- หน้าแรก
- ระบบราชการมันโหดร้าย งั้นตำรวจทะลุมิติอย่างผมขอใช้เล่ห์เหลี่ยมจัดการก็แล้วกัน
- บทที่ 35 - เข้ารับตำแหน่ง
บทที่ 35 - เข้ารับตำแหน่ง
บทที่ 35 - เข้ารับตำแหน่ง
บทที่ 35 - เข้ารับตำแหน่ง
เจียงเฟิงได้ยินดังนั้นก็นิ่งเงียบไป มุมปากของเขากระตุกยิ้มขื่นๆ เขารู้ดีว่าต่งเฉียงต้องการจะปลอบใจเขา แต่คำปลอบใจนี้ช่างฟังดูเลื่อนลอยเสียเหลือเกิน
เฉียนเหวินปินชื่นชมเขา ไม่ต้องพูดถึงว่าความชื่นชมที่ว่านี้มันมากน้อยแค่ไหน เป็นแค่ความชื่นชมธรรมดา หรือว่าให้ความสำคัญกันแน่
ต่อให้เฉียนเหวินปินจะชื่นชมเขามากแค่ไหน แต่ก็ต้องรอให้เฉียนเหวินปินได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้กำกับการเสียก่อน และการที่เฉียนเหวินปินจะได้ขึ้นเป็นผู้กำกับการ คนอื่นอาจจะไม่รู้ แต่เจียงเฟิงรู้ดี
ในชาติก่อน หลังจากเว่ยเจี้ยนหมินย้ายไปแล้ว เบื้องบนก็ส่งผู้กำกับการคนใหม่ส่งตรงมาจากกรมตำรวจระดับเมืองมาแทนที่ เฉียนเหวินปินต้องรอจนกว่าผู้กำกับการคนใหม่จะย้ายออกไปอีกคน ถึงจะคว้าโอกาสนั้นไว้ได้
ซึ่งนั่นก็ต้องใช้เวลาถึงสิบกว่าปีเลยทีเดียว เวลาสิบกว่าปีเชียวนะ เขาต้องทนอยู่ที่กรมตำรวจป่าไม้นานขนาดนั้น เฉียนเหวินปินจะยังจำเขาได้อีกหรือเปล่าก็ไม่รู้
ยิ่งไปกว่านั้น ความชื่นชมเพียงเล็กน้อย มันจะทนต่อกาลเวลาได้สักแค่ไหนกันเชียว พอเฉียนเหวินปินได้เลื่อนตำแหน่ง อย่างแรกที่เขาจะทำก็คือการเลื่อนตำแหน่งให้ลูกน้องของตัวเอง แล้วจะมาถึงคิวของเขาได้ยังไง
คำปลอบใจนี้สู้ไม่ปลอบซะยังดีกว่า แต่เจียงเฟิงก็รู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร
เขาจะไม่แสดงความอ่อนแอออกมาต่อหน้าต่งเฉียงอย่างแน่นอน เขาแค่ยิ้มแล้วพูดว่า "ได้ครับ หัวหน้าต่ง วางใจเถอะ ผมยังเด็ก ผมรอได้"
ความหวังดีของต่งเฉียง เจียงเฟิงย่อมไม่ทำให้สูญเปล่า อีกอย่าง เจียงเฟิงจะไม่แสดงท่าทีเหนื่อยล้าหรือสิ้นหวังให้ใครเห็น คนใหญ่คนโตยังต้องล้มลุกคลุกคลานตั้งหลายรอบ แล้วเขาเป็นใครกันล่ะ
เมื่อเห็นเจียงเฟิงเป็นแบบนี้ ต่งเฉียงก็เบาใจลงมาก
เขายังเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับกรมตำรวจป่าไม้ให้เจียงเฟิงฟังคร่าวๆ ด้วย แต่ต่งเฉียงเองก็รู้ข้อมูลไม่มากนัก เพียงแต่เขามีเพื่อนทำงานอยู่ที่นั่นคนหนึ่ง เลยพอจะรู้เรื่องบ้าง
"เขาชื่อเหมียวกวงหมิง อายุรุ่นราวคราวเดียวกับฉัน ถ้านายไปที่นั่นแล้ว มีอะไรไม่เข้าใจ ก็ไปถามเขาดูได้" สุดท้ายต่งเฉียงก็แนะนำคนรู้จักให้เจียงเฟิง
เจียงเฟิงพยักหน้า มีคนรู้จักย่อมดีกว่าไม่มี
หลังจากกินข้าวเสร็จ ต่งเฉียงก็ขอตัวกลับ เจียงเฟิงมองแผ่นหลังของต่งเฉียงที่เดินจากไปแล้วก็รู้สึกซาบซึ้งใจ ต่งเฉียงเป็นคนดีจริงๆ
น่าเสียดายที่คนดีๆ มักจะไปได้ไม่ไกลในระบบราชการ เจียงเฟิงจำได้ว่าก่อนที่เขาจะย้อนเวลากลับมา ต่งเฉียงก็ยังคงเป็นแค่หัวหน้าสถานี ทำงานอยู่ที่บ้านนอกมานานหลายปี
ในทางกลับกัน พวกที่เก่งแต่เรื่องประจบสอพลอและโอนอ่อนผ่อนตาม กลับเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานอย่างราบรื่น
วันรุ่งขึ้น เจียงเฟิงก็เดินทางไปรายงานตัวที่กรมตำรวจป่าไม้ กรมตำรวจป่าไม้ตั้งอยู่ในอาคารสองชั้นเล็กๆ แถวชานเมือง
สภาพแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวก ดูเหมือนจะเป็นตึกเก่าที่หลงเหลือมาจากยุค 70-80 ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่นเลย
แม้แต่สถานีตำรวจภูธรตำบลเซี่ยเตี้ยนก็ยังดูดีกว่า
ตอนที่เจียงเฟิงเดินเข้าไป ในห้องยามไม่มีคนอยู่เลย ไม่รู้ว่าหายไปไหนกันหมด
พอเจียงเฟิงเดินเข้าไปในตัวอาคาร ถึงค่อยเห็นคนบ้าง
เจียงเฟิงผลักประตูเข้าไปในห้องทำงานที่เขียนป้ายว่า 'ฝ่ายบริหารทั่วไป' ข้างในมีคนสองคนกำลังคุยกันอยู่ เป็นหญิงวัยกลางคนกับลุงแก่ๆ คนหนึ่ง
"มาหาใคร" หญิงวัยกลางคนเอ่ยปากถาม เธอไม่ได้สวมเครื่องแบบด้วยซ้ำ
"ผมมาหาผู้กำกับการครับ ท่านอยู่ไหม" เจียงเฟิงถามกลับ
"แล้วคุณเป็นใครล่ะ มีธุระอะไร" หญิงวัยกลางคนไม่แม้แต่จะขยับตัวลุกจากเก้าอี้
"ผมชื่อเจียงเฟิงครับ เพิ่งย้ายมาทำงานที่นี่ จะมารายงานตัวกับผู้กำกับการครับ"
คราวนี้หญิงวัยกลางคนถึงกับเด้งตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้ทันที "อ้อ รองผู้กำกับเจียงนี่เอง ฉันชื่อจางเฟิ่งหลาน เป็นผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทั่วไปค่ะ
ผู้กำกับว่านสั่งไว้แล้วว่าท่านจะมารับตำแหน่งวันนี้ ตอนนี้ท่านกำลังรอท่านอยู่ในห้องทำงานค่ะ เดี๋ยวฉันพาท่านไปนะคะ"
จางเฟิ่งหลานพูดด้วยรอยยิ้ม ถึงแม้จะดูเป็นมิตรขึ้นมาบ้าง แต่ก็ไม่ได้มีความเคารพนบนอบอะไรเลย เทียบกับเหาเหมยที่เป็นหัวหน้าสำนักงานไม่ได้แม้แต่น้อย
"ได้ครับ ถ้างั้นก็รบกวนผู้อำนวยการจางด้วยนะครับ" เจียงเฟิงพยักหน้า
"รองผู้กำกับเจียง ท่านยังหนุ่มยังแน่นแท้ๆ ทำไมถึงย้ายมาที่นี่ได้ล่ะคะ มีแฟนหรือยังคะ" จางเฟิ่งหลานชวนคุยไปตลอดทางที่พาเจียงเฟิงเดินขึ้นไปชั้นสอง
เจียงเฟิงพอมองออกแล้วล่ะว่า ที่นี่มันกรมตำรวจซะที่ไหนล่ะ นี่มันสถานที่สำหรับคนเตรียมตัวเกษียณอายุชัดๆ ขนาดผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทั่วไปยังไม่ให้ความเคารพเขาเลย ถึงกับเอ่ยปากจะแนะนำผู้หญิงให้เขาด้วยซ้ำ นี่ไม่เห็นเขาเป็นหัวหน้าเลยสักนิด
"ยังไม่มีครับ ผมยังหนุ่ม เรื่องแบบนี้ยังไม่รีบหรอกครับ"
"ไม่รีบ ไม่รีบได้ยังไงล่ะคะ ช้าไปเดี๋ยวผู้หญิงดีๆ ก็โดนคนอื่นคว้าไปหมดหรอก รองผู้กำกับเจียง เรื่องนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉันเถอะค่ะ รับรองว่าจะหาผู้หญิงดีๆ มาแนะนำให้รองผู้กำกับเจียงแน่นอน" จางเฟิ่งหลานพูดด้วยรอยยิ้ม
แม้ว่ากรมตำรวจป่าไม้จะเป็นสถานที่สำหรับเตรียมตัวเกษียณอายุ แต่นั่นก็สำหรับคนที่หวังความก้าวหน้าในหน้าที่การงานเท่านั้นแหละ สำหรับคนธรรมดาทั่วไป ที่นี่ก็ถือเป็นหน่วยงานที่สบาย ชามข้าวเหล็กที่มั่นคง ไม่ต้องกลัวอดตาย
ประกอบกับเจียงเฟิงเองก็เป็นถึงระดับผู้นำ ถ้าจะหาแฟนข้างนอก ก็ต้องเนื้อหอมสุดๆ อยู่แล้ว
เจียงเฟิงไม่อยากคุยเรื่องนี้จริงๆ เขาจึงตอบแบบขอไปที
ผลก็คือพอโดนชวนคุยออกนอกเรื่องไปแบบนี้ จนกระทั่งเดินมาถึงหน้าห้องผู้กำกับการ เจียงเฟิงก็ยังสืบไม่ได้เลยว่าผู้กำกับว่านคนนี้ชื่อจริงว่าอะไร
ประตูห้องผู้กำกับการเปิดแง้มไว้ จางเฟิ่งหลานไม่ได้เคาะประตู แต่พาเจียงเฟิงผลักประตูเดินเข้าไปเลย
"ผู้กำกับว่านคะ รองผู้กำกับเจียงมารายงานตัวแล้วค่ะ ฉันพาท่านมาส่งแล้ว"
จางเฟิ่งหลานพูดขึ้น เจียงเฟิงก็มองเห็นชายแก่ผมหงอกขาว กำลังกินยาอยู่ที่โต๊ะทำงาน ไม่รู้ว่าเป็นโรคอะไร แต่กินยาเข้าไปเป็นกำๆ แบบนั้น เห็นได้ชัดว่าสุขภาพคงไม่ค่อยดีนัก
แต่งตัวแบบนี้ ถ้าเดินออกไปข้างนอกแล้วบอกว่าเป็นคนแก่ที่เกษียณอายุแล้ว ก็คงไม่มีใครสงสัยหรอก
"ฮ่าๆ ดีเลย กรมของเราจะได้มีคนหนุ่มๆ เข้ามาบ้าง เจียงเฟิงใช่ไหม รีบนั่งสิ" ผู้กำกับว่านต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดี
เพียงแต่ตอนที่ลุกขึ้นจากเก้าอี้ เขายังต้องเอามือกุมหลังเอาไว้ด้วย
"ผมชื่อว่านเฉวียน เป็นคนเก่าคนแก่ของกรมตำรวจป่าไม้นี่แหละ ตอนหนุ่มๆ ตรากตรำทำงานจนร่างกายทรุดโทรม ตอนนี้ร่างกายก็เลยไม่ค่อยจะไหวแล้ว" ว่านเฉวียนราวกับจะอ่านสายตาของเจียงเฟิงออก จึงพูดขึ้นมาตรงๆ
"ผู้กำกับว่านพูดอะไรแบบนั้นล่ะครับ ท่านเป็นผู้อาวุโส อุทิศตนให้กับงานตำรวจมาทั้งชีวิต อาการบาดเจ็บและโรคภัยไข้เจ็บพวกนี้ ไม่ใช่ว่าร่างกายไม่ไหวหรอกครับ แต่มันคือเหรียญกล้าหาญของท่านต่างหากล่ะครับ" เจียงเฟิงพูดด้วยรอยยิ้ม
แววตาของว่านเฉวียนฉายแววประหลาดใจวูบหนึ่ง ไม่คิดเลยว่าเจียงเฟิงจะพูดจาได้น่าฟังขนาดนี้
เดิมทีเขาคิดว่าคนหนุ่มอย่างเจียงเฟิงที่เพิ่งมารับตำแหน่งใหม่ คงจะแสดงท่าทีแข็งกร้าวและหยิ่งยโสเสียอีก คิดไม่ถึงเลยว่าจะรู้จักพูดจาโอนอ่อนผ่อนตามขนาดนี้ มิน่าล่ะถึงได้ขึ้นเป็นรองผู้กำกับการตั้งแต่อายุยังน้อย
ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าไปขัดขาใครที่กรมตำรวจเข้า ถึงได้ถูกส่งมาดองเค็มที่นี่
"ฮ่าๆ เสี่ยวเจียงนี่พูดจาน่าฟังจริงๆ ผู้อำนวยการจาง ช่วยชงชาให้รองผู้กำกับเจียงหน่อยสิ ผมจะคุยกับรองผู้กำกับเจียงสักหน่อย" ว่านเฉวียนค่อยๆ เดินมานั่งลงบนโซฟาข้างๆ เจียงเฟิง
"ได้ค่ะผู้กำกับว่าน" หลังจากจางเฟิ่งหลานชงชาให้ทั้งสองคนเสร็จ ก็ยังคงยืนนิ่งไม่ยอมไปไหน ช่างเป็นคนที่ไม่รู้จักกาลเทศะเอาเสียเลย สุดท้ายก็ต้องรอให้ว่านเฉวียนเอ่ยปากไล่ จางเฟิ่งหลานถึงยอมเดินออกไป ช่างเป็นคนแปลกประหลาดจริงๆ ไม่รู้ว่าขึ้นมาเป็นผู้อำนวยการได้ยังไง
[จบแล้ว]