- หน้าแรก
- เปิดฉากก็เป็นอ๋อง เริ่มต้นจากได้รับรางวัลจากทั่วสารทิศ
- บทที่ 111 ยึดคืนอำนาจสาขาจากสิบสี่แคว้น!
บทที่ 111 ยึดคืนอำนาจสาขาจากสิบสี่แคว้น!
บทที่ 111 ยึดคืนอำนาจสาขาจากสิบสี่แคว้น!
บทที่ 111 ยึดคืนอำนาจสาขาจากสิบสี่แคว้น!
การต่อสู้ครั้งนี้ นอกจากการที่ศาลทัณฑ์สวรรค์ยึดคืนอำนาจจากสี่แคว้นได้แล้ว สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของผู้คนมากที่สุดก็คือยุทโธปกรณ์ของศาลทัณฑ์สวรรค์
การปรากฏตัวของศาสตราวิเศษสิบแปดชิ้น และศาสตรายันต์อีกหลายพันชิ้น
ผู้ที่มีสายตาเฉียบแหลมย่อมรู้ดีว่า ด้วยรากฐานของศาลทัณฑ์สวรรค์ในปัจจุบัน เป็นไปไม่ได้เลยที่จะนำสิ่งของเหล่านี้ออกมาได้
ถ้าเช่นนั้น ของเหล่านี้มาจากไหนกันแน่?
บางคนเริ่มเบนสายตาไปทางทิศของจวนเหรินหวัง...
ในโลกนี้ไม่เคยขาดแคลนคนฉลาด แม้ว่าพวกเขาจะไม่มีหลักฐาน แต่ก็พอจะเดาได้ว่ายุทโธปกรณ์เหล่านี้มีโอกาสสูงที่จะเกี่ยวข้องกับเหรินหวัง
เพียงแต่ไม่ว่าจะคิดอย่างไรก็คิดไม่ออกว่า เหรินหวังไปเอาอาวุธยุทโธปกรณ์มากมายขนาดนี้มาจากไหน!
ภายในตำหนักว่าราชการ หานเทียนเหย่ก้มหน้าลงกล่าวว่า
"ฝ่าบาท ขณะนี้ยังตรวจสอบไม่พบที่มาของยุทโธปกรณ์เหล่านี้พ่ะย่ะค่ะ!"
เซี่ยหงอู่หันไปมองอู่จี้ที่อยู่อีกด้าน!
"แล้วทางตงฉ่างมีข่าวคราวอะไรบ้างหรือไม่?"
อู่จี้ก้มหน้าลงเช่นกัน "ขอฝ่าบาทโปรดลงอาญา กระหม่อมยังตรวจสอบไม่พบที่มาเช่นกันพ่ะย่ะค่ะ!"
เซี่ยหงอู่มองดูผู้ใต้บังคับบัญชาทั้งสองด้วยสายตานิ่งเฉย
"หึหึ! หน่วยข่าวกรองที่เป็นดั่งแขนซ้ายขวาของข้า กลับตรวจสอบอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง!"
"พวกเจ้านับวันยิ่งฟอนเฟะลงทุกที!"
พรึบ! พรึบ!!
ทั้งสองคนคุกเข่าลงทำความเคารพอย่างเต็มพิธีพร้อมกัน น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย
"ขอฝ่าบาทโปรดลงอาญา พวกกระหม่อมบกพร่องต่อพระมหากรุณาธิคุณ!"
"เฮ้อ... ช่างเถอะ ลุกขึ้นกันให้หมด!"
น้ำเสียงของเซี่ยหงอู่แฝงไปด้วยความเหนื่อยล้า ความเสื่อมโทรมของสองหน่วยข่าวกรองใหญ่ ไม่ใช่เพราะเบื้องบนไม่ใส่ใจ
แต่เป็นเพราะตั้งแต่ระดับกลางลงไป คนภายในเริ่มตกต่ำลงต่างหาก!
ท้ายที่สุดแล้ว ในยุคที่สงบสุขเช่นนี้ อีกทั้งทุกคนยังมีระดับการฝึกตนและอายุขัยที่ยืนยาว
การผลัดเปลี่ยนสายเลือดใหม่ภายในตงฉ่างและองครักษ์เสื้อแพรแทบจะหยุดนิ่ง!
เว้นเสียแต่จะทำการปฏิรูปครั้งใหญ่แบบถอนรากถอนโคนเหมือนศาลทัณฑ์สวรรค์ในตอนนี้
แต่หากคิดจะแตะต้องสองหน่วยงานนี้ ผลประโยชน์ที่ซับซ้อนเกี่ยวโยงอยู่นั้น ไกลเกินกว่าที่ศาลทัณฑ์สวรรค์ในตอนนี้จะเทียบติด
แม้แต่จักรพรรดิเซี่ยเอง ก็ยังไม่กล้าที่จะเข้าไปปฏิรูปสองหน่วยงานนี้อย่างบุ่มบ่าม
ทุกคนที่นี่ต่างรู้ดีอยู่แก่ใจว่า ยุทโธปกรณ์และศาสตราวิเศษเหล่านั้น มีความเป็นไปได้สูงที่จะเกี่ยวข้องกับเหรินหวัง
แต่ก็ไม่มีใครสามารถหาร่องรอยใดๆ พบ และถึงแม้จะพบแล้วจะทำไมล่ะ!
ต้าเซี่ยไม่ได้มีกฎหมายห้ามราษฎรใช้ของวิเศษเสียหน่อย!
...
ตอนนี้ขั้วอำนาจที่ฉลาดต่างรู้ดีแล้วว่า โอกาสที่จะยื่นมือเข้าไปก้าวก่ายศาลทัณฑ์สวรรค์แทบจะเป็นศูนย์แล้ว
ไม่ว่าจะเป็นบรรดาองค์ชายหรือขั้วอำนาจอื่นๆ ต่างก็เข้าใจจุดนี้ดี
ในเหตุการณ์ครั้งนี้ บรรดาองค์ชายทั้งหมด องค์ชายฉงหวัง (องค์ชายแปด) ถือว่าเสียหน้ามากที่สุด
ดังนั้น เมื่อองค์ชายคนอื่นๆ นำตัวเองไปเปรียบเทียบกับฉงหวังแล้ว หึ พวกเขาก็รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้โกรธเคืองอะไรขนาดนั้น
"ก็แค่เสียโอกาสในการแทรกแซงศาลทัณฑ์สวรรค์ไปเท่านั้น เดิมทีก็แค่ลองดูเผื่อฟลุคอยู่แล้ว"
"แต่ครั้งนี้พี่แปดสิ เสียหน้าจนป่นปี้เลย!"
ภายในจวนเหิงหวัง เซี่ยเหิงคงพูดอย่างไม่ใส่ใจ เขามักจะหยิ่งผยองและบ้าอำนาจมาตลอด แต่ครั้งนี้กลับไม่ได้รู้สึกขัดใจกับเหรินหวังเลย
สิ่งนี้ทำให้เหล่าผู้ใต้บังคับบัญชาที่อยู่ด้านล่างคิดไม่ตกจริงๆ!
"พวกเจ้าจำเอาไว้ การหาเรื่องใส่ตัวเหรินหวังเป็นเพียงแค่ผลพลอยได้เท่านั้น!"
"เป้าหมายหลักของเรา คือการทำให้ข้าได้สืบทอดบัลลังก์ในท้ายที่สุดต่างหาก!"
"ครั้งนี้องค์ชายแปดเสียหน้า เขาจะต้องหาทางแก้แค้นเหรินหวังแน่ นี่แหละคือโอกาสของเรา!"
"ฉวยโอกาสตอนที่เขาทุ่มเทความสนใจไปที่เหรินหวัง เราจะฉวยโอกาสยึดหมากของเขาและบั่นทอนอำนาจของเขา"
"เขากดหัวเปิ่นหวังมาหลายสิบปีแล้ว!"
เมื่อบรรดาผู้คนด้านล่างได้ยินดังนั้น ก็กระตือรือร้นขึ้นมาทันที
พวกเขามีหน้าที่อะไรล่ะ ถ้าไม่ใช่การเสนอแผนการและกลยุทธ์ให้กับองค์ชาย
"ฝ่าบาททรงปราดเปรื่องยิ่งนัก แทนที่จะตามน้ำไปเล่นงานเหรินหวัง สู้ฉวยโอกาสนี้ไปกดหัวคนอื่นดีกว่า"
"กระหม่อมมีความคิดเห็นประการหนึ่ง เราจะใช้ประโยชน์จากศาลทัณฑ์สวรรค์ในครั้งนี้ ฉวยโอกาสฮุบอำนาจในวัดไท่ฝู่ของฉงหวังเสียเลย!"
ไม่พูดถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากโลกภายนอกเกี่ยวกับเหตุการณ์ในสี่แคว้น มู่เหวินฮั่นที่กลับมายังศาลทัณฑ์สวรรค์ ก็เดินทางไปเยือนจวนเหรินหวังในวันรุ่งขึ้น
"ฝ่าบาท กระหม่อมมาครั้งนี้เพื่อขอรับพระบัญชาพ่ะย่ะค่ะ"
"กระหม่อมเตรียมที่จะรุกฆาต ฉวยโอกาสนี้ยึดอำนาจของสาขาอื่นๆ กลับคืนมาให้มากขึ้น!"
เซี่ยเจาเหยียนตบมือทันที "พอดีเลย เปิ่นหวังก็มีความคิดเช่นนี้เหมือนกัน"
"ได้ยินมาว่าผู้บัญชาการสาขาในหลายพื้นที่พากันลาออกกันหมด นี่มันของฟรีชัดๆ ไม่ใช่หรือ"
"ถูกต้องพ่ะย่ะค่ะ ดังนั้นกระหม่อมจึงตั้งใจจะส่งผู้บัญชาการที่เหลืออีกสิบสี่คน แยกย้ายกันไปรับตำแหน่งในสิบสี่แคว้น"
มู่เหวินฮั่นรู้ดีอยู่แก่ใจว่า ผู้บัญชาการทั้งสิบแปดคนนั้น รวมถึงผู้พิทักษ์กฎอีกหลายพันคนในศูนย์ใหญ่ ไม่ใช่กองกำลังที่เขาจะสามารถสั่งการได้
หากไม่มีคำสั่งจากฝ่าบาท(เหรินหวัง) เกรงว่าแม้แต่จักรพรรดิองค์ปัจจุบันก็ยังยากที่จะเรียกใช้พวกเขาได้
"ดี เจ้านำป้ายคำสั่งของเปิ่นหวังไป สั่งการให้หัวหน้าสาขาที่เหลือเดินทางไปยังพื้นที่ต่างๆ ทันที!"
"ครั้งนี้ไม่ต้องส่งผู้พิทักษ์กฎติดตามไปด้วย ศูนย์ใหญ่จะขาดผู้พิทักษ์กฎในการปฏิบัติภารกิจไม่ได้!"
มู่เหวินฮั่นลุกขึ้นรับป้ายคำสั่งของเซี่ยเจาเหยียน ก่อนจากไป เซี่ยเจาเหยียนก็สั่งการขึ้นมาประโยคหนึ่ง
"จำไว้ ติดต่อกับพวกเขาให้ตลอดเวลา"
"หากต้องการกำลังเสริม เจ้าอาจจะต้องเดินทางไปสนับสนุนด้วยตัวเอง!"
"รับทราบพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะคอยติดตามความเคลื่อนไหวของพวกเขาตลอดเวลา!"
ไม่มีใครคาดคิดว่า ศาลทัณฑ์สวรรค์จะเลือกเคลื่อนไหวอีกครั้ง
ปรมาจารย์สิบสี่คน นำผู้ฝึกตนขอบเขตจื่อฝู่ (ตำหนักม่วง) หนึ่งร้อยสี่สิบคน หายตัวไปจากเมืองหลวงผ่านค่ายกลเคลื่อนย้ายที่แตกต่างกัน
'ไม่จริงน่า ศาลทัณฑ์สวรรค์จะกวาดล้างสาขาย่อยอีกแล้วเหรอ?'
'ใช่แล้ว ดูเหมือนว่าจะเป็นการไปกวาดล้างสาขาย่อยอีกครั้งจริงๆ!'
'หึหึ คงจะมีคนซวยอีกแล้วล่ะ...'
'เหรินหวังช่างใจร้อนเสียจริง...'
ภายในสาขาย่อยศาลทัณฑ์สวรรค์แคว้นสวีโจว หวังม่อ ผู้บัญชาการสาขา รู้สึกกระสับกระส่ายใจมาตลอดทั้งวัน
"ใต้เท้า ศูนย์ใหญ่จะยอมให้พวกเรานั่งคุมสาขานี้ต่อไปจริงๆ หรือขอรับ?"
"วางใจเถอะ ศูนย์ใหญ่ไม่มีทางกวาดล้างสาขาทั้งหมดพร้อมกันหรอก"
"อีกอย่าง ข้าได้ยื่นฎีกาต่อศูนย์ใหญ่ไปแล้ว ว่าตั้งใจจะละทิ้งความมืดมิดและหันหน้าเข้าหาแสงสว่าง ศูนย์ใหญ่จะไม่ให้โอกาสข้าเลยหรือ!"
แม้ปากจะพูดเช่นนั้น แต่ในใจกลับมีความรู้สึกถึงวิกฤตจางๆ ก่อตัวขึ้น
"ใต้เท้าปราดเปรื่องยิ่งนัก ใครๆ ก็รู้ว่าศูนย์ใหญ่กำลังขาดแคลนกำลังคน"
"ในเวลาเช่นนี้ ใครที่ยอมสวามิภักดิ์ก่อน ย่อมรักษาตำแหน่งปัจจุบันไว้ได้"
ใบหน้าของหวังม่อเต็มไปด้วยท่าทีของการกุมทุกอย่างไว้ในกำมือ ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากสละตำแหน่งนี้ แต่เป็นเพราะตระกูลของเขาผูกมัดกับสาขานี้มานานแล้ว
หากสูญเสียตำแหน่งนี้ไป ตระกูลที่อยู่เบื้องหลังเขาจะสูญเสียทรัพยากรมหาศาลไปในพริบตา
ที่แย่ที่สุดคือ จะสูญเสียการสนับสนุนจากเมืองหลวง
ดังนั้น ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาก็ต้องสู้ตายตราบใดที่ก้มหัวให้ศูนย์ใหญ่แต่โดยดี อาจจะรักษาตำแหน่งนี้ไว้ได้จริงๆ
ทันใดนั้น น้ำเสียงทรงอำนาจก็ดังมาจากด้านนอก
"หวังม่อ ผู้บัญชาการสาขาสวีโจว ออกมา!"
'บังอาจ!'
'โอหัง!'
'กล้าดีอย่างไรมาเรียกชื่อเต็มของใต้เท้าผู้บัญชาการ...'
ทุกคนพากันด่าทอและพุ่งพรวดออกไป แต่แล้วก็ถูกดึงดูดความสนใจโดยร่างที่อยู่กลางอากาศในทันที
เห็นเพียงสิบเอ็ดร่างยืนตระหง่านอยู่กลางอากาศ สวมชุดเกราะสีดำ คลุมทับด้วยเสื้อคลุมยาวสีดำขลิบทอง
ทันใดนั้น เสียงพูดของคนเหล่านี้ก็เหมือนถูกบีบคอไว้!
"เจ้าคือหวังม่อ ผู้บัญชาการสาขาของที่นี่งั้นรึ?" หลี่อวิ๋น ดาวพสุธาสอดส่อง (หนึ่งใน 18 ผู้บัญชาการ) มองไปที่หวังม่อด้วยดวงตาที่ปราศจากอารมณ์ใดๆ
ในวินาทีนั้น ความรู้สึกถึงวิกฤตในใจของหวังม่อก็ระเบิดออกมา
เพียงเสี้ยววินาทีนั้น เขาได้ทำการตัดสินใจที่ผิดผีบรรพบุรุษ!
เห็นเพียงหวังม่อโค้งคำนับ จากนั้นก็เงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้าแล้วพูดว่า
"ใต้เท้าทุกท่าน ข้าน้อยคือหวังม่อจริงๆ ขอรับ!"
"แต่ไม่ใช่ผู้บัญชาการสาขาของที่นี่ ไม่สิ ต้องเรียกว่าอดีตผู้บัญชาการ!"
"เพราะข้าน้อยได้ปลดตัวเองออกจากตำแหน่งแล้ว และตอนนี้กำลังรอการมาถึงของใต้เท้าจากศูนย์ใหญ่อยู่เลยขอรับ!"
[จบแล้ว]