เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16 - สำนักงานปราบยุทธ์

บทที่ 16 - สำนักงานปราบยุทธ์

บทที่ 16 - สำนักงานปราบยุทธ์


บทที่ 16 - สำนักงานปราบยุทธ์

สิ่งที่เกินความคาดหมายของฉู่หยวนก็คือ ฉีต๋าไม่ได้เอ่ยปากถามเลยว่าเขาฝึกฝนจนถึงระดับลมปราณภายในได้ในเวลาสั้นๆ ขนาดนี้ได้อย่างไร

อุตส่าห์แต่งเรื่องอาจารย์ผู้ลึกลับและแข็งแกร่งเตรียมไว้ในหัวตั้งนาน... สุดท้ายก็ไม่ได้ใช้เสียอย่างนั้น...

เสียแรงที่อุตส่าห์คิดแผนซะดิบดี...

ความจริงต่อให้เขาไม่พูด ฉีต๋าก็พอจะเดาอยู่ในใจได้อยู่แล้ว

การที่ฉู่หยวนสามารถเลื่อนจากคนธรรมดากลายเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับลมปราณภายในได้ภายในเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์ มีความเป็นไปได้แค่สามทางเท่านั้น

หนึ่ง: เป็นฝีมือของพวกเผ่าพันธุ์ต่างดาว

สอง: ได้รับมรดกสืบทอดอันทรงพลัง

สาม: บังเอิญไปพบยอดฝีมือวิถียุทธ์แล้วถูกรับเป็นศิษย์

แม้ว่าทั้งสามทางนี้จะมีความเป็นไปได้น้อยมาก แต่เมืองเฉินหยางก็เป็นแค่เมืองเล็กๆ ในแนวหลัง ไม่คุ้มค่าพอที่พวกเผ่าพันธุ์ต่างดาวจะมาให้ความสนใจ

ฉีต๋าเองก็จำไม่ได้แล้วว่าครั้งสุดท้ายที่ได้ยินข่าวเผ่าพันธุ์ต่างดาวมาก่อเรื่องในเมืองเฉินหยางคือเมื่อไหร่...

ส่วนเรื่องที่ว่าได้รับมรดกสืบทอดมาหรือไม่นั้น... เส้นทางการใช้ชีวิตของฉู่หยวนแทบจะโปร่งใสตรวจสอบได้ง่ายดายในสายตาของคนที่มีความตั้งใจจะสืบ เขาใช้ชีวิตวนเวียนอยู่แค่บ้านกับโรงเรียนในเมืองเท่านั้น จะเอาเวลาที่ไหนไปหามรดกสืบทอด?

หรือว่าจู่ๆ ก็มีรอยแยกมิติเปิดออกข้างตัวเขา แล้วมีมรดกลอยตกลงมาใส่พอดีงั้นเหรอ?

ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ ก็น่ากลัวเกินไปแล้ว ดวงคนเรามันจะดีเลิศประเสริฐศรีระดับนั้นได้ยังไง...

ดังนั้น ความเป็นไปได้ที่ว่าเขามีอาจารย์ผู้แข็งแกร่งคอยหนุนหลังจึงมีมากที่สุด

แต่ถึงอย่างนั้น การเลื่อนขั้นเป็นระดับลมปราณภายในภายในเวลาหนึ่งสัปดาห์ก็ดูจะเกินสามัญสำนึกไปหน่อย ฉีต๋าจึงสั่งให้เขาเก็บเรื่องนี้เป็นความลับไว้ก่อน

ฉู่หยวนเองก็ไม่ได้ใส่ใจ แม้ว่าระดับลมปราณภายในของเขาจะเป็นของปลอม แต่จากการปะทะกับคนร้ายเมื่อครู่ เขาก็มั่นใจว่าตอนนี้ตัวเองมีคุณสมบัติพอที่จะต่อกรกับผู้ฝึกยุทธ์ระดับลมปราณภายในได้แล้ว

แน่นอนว่าถ้าอีกฝ่ายเก่งเกินไป เขาก็คงสู้ไม่ได้เหมือนกัน ไม่อย่างนั้นเมื่อกี้เขาคงรั้งตัวคนร้ายไว้ได้แล้ว

ตามที่เขาคาดการณ์ไว้ หากเขาสร้างรากฐานสำเร็จเมื่อไหร่ ก็น่าจะไร้เทียมทานในระดับลมปราณภายในแล้ว!

หลังจากผ่านคืนนี้ไป นอกจากจะล้างมลทินให้ตัวเองได้แล้ว สถานะของเขาในสายตาของฉีต๋าก็ยิ่งสูงขึ้นไปอีก เรื่องของตระกูลหลี่อาจจะยังไม่จบ แต่อย่างน้อยปัญหาจากทางหน่วยรักษาความปลอดภัย... ก็คงไม่มีแล้ว

เพียงแต่ทั้งสองคนต่างก็คิดไม่ถึงว่า คำสั่งปิดปากของฉีต๋าจะช้าเกินไป

หรือจะพูดให้ถูกก็คือ หัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยที่อยู่ในเหตุการณ์คนนั้น รายงานเรื่องนี้เร็วเกินไปต่างหาก...

......

ณ อาคารแห่งหนึ่งใจกลางเมืองเฉินหยาง ชายใบหน้าเหลี่ยมคนหนึ่งกดวางสายจากเครื่องเทอร์มินัล ประกายความเคร่งขรึมพาดผ่านดวงตา

จากนั้นเขาก็กดส่งข้อความออกไปสองข้อความ

ไม่นานนัก ชายหญิงคู่หนึ่งก็ผลักประตูเดินเข้ามา

"หัวหน้า"

"อ่านข้อมูลที่ส่งให้แล้วใช่ไหม?"

"อ่านแล้วครับ" ชายหนุ่มอายุราวๆ ยี่สิบห้าถึงยี่สิบหกปี สวมชุดลำลองหลวมสบาย ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้อย่างไม่เป็นทางการ "สรุปภารกิจของเราคืออะไรครับ?"

"กลิ่นเหม็นเน่าของพวกแมลงสวะมันโชยมาเตะจมูกขนาดนี้แล้ว... ไปลากคอพวกมันออกมาซะ!"

ชายหนุ่มพยักหน้า "รับทราบครับ แล้ว... ไอ้หนูที่สงสัยว่าจะทะลวงระดับลมปราณภายในได้ในหนึ่งสัปดาห์คนนั้นล่ะครับ?"

ชายใบหน้าเหลี่ยมส่ายหน้า "ไม่ต้องไปยุ่ง ถ้าเด็กนั่นมีปัญหาจริงๆ ฉีต๋ามีหรือจะมองไม่ออก"

"ผมไม่ได้หมายความว่าเขามีปัญหา..." ชายหนุ่มยืดตัวขึ้นเล็กน้อย โน้มตัวไปข้างหน้า รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นบนใบหน้า "ผมหมายความว่า เราน่าจะอาศัยจังหวะที่เขายังอ่อนต่อโลก หลอกล่อให้เขามาเข้าสำนักงานปราบยุทธ์ของเราดีไหมครับ?

ในประวัติบอกว่า พ่อของเขาพลีชีพตอนอยู่กองกำลังรักษาการณ์ที่สาม

บางที เขาอาจจะมีความรู้สึกที่ไม่ค่อยดีต่อพวกทหารเท่าไหร่ก็ได้..."

"......ก็ตามใจนาย" ชายใบหน้าเหลี่ยมตอบรับแบบขอไปที

หน่วยงานที่ใช้กำลังรุนแรงของต้าฉินมีเพียงสองแห่งเท่านั้น หนึ่งคือกองทัพ และสองคือสำนักงานปราบยุทธ์

กองทัพใช้วิธีคัดกรองคนจำนวนมาก สร้างยอดฝีมือขึ้นมาจากการต่อสู้อันโหดร้ายครั้งแล้วครั้งเล่า! ส่วนสำนักงานปราบยุทธ์เน้นกลุ่มคนจำนวนน้อยแต่เป็นหัวกะทิ ภายในหน่วยล้วนมีแต่ยอดฝีมือ!

และระดับความอันตรายของสำนักงานปราบยุทธ์ก็ไม่ได้น้อยไปกว่ากองทัพเลยแม้แต่น้อย

ไม่ว่าจะเป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่ก่ออาชญากรรม พวกเผ่าพันธุ์ต่างดาวที่ลักลอบเข้ามา หรือลัทธินอกรีต... พวกเขามีหน้าที่จัดการทั้งหมดนี้ และเมื่อเกิดสงครามใหญ่ขึ้น สำนักงานปราบยุทธ์ก็ต้องส่งยอดฝีมือไปสนับสนุนกองทัพด้วยเช่นกัน

แม้ว่าทั้งสองหน่วยงานจะทำงานรับใช้ชาติและร่วมมือกันอยู่บ่อยครั้ง แต่ก็มีการแข่งขันชิงดีชิงเด่นกันอยู่ลึกๆ

ยอดฝีมือมีจำนวนจำกัด ถ้านายได้ไปหนึ่งคน ฉันก็ขาดไปหนึ่งคน...

หลังจากเดินออกจากห้องมา หญิงสาวที่เอาแต่เงียบมาตลอดก็เอ่ยถามขึ้น "พี่เจียง พวก 'แมลงสวะ' ที่หัวหน้าพูดถึงคือพวกไหนเหรอคะ?"

"ก็พวกกบฏที่ชอบซ่อนตัวอยู่ในเงามืดไง" เจียงเฟยอธิบาย "สิ่งที่พวกมันชอบทำมากที่สุดก็คือ การทำลายอนาคตของพวกอัจฉริยะวิถียุทธ์ที่ยังเติบโตไม่เต็มที่!

ไม่ลอบสังหาร ก็... จับมาเป็นพวกเดียวกัน"

"จับมาเป็นพวกเดียวกัน?" หญิงสาวไม่เข้าใจ ผู้ฝึกยุทธ์ที่สมองปกติดีๆ คนไหนจะยอมไปเกลือกกลั้วกับพวกกบฏกันล่ะ?

"ก็ลองดูอย่างเด็กที่ชื่อฉู่หยวนนี่สิ มีคนปลอมตัวเป็นเขาไปฆ่าคน แถมคนที่ฆ่าก็เป็นพวกที่มีเรื่องบาดหมางกับเขาทั้งนั้น

ในสถานการณ์ปกติ ฉู่หยวนยากที่จะหาทางล้างมลทินให้ตัวเองได้

และเมื่อเขาถูกหน่วยรักษาความปลอดภัยจับตัวไปไต่สวน พวกแมลงสวะก็จะโผล่มาช่วยเขาแหกคุก จากนั้น... เขาก็จะไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องไปเข้าร่วมกับพวกมัน" เจียงเฟยยักไหล่ ยิ้มเยาะอย่างสะใจ "แต่ครั้งนี้พวกมันประเมินเป้าหมายผิดไปหน่อย... เลยพังไม่เป็นท่าตั้งแต่เริ่มเลย"

"ฟังดูเหมือนมีช่องโหว่เยอะแยะเลยนะคะ..."

"นักเรียนมัธยมปลายปีสามยังไม่ถือว่าเป็นผู้ฝึกยุทธ์เต็มตัว ปกติคดีฆาตกรรมคนธรรมดาจะเป็นหน้าที่ของหน่วยรักษาความปลอดภัย สำนักงานปราบยุทธ์อย่างพวกเราไม่เข้าไปยุ่งหรอก

แต่ฉู่หยวนเป็นสมาชิกโครงการชิงอวิ๋นระดับพิเศษ ถึงเขาจะถูกหน่วยรักษาความปลอดภัยจับกุมตัวไปจริงๆ แต่ในขั้นตอนการทบทวนคดีครั้งสุดท้าย คนของเราก็จะเข้าไปแทรกแซงอยู่ดี... แผนของพวกมันไม่มีทางสำเร็จตั้งแต่แรกแล้ว" เจียงเฟยอธิบาย

ยังมีอีกเรื่องที่เขาไม่ได้พูด นั่นก็คือ ทำไมตระกูลหลี่แห่งศูนย์กลางเขตปกครองถึงมีท่าทีเฉยเมยต่อการตายของลูกหลานสายตรงขนาดนี้? แถมยังไม่ส่งคนมาจัดการด้วยตัวเองอีก?

เหตุผลแรกคือ โครงการชิงอวิ๋น... หรือที่เรียกกันว่าโควตาสนับสนุนนั่นแหละ

และอีกเหตุผลหนึ่งก็คือ สำนักงานปราบยุทธ์นี่เอง

นี่แหละคือส่วนหนึ่งของ 'กฎเกณฑ์' ที่ฉีต๋าเคยบอกกับฉู่หยวน...

"แล้วทำไมพวกมันถึงยังพยายามทำเรื่องสูญเปล่าแบบนี้อีกล่ะคะ?"

"ใครจะไปรู้... บางทีพวกมันอาจจะไม่รู้ว่าฉู่หยวนเข้าร่วมโครงการชิงอวิ๋นแล้วมั้ง?" เจียงเฟยพูดพลางเดินออกไปข้างนอก "ที่จริงก็ประมาทไปหน่อยเหมือนกัน เมืองเฉินหยางไม่ได้เกิดเรื่องแบบนี้มาหลายปีแล้ว

เสี่ยวอวิ๋น วันหยุดของเธอคงต้องยกเลิกแล้วล่ะ..."

"ไม่เป็นไรค่ะพี่เฟย ภารกิจสำคัญกว่า"

......

"เรื่องง่ายๆ แค่นี้ แกยังทำพลาด

ไหนแกลองบอกมาซิ ว่าแกมันไร้ประโยชน์หรือเปล่า?" ในห้องที่แสงไฟสลัว เสียงของใครคนหนึ่งดังขึ้นอย่างเรียบเฉย

คนที่ปลอมตัวเป็นฉู่หยวนคุกเข่าอยู่บนพื้น ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ราวกับว่ากำลังจะมีเรื่องเลวร้ายเกิดขึ้น

เลือดไหลซึมจากหน้าอก แต่เขากลับไม่สนใจ ได้แต่ละล่ำละลักบอกด้วยความตื่นตระหนก "ท่านครับ! ผมไม่คิดเลยว่าฉู่หยวนกับพวกหน่วยรักษาความปลอดภัยจะไปซุ่มดักรออยู่ที่นั่นล่วงหน้า!

แถม... แถมเขายังเป็นถึงระดับลมปราณภายในแล้วด้วย!"

"ข้ออ้าง"

จังหวะนั้นเอง ก็มีคนผลักประตูเดินเข้ามาอีกคน

เสียงหัวเราะเยาะหยันของหญิงสาวดังขึ้น "หึ... เหยียนเซวียน ดูท่าลูกน้องของแกก็ไร้น้ำยาพอๆ กับแกเลยนะ"

เหยียนเซวียนทำเป็นหูทวนลม เอื้อมมือไปวางบนศีรษะของ 'ฉู่หยวน' ตัวปลอม

"ท่านครับไว้ชีวิตด้วย! ท่านครับ... อ๊าก!"

เสียงร้องโหยหวนดังลั่น แสงสีแดงสายหนึ่งไหลย้อนขึ้นไปตามฝ่ามือของเหยียนเซวียน แล้วซึมซาบเข้าสู่ร่างกายของเขา

เพียงไม่กี่อึดใจ 'ฉู่หยวน' ตัวปลอมก็ราวกับถูกสูบพลังชีวิตไปจนหมดเกลี้ยง ร่างกายเหี่ยวแห้งกลายเป็นศพ ก่อนจะล้มตึงลงกับพื้นและสิ้นใจไปในที่สุด.......

หลังจากนั้นเหยียนเซวียนจึงค่อยๆ เงยหน้าขึ้น สายตาที่ยังคงแฝงด้วยจิตสังหารมองไปยังผู้มาเยือน หญิงสาวรูปร่างเย้ายวน แต่ใบหน้ากลับเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากของมีคม

"เฉาหรง เธอมาทำไม?"

"หึ ฆ่าคนของตัวเองเพื่อข่มขวัญฉันงั้นเหรอ? ต่อให้แกฆ่าลูกน้องตัวเองจนหมด มันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับฉันอยู่ดี" เฉาหรงเบ้ปาก แผลเป็นบนใบหน้าบิดเบี้ยวราวกับตะขาบที่กำลังไต่ยั้วเยี้ย

"ท่านทูตส่งฉันมาถาม ว่าภารกิจคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว?"

"พร้อมลงมือได้ทุกเมื่อ"

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 16 - สำนักงานปราบยุทธ์

คัดลอกลิงก์แล้ว