการสะท้อนกลับ กระทั่งอาจจะสร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับยันต์ฮุ่นหยวน ทำร้ายไปถึงรากฐาน
ดังนั้นจึงไม่มีศิษย์สำนักยันต์ฮุ่นหยวนกี่คนที่กล้าลอง
ทว่าสำหรับเจียงฝานแล้ว เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาเลยแม้แต่น้อย
เพราะภายใต้การช่วยเหลือของแต้มวาสนา อัตราความสำเร็จในการสลักยันต์อสนีบาตสวรรค์ของเขานั้นเต็มร้อย
ครืน ครืน~~
เมื่อลวดลายของยันต์อสนีบาตสวรรค์ปรากฏขึ้นบนพื้นผิวของยันต์ฮุ่นหยวนทีละสายๆ คล้ายกับว่าเกิดการสอดประสานกับพลังอสนีบาตสวรรค์ระหว่างฟ้าดิน สายฟ้าสีม่วงปรากฏขึ้นมาเป็นสายๆ
ตึง!
เมื่อตวัดพู่กันสายสุดท้ายเสร็จสิ้น ยันต์อสนีบาตสวรรค์ก็ถูกสลักได้สำเร็จในชั่วพริบตา ทันใดนั้นประกายสายฟ้าก็แลบแปลบปลาบ
ยันต์ฮุ่นหยวนทั้งแผ่นคล้ายกับถูกปกคลุมไปด้วยพลังอสนีบาตสวรรค์ กลายสภาพเป็นลูกบอลสายฟ้า