เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 9 - ขาดเงิน

บทที่ 9 - ขาดเงิน

บทที่ 9 - ขาดเงิน


บทที่ 9 - ขาดเงิน

ฉู่หยวนวางแผนระยะสั้นได้อย่างรวดเร็ว

แปลงเคล็ดวิชาก้าวพริบตา และหาซื้ออาวุธ นี่คือเรื่องสำคัญที่สุดในตอนนี้

หลังจากนั้น โควตาแปลงรายวันของระบบก็จะถูกนำไปใช้แปลงโอสถต่อ

วันนี้ไม่ได้แปลงโอสถ ความเร็วในการฝึกฝนก็เลยลดฮวบลงทันตาเห็น

อุตส่าห์ไปฝึกฝนในค่ายกลรวบรวมพลังงานของโรงเรียนมาทั้งวัน ผลลัพธ์ที่ได้ยังสู้กินผงรวบรวมปราณแค่เม็ดเดียวไม่ได้เลย...

......

"โอสถสองขวดนี้ขายได้เท่าไหร่ครับ?"

พนักงานสาวที่เคาน์เตอร์ของร้านเจินหลงเก๋อมองฉู่หยวนด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย เด็กหนุ่มคนนี้ยังใส่ชุดนักเรียนโรงเรียนอันดับหนึ่งอยู่เลย ในเมื่อมีโอสถวิถียุทธ์พวกนี้มาขาย ก็แปลว่าน่าจะเป็นนักเรียนชั้นมัธยมปลายปีสามล่ะสิ?

แล้วทำไมเขาถึงไม่เก็บโอสถพวกนี้ไว้กินเอง จะเอามาขายทำไมกัน?

หรือว่าจะเป็นพวกที่ขโมยของที่บ้านมาขาย...

ความคิดนี้แวบเข้ามาในหัวเพียงชั่วครู่ เธอก็ไม่ได้สนใจจะเข้าไปก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของลูกค้า

เพียงหยิบเครื่องมือออกมาตรวจสอบดูคร่าวๆ

"โอสถเสริมกระดูกกับโอสถรวบรวมจิต สรรพคุณยายังสมบูรณ์ดีค่ะ

โอสถเสริมกระดูกเม็ดละหนึ่งหมื่น โอสถรวบรวมจิตเม็ดละหนึ่งหมื่นห้าพัน... รวมทั้งหมดเป็นเงินสองแสนห้าหมื่นหยวน ลูกค้าต้องการจะขายเลยไหมคะ?"

ราคาของโอสถพื้นฐานวิถียุทธ์พวกนี้ตายตัวอยู่แล้ว เว้นแต่จะซื้อขายกันในปริมาณมากๆ ถึงจะต่อรองราคาได้

ฉู่หยวนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถาม "ที่นี่มีอาวุธสำหรับผู้ฝึกยุทธ์ขายไหมครับ?"

"มีสิคะ ไม่ทราบว่าลูกค้าต้องการอาวุธประเภทไหนคะ?" หญิงสาวตอบพร้อมรอยยิ้ม เจินหลงเก๋อในฐานะที่เป็นสมาคมการค้าวิถียุทธ์ที่ใหญ่ที่สุดในต้าฉิน มีบริการแทบทุกอย่างที่เกี่ยวกับวิถียุทธ์

"กระบี่ครับ"

หญิงสาวหยิบแท็บเล็ตขึ้นมา เลื่อนหาข้อมูลอยู่ครู่หนึ่งแล้วยื่นให้ฉู่หยวน

"นี่คือกระบี่วิถียุทธ์ที่สาขาเมืองเฉินหยางของเรามีอยู่ในสต็อกตอนนี้ ลูกค้าลองเลือกดูได้เลยค่ะ

ถ้าหากต้องการแบบที่สเปคสูงกว่านี้ ก็สามารถทำเรื่องขอเบิกจากสำนักงานใหญ่ได้ค่ะ"

อันที่จริง สินค้าในสต็อกของเจินหลงเก๋อสาขาเมืองเฉินหยางก็เพียงพอสำหรับผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไปแล้ว ท้ายที่สุดเมืองนี้ก็เป็นแค่เมืองเล็กๆ ในแถบแนวหลัง

ส่วนอาวุธวิเศษที่ล้ำค่ากว่านี้... ผู้ฝึกยุทธ์ในเมืองเฉินหยางส่วนใหญ่ก็คงไม่มีปัญญาซื้อ หรือไม่ก็ไม่มีโอกาสได้ใช้

ฉู่หยวนรับแท็บเล็ตมา กวาดสายตามองดูคร่าวๆ ก็แอบตกใจอยู่เงียบๆ

กระบี่ที่ถูกที่สุดในนี้ ราคาปาเข้าไปหนึ่งล้านหยวนแล้ว!

ส่วนเล่มที่แพงหน่อย ราคาทะลุสิบล้านไปเลยก็มี!

ลำพังแค่เงินที่ได้จากการขายโอสถ คงไม่มีทางพอซื้อแน่ๆ...

ต้องรู้ก่อนว่า เงินเดือนเฉลี่ยของคนธรรมดาทั่วไปตกอยู่แค่ห้าหกพันหยวนเท่านั้น... ทำไมของที่เกี่ยวกับวิถียุทธ์มันถึงได้ปั่นราคาจนแพงหูฉี่ขนาดนี้!?

แต่จะเหมาว่าเป็นการปั่นราคาทั้งหมดก็ไม่ได้ เพราะวัสดุที่ใช้ทำอาวุธสำหรับผู้ฝึกยุทธ์ของแท้นั้นหายากมาก ส่วนใหญ่ก็มาจากในดินแดนลับ ไม่ก็มาจากชิ้นส่วนของพวกเผ่าพันธุ์ต่างดาว

แถมยังใช้ชิ้นส่วนจากเผ่าพันธุ์ต่างดาวทั่วไปไม่ได้ด้วยนะ...

พวกเผ่าพันธุ์ต่างดาวระดับหนึ่งระดับสอง กระดูกกับเกล็ดของพวกมันยังแข็งสู้เหล็กกล้าไม่ได้เลย จะเอามาหลอมเป็นอาวุธได้ยังไงล่ะ

คนธรรมดาอาจจะต้องทำงานทั้งชีวิตถึงจะซื้ออาวุธของผู้ฝึกยุทธ์ได้สักชิ้น แต่คนธรรมดาทั้งชีวิตก็ไม่มีปัญญาฆ่าเผ่าพันธุ์ต่างดาวระดับสูงได้หรอก!

เมื่อคิดได้เช่นนี้ ฉู่หยวนก็มีสีหน้าเรียบเฉยลง เขายื่นแท็บเล็ตคืนให้พนักงานสาว

"ขอบคุณครับ"

เมื่อเห็นดังนั้น พนักงานสาวก็พอจะเดาออกว่าฉู่หยวนคงไม่มีเงินซื้อ เธอไม่ได้เซ้าซี้ถามอะไรต่อ เพียงแค่ส่งยิ้มอย่างสุภาพ "ไม่เป็นไรค่ะ แล้วโอสถนี่ลูกค้ายังจะขายอยู่ไหมคะ?"

"ไม่ขายแล้วครับ"

"เดินดีๆ นะคะ"

แผนการล้มเหลวไม่เป็นท่า โอสถวิถียุทธ์พื้นฐานพวกนี้มันขายไม่ได้ราคาเลย...

ฉู่หยวนแอบคิดในใจ หรือว่าจะพักเรื่องซื้ออาวุธไว้ก่อนดี?

ยังไงตอนนี้ก็ยังไม่มีเรื่องให้ต้องใช้มันอยู่แล้ว ใช้กระบี่เหล็กกล้าเล่มเดิมไปก่อน... ก็ใช่ว่าจะใช้ฝึกไม่ได้เสียหน่อย

แต่ในใจลึกๆ ก็ยังรู้สึกไม่ยินยอมอยู่ดี

ก็แหม... การเหินเวหาขี่กระบี่บิน... มันคือความโรแมนติกที่สลักลึกอยู่ในสายเลือดของผู้ฝึกตนวิถีเซียนนี่นา...

ความจริงแล้วยังมีอีกวิธีหนึ่ง นั่นก็คือขายโอสถเหมือนเดิม!

แต่ไม่ใช่โอสถวิถียุทธ์พื้นฐานพวกนี้นะ แต่เป็นโอสถของวิถีเซียนที่ผ่านการแปลงโดยระบบต่างหาก!

แต่ทว่า การทำแบบนี้ก็มีความเสี่ยงสูงมากเหมือนกัน!

ไม่ต้องพูดถึงเรื่องสรรพคุณยาหรอก ต่อให้เอาโอสถวิเศษที่ระบบแปลงมาไปให้เครื่องมือเฉพาะทางตรวจ ก็อาจจะตรวจไม่เจออะไรเลยก็ได้

ของแบบนี้มันไม่ควรจะมาจากเด็กนักเรียนมัธยม... ต่อให้ร้านเจินหลงเก๋อจะน่าเชื่อถือแค่ไหน มันก็ยังไม่ปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์อยู่ดี

"จะเสี่ยงทะลวงระดับจริงๆ เหรอ? ถ้าล้มเหลวขึ้นมาจะทำยังไง? นายลองคิดดูให้ดีๆ อีกทีเถอะ!"

เสียงคนคุยกันแว่วเข้ามาขัดจังหวะความคิดของฉู่หยวน เขาหันไปมองชายสองคนที่กำลังก้าวเท้ายาวๆ เดินผ่านเขาเข้าไปในร้านเจินหลงเก๋อ

คนที่เดินตามหลังเหมือนกำลังพยายามเกลี้ยกล่อมอะไรบางอย่าง แต่คนที่เดินนำหน้ากลับมีสีหน้ามุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว!

"ล้มเหลวก็ช่างมันสิ!"

"แต่ว่า..."

"ไม่มีแต่ทั้งนั้นแหละ!"

เมื่อมองดูแผ่นหลังของคนทั้งสองที่ค่อยๆ ลับสายตาไป จู่ๆ ฉู่หยวนก็รู้สึกเหมือนได้คิดอะไรบางอย่างออก

การบำเพ็ญเพียรนั้นจำต้องมีความยำเกรงก็จริง แต่ก็ต้องมีความกล้าที่จะมุ่งไปข้างหน้าอย่างไม่ลดละด้วย!

นี่ไม่ใช่ความขัดแย้งกันแต่อย่างใด แต่เราต้องรู้จักหาความพอดีให้เจอ!

ถ้ามัวแต่พะวงหน้าพะวงหลัง ไม่กล้าทำนู่นทำนี่ แล้วจะไปทำอะไรสำเร็จได้ยังไงล่ะ! จะเอาดีทางไหนก็ไม่ได้หรอก!

วิถียุทธ์ก็เป็นเช่นนี้ วิถีเซียน... ก็ย่อมเป็นเช่นเดียวกัน!

จู่ๆ เขาก็คลี่ยิ้มออกมาอย่างโล่งอก ราวกับได้ปลดเปลื้องปมในใจทิ้งไป ก่อนจะก้าวเดินออกไปอย่างมาดมั่น...

......

"หยางอี้ นายอยากได้โอสถไหม?"

ช่วงพักกลางวัน ฉู่หยวนลากหยางอี้มาที่ป่าเล็กๆ หลังโรงเรียนแล้วเอ่ยถาม

"โอสถ? โอสถอะไร?" หยางอี้งงงวย เขาไม่เคยขาดแคลนทรัพยากรในการฝึกฝน ถึงขั้นที่จริงๆ แล้วเขาไม่ต้องมาฝึกฝนที่โรงเรียนด้วยซ้ำ

"วางใจเถอะ ไม่ใช่ของที่โรงเรียนแจกให้หรอก" ฉู่หยวนหยิบขวดหยกบรรจุโอสถวัชระที่ผ่านการแปลงโดยระบบออกมา

โอสถชนิดนี้แปลงมาจากโอสถเสริมกระดูก ฉู่หยวนเคยลองกินและเปรียบเทียบกับโอสถเสริมกระดูกดูแล้ว

สรรพคุณของมันยอดเยี่ยมกว่าอย่างไม่ต้องสงสัย

ที่สำคัญคือ โอสถวัชระช่วยยกระดับร่างกายได้ทุกส่วน!

โอสถเสริมกระดูกจะเน้นบำรุงกระดูกเป็นหลัก ไม่ค่อยมีผลกับอวัยวะภายในหรือส่วนอื่นๆ ของร่างกายสักเท่าไหร่

แต่โอสถวัชระนั้นต่างออกไป ตั้งแต่ผิวหนัง เส้นเลือด เส้นเอ็น กระดูก ไปจนถึงอวัยวะภายใน... ยกเว้นสมอง ทุกส่วนของร่างกายจะได้รับการยกระดับอย่างก้าวกระโดด!

ทีแรกฉู่หยวนก็ประหลาดใจเหมือนกัน เพราะดูเหมือนโอสถวัชระจะเหมาะกับผู้ฝึกยุทธ์มากกว่าผู้ฝึกเซียนเสียอีก

แต่พอลองคิดดูดีๆ มันก็สมเหตุสมผลอยู่ ผู้ฝึกเซียนก็ไม่ได้บอบบางเสียหน่อย ไม่งั้นจะทำให้ร่างกายเป็นอมตะได้ยังไงล่ะ?

การจะรองรับพลังที่ยิ่งใหญ่ได้ ก็ต้องมีภาชนะที่เหมาะสมมารองรับ...

ยิ่งไปกว่านั้น แม้แต่ในหมู่ผู้ฝึกเซียน ก็ยังมีพวกที่เน้นบำรุงร่างกายอยู่ด้วย

ในนิยายออนไลน์ยุคแรกๆ ตัวเอกที่ฝึกทั้งเวทมนตร์และร่างกายควบคู่กันไปก็มีให้เห็นเกลื่อนไป!

หยางอี้ยังคงแคลงใจ เขาเปิดขวดหยกแล้วเทโอสถออกมาเม็ดหนึ่งวางบนฝ่ามือ

เม็ดยาสีทองเปล่งประกายแวววาว ราวกับผสมโลหะหนักลงไป...

"นี่มันโอสถอะไรเนี่ย ทำไมไม่เคยเห็นในตลาดเลย? ฉู่หยวน นายอย่าไปกินของซี้ซั้วนะ" เขาเอ่ยถาม

ไม่ใช่ว่าเขาดูถูกฉู่หยวน แต่เขารู้เรื่องฐานะทางบ้านของฉู่หยวนดี แม้แต่เส้นทางส่งวัตถุดิบให้ร้านอาหารเล็กๆ ของครอบครัวฉู่หยวน เขาก็เป็นคนช่วยหาคนมาจัดการให้

"โอสถวัชระ" ฉู่หยวนหยิบขึ้นมาเม็ดหนึ่ง แล้วกลืนลงคอไป

"สรรพคุณมันอธิบายยาก นายลองกินดูเองแล้วกัน"

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 9 - ขาดเงิน

คัดลอกลิงก์แล้ว