เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 30: เจ้าสำนักถ่ายทอดคำสั่ง

ตอนที่ 30: เจ้าสำนักถ่ายทอดคำสั่ง

ตอนที่ 30: เจ้าสำนักถ่ายทอดคำสั่ง


ตอนที่ 30: เจ้าสำนักถ่ายทอดคำสั่ง

หวังฝูไม่คาดคิดว่านี่เป็นครั้งที่สองที่ขายของเหลววิญญาณไม้ครามแล้วมีใครบางคนหมายตาสูตรของมัน ทำเอาเขาเกิดความกังวล

“ดูท่าว่าจะขายของเหลววิญญาณในอนาคตไม่ได้อีกแล้ว อย่างน้อยก็ไม่ใช่สำนักชั้นนอกหรือแม้แต่สำนักขนนกร่วงโรย” หวังฝูถอนหายใจ “โชคยังดีที่การวาดยันต์อยู่ในเส้นทางที่ถูกต้อง ดังนั้นสถานการณ์จึงไม่เลวร้ายเกินไป”

ภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ของเหลววิญญาณห้าสิบขวดจึงขายหมด ในช่วงเวลาดังกล่าวมีคนถามหวังฝูเกี่ยวกับสูตร แม้หวังฝูจะตอบปฏิเสธ แต่เขามองออกว่าอีกฝ่ายไม่ยอมรามือโดยง่าย

หวังฝูปิดแผงขายของทันทีโดยไม่สนยันต์ที่ยังขายไม่ออก

หลังจากไปร้านของสวีเพื่อซื้อชาดกับกระดาษยันต์จำนวนมากจากเหล่าสวี หวังฝูจึงรีบกลับมาทันที เขาถึงขั้นจงใจอ้อมทางกลับด้วยเกรงว่าจะถูกหมายหัวโดยใครบางคนที่มีเจตนาแอบแฝง

โชคยังดีที่หลังจากผ่านการเดินทางอันยากลำบากก็กลับถึงลานกว้างได้อย่างปลอดภัย

ขณะมองการจำกัดของค่ายกลที่เพิ่มขึ้นในลานกว้าง หวังฝูจึงถอนหายใจออกมาอย่างหนัก

“เฮ้อ สุดท้ายก็เป็นเพราะยังแข็งแกร่งไม่พอ หากเราอยู่ขอบเขตกลั่นลมปราณระดับเก้าก็คงไม่ต้องระแวดระวังตอนอยู่สำนักชั้นนอก”

หลังจากได้กระดาษยันต์ หวังฝูจึงเก็บตัวอีกครั้ง นอกจากไปยอดเขาขนนกโบยบินตอนกลางคืนเพื่อดูดกลืนแก่นของพืชพรรณแล้วก็ไม่ได้ออกไปไหนอีกเป็นเวลาสองเดือน ส่วนตลาดนัดระหว่างเขา เขาคล้ายกับหลงลืมไปแล้ว

เขาไม่ทราบว่ามีใครบางคนจงใจตามหาเขาทั่วทั้งตลาดเมื่อเดือนที่ผ่านมา

ตลาดนัดระหว่างเขา

ชายหนึ่งหญิงหนึ่งยืนอยู่ในบริเวณที่หวังฝูเคยตั้งแผงขายของอย่างนิ่งงันอยู่เนิ่นนาน หากหวังฝูอยู่ที่นี่ เขาจะต้องจำได้อย่างแน่นอนว่าผู้ชายคนนั้นคือไป๋หยิงเฟยผู้กำลังคิดเกี่ยวกับสูตรของเหลววิญญาณ

ส่วนหญิงสาวเป็นคนงดงามดั่งบุปผา นางไม่ใช่ใครอื่นนอกจากศิษย์น้องหญิงหลี่ที่ไป๋หยิงเฟยเอาใจใส่ตลอด

“ศิษย์พี่ ศิษย์น้องคนนั้นไม่มาแล้วหรือ?” ศิษย์น้องหญิงหลี่มองไปยังพื้นที่ว่างเปล่าพลางถอนหายใจ “ตามเวลาที่ท่านว่ามา เขาไม่ได้มาตลาดสองเดือนแล้ว”

“ศิษย์น้องหญิงไม่ต้องห่วง ศิษย์น้องคนนั้นจะต้องมาอีกอย่างแน่นอน แต่คราวที่แล้วเขาขายของเหลววิญญาณจนได้หินวิญญาณมาหลายร้อยก้อน คงมีทรัพยากรในการฝึกฝนเหลือเฟือ เขาอาจจะไม่ตั้งแผงขายของในเวลาอันสั้น ส่วนจะมาอีกเมื่อไหร่ก็ล้วนอยู่ที่วาสนาเท่านั้น” ไป๋หยิงเฟยจนปัญญาเช่นกัน เขาไม่คาดคิดว่ายันต์วัชระที่ให้ศิษย์น้องหญิงเสี่ยวหวนเกิดการตอบรับครั้งใหญ่เช่นนี้

กลายเป็นว่าหลังจากที่ไป๋หยิงเฟยมอบยันต์วัชระให้หลี่เสี่ยวหวนในวันนั้น หลี่เสี่ยวหวนจะสอบถามเกี่ยวกับจุดกำเนิดของยันต์ ถึงอย่างไรยันต์วัชระที่มีคุณภาพยอดเยี่ยมเช่นนี้นับว่าหาได้ยากในตำหนักยันต์ล้ำเลิศของสำนัก

ไป๋หยิงเฟยย่อมบอกเล่าทุกอย่างให้ฟัง

ใครจะคาดคิดว่าเมื่อหลี่เสี่ยวหวนทราบว่ายันต์วัชระใบนี้ถูกวาดโดยศิษย์ที่อยู่ขอบเขตกลั่นลมปราณระดับห้า นางถึงกับอุทานด้วยความประหลาดใจทันที หลี่เสี่ยวหวนแตกต่างจากศิษย์ทั่วไปตรงที่มีอาทำงานอยู่ในตำหนักยันต์ล้ำเลิศ ทำให้นางทราบถึงความยากลำบากของการวาดยันต์วิญญาณ

ดังนั้นนางจึงนำเรื่องนี้ไปปรึกษากับอาในตำหนักยันต์ล้ำเลิศ ซึ่งผู้ดูแลตำหนักยันต์ล้ำเลิศเกิดความยินดีเมื่อทราบเรื่องนี้ โดยบอกว่าตำหนักยันต์ล้ำเลิศต้องการอัจฉริยะสร้างยันต์เช่นนั้น เขาจึงขอให้หลี่เสี่ยวหวนตามหาศิษย์สายนอกคนนี้พร้อมให้สัญญาว่าจะมอบรางวัลตอบแทนมากมายให้

ด้วยเหตุนี้จึงเกิดฉากดังกล่าวขึ้นมา

“ข้าไม่รู้ว่าต้องรออีกนานแค่ไหน หากต้องใช้เวลาหนึ่งหรือสองปี ท่านอาอาจจะกลับคำพูด แล้วยันต์ระดับสองที่สัญญาว่าจะให้ก็อาจถูกยกเลิก” หลี่เสี่ยวหวนมีสีหน้าผิดหวังและเสียดาย

ไป๋หยิงเฟยไม่เคยเห็นหลี่เสี่ยวหวนเป็นแบบนี้มาก่อน แล้วความปรารถนาที่จะปกป้องก็ก่อตัวขึ้นจากก้นบึ้งของหัวใจ เขาตบอกแล้วให้สัญญา “ศิษย์น้องหญิงไม่ต้องห่วง ข้าจะตามหาหมอนี่ให้เจ้าภายในหนึ่งเดือนเอง”

“มีศิษย์สายนอกอยู่นับพัน ขนาดศิษย์พี่ยังไม่รู้ชื่อ แล้วจะหาตัวเขาได้อย่างไร? จะเดินเคาะประตูตามบ้านทีละหลังเลยหรือ?” หลี่เสี่ยวหวนมีสีหน้าไม่เชื่อ

“เหอะเหอะ ศิษย์น้องหญิงไม่ต้องห่วง ศิษย์พี่คนนี้มีวิธีอยู่แล้ว” ไป๋หยิงเฟยเอ่ยคำด้วยท่าทางลึกลับ

“วิธีอะไร?” หลี่เสี่ยวหวนดึงแขนของไป๋หยิงเฟยขณะแกว่งไปซ้ายทีขวาทีพร้อมกับเอามาถูบนหน้าอกอันอ่อนนุ่มเป็นครั้งคราว “ศิษย์พี่รีบบอกข้ามา…”

“แต่ละคนต่างมีอุบายเป็นของตัวเอง” ไป๋หยิงเฟยเอ่ยคำอย่างนึกสนุกด้วยความยินดียิ่ง

“พูดมาพูดมา…”

“ได้ได้ได้ ข้าบอกแล้วข้าบอกแล้ว” ไป๋หยิงเฟยสัมผัสได้ถึงกระดูกอันอ่อนนุ่มของนางซึ่งประสบการณ์แสนยอดเยี่ยมเช่นนี้ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน เขาจึงไม่ขัดขืนชั่วขณะ “หากศิษย์ธรรมดาอย่างพวกเรากำลังตามหาใครสักคน ย่อมไม่ต่างจากงมเข็มในกองฟาง แต่อย่าลืมเสียสิว่าคนผู้นี้คือคนที่อาจารย์อาหลี่อี้กำลังตามหา ขอเพียงพวกเรามอบหมายภารกิจและเอ่ยถึงชื่อของอาจารย์อาหลี่อี้ ย่อมมีศิษย์จำนวนมากที่มารับภารกิจอย่างแน่นอน ด้วยวิธีนี้จึงทำให้เรื่องมันง่ายดาย”

“มอบหมายภารกิจหรือ? แต่มีเพียงศิษย์สายในที่มีอำนาจทำเช่นนั้น” หลี่เสี่ยวหวนขมวดคิ้วเล็กน้อย จากนั้นก็คล้ายกับคิดบางอย่างขึ้นมาได้ก่อนจะมองไป๋หยิงเฟยด้วยความประหลาดใจ “หรือว่าศิษย์พี่ ท่าน…”

“ฮ่าฮ่าฮ่า… ไม่เลว” ไป๋หยิงเฟยเผยท่าทางภาคภูมิใจ เขายืนตัวตรงขณะกลิ่นอายของขอบเขตกลั่นลมปราณระดับสิบพลันแผ่ขยายออกไป แล้วคลื่นอากาศที่พัดพาจนดึงดูดความสนใจรอบข้าง “ข้าไปถึงขอบเขตกลั่นลมปราณระดับสิบแล้ว”

เมื่อเห็นสีหน้าชื่นชมของหลี่เสี่ยวหวน ไป๋หยิงเฟยจึงยิ่งรู้สึกพึงพอใจ ทว่าเมื่อสายตาเย็นชากำลังจับจ้องมาแต่ไกล ไป๋หยิงเฟยจึงรู้สึกเหมือนกับตกลงไปในห้องใต้ดินเย็นเยือกทันที ทำให้ต้องรีบสะกดกลิ่นอายเอาไว้พลางทำความเคารพไปทางอาคารสูงที่มีสายตาจ้องมองมา

“ศิษย์พี่โปรดอภัยให้ด้วย ข้ารีบร้อนไปหน่อยจนเผลอปล่อยกลิ่นอายออกมา ต้องขอโทษด้วยที่สร้างความรบกวนให้กับท่าน”

หลี่เสี่ยวหวนเพียงสงสัยจนกระทั่งไป๋หยิงเฟยส่ายหน้า ดังนั้นนางจึงสะกดความสงสัยเอาไว้

ไป๋หยิงเฟยลุกขึ้นหลังจากสายตาหายไปแล้ว เขาถอนหายใจด้วยความโล่งอกก่อนจะเอ่ยคำด้วยรอยยิ้มขมขื่น “ข้าเพียงได้รับการเตือนจากศิษย์พี่สำนักชั้นในที่ประจำการอยู่ในตลาด โชคยังดีที่เขาไม่ได้โมโหอะไรมาก ไม่งั้นคงได้ส่งข้าไปโถงพิทักษ์กฎสักสองสามวันแล้ว แบบนั้นคงลำบากเอาการ”

“ข้าเผลอไปชั่วขณะ”

“ศิษย์พี่จากโถงพิทักษ์กฎหรือ?” หลี่เสี่ยวหวนมองไปทางอาคารสูง ไม่อาจทราบได้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่

ไป๋หยิงเฟยไม่สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของหลี่เสี่ยวหวน เขาจึงเตรียมที่จะกลับสำนักชั้นในเพื่อมอบหมายภารกิจ

“ศิษย์น้องหญิง ข้าต้องขอตัวกลับสำนักชั้นในก่อน รอฟังข่าวข้าได้เลย”

“เข้าใจแล้วศิษย์พี่ ข้าจะรอท่าน” หลี่เสี่ยวหวนเอ่ยคำด้วยความรักใคร่

หลังจากทั้งสองแยกกันแล้ว วันต่อมาก็มีศิษย์ชั้นในที่เริ่มออกตามหาหวังฝู ถึงอย่างไรเขาข้องเกี่ยวกับผู้ดูแลตำหนักยันต์ล้ำเลิศซึ่งอยู่ขอบเขตสร้างรากฐาน ต่อให้เป็นเรื่องเล็กน้อยก็นับว่ามีประโยชน์ค่อนข้างมาก แต่ว่า มันยังคงเป็นการยากที่จะตามหาคนโดยไม่ทราบชื่อและทราบเพียงคำอธิบายรูปลักษณ์เท่านั้น นี่ยังไม่รวมเรื่องที่หวังฝูเก็บตัวจนไม่ได้ปรากฏตัวขึ้นมา

ศิษย์สายในถึงขั้นต้องขอให้ศิษย์สายนอกช่วยเป็นหูเป็นตา

จนกระทั่งซ่งจิ่งถังทราบข่าวและตีกรอบเป้าหมายที่มีหวังฝูรวมอยู่ในนั้นได้สองสามคนตามคำอธิบายโดยสังเขป เมื่อนั้นกลุ่มคนจึงออกวิ่งด้วยความแตกตื่นเพื่อตามหาเป้าหมาย

แต่น่าเสียดาย เมื่อไป๋หยิงเฟยกับหลี่เสี่ยวหวนกำลังเตรียมพร้อมที่จะยืนยันทีละคนด้วยความตื่นเต้น ข้อความหนึ่งจากเจ้าสำนักก็บังคับให้พวกเขาต้องหยุดการกระทำชั่วคราว

แสงสีทองสายหนึ่งพุ่งตรงสู่ท้องนภาจากตำหนักขนนกโบยบินของยอดเขาขนนกโบยบิน แล้วเสียงของเจ้าสำนักขนนกร่วงโรยจึงกระจายไปทั่วทั้งสำนัก

“เส้นปราณปฐพีแห่งต้าเซี่ยปิดแล้ว อวิ๋นหนิงซวงกับหลู่เฟิงประจำสำนักของพวกเราไปถึงขอบเขตสร้างรากฐานได้สำเร็จและกำลังเดินทางกลับ ข้าขอสั่งให้ศิษย์ในสำนักทั้งหลายรอต้อนรับพวกเขาที่ประตูขุนเขาภายในสามวัน อย่าล่าช้าเป็นอันขาด”

ทั่วทั้งสำนักตกอยู่ในความโกลาหล

เจ้าสำนักถ่ายทอดคำสั่งว่าแม้แต่ศิษย์ที่กำลังเก็บตัวก็ต้องออกมา นี่คือเหตุการณ์ใหญ่สำหรับสำนัก ศิษย์ทั้งสองไปถึงขอบเขตสร้างรากฐานได้สำเร็จ ซึ่งในอนาคตอันใกล้ สำนักจะต้องมีผู้ฝึกตนขอบเขตปราณทองสองคนอย่างแน่นอน พวกเขาจึงยุ่งกับการพยายามสร้างความพึงพอใจให้อีกฝ่าย แล้วจะให้มาทำตัวเกียจคร้านได้อย่างไร

หวังฝูวางพู่กันยันต์ในมือขณะเมินเฉยต่อยันต์ที่ถูกทิ้งภายใต้พู่กันดังกล่าว จากนั้นมองลำแสงที่ทะยานสู่ท้องนภาก่อนจะพึมพำด้วยความประหลาดใจ “ศิษย์พี่หญิงอวิ๋นกำลังจะกลับมา…”

จบบทที่ ตอนที่ 30: เจ้าสำนักถ่ายทอดคำสั่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว