เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 114 ทางเลือกของเหรินหวัง, จักรพรรดิเซี่ยชมงิ้ว!

บทที่ 114 ทางเลือกของเหรินหวัง, จักรพรรดิเซี่ยชมงิ้ว!

บทที่ 114 ทางเลือกของเหรินหวัง, จักรพรรดิเซี่ยชมงิ้ว!


บทที่ 114 ทางเลือกของเหรินหวัง, จักรพรรดิเซี่ยชมงิ้ว!

เซี่ยเจาเหยียนนั่งตัวตรง สีหน้าเต็มไปด้วยความจริงจัง

"ท่านอาจารย์โปรดพูดมาเถอะ ท่านก็รู้ว่าเปิ่นหวังเป็นคนเช่นไร!"

ในสายตาของเหล่าบุคคลจากต่างโลกทุกคน เหรินหวังคือนายเหนือหัวที่มีใจคอกว้างขวางที่สุดเท่าที่พวกเขาเคยพบเจอมาทั้งในชาติก่อนและชาตินี้

แน่นอนว่า นี่เป็นความรู้สึกเฉพาะสำหรับคนกลุ่มนี้เท่านั้น

"ฝ่าบาท เป้าหมายระยะยาวของเราคือการขึ้นครองบัลลังก์!"

"เป้าหมายเฉพาะหน้าในตอนนี้คือ ต้องสะสมรากฐานให้แข็งแกร่งเสียก่อน เมื่อถึงเวลาเปิดไพ่สู้กัน ท่านถึงจะมีคุณสมบัติพอที่จะขึ้นไปนั่งบนโต๊ะเดิมพันได้"

เซี่ยเจาเหยียนพยักหน้า เขาต้องยอมรับว่า ตอนนี้ตัวเองยังไม่มีคุณสมบัติพอที่จะร่วมโต๊ะชิงบัลลังก์จริงๆ

เพราะยังควบคุมศาลทัณฑ์สวรรค์ได้ไม่เบ็ดเสร็จ และเบื้องหลังก็ไม่มีกลุ่มการเมืองที่ทรงอิทธิพลคอยสนับสนุน

เพียงแค่พึ่งพากองกำลังสองกลุ่มจากโลกผู้ฝึกตน ย่อมไม่เพียงพอที่จะทำให้เขาขึ้นไปนั่งบนโต๊ะนั้นได้ในตอนนี้

เขาฟังจูเก๋อเจิ้งหว่อวิเคราะห์ต่อไป

"ดังนั้น เป้าหมายระยะสั้นก็คือ ต้องควบคุมศาลทัณฑ์สวรรค์ทั้งหมดให้เบ็ดเสร็จเสียก่อน!"

"จะเอาทั้งอุ้งตีนหมีและปลาพร้อมกันไม่ได้หรอกพ่ะย่ะค่ะ จะควบคุมศาลทัณฑ์สวรรค์ด้วย และยอมรับการสวามิภักดิ์จากฝ่ายเป็นกลางทุกฝ่ายในราชสำนักด้วย เห็นได้ชัดว่าเป็นไปไม่ได้!"

ท้ายที่สุดแล้วก็เป็นเพราะรากฐานที่มีมาแต่กำเนิดของตัวเองอ่อนแอนั่นแหละ เซี่ยเจาเหยียนลอบถอนหายใจในใจ ไม่อย่างนั้นใครจะบอกว่าอุ้งตีนหมีกับปลาจะเอาพร้อมกันไม่ได้ล่ะ

"ดังนั้น กระหม่อมหวังว่าท่านจะยอมสละการสวามิภักดิ์ของตระกูลหวังแห่งสวีโจวไปก่อน!"

"ท่านเหลือเวลาอีกเพียงปีกว่าๆ ตามเส้นตายที่ฝ่าบาท(องค์จักรพรรดิ) กำหนดไว้ หากท่านรับตระกูลหวังเข้ามา!"

"บรรดาองค์ชายคนอื่นๆ ก็จะกลับมาขัดขวางท่านอีกครั้ง เวลาแค่ปีกว่าๆ ย่อมไม่เพียงพอให้ท่านยึดอำนาจสาขาที่เหลือคืนมาได้แน่!"

การปฏิเสธการสวามิภักดิ์ของตระกูลหวังแห่งสวีโจว เรื่องนี้พูดน่ะง่าย...

แต่ถ้าหากตัดสินใจทำเช่นนั้น ชื่อเสียงของตัวเอง...

แต่เซี่ยเจาเหยียนรู้ดีว่า สำหรับเขาในตอนนี้ ศาลทัณฑ์สวรรค์มีความสำคัญมากกว่าฝ่ายเป็นกลางอย่างเทียบกันไม่ได้!

"ฝ่าบาท กระหม่อมรู้ถึงความกังวลในใจของท่าน"

"พูดจาไม่น่าฟังหน่อยนะ ขั้วอำนาจเหล่านั้น พูดให้ดูดีก็เรียกว่าฝ่ายเป็นกลาง พูดให้ร้ายหน่อยก็คือพวกเห็นแก่ตัวที่คอยประจบสอพลอผู้มีอำนาจ!"

"แม้จะมีจำนวนมาก แต่ความแข็งแกร่งและสถานะ ท้ายที่สุดก็ยังไม่ถึงเกณฑ์ระดับสูงสุดอยู่ดี!"

นี่เป็นการตัดสินใจที่ยากลำบาก แต่เซี่ยเจาเหยียนก็ไม่ใช่คนที่ลังเลโลเล

เมื่อเผชิญกับอนาคตของตัวเอง ประกอบกับการวิเคราะห์ของจูเก๋อเจิ้งหว่อ เขาเข้าใจแล้วว่าควรจะเลือกทางไหน

ผู้ที่ไม่วางแผนครอบคลุมสถานการณ์ทั้งหมด ย่อมไม่สามารถวางแผนในพื้นที่เล็กๆ ได้ เมื่อเทียบกับคุณสมบัติที่จะได้ขึ้นโต๊ะเดิมพันในอนาคต การยอมรับฝ่ายเป็นกลางในตอนนี้ย่อมส่งผลเสียมากกว่าจริงๆ

"ตกลง งั้นก็ปฏิเสธการสวามิภักดิ์ของตระกูลหวังแห่งเมืองสวีโจวทิ้งไปซะ!"

ในขณะนั้นเอง ด้านนอกก็มีเสียงขอเข้าเฝ้าของหลี่มั่วโฉวดังขึ้น

"ถวายบังคมฝ่าบาท คารวะท่านอาจารย์จูเก๋อเจิ้งหว่อ"

จูเก๋อเจิ้งหว่อรีบลุกขึ้นรับการคารวะตอบ "ไอหยา แม่นางมั่วโฉวไม่ต้องมากพิธี!"

จูเก๋อเจิ้งหว่อที่เมื่อครู่ยังชี้แนะกลศึกอย่างมาดมั่น ตอนนี้กลับตกใจจนต้องรีบลุกขึ้นรับการคารวะ

ในฐานะคนที่ผ่านโลกมาอย่างโชกโชน ทำไมเขาจะดูไม่ออกว่าตอนนี้หลี่มั่วโฉวกลายเป็นผู้หญิงขององค์ชายไปแล้ว

นี่คือหนึ่งในพระชายาในอนาคต แถมยังเป็นถึงพระสนมเอก(กุ้ยเฟย) ในวันข้างหน้าอีกด้วย

เขาจะกล้ารับการคารวะจากนางอย่างหน้าตาเฉยได้อย่างไร เกิดมาสองชาติ เขารู้ดีว่าอย่าได้ล่วงเกินผู้หญิงเด็ดขาด โดยเฉพาะผู้หญิงที่สามารถเป่าหูผู้มีอำนาจตอนนอนได้ทุกเมื่อแบบนี้

"ฝ่าบาท หลี่อวิ๋นส่งข่าวมาว่า ฝั่งดาบโลหิตต้องการให้เขาออกหน้าช่วยเหลือเพคะ!"

พูดจบ นางก็ส่งรายงานข่าวกรองโดยละเอียดให้เซี่ยเจาเหยียน

หลังจากอ่านจบ เซี่ยเจาเหยียนก็ส่งต่อให้จูเก๋อเจิ้งหว่อ

"เฒ่าดาบโลหิตผู้นี้ รู้จักใช้ทรัพยากรให้เป็นประโยชน์เสียจริง!" เซี่ยเจาเหยียนหัวเราะเยาะ

เห็นได้ชัดว่า เขาไม่ได้รังเกียจที่ดาบโลหิตทำเช่นนี้

ในตอนนั้นเอง จูเก๋อเจิ้งหว่อก็อ่านจบแล้วเช่นกัน

"ฝ่าบาท นี่เป็นเรื่องดีนะพ่ะย่ะค่ะ ภายใต้เงื่อนไขที่ไม่เปิดเผยว่ายมโลกเป็นกองกำลังของเรา การให้ขั้วอำนาจต่างๆ ภายใต้บังคับบัญชาของท่านได้ร่วมมือกันอย่างสมเหตุสมผล จะช่วยเร่งการวางหมากและการพัฒนาของเราได้!"

เซี่ยเจาเหยียนพยักหน้า จากนั้นก็สั่งการหลี่มั่วโฉว

"มั่วโฉว ส่งข่าวไปบอกหลี่อวิ๋นกับดาบโลหิต ว่าเปิ่นหวังอนุญาตให้มีปฏิบัติการร่วมในครั้งนี้ได้"

"แต่ต้องเตรียมการอย่างรัดกุม ห้ามทิ้งร่องรอยใดๆ ที่เชื่อมโยงมาถึงพวกเราเด็ดขาด!"

...

ภายในพระราชวัง เซี่ยหงอู่ในตอนนี้ก็รู้สึกปวดฟันอยู่เหมือนกัน เหรินหวังคนนี้ ทำไมถึงได้ชอบสร้างเรื่องวุ่นวายนกัหนานะ

"พวกท่านคิดเห็นอย่างไร?"

คนหลายคนที่อยู่ด้านล่างมองหน้ากันไปมา สุดท้ายเกาจ้านก็ก้าวออกมา

"ฝ่าบาท ครั้งนี้เหรินหวังถูกจับไปย่างไฟเสียแล้วพ่ะย่ะค่ะ"

"หลังจากนี้ ก็ต้องรอดูการตัดสินใจของเขาเองแล้ว!"

"หากละโมบ ทุกอย่างก็จะกลายเป็นเพียงเมฆหมอก อย่าว่าแต่ฝ่ายเป็นกลางเลย แม้แต่ศาลทัณฑ์สวรรค์เขาก็จะรักษาไว้ไม่ได้"

"หากฉลาดล่ะก็ ตอนนี้เขาควรจะปฏิเสธการสวามิภักดิ์ของตระกูลหวังแห่งสวีโจว!"

ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย รวมถึงองค์จักรพรรดิที่ประทับอยู่ด้านบน

"แล้วบรรดาองค์ชายของข้าล่ะ ตอนนี้มีปฏิกิริยาอย่างไรกันบ้าง?"

ในเวลานี้ อู่จี้ก้าวออกมาข้างหน้า โค้งคำนับก่อนจะรายงาน

"ฝ่าบาท ทันทีที่ข่าวนี้แพร่สะพัดมาถึงเมืองหลวง องค์ชายทั้งหมดก็ตัดสินใจทำเรื่องเดียวกันโดยพร้อมเพรียงกันพ่ะย่ะค่ะ"

"นั่นก็คือการส่งที่ปรึกษาในสังกัดไปยังจวนขององค์ชายคนอื่นๆ"

"ส่วนพวกเขาจะปรึกษาหารืออะไรกันนั้น ตอนนี้ตงฉ่างยังไม่สามารถสืบทราบได้พ่ะย่ะค่ะ!"

เซี่ยหงอู่พยักหน้า ตงฉ่างไม่ใช่เทพเซียน จะไปรู้บทสนทนาหลักของเหล่าองค์ชายได้อย่างไร คิดว่าบรรดาองค์ชายและท่านโหวที่หนุนหลังองค์ชายเป็นแค่ของประดับหรือไง

"ฮ่าๆๆ... น่าสนใจ น่าสนใจจริงๆ!"

จู่ๆ จักรพรรดิเซี่ยก็หัวเราะลั่น จากนั้นลุกขึ้นเดินลงบันไดมา พลางพูดไปเดินไป

"ทุกท่าน พวกท่านไม่คิดบ้างหรือว่า ศึกชิงบัลลังก์ในยุคนี้ มันน่าตื่นเต้นกว่ายุคของข้าตั้งเยอะ?"

เมื่อทุกคนลองคิดดูให้ดี ก็พบว่าเป็นไปตามที่ฝ่าบาทตรัสจริงๆ

ไม่เพียงแต่น่าตื่นเต้นกว่ายุคของฝ่าบาทเท่านั้น แต่เมื่อมองย้อนกลับไปตลอดหนึ่งแสนปีของต้าเซี่ย มีเพียงไม่กี่ยุคเท่านั้นที่จะเทียบเคียงกับยุคนี้ได้

ทันใดนั้น หัวใจของทุกคนก็กระตุก ร่างที่โดดเดี่ยวและเจิดจรัสร่างหนึ่งปรากฏขึ้นในใจของพวกเขา

เหรินหวัง!!

ดูเหมือนว่าตั้งแต่เหรินหวังได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ ระดับความน่าตื่นเต้นของการแย่งชิงบัลลังก์ก็เพิ่มขึ้นมากโข

นี่มัน...

ตอนนี้บรรดาคนสนิทของจักรพรรดิเซี่ย อดไม่ได้ที่จะมองไปที่ฝ่าบาท พระองค์ช่างยอดเยี่ยมจริงๆ ที่ให้กำเนิดโอรสที่มีทั้งสติปัญญาและความสามารถที่ไม่ธรรมดาเหล่านี้

"ต่อจากนี้ไป พวกเราก็ตั้งใจดูงิ้วกันให้สบายใจเถอะ!"

"เกมนี้มันยิ่งนับวันยิ่งสนุกจริงๆ คลื่นลูกใหม่ซัดกลบคลื่นลูกเก่าโดยแท้!"

ทุกคนแอบกลอกตาในใจ ใครฟังไม่ออกบ้างล่ะว่าท่านกำลังแอบชมตัวเองอยู่!

ไกลออกไปที่สวีโจว เมื่อหลี่อวิ๋นได้รับข่าวจากจวนอ๋อง วินาทีนั้นทั้งร่างของเขาก็หลั่งเหงื่อเย็นเฉียบ ตัวสั่นสะท้าน!

เพียะ!!

หลี่อวิ๋นตบหน้าตัวเองฉาดใหญ่ แก้มซีกหนึ่งบวมปูดขึ้นมาทันที

สิ่งนี้ทำให้ดาบโลหิตที่อยู่ด้านข้างตกใจแทบแย่ พี่ชาย ท่านคงไม่ได้มาจากโลกที่ชอบทำร้ายตัวเองหรอกนะ?

หรือว่าคำขอของเขาที่ส่งไป จะทำให้หลี่อวิ๋นถูกฝ่าบาทตำหนิ?

"เฮ้อ... ข้าหวังดีแต่ทำเรื่องเสียเกือบจะทำให้ฝ่าบาทต้องตกอยู่ในที่นั่งลำบากแล้ว!"

"แต่เรื่องที่เราร่วมมือกัน ฝ่าบาททรงอนุญาตแล้ว!"

พูดจบ เขาก็ส่งข่าวกรองในมือให้ดาบโลหิต

เมื่อดาบโลหิตอ่านจบ ในใจก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก โชคดีที่ไม่ใช่เพราะเรื่องของตัวเอง

จากนั้น เขาก็มองไปที่หลี่อวิ๋นด้วยสีหน้าซับซ้อน!

สุดท้ายก็ถอนหายใจออกมา "เห็นได้ชัดว่าฝ่าบาทไม่ได้ตำหนิเจ้าในเรื่องนี้ ซ้ำยังชมเชยเจ้าอีกต่างหาก"

"เห็นได้ชัดว่าฝ่าบาททรงมีเมตตาต่อพวกเรามากเพียงใด!"

"แต่ทว่า!" ดาบโลหิตกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง

"วันข้างหน้าจะทำอะไรต้องคิดให้รอบคอบ หากตัดสินใจไม่ได้ ต้องรีบรายงานทันที!"

หลี่อวิ๋นพยักหน้าอย่างหนักแน่น จากนั้นพลังในร่างกายก็พลุ่งพล่าน รอยบวมบนใบหน้าจางหายไปทันที

"เด็กๆ ไปเรียกหวังม่อมาให้ข้า..."

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 114 ทางเลือกของเหรินหวัง, จักรพรรดิเซี่ยชมงิ้ว!

คัดลอกลิงก์แล้ว