- หน้าแรก
- ระบบแปลงทักษะครอบจักรวาล
- บทที่ 12 - การตายของหลี่เชิน
บทที่ 12 - การตายของหลี่เชิน
บทที่ 12 - การตายของหลี่เชิน
บทที่ 12 - การตายของหลี่เชิน
วันใหม่เริ่มต้นขึ้น ฉู่หยวนมายืนรอเงียบๆ อยู่ที่หน้าประตูห้องหนึ่ง
ไม่นานนัก หลี่เชินก็เดินมาจากสุดโถงทางเดิน โดยมีลูกสมุนเดินขนาบข้างมาด้วย
ใบหน้าของเขาเรียบเฉย หยิ่งยโส ดูโดดเด่นสะดุดตากว่าใครเพื่อน
ฉู่หยวนหันไปมองเขา หลี่เชินสบตากลับพร้อมกับเหยียดยิ้มเยาะหยัน
จากนั้นหมอนั่นก็เดินเข้ามาใกล้ และจงใจใช้ไหล่กระแทกเข้าที่ตัวเขา
"ไสหัวไป!"
ฉู่หยวนถอนหายใจในใจ ช่างทำตัวเป็นเด็กอมมือซะจริงๆ...
คนประเภทนี้รับมือได้ง่ายกว่าพวกที่ชอบตีสองหน้า ปากหวานก้นเปรี้ยว และคอยลอบกัดในยามเผลอตั้งเยอะ
แต่ก็สร้างความน่ารำคาญใจได้ไม่น้อยเลยทีเดียว!
เขายื่นมือใหญ่ออกไป คว้าหมับเข้าที่หัวไหล่ของหลี่เชิน ก่อนจะค่อยๆ ออกแรงบีบ
เสียงกระดูกลั่นดังกรอบแกรบชวนให้เสียวฟัน ใบหน้าของหลี่เชินซีดเผือดลงในพริบตา เหงื่อเม็ดโป้งผุดซึมเต็มใบหน้า
"เรื่องร้านอาหารของบ้านฉัน ฝีมือนายใช่ไหม?"
"ไอ้สวะ... แกกล้าแตะต้องตัวฉันเหรอ!?" หลี่เชินไม่ตอบคำถามของฉู่หยวน ดวงตาของเขาแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยว เขายกเข่าขึ้นหมายจะกระแทกเข้าที่หน้าท้องของฉู่หยวน!
ฉู่หยวนสัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งของร่างกายอีกฝ่าย ก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะทรัพยากรที่อัดแน่น หรือเพราะมีพรสวรรค์ด้านวิถียุทธ์กันแน่ หมอนี่ถึงได้กลายเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับปราณโลหิตเหมือนกับหยางอี้ไปแล้ว!
แต่สำหรับเขามันก็ไม่ได้แตกต่างอะไรกันนัก
ฉู่หยวนใช้มืออีกข้างกำหมัดแน่น แล้วทุบลงไปเต็มแรง!
เสียงกระดูกหักดังลั่น ขาขวาของหลี่เชินบิดงอผิดรูปในมุมที่ดูสยดสยอง!
เหมือนกับสภาพของโจวเจ๋อเมื่อไม่กี่วันก่อนเปี๊ยบ
แต่หลี่เชินกลับไม่ได้ร้องโหยหวนเหมือนโจวเจ๋อ ความหยิ่งผยองของเขาไม่อนุญาตให้เขาแสดงท่าทีอ่อนแอเช่นนั้นต่อหน้าพวกไพร่ต้อยต่ำเหล่านี้
ดังนั้น เขาจึงทำเพียงแค่จ้องมองฉู่หยวนด้วยสายตาเคียดแค้น ราวกับจะสลักใบหน้านี้ไว้ในส่วนลึกของจิตวิญญาณ
เขาไม่ได้พูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว ไม่แม้แต่จะเอ่ยปากข่มขู่...
"ที่จริงฉันก็ไม่เข้าใจเลยนะ" ฉู่หยวนรู้สึกงุนงงนิดหน่อย "ฉันยังไม่เคยไปล่วงเกินนายเลยด้วยซ้ำ?"
"เหอะ... ไอ้สวะ!"
กร๊อบ~
ฉู่หยวนจัดการหักกระดูกสะบักของหมอนั่นจนแหลกละเอียด ก่อนจะโยนร่างของเขาลงไปชั้นล่าง
ความสูงแค่นี้ไม่ทำให้ผู้ฝึกยุทธ์ระดับปราณโลหิตถึงตายหรอก แต่รับรองว่า... สภาพคงดูไม่จืดแน่ๆ
หลังจากทำเรื่องทั้งหมดนี้เสร็จ ฉู่หยวนก็เดินกลับเข้าห้องเรียนของตัวเองหน้าตาเฉย
เหล่านักเรียนรอบๆ ที่ยืนเงียบกริบต่างพากันแหวกทางให้เขา สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ทั้งหวาดกลัว ไม่เข้าใจ และรู้สึกเหมือนคนแปลกหน้า...
......
ก่อนที่ค่ายกลรวบรวมพลังงานจะเริ่มทำงาน หวงปัวก็เดินเข้ามาในห้องเรียน เขาปรายตามองฉู่หยวนด้วยสายตาลึกซึ้ง
แต่สุดท้ายเขาก็เพียงแค่ถอนหายใจ และไม่ได้พูดอะไรออกมา
ฉู่หยวนเคยถามครูใหญ่ไว้แล้ว ว่าถ้าหลี่เชินมาหาเรื่องอีกจะต้องทำยังไง
ตอนนั้นครูใหญ่บอกว่า 'อัดมันให้ตายไปเลยสิ!'
เพราะงั้น ตอนนี้เขาก็แค่ทำตามที่ครูใหญ่บอกเท่านั้นเอง...
ที่ชั้นล่าง หลี่เชินที่ร่วงหล่นลงมากระแทกพื้นอย่างแรง กำลังจ้องมองขึ้นไปยังอาคารเรียนด้วยสายตาเคียดแค้น
เสียงกวาดพื้นดังสวบสาบ ภารโรงคนหนึ่งเดินผ่านร่างของเขาไป โดยไม่ได้ปรายตามองเลยแม้แต่น้อย
และแน่นอนว่า เขาไม่ได้เข้ามาช่วยพยุง หรือแม้แต่จะเอ่ยปากถามไถ่ว่าเกิดอะไรขึ้น
ราวกับว่า... ตัวเขาก็ไม่ได้แตกต่างอะไรไปจากกองขยะบนพื้นเลย...
ความรู้สึกอัปยศอดสูถึงขีดสุดปะทุขึ้นในใจของหลี่เชิน
ทำไมกัน!?
แค่ไอ้ไพร่ชั้นต่ำคนหนึ่ง!!
ชำระไขกระดูกงั้นเหรอ? ก็แค่พวกที่มีสิ่งสกปรกสะสมอยู่ในร่างกายเท่านั้นแหละถึงต้องชำระไขกระดูก!
ส่วนเขา หลี่เชิน! นับตั้งแต่เกิดมา อาหารการกินและของใช้ทุกอย่าง ล้วนเป็นทรัพยากรวิถียุทธ์ระดับท็อปทั้งนั้น!
ในร่างกายของเขาไม่เคยมีสิ่งสกปรกตกค้างอยู่เลยแม้แต่นิดเดียว!
ที่เขาเพิ่งจะเริ่มฝึกฝนเคล็ดวิชา ก็เป็นเพียงแค่การทำตามขั้นตอนเพื่อเข้ารับ 'การคัดกรอง' เท่านั้น!
เหตุใดโรงเรียนกระจอกๆ ในเมืองเล็กๆ แบบนี้ ถึงกล้าปฏิเสธที่จะมอบโควตาสนับสนุนระดับพิเศษให้กับเขา!?
เหตุใดหลังจากที่ไอ้ไพร่ชั้นต่ำนั่นด่าทอเขา ทางครอบครัวกลับโทรมาสั่งสอนให้เขา 'จำไว้ว่าตัวเองมาทำอะไรที่นี่' แทนที่จะจัดการมัน!?
"นายน้อยครับ"
เงาร่างสายหนึ่งทาบทับบดบังทัศนวิสัยของหลี่เชิน
"ลุงโจว... ฆ่ามันซะ! ฆ่าไอ้ฉู่หยวน!"
"นายน้อยครับ กลับไปรักษาตัวก่อนเถอะครับ"
หลี่เชินตวาดลั่นด้วยความคลุ้มคลั่ง "ฉันบอกว่า! ฉันสั่งให้ลุงฆ่ามัน!"
ชายที่ชื่อลุงโจวไม่ได้พูดอะไร เขาพยุงหลี่เชินขึ้นมาอย่างเงียบๆ แล้วพาเดินออกจากโรงเรียนไป
ที่หน้าต่างห้องทำงานของครูใหญ่ ฉีต๋ามองดูแผ่นหลังของคนทั้งสองที่กำลังเดินจากไป พลางนวดหว่างคิ้วด้วยความกลัดกลุ้ม
แต่ไม่รู้ว่านึกอะไรขึ้นมาได้ จู่ๆ เขากลับหัวเราะออกมา
.......
ฉู่หยวนดูเหมือนจะไม่ได้รับผลกระทบใดๆ เขายังคงใช้ชีวิตตามปกติ ฝึกฝน ช่วยหยางอี้ดูดซับฤทธิ์ยา เนียนใช้ค่ายกลรวบรวมพลังงาน กลับไปกินข้าวที่บ้าน และไปฝึกเพลงกระบี่ที่สวนสาธารณะตอนดึกๆ
แต่เช้าวันรุ่งขึ้น ทันทีที่เขามาถึงโรงเรียน ฉีต๋าก็เรียกเขาไปพบที่ห้องทำงานทันที
"ครูใหญ่ มีอะไรเหรอครับ?"
ฉีต๋าพยักหน้า สีหน้าของเขาดูเคร่งเครียดและกลัดกลุ้มอย่างเห็นได้ชัด
หลังจากเงียบไปพักใหญ่ เขาจึงเอ่ยปากขึ้น "หลี่เชินตายแล้ว"
"..." สีหน้าของฉู่หยวนเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม เขายืดตัวนั่งตัวตรงขึ้นเล็กน้อย
"ตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ?"
"เมื่อคืนตอนดึกๆ... เมื่อคืนเธอทำอะไรอยู่?"
"ผมอยู่..." ฉู่หยวนขมวดคิ้วมุ่น "ครูใหญ่คงไม่ได้คิดว่าเป็นฝีมือผมหรอกนะครับ?"
ฉีต๋าตอบกลับเสียงเรียบ "ถ้าฉันคิดว่าเป็นฝีมือเธอ ป่านนี้เธอคงไปนอนอยู่ในห้องขังของหน่วยรักษาความปลอดภัยแล้วล่ะ"
"..."
ฉีต๋าส่งคลิปวิดีโอสองคลิปเข้าเครื่องเทอร์มินัลของฉู่หยวน
เมื่อกดดู ก็พบว่าเป็นภาพจากกล้องวงจรปิด
คลิปแรกดูเหมือนจะเป็นภาพหน้าประตูคฤหาสน์แห่งหนึ่ง ปรากฏร่างของคนสวมชุดนักเรียนของโรงเรียนมัธยมปลายอันดับหนึ่งกำลังเดินเข้ามาจากที่ไกลๆ แถมยังหันมายิ้มเยาะให้กล้องวงจรปิดอีกต่างหาก
ใบหน้านั้น... ฉู่หยวนคุ้นเคยเป็นอย่างดี เพราะมันคือใบหน้าของเขาเอง!
แต่เขามั่นใจแบบร้อยเปอร์เซ็นต์เลยว่า ตัวเองไม่เคยไปเหยียบสถานที่แบบในคลิปนั้นเลยแม้แต่ครั้งเดียว!
ส่วนคลิปที่สอง ฉู่หยวนค่อนข้างคุ้นเคย เพราะมันเป็นภาพหน้าประตูหมู่บ้านของเขาเอง
ในคลิปปรากฏภาพเขาเดินออกไป และกลับเข้ามาในอีกหลายชั่วโมงต่อมา...
ที่ประจวบเหมาะไปกว่านั้นคือ ช่วงเวลาที่เขาออกจากหมู่บ้าน... ดันตรงกับเวลาที่เขาไปปรากฏตัวในคลิปแรกพอดี!
"คลิปแรกคือที่พักของหลี่เชิน" ฉีต๋าสูบสูดบุหรี่เข้าปอดลึกๆ ก่อนจะพ่นควันออกมายาวๆ "หน่วยรักษาความปลอดภัยเข้ามาแทรกแซงเรื่องนี้แล้ว แต่ฉันช่วยรั้งไว้ให้ชั่วคราว
ฉันอยากฟังคำอธิบายจากปากของเธอ"
"เห็นได้ชัดเจนเลยครับว่านี่คือการจัดฉากใส่ร้าย"
"ฉันก็คิดว่าเป็นแบบนั้น แต่ก็มีบางคนที่ไม่คิดแบบนี้น่ะสิ"
"ใครครับ?"
"หน่วยรักษาความปลอดภัย แล้วก็... ตระกูลหลี่ไงล่ะ!" ฉีต๋ายิ้มขื่น "คลิปวงจรปิดสองคลิปนี่แหละคือหลักฐานของพวกเขา!
ถึงแม้จะไม่มีใครโง่พอที่จะเปิดเผยใบหน้าตัวเองต่อหน้ากล้องวงจรปิดก่อนลงมือฆ่าคน แต่ถ้าเกิดว่าเธอจงใจทำแบบนั้นเพื่อตบตาคนอื่นล่ะ?
ยิ่งไปกว่านั้น ตั้งแต่หลี่เชินย้ายมาที่เมืองเฉินหยาง เขาก็มีเรื่องบาดหมางกับเธอแค่คนเดียวเท่านั้น เธอจึงมีแรงจูงใจในการฆ่ามากที่สุด"
ฉู่หยวนยังคงเยือกเย็น "แล้วตอนนี้ผมควรจะทำยังไงดีครับ?"
เขาเป็นผู้ฝึกตนวิถีเซียนก็จริง แต่หนทางสู่ความเป็นอมตะยังอีกยาวไกล
ด้วยระดับพลังของเขาในตอนนี้ หากคิดจะงัดข้อกับทางการ ก็ไม่ต่างอะไรกับการเอาไข่ไปกระทบหิน!
อีกอย่าง คนฉลาดย่อมไม่ทำตัวเป็นศัตรูกับคนทั้งโลกหรอก...
"เมื่อคืนเธอไปทำอะไรมา?"
"ผมไปฝึกกระบี่ที่สวนสาธารณะครับ ระหว่างทางมีกล้องวงจรปิดยืนยันเส้นทางของผมได้"
"กล้องวงจรปิดน่ะ แค่ใช้วิชาก้าวพริบตาก็หลบเลี่ยงได้แล้ว ยิ่งระดับลมปราณภายในนี่สามารถปิดบังร่องรอยได้สบายๆ..." ฉีต๋าส่ายหน้า "มีข่าวมาอีกเรื่องนึง หลี่เชินไม่ได้มาที่เมืองเฉินหยางตัวคนเดียว เขามีผู้พิทักษ์ระดับลมปราณภายในคอยคุ้มกันอยู่ด้วย
แต่ว่า... หมอนั่นก็หายตัวไปแล้วเหมือนกัน"
ฉู่หยวนเลิกคิ้วขึ้น "งั้นก็แปลว่า นอกจากพวกเขาจะสงสัยว่าผมเป็นฆาตกรแล้ว ยังสงสัยว่าผมมีผู้สมรู้ร่วมคิดระดับที่เหนือกว่าลมปราณภายในอีกงั้นสิ?"
"ใช่แล้วล่ะ"
(จบแล้ว)