เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 41: นักปราชญ์

ตอนที่ 41: นักปราชญ์

ตอนที่ 41: นักปราชญ์


ตอนที่ 41: นักปราชญ์

“ข้า เริ่นต้าเวย ขอแสดงความเคารพต่อเซียนทั้งสี่และอวยพรให้พวกท่านมีแต่ความเจริญรุ่งเรืองอายุยืนยาว”

หัวหน้าหมู่บ้านก้มกราบกับพื้นขณะตะโกนเสียงดัง

ชาวบ้านคนอื่นต่างคำนับลงกับพื้นเช่นกัน

“ขอให้ท่านเซียนเจริญรุ่งเรืองและอายุยืนยาวเทียบเคียงกับสวรรค์…”

เห็นได้ชัดว่าชาวบ้านจากหมู่บ้านเริ่นเจียคุ้นเคยกับเรื่องนี้และไม่ใช่ครั้งแรกที่ทำอะไรแบบนี้

“หัวหน้าหมู่บ้าน โปรดยืนขึ้นแล้วพาพวกข้าไปที่เกิดเหตุที ห้ามใครตามมาเป็นอันขาด” ถานซานหยวนยื่นมือออกไปเล็กน้อย แล้วพลังที่มองไม่เห็นจึงพยุงเริ่นต้าเวยลุกขึ้นมา

“ท่านเซียนไม่ต้องห่วง ข้าเข้าใจดี” เริ่นต้าเวยขอให้ชาวบ้านทั้งหลายออกไปทันที เหลือไว้เพียงชายหนุ่มดูฉลาดสองคนเท่านั้น

“ท่านเซียนทั้งหลายโปรดตามข้ามา”

“อื้ม เล่าทุกอย่างมาว่าเกิดอะไรขึ้นในหมู่บ้านเริ่นเจียตั้งแต่ต้นจนจบอย่างละเอียด” ถานซานหยวนเอ่ยคำ

“ช้าก่อน” หัวหน้าหมู่บ้านเริ่นกำลังจะเอ่ยคำ แต่ซุนเลี่ยงขัดขึ้นก่อน “ถานซานหยวน เจ้าไปสืบเรื่องนี้ด้วยตัวเอง เดี๋ยวข้าไปเดินดูบริเวณโดยรอบให้”

ถานซานหยวนขมวดคิ้ว เขาเพียงอยากทำภารกิจให้เสร็จเพื่อจะได้กลับไปรายงานโดยไว ทำให้ไม่อยากสร้างปัญหา ทว่าซุนเลี่ยงมีมือมีเท้า เขาไม่อาจจำกัดการเคลื่อนไหวของชายคนนี้ได้ จึงทำได้เพียงพยักหน้าตกลงเท่านั้น “ระวังตัวด้วย หากมีอะไรก็เรียกข้าได้”

ซุนเลี่ยงโบกมือโดยไม่หันกลับมา

“เซี่ยวเฉิง พาท่านเซียนไปเดินเล่นที” หัวหน้าเริ่นรีบเรียกชายหนุ่มคนหนึ่งที่อยู่ด้านหลังผู้แย้มยิ้มและพยักหน้า จากนั้นจึงรีบตามไป

ขณะมองร่างของซุนเลี่ยงจากไปแล้ว ถานซานหยวนเพียงขอว่าอย่าสร้างปัญหา จากนั้นจึงหันมาทางเริ่นต้าเวย “หัวหน้าหมู่บ้านเริ่น เชิญเจ้าว่าต่อได้”

หวังฝูกับต่งซินผู้อยู่ด้านข้างมองเริ่นต้าเวย ส่วนซุนเลี่ยงจะไปไหนนั้น หวังฝูย่อมไม่มีสิทธิ์ควบคุมได้

“เฮ้อ…” เริ่นต้าเวยถอนหายใจ จากนั้นจึงเอ่ยคำต่อ “เรื่องนี้เริ่มขึ้นเมื่อหนึ่งเดือนก่อน…”

เปรี้ยง!

ขณะตะวันตกดินจนราตรีเคลื่อนคล้อย ฟ้าแลบสายหนึ่งทะลวงผ่านท้องนภา ตามมาด้วยสายฝนที่เทลงมาอย่างหนัก ช่วยดับความร้อนได้ไม่น้อย

นักปราชญ์ผิวเนียนผู้หนึ่งถือกล่องไว้ด้านหลังขณะถือตะเกียงน้ำมันแล้วเดินท่ามกลางสายฝนอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นก็เห็นแสงที่สั่นไหวอยู่ไม่ไกลก่อนจะรีบเร่งฝีเท้าด้วยความดีใจ

สายฟ้าวูบไหวไปทั่วท้องนภา ทันใดนั้นแสงสว่างสาดส่องไปที่แผ่นหินข้างถนนด้านหลังนักปราชญ์ หมู่บ้านเริ่นเจีย

“มีใครอยู่ไหม? มีใครอยู่ไหม?”

เสียงของนักปราชญ์แผ่วเบาและอ่อนแรงขณะเคาะประตูที่อยู่ใกล้สุด ไม่ช้าเสียงฝีเท้าจึงดังขึ้นก่อนหญิงวัยกลางคนผู้หนึ่งเดินออกมา

หญิงสาวมองนักปราชญ์ตั้งแต่หัวจรดเท้า เมื่อเห็นว่าร่างกายอันบอบบางกำลังแบกกล่องหนักไว้ด้านหลัง นางจึงตระหนักได้ทันทีว่าอีกฝ่ายคือผู้ที่กำลังจะไปสอบที่เมืองหลวง “คุณชายรีบเข้ามาเถอะ ชุดของท่านเปียกปอนเพราะสายฝนที่เทลงมาหมดแล้ว เดี๋ยวจะเป็นหวัดเอาได้”

“ขอบคุณอาหญิง” นักปราชญ์เช็ดน้ำฝนออกจากใบหน้าขณะเดินตามหญิงสาวผ่านลานกว้าง จากนั้นเดินเข้าไปในบ้านที่มีแสงสว่างเจิดจ้า

“คุณชายสุภาพเกินไปแล้ว ข้าเดาว่าท่านกำลังจะไปสอบที่เมืองหลวง ในหมู่บ้านพวกข้าก็มีผู้เข้าสอบมากมาย แต่น่าเสียดายที่พวกเขาออกเดินทางไปได้หลายวันแล้ว ไม่อย่างนั้นคงให้คุณชายร่วมทางไปด้วย” หญิงสาวแย้มยิ้มขณะนำชามซุปขิงมาให้ “มา ชุดของท่านเปียกหมดแล้ว ดื่มซุปขิงชามนี้ให้ไว จะได้ไม่เป็นหวัด”

โดยไม่มีเวลาแสดงคำขอบคุณ นักปราชญ์วางกล่องด้านหลังแล้วรีบหยิบซุปขิงร้อนขึ้นมาเพื่อถือชามดินเผาด้วยมือขนาดเล็ก เขาเป่าที่ขอบชามด้วยปากขณะเริ่มแตะริมฝีปากอย่างแผ่วเบา จากนั้นจิบซุปขิงเข้าไปหลายอึกใหญ่อย่างรวเร็ว

ท้องของเขาพลันรู้สึกอบอุ่นขึ้นมา

“เดี๋ยวข้าไปเอาชุดมาให้ท่านเปลี่ยนก่อน จะปล่อยให้ใส่เสื้อเปียกปอนแบบนี้ไม่ได้” หญิงสาวเผยรอยยิ้มอ่อนโยนขณะเข้าห้องด้านใน ไม่ช้าจึงออกมาพร้อมเสื้อผ้าชุดหนึ่ง “นี่ชุดของสามีข้าเอง คุณชายไม่ต้องห่วง พวกมันสะอาดสะอ้าน ไม่สกปรกแน่นอน”

เสื้อผ้าเปียกแนบชิดกับร่างกาย ทำให้นักปราชญ์รู้สึกไม่สบายใจไปทั่วร่าง เขาไม่สนสิ่งอื่นใดในตอนนี้ ทำให้ลังเลชั่วขณะก่อนจะรับชุดที่หญิงสาวส่งมาให้ “ขอบคุณอาหญิง ในกล่องของข้ายังมีอยู่สองสามตำลึงเงิน…”

“เหตุใดต้องพูดเรื่องเงินเล่า เสื้อผ้าชุดเดียวมีค่าไม่เท่าไหร่ ข้าไม่ได้ให้ความช่วยเหลือเพราะต้องการเงินเสียหน่อย” หญิงสาวส่ายหน้าแล้วแย้มยิ้ม “ทุกคนต่างเผชิญความยากลำบากยามอยู่ข้างนอก นอกจากนี้คุณชายยังเป็นผู้เข้าสอบ นี่ยังไม่รวมผู้เข้าสอบจากหมู่บ้านพวกข้าที่กำลังเดินทางไปเมืองหลวง หากภายภาคหน้าคุณชายผ่านการสอบขึ้นมาก็คงได้อาศัยประโยชน์จากมัน”

“ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนแล้วมาที่ห้องของข้า”

“อื้ม” นักปราชญ์รู้สึกตื้นตันขณะเข้าห้องด้านใน

การตกแต่งภายในนั้นเรียบง่ายไร้สิ่งกีดขวาง โดยมีตะเกียงน้ำมันเพียงอันเดียวส่องสว่างไปทั่วห้อง

นักปราชญ์ครุ่นคิดสักพักก่อนจะล็อกประตู สายตากวาดมองไปรอบข้างก่อนจะถอดเสื้อผ้าที่ทำให้รู้สึกอึดอัดเป็นอย่างยิ่งออก

ใต้เสื้อผ้ามีผ้าขาวหนาพันรอบหน้าอกผืนหนึ่ง…

นอกลานกว้างมีชายวัยกลางที่จอบกลับมาท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ทันทีที่เขาเปิดประตูลานกว้างก็เห็นห้องด้านในมีแสงไฟ ภายใต้แสงสลัวปรากฏร่างอันสง่างามที่มีส่วนโค้งเว้าและขนาดกำลังดีปรากฏขึ้นมา

อึก!

ผู้ชายกลืนน้ำลายอย่างหนักโดยไม่สนว่าตัวเองยังยืนอยู่ท่ามกลางสายฝนที่เทลงมาอย่างหนัก

“ร่างกายช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก อกผายไหลผึ่ง นี่คือหญิงสาวจากตระกูลข้าจริงหรือ?”

ฝนที่ตกหนักไม่อาจดับไฟในใจของชายผู้หื่นกระหายได้ เขาวางจอบลงประหนึ่งถูกภูตผีครอบงำขณะย่องไปข้างบ้านอย่างเงียบงัน จากนั้นมองผ่านช่องว่างด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง

เขากลืนน้ำลายทีละคำจนกระทั่งคนในห้องเปิดประตูพร้อมกับสวมชุดอันคุ้นเคย

“ช่างงดงามเหลือเกิน... หากได้สัมผัส ถึงตายก็คุ้ม”

หลังจากล้างหน้าด้วยน้ำฝนแล้ว เขาใช้เวลาสักพักจึงสงบลงก่อนชายคนนั้นจะตะโกนเสียงดังมาจากนอกบ้าน “ที่รัก ข้ากลับมาแล้ว”

ภายในบ้าน หญิงสาวกำลังสนทนากับนักปราชญ์เกี่ยวกับความเสียดายที่ลูกสาวแต่งงานไปอยู่ไกลบ้าน หาไม่แล้วนางคงแนะนำให้รู้จักกับนักปราชญ์ เมื่อนั้นถึงได้ยินเสียงของสามีดังมาจากนอกบ้าน

“สามีของข้ากลับมาแล้ว”

“ท่านอากลับมางั้นหรือ?” นักปราชญ์ยืนขึ้น

เมื่อประตูถูกเปิดออก ชายร่างสูงจึงปรากฏขึ้น แล้วดวงตาของนักปราชญ์จึงหมองหม่น ท่านอาที่ไม่เคยพบเจอมาก่อนปรากฏตรงหน้าแล้ว

“ที่รัก คนนี้ใครหรือ?” ผู้ชายมองนักปราชญ์ร่างผอม ทว่าจิตใจกลับเต็มไปด้วยทิวทัศน์วสันต์ที่ได้เห็นจากนอกบ้าน

“นี่คือคุณชายที่กำลังเดินทางไปเมืองหลวงเพื่อเข้าสอบ เนื่องจากฝนตกหนัก ข้าจึงต้อนรับให้เข้ามาในบ้าน” หญิงสาวแย้มยิ้มขณะนำผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดน้ำฝนตามร่างของผู้ชาย

“เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้พบท่านอา ขอโทษด้วยที่มารบกวน” นักปราชญ์ก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวจะทำความเคารพ

“เป็นอย่างนี้นี่เอง เรื่องเล็กน้อย คุณชายอยู่ที่นี่แล้วรอให้ฝนหยุดตกก่อนก็ได้” ผู้ชายหัวเราะเริงร่า ทว่าสายตากลับไม่ละออกจากร่างของนักปราชญ์ขณะมองตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างต่อเนื่อง

“ที่รัก ช่วยไปเก็บกวาดห้องของลูกสาวเราให้คุณชายท่านนี้ที ข้าจะไปอาบน้ำที่สวนหลังบ้านเสียหน่อย”

“ถึงเจ้าจะพูดอย่างนั้น แต่ข้าเก็บกวาดไปนานแล้ว” หญิงสาวโยนผ้าเช็ดหน้าให้ผู้ชายขณะต่อว่าด้วยรอยยิ้ม

ผู้ชายเกาศีรษะขณะตรงไปที่สวนหลังบ้านเพื่ออาบน้ำ

นักปราชญ์ถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อเห็นเช่นนี้ เขารู้สึกเสมอว่าอาคนนี้มองเขาด้วยสายตาแปลกประหลาด

“คุณชายโปรดตามข้ามา เชิญท่านพักที่นี่สักคืน”

จากนั้นปราชญ์ทำตามคำแนะนำของหญิงสาวขณะตรงไปที่ห้องเดิมของลูกสาวอีกฝ่าย

สายฟ้าและสายฝนปรากฏทั้งคืน พวกมันค่อยสงบลงในช่วงเช้าตรู่

ร่างผอมบางร่างหนึ่งแบกกล่องขึ้นหลังอย่างเงียบงันขณะออกจากลานกว้างที่เขาพักพิงตลอดทั้งคืน

ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากนักปราชญ์คนนั้น

นักปราชญ์นอนไม่หลับตลอดทั้งคืนและรู้สึกตลอดว่าอาคนนั้นมองเขาด้วยสายตาไม่ดี ด้วยเหตุนั้น ทันทีที่ฝนหยุดตกหนัก เขาจึงทิ้งไว้สองตำลึงเงินบนโต๊ะก่อนจะออกมาโดยไม่เอ่ยคำอำลา

จบบทที่ ตอนที่ 41: นักปราชญ์

คัดลอกลิงก์แล้ว